ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2556

อย่าปล่อยเวลาให้ล่วงเลยเปล่า : กลอนคติสอนใจ




อย่าปล่อยเวลาให้ล่วงเลยเปล่า : กลอนคติสอนใจ
(ฉันทลักษณ์ที่ผมคิดประดิษฐ์ขึ้นเอง)

๏  นภา พิมล                   สุริยน สืบพ้นยอดไม้
รพี วิไล                          ไสว สว่าง พร่างเวหน

๏  ยามเช้า หนาวเย็น         เพราะเป็น เหมันต์ บันดล
หมอกขาว ราวล้น              ท่วมพ้น ท้นพื้น พสุธา

๏  คล้อยความ ยามสาย      แดดฉาย สยาย มาหา
อบอุ่น กายา                     อุรา ก็พา เข้มแข็ง

๏  เคยเชื่อง เซื่องซึม           ก็ครึ้ม ใจกลาย กลับแรง
กิจการ งานแต่ง                  ขันแข่ง กับแสง ตาวัน

๏  กลางคืน ยื่นยาว             หน้าหนาว คราวกลาง วันสั้น
ถ้าไม่ เพียรหมั่น                  สิ่งสร้าง สรรค์พลัน ขัดสน

๏  ล่วงเลย เวลา                ไม่ก้าวหน้า ชีวาชนม์
ล่วงวัย ไกลกล                   จะดิ้นรน หรือก็ จนจินต์

๏  เวลา มีค่า                     ไม่ต่าง เงินตรา ถวิล
ทำมา หากิน                       อย่าสิ้นไป...(กับเรื่อง)ไร้สาระ

๏   ชีวิต แสนสั้น                 เช่นกลางวัน เหมันตะ
จงมี วิริยะ                          มานะ มุ่งเจริญ เทอญ ฯ

๒๓ มกราคม ๒๕๕๖

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น