ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่คิดประสงค์ ผลงานเหล่านี้ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่ ( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ

วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ผู้ไม่ยอมจำนน : กลอนเปล่า



ผู้ไม่ยอมจำนน : กลอนเปล่า

    อย่าห่วงไปเลยสหาย
หากแม้นไม่นิ่งดูดาย
ขวนขวายทำมาหากิน

    หนทางแห่งชีวีมิสุดสิ้น
จากขอบฟ้าจรดแผ่นดิน
ยังยินดีต้อนรับขับสู้
ผู้ไม่งอมืองอเท้าเอาแต่ท้อ

    คนสุจริต
อย่าจมอยู่กับความผิดหวัง
ภายใต้แสงแห่งสุรีย์รังค์
จงมีกำลังใจที่จะไม่ฉ้อฉล

    คุณธรรมนำพาผู้คน
ผู้ศรัทธา-สาธุชน
เอาชนะความลำบากยากจน
ข้ามพ้นหนทางลำเค็ญ
เป็นประจักษ์ตา คู่หล้ามาอย่างยาวนาน

    คนดีผู้มีความขยัน
ประกอบด้วยใจอุตสาหะมุ่งมั่น
ไม่ทอดทิ้งหน้าที่กิจการ
คิดอ่านพัฒนาและหาหนทางคลี่คลายอุปสรรค

    ทำการสิ่งใดมิใจร้อน
รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา
เอาจริงเอาจังอย่างสม่ำเสมอ
ผู้ไม่พึ่งพาโชควาสนา
มิประมาทเผอเรอ
มิชะเง้อเห่อหาความสำเร็จอันยิ่งใหญ่
โดยไม่เอาใจใส่ ทำงานเฉพาะหน้าให้สำเร็จสมบูรณ์เสียก่อน

    ทุกคนอยากได้ดี
แต่มีสักกี่คนที่สามารถ?
พัฒนาตัวเองให้เก่งให้แกร่ง
มีโอกาสเสมอ สำหรับผู้มีจิตใจเข้มแข็ง
ผู้ไม่ยอมแพ้แม้หมดเรี่ยวแรง
คอยแสวงหาช่องทางสร้างฐานะ

    ไม่ต้องเกิดมาพร้อมความเฉลียวฉลาด
เป็นอัจฉริยะบุคคลล้นปัญญา
เพียงเธอไม่ระย่อต่ออุปสรรคปัญหา
ตั้งใจฟันฝ่าอย่าท้อแท้

    โชคชะตาจะไม่ทอดทิ้ง
สรรพสิ่งจะไม่เชือนแช
ไม่มีความมืดมน
สำหรับผู้ที่มิยอมจำนนใจ
ในการดำรงชีวีฯ

๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๐

วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560

หลง-รู้ ? : กาพย์ยานี๑๑



หลง-รู้ ? : กาพย์ยานี๑๑

    เช้านี้ มีลมแรง..........................ความเปลี่ยนแปลง อากาศผล
เมฆพราง บังสุริยน.......................หลังสายฝน ปรนค่อนคืน

    มาลี รูปวิจิตร............................งามประดิษฐ์ โศภิษฐ์ดื่น(โศภิษฐ์=งามยิ่ง)
ละอองฝน ดลแช่มชื่น...................ประดับผืน พสุธา

    ชีวี งามพิลาส............................ด้วยอำนาจ ของวาสนา
(ซึ่ง)มิใช่ เทพยดา........................หรือดินฟ้า ประสาทเป็น(ประสาท=โปรดให้)

    แต่เพราะ บุญกรรมเก่า.................บงการเข้า เราไม่เห็น
ตัวบท แห่งกฎเกณฑ์.....................ดูเร้นไร้ ในสายตา

    คนจึง คำนึงคิด...........................ตามที่จิต ประดิษฐ์หา
ทั้งที่ มีวิทยา................................และมายา จินตนาการ

    ทำตาม ความชอบ-เชื่อ.................กิจกรรมเอื้อ องอาจหาญ
หลากหลาย ไม่ประมาณ.................คล้อยสันดาน ความเคยชิน

    เนื่องหนุน บุญ-บาปทำ..................วัฏจักรซ้ำ มิสุดสิ้น
สับสน บนแผ่นดิน..........................ดาลชีวิน ชินชาใจ

