ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่คิดประสงค์ ผลงานเหล่านี้ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่ ( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

ดูลายมือดูชีวิต : กาพย์ยานี๑๑



ดูลายมือดูชีวิต : กาพย์ยานี๑๑

    ลายมือ คือแผนที่......................ของชีวี มีเหตุ-ผล
เวรกรรม์ บันดาลดล.......................ประจญโลก โชคชะตา

    ทำนาย ทายทักชี้.......................ถึงโชคดี มีวาสนา
ขัดสน-ล้นโภคา.............................มีปัญหา ประสบภัยฯลฯ

    คิดสู่ รู้จักคน..............................ลายมือยล ค้นนิสัย
ซื่อตรง ทรงจิตใจ...........................หรือสาไถย ไร้ศีลธรรมฯลฯ

    วิถี เส้นชีวิต................................ลิขิตคู่ เส้นอุปถัมภ์
บ่งว่า ตกระกำ................................ลำบากทุกข์-สุขสบายฯลฯ

    เส้นสมอง ส่องปัญญา...................เส้นวาสนา ฐานะสยาย
ร่ำรวย-ล้มละลาย.............................ต้น-บั้นปลาย ในกิจการฯลฯ

    ดี-ชั่ว เส้นหัวใจ............................เผยว่าใคร สาไถยขาน
พิสุทธิ์ ผุดผ่องมาน..........................มั่นคง-คลอน จิตอ่อนแอฯลฯ

    ลายมือ คือข้อไข..........................ชีวีไซร้ ไร้เที่ยงแท้
ทำดี (ชีวิต)ดีขึ้นแล..........................ทำชั่วแพ้ แก่กรรมเวร

    ธรรมชาติ มอบปัจจัย......................ปรากฏให้ พิสูจน์เห็น
ชีวี มีกฎเกณฑ์.................................เป็นประจักษ์ หลักฐานเอยฯ

๒๖ กันยายน ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559

บ่อเกิดความดี : กลอนสี่



บ่อเกิดความดี : กลอนสี่

    บ่อเกิด ชีวิต.....................วิจิตร โลกนี้
คือฝน ชลธี..........................กีรติ สร้างมา(กีรติ=เกียรติ)

    แดดสาย ปลายฝน.............สุริยน เจิดจ้า
รจเรข เมฆา..........................คณนา ระคน(รจเรข=งาม)

    ชุ่มชื้น ผืนดิน....................ชีวิน ไพรสณฑ์
พัฒนา พิมล.........................จนอุดม สมบูรณ์

    เหมือนกมล คนดี................มีกุศล เป็นศูนย์(กลาง)
ศีลธรรม (จึง)จำรูญ................เพิ่มพูน พิทยา

    บ่อเกิด ความดี....................ที่งาม ล้ำค่า
(คือ)กุศล เจตนา....................มิต้องหา จากไหน

    ดวงจิต คิดดี.......................(เป็น)พีรพัฒน์ ปัจจัย(พีระ=ผู้กล้า)
งอกงาม นำให้.......................ก้าวไกร (ใน)ความดี

    ทำนุ กุศล..........................หนทาง สร้างศรี(ศรี=ความรุ่งเรือง)
ให้มาก ให้มี...........................(ให้)ชีวี พิราม(พิราม=งาม)

    ทำดี ปรีชา..........................โสภา สง่างาม
สุขล้น ผลหลาม.......................พร้อมความ ผ่อนคลาย

    อุรา เอิบอิ่ม..........................เปรมปริ่ม เพริศผาย
ชีวา สบาย...............................ง่ายดาย ดุษฎี

    ด้วยกฎ แห่งกรรม..................ดำรง วิถี
ทำดี ได้ดี................................เท่านี้ วิเศษเอยฯ

๒๕ กันยายน ๒๕๕๙

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2559

หาความสุขจึงทุกข์เข็ญ : กลอนหก



หาความสุขจึงทุกข์เข็ญ : กลอนหก

    เพียงสองมือ ถือของได้...................ยังโลภใคร่ มากมายขน
เก็บกองไว้ ในเรือนวน........................ตลอดจน ฝากธนาคาร

    เพียงมนุษย์ มีสุจริต.........................ก่อกรรมกิจ มิผิดพล่าน
ไม่ยากเข็ญ เย็นประมาณ.....................เสพสำราญ สุขสัญญี

    แต่เพราะใจ ไพร่ทุจริต......................โฉดฉลคิด จิตบัดสี
บาปหยาบช้า ก่อราคี...........................จึงทุกข์มี ถ่วงชีวัน

    เห็นอะไร อยากได้หมด......................ใจจับจด จ่อกระสัน
จะสุขี เมื่อมีมัน...................................จึงสำคัญ อวิชชา

