ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่คิดประสงค์ ผลงานเหล่านี้ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่ ( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561

เคารพธงชาติ แต่ไม่รักชาติ : กลอนปัญหาทุจริต












เคารพธงชาติ แต่ไม่รักชาติ : กลอนปัญหาทุจริต

    เคารพ ธงชาติ ทุกเช้า-เย็น.........................ไม่เห็น ทำให้ ใคร(หลายคน)รักชาติ
ทำตัว ชั่วช้า น่าอนาถ...................................มุ่งมาด ปรารถนา กล้าโกงกิน

    เงินเดือน ก็ดี มีมากใช้................................ทำไม จึงช่าง ชอบกังฉิน?
ทุจริต ทั่วแคว้น ผืนแผ่นดิน............................ระบิล บ้านเมือง เขื่องบั่นทอน

    เห็นแก่ ตัวตน ใจฉลชั่ว...............................ไม่กลัว ผลกรรม ตามหลอกหลอน
เบียดเบียน ประดา ราษฎร..............................สั่นคลอน สันติธรรม ความมั่นคง

    ทำลาย ได้แม้ แต่บ้านเกิด...........................ละเมิด กฎหมาย ร้ายประสงค์
ชักศึก เข้าบ้าน ลาญเผ่าพงศ์..........................เสริมส่ง พวกพ้อง ซ้องส่วนตน

    ถ้าผู้ ทุจริต มีนิดหน่อย................................ปัญหา จะพลอย ด้อยเภทผล
แต่เท่า ที่พารา ต้องผจญ...............................คือคน ขี้โกง หลากพงศ์พาน

    โกงตั้ง แต่พระ-คณะครู...............................ทุจริต จนสู่ ถึงโรงศาล
แทบทุก อาณา ข้าราชการ.............................สันดาน คันฉ่อง ข้องการโกง

    กินกระ ทั่งค่า อาหารเด็ก............................ลูกเล็ก อดสู (เพราะ)ครูคดโค้ง
(ที)แรกก็ เข้าใจ(ว่ามี) ไม่กี่โรง(เรียน)..............สอบโยง (พบ)ทั้งประเทศ สมเพชไทย

    มโน สำนึกมี สักกี่คน?................................ประชาชน ที่ดี มีบ้างไหม?
 เคารพ ธงชาติ ทั้งชาติ;ใย............................จึงไม่ รักชาติ? อนาถเอยฯ

๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๑

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561

บุญ-บาป-บวช : กลอนสี่



บุญ-บาป-บวช : กลอนสี่

    การบวช กวดขัน.........................หมั่นตรึก ศึกษา
ศีล-สมาธิ-ปัญญา..........................บุญพลา ปัจจัย

    พ่อ-แม่ (พลอยได้)เข้าวัด.............ขัดเกลา นิสัย
การบวช (จึง)ทำให้........................ได้บุญ สุนทร

    หากบวช อวดแค่........................แวะมา พักผ่อน
เล่น-กิน-นั่ง-นอน...........................รอนธรรม วินัยฯลฯ

    ได้แต่ แค่บาป............................สาบชีวา สาไถย
ทุกข์เข็ญ เป็นไป...........................ไร้ความ จำเริญ

    บวชมา หากิน............................ทรัพย์สิน สรรเสริญ
ยศ-สัก การเพลิน..........................เหินห่าง ทางธรรม

    ปลุกเสก ของขลัง.......................ปลูกฝัง ใฝ่ต่ำ
พุทธพา ณิชย์กรรม........................สำราญ ฤทัย

    ยิ่งบาป อาบอก..........................ตกนรก หมกไหม้
ทุจริต คิดใคร่...............................ทำให้ ทุกข์ระทม

    อย่าสัก แต่บวช..........................ตรวจกรรม ทำสม(ธรรมวินัย)
ประโยชน์ โรจน์รมย์.......................อุดม สมบูรณ์ฯ

๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๑

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ร้อนรนท้นท่วมพสุธา : กลอนสี่(กลอนปัญหาสิ่งแวดล้อม)


สะพรึง! แผ่นน้ำแข็งที่แอนตาร์กติกา ละลายเร็วจี๋ 25ปี หาย3ล้านล้านตัน 




ร้อนรนท้นท่วมพสุธา : กลอนสี่(กลอนปัญหาสิ่งแวดล้อม)

    เสียงนก เจี้อยแจ้ว..........................ดังแว่ว ดุษฎี(ดุษฎี=ความชื่นชม)
รู้(สึก)ตัว อีกที.................................หลีกลี้ นิทรา

    ลมเย็น เป็นประไพ..........................ลูบไล้ ใบหน้า
สดชื่น อุรา......................................วัฒนา อรุณ

    สุริยะ ขยับ....................................ปรับเปลี่ยน เวียนหมุน
เอื้อเฟื้อ เจือจุน................................สุนทรี ชีวัน

    พืชสัง เคราะห์แสง..........................เรี่ยวแรง แข็งขัน
คุณค่า อนันต์...................................แบ่งปัน โลกา