    บางคน จนลืมคิด..........................ว่าหลงผิด จิตสาไถย
หลงว่า รู้อะไร................................ไปทุกอย่าง ทั้งโลกเอยฯ

๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๐

วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560

องค์ประกอบของชีวิต : กลอนคติชีวิต




องค์ประกอบของชีวิต : กลอนคติชีวิต

    ไม่ใช่ แค่ได้ กล้อง(ถ่ายรูป)ดี...................ยังต้องมี ฝีมือ ดีด้วย
สภาพ อากาศ อำนวย...............................เมฆ-สูรย์ฯลฯ หนุนช่วย อวยชัย

    แต่ทั้งนี้ และทั้งนั้น.................................ภาพถ่ายอัน วิสุทธิ์ สดใส
งามสวย ด้วยธรรมชาติ ปัจจัย.....................(ผสมกับการ)จัดองค์ ประกอบให้ เข้าที

    รวมกัน บันดาล สรรค์แต่ง.........................ภาพแห่ง อัศจรรย์ สันสี
เอิบอิ่ม ปริ่มเปรม ฤดี.................................ทุกๆ นาที ที่ได้ยล

    ชีวี มีไซร้ ไม่แตกต่าง...............................ปัจจัย หลายอย่าง ร่วมสร้างผล
บันดาล ชะตา ของคน................................บรรเจิด-ขัดสน ปรนเป็น

    ชาติตระกูล หนุนนำ กำเนิด........................บังเกิด พันธุกรรม ส่ำเห็น
รูปทราม-งามงด ปรากฏเด่น.........................สติปัญ ญาเช่น มิเปลี่ยนแปลง

    สังคม และสิ่ง แวดล้อม.............................หล่อหลอม ฤทัย ปัจจัยแฝง
พ่อแม่ ญาติพี่น้อง พ้องแหล่ง.......................ตบแต่ง ตัวตน กลไก

    หากแต่ ความคิด ของคน...........................แต่ละคน ก็ดล เงื่อนไข
ผลักดัน บันดาลคน บางคนไคล....................ห่างไกล ต้นกำเนิด เกิดมา

    ชีวี ดี-ร้าย ไม่แน่นอน................................สอดซ่อน ธรรมชาติ วาสนา
เวรกรรม ตามทัน ดันชะตา...........................ประจักษ์ มรรคา ชีวาเอยฯ

๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๐

วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ความไม่เห็นแก่ตัว : โคลงสี่สุภาพ



ความไม่เห็นแก่ตัว : โคลงสี่สุภาพ

๑.ธรรมชาติสัตว์ทั้งหลาย....................เกิดมา
ย่อมเห็นแก่อัตตา..........................เป็นที่ตั้ง
สัญชาตญาณบัญชา.......................วิตก(วิตก=ความคิด)
ยกตนสำคัญทั้ง.............................มนุษย์แม้(แต่)ดิรัจฉานฯ

๒.เป็นสันดานเกิดพร้อม......................ชีวี
เป็นสามัญวิถี.................................แห่งหล้า
เป็นสาเหตุชิงดี..............................ชิงเด่น
เป็น-อยู่-ตาย ภายหน้า....................ถึงสิ้นพงศาฯ

๓.ทวยสัตว์หารู้จัก..............................ศีลธรรม
ไม่แยกแยะกิจกรรม.........................ดี-ร้าย
ยึดอัตตะประโยชน์สำ-.....................คัญหลัก
มักทำตามใจคล้าย..........................(สิ่ง)ถูกต้องคลองวิถีฯ

๔.ยินดีที่จะได้....................................เบียดเบียน
เอารัดเอาเปรียบเพียร......................พากพร้อม
เข่นฆ่าแกงกันเชียร..........................เลือดหลั่ง
กินเพื่อประทังชีพค้อม......................แลไร้เหตุผลฯ

๕.คนสามารถเรียนรู้.............................พัฒนา
เสริมสติเพิ่มปัญญา..........................เพริศแพร้ว
หลักศีลธรรมจริยา............................ยืนหยัด
ถือปฏิบัติร่วมแล้ว.............................สร้างสังคมศานติ์ฯ

