ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่คิดประสงค์ ผลงานเหล่านี้ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่ ( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ

วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2560

ลดความเห็นแก่ตัว : กาพย์สุรางคนางค์๒๘



ลดความเห็นแก่ตัว : กาพย์สุรางคนางค์๒๘

    .....................................หอมกลิ่น เกสร
นุ่มนวล อวลอ่อน..................ตื่นนอน อุษา(อุษา=รุ่งเช้า)
สุนทรี วิหค.........................ยกพล สนทนา
พร้อมเพรียง โสภา...............ประสาน ดนตรี

    .....................................ยืดเส้น ยืดสาย
กระตุ้น ร่างกาย....................ให้ขมัน ขมี
เตรียมพร้อม ทำงาน..............ประสบการณ์ ชีวี
ใหม่ๆ มากมี........................ทวี เข้ามา

    ......................................ให้ครุ่น ให้คิด
สัจจะ ชีวิต...........................อุกฤษฏ์ แสวงหา(อุกฤษฏ์=สูงสุด)
ทำความ เข้าใจ.....................ใส่ใจ พิจารณา
จึงได้ วิชชา..........................ปัญญา อากร(อากร=บ่อเกิด)

    .......................................พิจิตร อิฏฐผล(อิฏฐผล=ผลที่น่าปรารถนา)
แคลนขาด ขัดสน...................บนโลก สะท้อน
สัตว์จึง แก่งแย่ง.....................แข่งขัน ราญรอน
หวงทรัพ (พะ)ยากร................ไว้กับ ตัวเอง

    ........................................ยิ่งเห็น แก่ตัว
ยิ่งเขลา เมามัว.......................ชั่วโหม ข่มเหง
เบียดเบียน เพียรทัณฑ์.............ฆ่าฟัน กันเอง
บาปธรรม์ บรรเลง....................เร่งโลก โศกตรม

    .........................................ลดเห็น แก่ตัว
หยุดทำ ความชั่ว......................เมามัว สะสม
ก่อนสาย โลกสิ้น......................ชีวิน เสื่อมซม
ทุกขา ระทม............................ถมท่วม ปัถพินฯ

๒๕ มีนาคม ๒๕๖๐

วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560

ไดโนเสาร์เต่าล้านปี : กลอนคติสอนใจ



ไดโนเสาร์เต่าล้านปี : กลอนคติสอนใจ

    หลังสมัย ไดโนเสาร์ โลกเรานี้.................สัตว์ไพรเมต(Primate) เริ่มมี วิวัฒนาการ
เป็นสารพัด สัตว์-คน บนพื้นฐาน.................เปลี่ยนรูปร่าง สังขาร ตามกาลเวลา

    แต่ความคิด จิตใจ แทบไม่เปลี่ยน.............ยังวนเวียน กระสัน แกร่งตัณหา
ใช้วิถี ชีวิต อนิจจา..................................ขาดปัญญา ความรู้ คู่ดวงแด

    เสพรูป-รส-กลิ่น-เสียง เคียงสัมผัส............หลงกำหนัด-อัตตา ตามกระแส
สัญชาตญาณ ดันผลัก มิพักแปร.................ติดนิสัย ใจแส่ เห็นแก่ตน

    ผู้ฉลาด ปราชญา ปัญญาเปิด...................เห็นศีลธรรม ล้ำเลิศ เทิดกุศล
เพียรพฤติกรรม สัมมา สาธุชน....................สำนึกความ เป็นคน พ้นสัตว์ปวง

    มุ่งประโยชน์ ประสิทธิ์ ชีวิตสร้าง...............ลด-ละ-ล้าง อกุศล หวังผลสรวง
มิเบียดเบียน ผู้ใด ให้ขื่นทรวง....................หยุดหลอกลวง ทำร้าย ไคลราคี

