ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่คิดประสงค์ ผลงานเหล่านี้ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่ ( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559

อนาคตคนเป็นแม่? : กลอนหก



อนาคตคนเป็นแม่? : กลอนหก


    ซักเสื้อผ้า อาทิตย์ละครั้ง.................มักได้ฟัง จากสาวๆ
ผู้ใฝ่ฝัน ฉันเป็นดาว............................วางตัวราว ดั่งดารา

    ยุคที่คน พ้นไพร่ทาส.......................พร้อมโอกาส การศึกษา
หาก(แต่)ความคิด อวิชชา...................ไร้ปัญญา มาอำนวย

    การบ้านเรือน เบือนเหลียวแล............สนใจแส่ แต่เสริมสวย
เกียจคร้านนัก รักสำรวย.......................อยากร่ำรวย และสบาย

    เรื่องเล่าเรียน บ่เพียรผ่าน..................เรื่องสำราญ ชอบขวนขวาย
ขี้เกียจออก กำลังกาย..........................(รูป)ร่างดีหมาย อาศัย อด(อาหาร)เอา

    วัยนักเรียน เวียนวนรัก.......................เห็นประจักษ์ หลากความเขลา
ไม่รักดี ริมัวเมา...................................เพศสะเพร่า เร่าราคิน

    ความเจ้าชู้ ดูง่ายออก........................ความลวงหลอก กลอกกลิ้งลิ้น
เปิดจิตจล เปื้อนมลทิน..........................เปรอะกว่าดิน ปราศศีลธรรม

    อนาคต คนเป็นแม่.............................มีเพียงแค่ ความระห่ำ
สงสารเด็ก ตาดำๆ.................................เคยก่อทำ กรรมเวรใด?

    กุลสตรี ถ้ามีบ้าง................................คงสะอาง สร้างลูกให้
เป็นคนดี มีอนามัย.................................ฉกาจไกร เวไนยเอยฯ(เวไนย=ผู้พึงดัดได้สอนได้)

๖ ธันวาคม ๒๕๕๙

วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ปัญหาของชาติ-ปัญหาของฉัน : กาพย์สุรางคนางค์๒๘



ปัญหาของชาติ-ปัญหาของฉัน : กาพย์สุรางคนางค์๒๘


    ........................................ชอบเรียก ร้องกัน
ปัญหา ของฉัน........................(เป็น)ปัญหา ของชาติ
เสนอ นโยบาย........................คิดหมาย ประกาศ
ใฝ่สูง มุ่งมาด..........................ชีวาตม์ สุขสบาย

    .........................................เงินงบ ประมาณ
สิทธิ์ปอง ต้องการ.....................ทะยาน ขวนขวาย
เกิดเป็น ปัญหา........................ตามมา มากมาย
ชุลมุน วุ่นวาย..........................เสียหาย ชาติมี

    ..........................................ความเห็น แก่ตัว
เหตุให้ ทำชั่ว...........................เมามัว บัดสี
ปราศจิต สำนึก.........................ตรึก ผิด-ชอบ-ชั่ว-ดีฯลฯ
สับปลับ อัปรีย์..........................เกิดกลี วิกล

    ..........................................ชนใด ในชาติ
เก่งกล้า สามารถ.......................ปราศจาก อกุศล
กระทำ หน้าที่...........................ดุษฎี พิมล
ประเสริฐ เลิศล้น.......................ส่งผล พัฒนา

    ..........................................วุฒิ ภาวะ
สติ พิทยะ................................ผนึก ศึกษา
มุ่งมั่น ขันแข็ง...........................ร่วมแรง ศรัทธา
เพื่อความ ก้าวหน้า.....................สามัคคี ร่วมกัน

    ..........................................จำนง องอาจ
ปัญหา ของชาติ.........................(เป็น)ปัญหา ของฉัน
ทุกคน เสียสละ..........................เพื่อชาติ อัศจรรย์
ไม่ไกล เกินฝัน...........................มาดมั่น เถิดชนฯ

๕ ธันวาคม ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559

สุขภาพดีสร้างได้เอง : กลอนชักชวนออกกำลังกาย(กาพย์ยานี๑๑)



สุขภาพดีสร้างได้เอง : กลอนชักชวนออกกำลังกาย(กาพย์ยานี๑๑)


    หยอกเย้า ความหนาวเย็น...................ด้วยการเล่น ออกกำลัง
ร่างกาย ให้แข็งขลัง..............................บังเกิดกรุ่น อบอุ่นขวน(ขวน=ขวนขวาย)

    เหน็บหนาว ร้าวฤดู............................ต้องฝืนสู้ ไม่เรรวน
นิ่งงัน ยิ่งผันผวน...................................ชวนอาพาธ มิคาดหมาย

    เสียแรง ให้กีฬา................................ทุ่มอุรา อย่าเสียดาย
เสียทรัพย์ กับสุขภาพกาย.......................ดีกว่าจ่าย ให้หยูกยา

    ป้องกัน ดีกว่าแก้...............................โรคภัยแพร่ แล้ทุกขา
เจ็บป่วย ม้วยมรณา................................ถ้าปล่อยปละ และละเลย