๖.แรงสันดานสัตว์ร้าย...........................ในใจคน
ยังคงอยู่เวียนวน..............................คุเคล้า
เมื่อไม่สำคัญกระมล.........................กำกับ
ยอมรับอำนาจเร้า.............................ชั่วช้าตอบสนองฯ

๗.ไม่มองความชั่วคล้าย........................สามัญ
เป็นปฐมจริยธรรม์.............................ปกเกล้า
ศรัทธากฎแห่งกรรม์..........................กลัวบาป
ปราบความเห็นแก่ตัวเข้า....................สู่ห้วงสาธุชนฯ

๘.ช่วยดลบันดาลให้.............................สังคม
เปี่ยมสันตินิยม.................................เลิศล้ำ
ทรัพยากรอุดม.................................คู่โลก
ดับทุกข์โศกชอกช้ำ..........................ไม่ต้องเห็นแก่ตัวฯ

๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๐

วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560

หมดอนาคต? : กลอนภาวะโลกร้อน



หมดอนาคต? : กลอนภาวะโลกร้อน

    ฝนไม่ตก (แค่)สามวัน บันดาลให้..................ผู้คนบ่น ทนไม่ ไหวแล้วหนอ
ขาดทั้งเมฆ ทั้งฝน ท้นทุกข์คลอ......................บังเกิดก่อ (ร้อน)ทรมาน ผลาญปรีดา

    ความสัมพันธ์ (ของ)เมฆ-ฝน บนอากาศ..........คือกลไก ธรรมชาติ ปราศปริศนา
ความชื้นพบ ความเย็น เพ็ญนภา......................ก่อกำเนิด เมฆา มาปกคลุม(เพ็ญ=เต็ม)

    บังแสงแดด แผดร้อน ก่อนกระทบ..................พื้นพิภพ ประทุ ไออุสุม(อุสุม=ความร้อน)
ความชื้นและ ความเย็น เค้นประชุม...................(ลอย)จากพสุธา ป่าทุม ลุ่มนที(ทุม=ต้นไม้)

    ความชื้นและ ความเย็น อีกเช่นกัน...................รวมตัวกลั่น เกิดฝน วิมลศรี
รินหลั่งพรำ ธรรมชาติ ทั่วปัถพี..........................ให้ชีวี มี-อยู่ คู่โลกา

    เมื่อมนุษย์ สุดเขลา เอาแต่ได้.........................สร้างวิบัติ ตัดไม้ ทำลายป่า
แหล่งกำเนิด (ความ)ชื้น-เย็น เร้นพสุธา...............จึงบังเกิด ปัญหา ภัยผจญ

    ความสมดุล สูญสิ้น ถิ่นกำเนิด..........................ก่อให้เกิด วิปริต ผลิตฝน
ฝนห่างหาย ไม่ตก หรือตกจน............................น้ำท่วมท้น ธานี พิบัติภัย

    อีกพาหนะ พากัน น้ำมันผลาญ..........................ก๊าซเรือนกระจก โลกลาญ บันดาลให้
สภาวะ ความร้อน ย้อนดั่งไฟ..............................อุณหภูมิ สูงใกล้ บรรลัยกัลป์

    อนาคต หมดแน่ แม้ไม่คิด................................ตัดสินใจ เปลี่ยนชีวิต วิกฤติผัน
ช่วยกันฟื้น ผืนป่า พนาวัน..................................ลดการใช้ น้ำมัน ทันทีเทอญฯ

๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๐

*ประเทศไทยอาจจะมีความร้อนสูงขึ้นอีก 3-4 องศาเซลเซียส หรือ อุณหภูมิอาจจะสูงขึ้น 43-45 องศาเซลเซียส ใน 40 ข้างหน้า

วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ศาสนาพุทธกำลังถูกทำลาย : กลอนคติเตือนใจ



ศาสนาพุทธกำลังถูกทำลาย : กลอนคติเตือนใจ

    อัน ลาภ-ยศ-สรรเสริญ-สุข......................ทุกอย่าง ต่างล้วน ไม่เที่ยง
พุทธองค์ ทรงสอน ให้เลี่ยง.......................เพราะเป็น แค่เพียง โลกธรรม