    ฝืนสัญชาต (ตะ)ญาณ สันดานสัตว์............หยุดกำหนัด อัตตา จรรยาศรี
สำนึกคิด ผิด-ชอบ กรอบชั่ว-ดี....................มโนธรรม งามมี มิมัวเมา

    (แต่)คนทุจริต จิตโฉด กลับคดคิด.............คำประดิษฐ์ มิจฉา (หา)ว่าไดโนเสาร์
เชิดชูสัญ ชาตญาณ สะคราญเพรา...............กิเลสเร้า ร้อนรน ยลเยี่ยมมี

    ทำตามใจ ของตน เป็นที่ตั้ง.....................แทบคลุ้มคลั่ง กำหนัด เกินบัดสี
พิสูจน์ใคร (คือ)ไดโนเสาร์ เต่าล้านปี............ด้วยวิถี ชีวิต ผิด-ถูกเทอญฯ

๒๔ มีนาคม ๒๕๖๐

วันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2560

ความรู้และความดี : กาพย์ยานี๑๑



ความรู้และความดี : กาพย์ยานี๑๑

    ค่ำมา ฟ้าใสมาก.......................เมฆาพราก เพราะลมหนาว
พร่างพราย ประกายดาว.................เด่นสกาว พราวพิมล

    สรรพสิ่ง ที่เป็นไป.....................ย่อมมิไร้ ซึ่งเหตุผล
วิถี ชีวิตคน.................................ก็อยู่บน กลไกเดียว(กัน)

    สุข-โศก โชคชะตา....................คล้องกรรมา อย่างแน่นเหนียว
ความผิด เพียงนิดเดียว..................ส่งผลเทียว (จง)เฉลียวใจ

    ทำดี ทีละน้อย..........................ทำบ่อยๆ พลอยหลั่งไหล
ท่วมท้น ล้นหลาก;ใน....................ภายภาคหน้า สนองมี
 
    ศรัทธา ต่อสัจจะ........................อุตสาหะ ประเสริฐศรี
ศีลธรรม คุณความดี.......................คือที่มา (ของ)สุขารมณ์

    ความรู้ ต้องไขว่คว้า....................มีปัญญา ถ้าเพียรบ่ม
สัมมา ค่านิยม...............................เป็นร่มไทร ไปพัฒนา

    อยากประสบ ความสำเร็จ.............ต้องตั้งเจต แสวงหา
อยากมี สุขชีวา..............................ต้องเลิกรา เหล่าอบาย(มุข)

    ความรู้ คือลู่ทาง.........................ก้าวหน้าสร้าง สล้างสยาย
อยู่เย็น เว้นวางวาย.........................ล้วนอาศัย ใฝ่รู้เอยฯ

๒๓ มีนาคม ๒๕๖๐

วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2560

ต้องฟื้นผืนป่า : กาพย์สุรางคนางค์๓๒



ต้องฟื้นผืนป่า : กาพย์สุรางคนางค์๓๒

    บุษบา ส่วนใหญ่.......................บานได้ วันเดียว
ก็แห้ง ก็เหี่ยว..............................ร่วงโรย หลุดหาย
รอดอก ใหม่มี..............................แทนที่ ผลิพราย
สวยสี สยาย................................มากมาย ก่ายกอง

    บุปผา มักออก...........................ดกดอก ตามฤดู
บานแล้ว ล่วงสู่.............................ผลิตผล ดลสนอง
เพื่อแพร่ เมล็ดพันธุ์.......................พงศ์สัณฑ์ ครรลอง
ไพรปก โลกป้อง...........................อุดม สมบูรณ์

    แต่ว่า ป่าไม้...............................ก็ไม่ สามารถ
ต้านทาน การพิฆาต.......................ตัดถาง มล้างสูญ
ความโลภ ของคน.........................อกุศล พ้นพูน
เหยียบย่ำ จำรูญ...........................มูลเหตุ เภทภัย