    บรรลุ สุขภาวะ...................................ต้องวิริยะ อย่านิ่งเฉย
ออกกำลัง อย่างชื่นเชย...........................ให้คุ้นเคย คู่ชีวัน

    รักสบาย วัยหนุ่มสาว...........................เมื่อแก่เฒ่า คราวคับขัน
คิดได้ ย่อมไม่ทัน...................................สุขภาพฟั่น เฟือนเลื่อนลอย

    เกียจคร้าน ออกกำลัง..........................อายุยัง ย่อมเหลือน้อย
แข็งขัน หมั่นทยอย.................................ค่อยๆทำ กำลังดี

    สำคัญ ทุกวันขับ-...............................เคลื่อนขยับ อย่าลับลี้
สมปอง แน่น้อง-พี่...................................สุขภาพดี สร้างได้เองฯ

๔ ธันวาคม ๒๕๕๙

วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559

มหา'ลัย มหาเมา : กลอนสะท้อนสังคม



มหา'ลัย มหาเมา : กลอนสะท้อนสังคม


    มหา'ลัย มหาเมา.....................มีร้านเหล้า รายรอบสถาน
คนหนุ่มสาว เข้าใช้บริการ.............ออกจากบ้าน มุ่งบันเทิง

    อนิจจา ปัญญาจน....................ดวงกระมล ฉลชั่วเหลิง
ปล่อยอุระ เตลิดเปิดเปิง...............ชีพยุ่งเหยิง เริงราคี

    ยิ่งกว่าแฟน แม้นผัว-เมีย............คบนัวเนีย เคลียบัดสี
ยุคสมัย ไร้ความดี?......................คนมากมี กลีฤทัย

    สร้างปัญหา ให้ชีวิต..................อย่างสิ้นคิด จิตสาไถย
เรียนระดับ มหา'ลัย......................แต่เหตุไฉน คิดไม่เป็น?

    เสพสุรา ยาเสพย์ติด..................ทำลายชีวิต วิกฤติเห็น
พรัดการเรียน เพียรการเล่น.............ทำตัวเช่น เดนสังคม(พรัด=พรากออกจากกัน)

    เรียนเพื่อรับ ปริญญา..................แต่วิชา หารู้สม
พัฒนาการ ทางอารมณ์..................ต่ำติดตม จมมายา

    คนรุ่นใหม่ ใคร่ทุจริต...................คือวิกฤติ การศึกษา
กิจการงาน คร้านอุตส่าห์.................แต่ปรารถนา อยากมั่งมี

    มองครูบา แลอาจารย์..................ผู้บริหาร บ้านเมืองนี้
นโยบาย หลายสิบปี.......................ไม่มีหวัง ฝากฝังเอยฯ

๓ ธันวาคม ๒๕๕๙

ผุด “ร้านเหล้า” เปิดใหม่รอบมหา'ลัยเพียบ “จุฬาฯ” เพิ่ม 342 ร้าน ใน 5 ปี

วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2559

รัชกาลที่๑๐ ทรงพระเจริญ : อินทรวิเชียรฉันท์๑๑



รัชกาลที่๑๐ ทรงพระเจริญ : อินทรวิเชียรฉันท์๑๑


    จักรี สยามปิ่น....................นวอินทร์ มหาวรรธน์(นว=ใหม่,อินทร์=ผู้เป็นใหญ่,วรรธนะ=งอกงาม)
อัญเชิญ เฉลิมฉัตร.................ทศรัช เถลิงหรณ์(ทศ=สิบ,รัช=ราชสมบัติ,หรณ=การนำไป)

    สมเด็จ พระเจ้าฟ้า...............วชิรา อลงกรณ์
องอาจ ประสาธน์พร................อดิสร พิสิฐฐาน(ประสาธน์=ทำให้สำเร็จ,พิสิฐ=ประเสริฐ)

    ศูนย์รวม มโนมัย.................นรไทย ประชาบาล(มโนมัย=สำเร็จด้วยใจ)
เย็นสบ สงบศานติ์...................บริพาร เกษมศรี

    ครององค์ ประสงค์กรรม์........คุณะธรรม์ และความดี
ปรากฎ ธ ยศมี........................ปฏิสัม ภิทาเธียร(ปฏิสัมภิทา=ปัญญาแตกฉาน,เธียร=นักปราชญ์)

    ศาสนู ปถัมภก.....................ศิระปก พสกเศียร
ธำรง พระองค์เพียร..................ปุระพัฒน์ ประเพณี(ปุระ=เมือง)

    สมเกียรติ สกลไกล...............สุระใน พระทัยมี(สุระ=ผู้กล้าหาญ,เทวดา,ทิพย์)
จำรัส สวัสดี............................วรนาถ พิลาสพรหม(วร=เลิศ,นาถ=ผู้เป็นที่พึ่ง)

    แซ่ซ้อง ธ ครองเรข...............อภิเษก ถวัลย์สม(เรข=งาม,ถวัลย์=ทรง,ครอง,ใหญ่)
อิฏฐา ประชาคม.......................รติรมย์ นิยมคง(อิฏฐ-=น่าปรารถนา,รติ=ความยินดี,ความรัก)