    เมื่อไม่ เชื่อฟัง คำสอน............................จึงได้ เดือดร้อน ย้อนระส่ำ
เมื่อไม่ ใส่ใจ ในหลักธรรม..........................ย่อมระทก ตกต่ำ ลำเค็ญ(ระทก=หนาวใจ)

    วิสุทธิ์ พุทธศาสน์ เป็นสัจจะ......................มิใช่ ทัศนะ คติเฟ้น
เลิศล้ำ ธรรมบท ดั่งกฎเกณฑ์......................เฉกเช่น ชีวัน จรรยา

    โกนผม ห่มผ้า มาบวช..............................โอ้อวด ว่าฉัน แก่พรรษา
เล่าเรียน เปรียญธรรม ตำตา........................แต่ทว่า กระทำ ตามกระมล

    ธรรมะ อาศัย เอาไว้เทศน์..........................ปฏิเสธ ปฏิบัติ มนัสฉล
วินัย ไว้บอก หลอกลวงคน..........................หวังผล ทรัพยา บรรณาการ

    เมื่อมิ เคารพ ธรรมวินัย..............................โลกีย์ วิสัย ใช้เป็นฐาน
พระสงฆ์ คงไม่ ไกลชาวบ้าน........................สามัญ สันดาน พาลสถุล

    ยกยอ ข้อวัตร บัดสี...................................ไม่มี ศรีสง่า เนื้อนาบุญ
แสร้งเล่น(ละคร) เป็นพระ แสนการุญ..............แต่วิตก หมกมุ่น โลกีย์(วิตก=ความคิด)

    ต้องการ ส่งเสริม (พุทธ)ศาสนา...................เงินตรา-ลาภ-ยศ(พระ) จงปลดหนี
ต้องการ กำจัด อลัชชี..................................ต้องมี ธรรมวินัย ใช้นำทางฯ

๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๐

*ดับเครื่องชนมหาเถรสมาคม  “ถวายฎีกา-ฟ้องศาลปกครอง” ปลด “พงศ์พร”
จาก <http://www.manager.co.th/SpecialScoop/ViewNews.aspx?NewsID=9600000082210>



*ผงะ“สมเด็จสนิท–เจ้าคุณธงชัย”มีชื่อเซ็นใบปริญญา มหา’ลัย IUM จดทะเบียนที่ฟลอริดา เมืองมะกัน
แต่เรียนทางออนไลน์ มุ่งสอน“พุทธพาณิชย์”โจ่งแจ้ง เน้นระดับ ป.โท-เอก

วันจันทร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560

พุทธศาสนา : กาพย์สุรางคนางค์๒๘



พุทธศาสนา : กาพย์สุรางคนางค์๒๘

๏    ......................................พุทธะ ศาสนา
สั่งสอน สัจจา.......................ศีลธรรม กุศล
ให้รู้ ความจริง.......................เว้นสิ่ง มืดมน
(ให้)ดำรง ชีพชนม์.................พ้นทุกข์ สุขสบาย

๏    .......................................หัวใจ ศาสนา(พุทธ)
ศีล-สมาธิ-ปัญญา...................ละบาป ทั้งหลาย
(ชำระ)จิตใจ ใสสะอาด............ปราศการ มุ่งร้าย
ชั่วสรรพ อับอาย.....................ใคร่ทำ ความดี

๏    ........................................กิเลส เหตุต้น
กรรมา อกุศล.........................โฉดฉล วิถี
โลภะ โทสะ...........................โมหะ ทวี
ทำให้ ชีวี..............................ทุคติ วิกล

๏    ........................................เชื่อกฎ แห่งกรรม
ทุกการ กระทำ........................นำพา สนองผล
ทำดี ได้ดี..............................(ทำ)ชั่วกลี พีดล
บุญคุณ ของคน......................สนใจ ตอบแทน

๏    ........................................เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย
เป็นทุกข์ มากมาย...................ขวนขวาย ไคลแหน
ตัณหา ขจัด...........................ตัดภพ ชาติแดน
นิพพาน สารแก่น....................แบบแผน พุทธา

๏    .........................................มิใช่ ไสยศาสตร์
ลาภ-ยศ-อำนาจ......................บริวาร แสวงหา
ประกอบ พิธีกรรม....................ทำการ ขายค้า
ต่อดวง ชะตา.........................เสกคาถา อาคมฯลฯ

๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๐