    ปราศป่า ซับน้ำ..........................ฝนซ้ำ หน้าฝน
ก็ท่วม ก็ท้น..................................จนน้ำ เนตรไหล
หน้าร้อน ก็แล้ง.............................น้ำแห้ง เหือดไคล
ไม่มีกิน มีใช้.................................คล้ายนรก โลกันตร์

    สร้างเขื่อน เกลื่อนกลาด...............แต่ขาด ป่าไม้
บ่มี น้ำไว้.....................................ให้เก็บ กักผัน
ปีไหน น้ำมาก...............................ก็หลาก ท่วมพลัน
ระบาย ไม่ทัน................................บันดาล ทุกข์ทน

    ระบบ นิเวศน์..............................ปฏิเสธ ไม่ได้
ต้องมี ป่าไม้..................................ไพรสัณฑ์ พันธุ์สณฑ์
หยุดคิด โลภมาก............................อยากแต่ ประโยชน์ตน
โลกจะร้อน เร่ารน............................จนคน ล้มตายฯ

๒๒ มีนาคม ๒๕๖๐

วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560

อุตส่าห์ทำดี : กาพย์ฉบัง๑๖



อุตส่าห์ทำดี : กาพย์ฉบัง๑๖

    ทำดีกับใครบางคน...................เหมือนไม่มีผล
เพราะ(ทำกับ)คนนั้นขาดสัตย์ศีล์

    แต่ผลของการทำดี................ไม่ใช่ไม่มี
ด้วยเป็นวิถีธรรมดา

    ทำดีมีบุญวาสนา.................ตอบสนองคืนมา
แด่สาธุชนคนชาญ

    ทำดีกับคนกมลพาล.................อย่าได้รำคาญ
ถือเป็นเช่นทานเถิดหนอ

    คนพาลสันดานซ่านก่อ................โฉดฉลล้นออ
จดจ่อแต่เห็นแก่ตน

    ตั้งค่าตัวเองสูงล้น................เหนือดื่นอื่นชน
สนใจเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว

    แคบทรวงหวงแหนแน่นเหนียว..................ยากเสียสละเทียว
ไม่เหลียวแลใครอื่นเขา

    กับคนคิดแต่แค่จะเอา...................ส่วนตัวมัวเมา
อย่าเฝ้ารอผลตอบแทน

    (คน)ทำดีมิควรเครียดแค้น.................ป่าเถื่อนเหมือนแม้น
สิแร้นแค้นบุญกุศล

    อุตส่าห์ชำระดวงกมล.................ให้เกินกว่าคน
จนมีวิเศษกิเลสผลาญ

    เป็นคนมีค่าอัประมาณ................เผื่อแผ่สาธารณ์
สร้างสานสวรรค์พันธาฯ(พันธา=พันธะ)

๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐

วันจันทร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2560

ลักษณะของคน : กลอนคติชีวิต



ลักษณะของคน : กลอนคติชีวิต

    หลักสัจธรรม สำคัญ พันธ์โลกนี้.......................แมว-หมามี เขี้ยวแหลม แย้มนิสัย
(เป็น)สัตว์กินเนื้อ เหยื่อล่า หาใส่ใจ.....................จะทำให้ ใครตาย วายชีวัน

    วัว-ควายไม่ มีเขี้ยว เพราะเคี้ยวหญ้า.................บ่เข่นฆ่า ผู้ใด ให้อาสัญ
เขาคู่โง้ง คงไว้ ใช้สู้กัน.....................................และฟาดฟัน ศัตรู ผู้คุกคาม

    อาจจำแนก แจกแจง แบ่งคนได้.......................ด้วยจริต นิสัย ไขหลากหลาม
เอาลักษณะ โดดเด่น เป็นนิยาม..........................ใช้ติดตาม วิเคราะห์ เฉพาะคน