    ทวยข้า ทบวงราษฎร์..............อภิวาท ประจงลง
ทูลขอ พระองค์ทรง...................พระเจริญ ถวาย(พระ)พรฯ

 ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

๒ ธันวาคม ๒๕๕๙

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ความหนาวเคล้าความคิด : โคลงสี่สุภาพ



ความหนาวเคล้าความคิด : โคลงสี่สุภาพ

๑. เสียงลมพัดแมกไม้.......................รัชนี(รัชนี=กลางคืน)
ประหนึ่งเสียงดนตรี........................กล่อมด้าว
เป็นสัญญาณสัญญี........................กระซิบบอก
ฤดูหนาวล่วงก้าว...........................เริ่มเข้ามาเยือนฯ

๒. กลางคืนนอนห่มผ้า.......................ผืนหนา
กลางวันหาเวลา.............................แดดส้อง
หมั่นดูแลสุขภา-.............................วะผลัด
อากาศเปลี่ยนแปลงต้อง...................รู้รับปรับตนฯ

๓. เป็นคนควรใคร่คล้อง......................ความคิด
เพิ่มคุณค่าชีวิต...............................เพริศ พล้ำ
ก่อกุศลเนืองนิตย์............................ประโยชน์
ปราศจากโทษล่วงล้ำ.......................หลีกพ้นมลทินฯ

. พักผ่อน-นอน-กิน ให้......................พอดี
มากเกินพาพุงพี...............................อ้วนท้วน
บ่เพียงพอจะมี.................................เจ็บป่วย
ตนอำนวยเองล้วน............................หาได้เพราะใครฯ

. ใส่ใจในความรู้................................วิทยา
เพื่อมุ่งหาเงินตรา..............................ก็ได้
หลีกเลี่ยงภัยพยา-.............................ธิส่ำ
ดำรงชีวันให้.....................................ถูกต้องทำกรรมฯ

๖. ศีลธรรมคือเครื่องชี้...........................ทิศา
หลักดำเนินชีวา.................................เพริศแพร้ว
ยึดถือสิ่งสัมมา..................................ปฏิบัติ
จะขจัดเวรกรรมแคล้ว..........................ไร้ทุกขทรมานฯ

. แรงบันดาลใจเอื้อ.............................สัมฤทธิ์
ประสาธน์วิเศษสิทธิ์.............................เลิศล้ำ
ศรัทธาสู่อุทิศ.....................................สัจจะ
วิริยะ(เป็น)เภตรากล้ำ...........................เผด็จเป้าหมายปองฯ

๑ ธันวาคม ๒๕๕๙

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เรื่องท้าทายในชีวิต : กลอนคติชีวิต



เรื่องท้าทายในชีวิต : กลอนคติชีวิต


    สกุณา สิ้นเสียง สำเนียงแจ้ว..................จากรวงรัง หวังแล้ว ซึ่งอาหาร
สองปีกกล้า ท้าผจญ ลมฝนพาน.................แดดร้อนลาญ เรี่ยวแรง แข็งขืนใจ

    เลี้ยงปากท้อง ข้องลด ความอดอยาก......ช่างลำบาก ชักพา ชีวาให้
ข้ามอุปสรรค หลากล้น หนทางภัย...............เรื่องท้าทาย ในวิถี ทุกชีวัน

    สุขภาพ พลานามัย ที่แข็งแกร่ง...............เป็นเส้นแบ่ง มรณา และสุขสันติ์
(ความ)รักสบาย ไม่อยาก เหนื่อยยากกัน.......ขัดขวางจิต คิดขยัน ออกกำลัง

    เรื่องวิชา ความรู้ ต้องสู้ทน......................เล่าเรียนจน บ่นเบื่อ เหลือใจฝัง(เหลือใจ=สุดกำลัง)
ผลสัมฤทธิ์ วิทยา ท้าทายยัง.......................คนเรียนตั้ง แต่อดีต ถึงปัจจุบัน

    ความเจริญ ก้าวหน้า ในอาชีพ..................ต่างเร่งรีบ สำเร็จ เผด็จฝัน
มีทรัพย์สิน เงินทอง ปองอนันต์....................ยศ-ศักดิ์-สรร เสริญล้วน ชวนท้าทาย

    สร้างครอบครัว คู่ครอง ผองเครือญาติ........รัก-สามัคคี ไม่วิวาท ต่างมาดหมาย
แต่แค่คิด คบกัน ยังอันตราย........................ที่ระทม ล้มตาย มากมายมี

    สรรพสิ่ง วิ่งวน เที่ยวค้นหา.......................ด้วยหวังว่า จะบรรลุ ความสุขี
กลับประสบ ทุกข์ตรม ถมฤดี........................ไม่น้อยที่ ยิ่งแส่ แย่กว่าเดิม

    กี่คนเล่า เข้าใจ ในชีวิต?..........................กี่คนคิด พิจารณา จะริเริ่ม?
อยู่จนแก่ จนเฒ่า โง่เขลาเติม.......................ดีแต่เพิ่ม ปัญหา ให้ท้าทายฯ

๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๙