    สร้างศรี พิบุล.................................สมดุล ดิน-ฟ้า
โดยไม่ ปรารถนา..............................มูลค่า ตอบแทน

    แต่คน ฉลชิง.................................สรรพสิ่ง หวงแหน
สร้างความ แร้นแค้น..........................คืนแผ่น ปัถพี

    โลกา วิกฤติ..................................ประชิด พิษชี้
ทุกๆ ชีวี.........................................มีภยะ ผจญ(ภย-=ภัย)

    (คน)อยากสุข สบาย.......................มักง่าย มีผล
ทำเดือด ร้อนรน...............................ท่วมท้น พสุธาฯ

๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๑

วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2561

จนกว่ามรณาจะมาเยือน : กลอนคติชีวิต




จนกว่ามรณาจะมาเยือน : กลอนคติชีวิต

    โพใบ ไหวพลิ้ว ปลิวขยับ............................แกว่งรับ กับลม ที่โถมถา
สะท้อน แสงสี สุริยา.....................................แวววาว พราวพร่า พนาลัย

    เวลา กลางวัน กาลสว่าง.............................แตกต่าง กลางคืน แสงดื่นไร้
กลางวัน ภารกิจ พิชิตไกร..............................(กลาง)คืนกลับ หลับใหล หมาย(พักผ่อน)เอาแรง

    เมฆพราง กลางวัน พลันมัวหม่น....................เมื่อไร้ สายฝน ร้อนรนแฝง
ลมผวน ชวนให้ ใคร่คลางแคลง.......................เปลี่ยนแปลง อากาศ ประหลาดทรวง

    ปรากฏ (ฏะ)การณ์ ผ่านเข้ามา......................ชีวา ประจญ ก่อนพ้นล่วง
หากรู้ (ที่มา)เหตุผล กลทั้งปวง.......................คงสบาย หายห่วง สุมดวงใจ

    แต่ความ เป็นจริง ของสิ่งสัจ.........................อัตคัด ขัดสน เหตุ-ผลไร้
เกิดเรื่อง เกิดราว ณ คราวใด...........................น้อยนัก จักเข้าใจ ในที่มา

    ชนจึง ไม่เชื่อ เอื้อดี-ชั่ว...............................ทำตัว ตามใจ ใคร่ปรารถนา
ทุจริต คิดโกง คงอุรา....................................ทั่วทั้ง โลกา ค่านิยม

    เอาเปรียบ เขาได้ ดีใจรื่น.............................เบียดเบียน ผู้อื่น ให้ขื่นขม
กฎแห่ง กรรมา ไม่ปรารมภ์.............................ชื่นชม ข่มขี่ เบียนบีฑา

    โลกจึง ประดัง สังสารวัฏ.............................สารพัด เหตุการณ์ ประจันหน้า
ต้องเอา ตัวรอด ตลอดเวลา............................จนกว่า มรณา จะมาเยือนฯ

๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๑

วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ฟื้นศรัทธา สังคายนาคณะสงฆ์ หันกลับสู่พระธรรมวินัย (3 มิ.ย. 61)

ฝึกใจให้เหมือนแผ่นดิน : กาพย์ยานี๑๑




ฝึกใจให้เหมือนแผ่นดิน : กาพย์ยานี๑๑

    แผ่นดิน สิ้นอาลัย............................(ต่อ)การจากไป ของสายฝน
รองแสง สุริยน..................................อันรนร้อน สะท้อนไอ

    ถูกย่ำ เหยียบต่ำช้า..........................สิถือสา ก็หาไม่
สงบนิ่ง อย่างยิ่งใหญ่..........................มิไหวหวั่น พรั่นพรึงทรวง

    สุคันธ์ กรรณิกา...............................กลีปบุปผา กรีฑาร่วง
ลงดิน สินธุปวง..................................มิหวงแหน แม้นใยดี

    บัณฑิต ฝึกจิตตน.............................มุ่งหลุดพ้น มลบัดสี
ปรมัตถ์ ทัศนีย์...................................เฉกวิถี ชุติมา

    โลกธรรม มิ(ให้ความ)สำคัญ...............การถือมั่น เกิดตัณหา
ลาภ-ยศ และสักการ์............................ย่อมพันธนา นรชน

    คำยก ย่องสรรเสริญ..........................มิเผลอเพลิน เลินเล่อผล
ล่อใจ ให้ลืมตน..................................หลงกระมล ล้นราคี

    ถูก(ใคร)ด่า พูดประณาม....................(ดู)หมื่นเหยียดหยาม ตามขยี้
ไม่โกรธ ถือโทษมี...............................ให้ฤดี ระคายเคือง

    จิตใจ ใครสงบ..................................ย่อมประสบ ความฟุ้งเฟื่อง
หมดยุ่ง(ยาก) มีรุ่งเรือง.........................ประเทืองทิศ ชีวิตเอยฯ

๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๑