    เทียบการทำ (กับ)คำพูดจา ก็สามารถ................รู้จิตใจ ใครสะอาด/ชาติฉ้อฉล
ดูสีหน้า ท่าทาง ของบางตน...............................ก็ล่วงรู้ ทุรชน หรือคนดี

    ใครโลภมาก ลักษณา จะปรากฏ.......................บ่อาจปด บดบัง ดั่งแสงสี
ความโลภมาก จักกระจาย ผายท่าที.....................ว่าฤดี นี้โลภ ประสบรอย

    ใครราคะ จริต ปิดไม่ได้...................................ราคะคล้าย ไฟแผลง แฝงพลุ่งพร้อย
แรงตัณหา ลามก สกปรกคอย-............................ท่าทยอย ปล่อยปลด มิลดรา

    ใครโทสะ จริต จิตใจหยาบ...............................เสมือนอาบ ด้วยพิษ พาลมิจฉา
ความโหดร้าย ทารุณ หนุนมนา............................ให้เดือดดาล ปานว่า ไฟป่าเป็น

    ส่วนโมหะ จริต จิตหลงใหล..............................ด้วยอุดม งมงาย ในโลกเห็น
ขาดซี่งเหตุ และผล กระมลเจน............................ความรู้หา ละเว้น เร้นวิชชา

    คนที่มี ดีงาม ตามสดับ....................................ย่อมพบกับ ความดี มากมีค่า
ทรงคุณธรรม งามยล ล้นปัญญา...........................ผ่านหน้าตา ท่าทาง กระจ่างเอยฯ

๒๐ มีนาคม ๒๕๖๐

วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560

เจอเรื่องแย่ๆ : กลอนหก




เจอเรื่องแย่ๆ : กลอนหก

    หน้าร้อน ถ้าไม่ มีลม..........................ระบม อบอ้าว=ป่าวขาน
ระวัง พายุ ลุลาญ.................................ล้างผลาญ บ้านช่อง เรือนชน

    เปิดประตู สู่ ฤดูร้อน...........................ซับซ้อน ด้วยลม และฝน
สิ่งส่ำ ธรรมดา ประจญ...........................สร้างผล กระทบ ครบครัน

    (คนที่)พบเจอ กับเรื่อง แย่ๆ.................ไมใช่ (มี)แค่เรา เท่านั้น
คนอื่น ดื่นเป็น เช่นกัน............................(เพราะเป็น)วิถี ชีวัน ครรลอง

    (คิดเสียว่า)สัตว์บน โลกกว้าง ทั้งหมด.....มีกฎ แห่งกรรม ตามสนอง
เรื่อง(ยุ่ง)ยาก มากมาย ก่ายกอง................ตรึกตรอง (อาจเป็น)อดีตกรรม ตามเรา

    พลัดเผลอ เจอคน แย่ๆ........................ลองแล แค่คน ล้นเขลา
ละเว้น เร้นชั่ว มัวเมา..............................เป็นธรรม์ บรรเทา โศกา

    ประคอง จิตใจ ให้สงบ.........................สยบ ประสบพันธ์ ปัญหา
ปัญหา แก้ด้วย ปัญญา............................มิใช่ วุ่นว้า อาวรณ์

    เรื่องแย่ แค่ไหน ให้สุจริต......................ครุ่นคิด ทางออก ยอกย้อน
ใจหนัก แน่น=แก่น อากร.........................ราญรอน เทวษ เภทพล

    เรียนรู้ ไม่อยู่ อย่างประมาท....................ธรรมชาติ มีเหตุ มีผล
มักไม่ เหมือนใจ ของคน..........................ที่ท้น โลภ-อยาก มากมาย

    ไม่แย่ แค่เพียร เปลี่ยนปรับ.....................ยอมรับ กับความ เสียหาย(ถ้ามี)
อดทน จนกว่า จะกราย.............................ดั่งสาย ลมพัด ปัถพินฯ

๑๙ มีนาคม ๒๕๖๐