    เมื่อคนเรา มัวเมาขลุก........................หลงความสุข จึงทุกขา
ความอยากยัง บังปัญญา.......................สร้างปัญหา เสียด(แทง)กระมล

    หยุดแสวงหา(ความสุข) จะเห็นจริง.......ใจหยุดนิ่ง ยิ่งยวดผล
หยุดถวิล หยุดดิ้นรน.............................บันดาลดล สุขสันตี

    ครอบครองตาม ความจำเป็น.................เปลื้องลำเค็ญ เป็นวิถี
ไม่ต้องอยาก มากมายมี.........................รักษชีวี นิรามัย(นิรามัย=เป็นสุขสบาย)

    ลดปัจจัย ไปเป็นทุกข์..........................ย่อมเพิ่มสุข สวัสดิ์ได้
ลดตัณหา จากหทัย...............................จะแจ่มใส ง่ายดายเอยฯ

๒๔ กันยายน ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559

อดทน-พยายาม : กลอนแปด



อดทน-พยายาม : กลอนแปด

    ในยามที่ ชีวา ชะตาขัด.................สารพัด ปัจจัย ปันภัย-เข็ญ
ทำอะไร ไม่ได้ ควรใจเย็น.................ค่อยๆเป็น ค่อยไป คลายดิ้นรน

    ทำเท่าที่ ทำได้ กันไปก่อน............จะเดือดร้อน ไปใย เมื่อไร้ผล
สงบจิต สงบใจ ให้อดทน..................และอดทน จนกว่า จะเห็นทาง

    พยายาม ทำการ อย่างขันติ............ความเริ่มริ ใหม่ๆ อันใดบ้าง
ที่จะพอ ขยาย ให้ความกระจ่าง...........หาความรู้ สู่สร้าง อย่าวางมือ

    มิอาจเพิ่ม รายได้ ก็ให้ลด...............รายจ่ายฟุ่ม เฟือยปลด จดจ่อถือ
มิอาจก้าว หน้าไว อะไรคือ..................สิ่งถ่วงช้า หารือ ให้หลุดไป

    พฤติกรรม (การ)ทำตัว หัวใจหลัก.....อุปสรรค มากมี เพราะนิสัย
โดยเฉพาะ ชอบทำ ตามจิตใจ.............โดยที่ไม่ คำนึง ถึงคุณธรรม

    คนคิดดี ทำดี->ชีวีรุ่ง......................คนคิดร้าย ใจมุ่ง มโนต่ำ
คอยคิดรุด ทุจริต ผิดศีลธรรม...............ย่อมตกต่ำ ตามเวร เป็นธรรมดา

    คนดีย่อม เรียนรู้ อย่างรวดเร็ว............ส่วนคนเลว ดิ้นรน กระสันหา
ไม่เชื่อกฎ เวรกรรม ค้ำโลกา.................ไม่นำพา จะพลาด โอกาสดี

    ความอดทน พยายาม ไม่ลำบาก.........ทำไม่ยาก หากใจ ประไพศรี
หวังพบพาน สิ่งเพริศ ประเสริฐมี.............เลือกวิธี (ทำ)ดีเถิด ประเสริฐเอยฯ

๒๓ กันยายน ๒๕๕๙

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559

ไม่ได้-ไม่เป็น : กาพย์สุรางคนางค์๒๘



ไม่ได้-ไม่เป็น : กาพย์สุรางคนางค์๒๘

    .....................................(สิ่งที่)ผ่านหู ผ่านตา
เหลือจะ คณนา.....................พาจิต พิสมัย
เท่าไร ที่รัง?.........................สมหวัง ดั่งใจ(รัง=เป็นที่)
สูญเปล่า เท่าไร?...................เนื่องใน ชีวา

    ......................................ประสบ พบเห็น
(สิ่ง)ไม่ได้ ไม่เป็น..................เฉกเช่น ปรารถนา
(จง)เข้าอก เข้าใจ..................ในกฎ กรรมา
คือโชค ชะตา........................ชีวา กระทำ

    .......................................ไม่อยาก ลำเค็ญ
อยากสบ สงบเย็น...................เฟ้นจิต คิดขำ(ชำ=มีลักษณะที่ชวนให้ชอบ)
บางสิ่ง ต้องสละ.....................เพื่อจะ พานำ
(ชีวิต)สู่ความ เลิศล้ำ...............(เพื่อ)ระกำ ทำลาย

    ........................................ไม่ได้(ดั่งใจ) ก็ดี
ลองคิด ดูที............................ชีวี มิเสียหาย
หากได้(แล้ว) ให้ดาล...............รำคาญ วุ่นวาย
สิอย่า เยี่ยมกราย.....................มาให้ ได้(ดั่งใจ)เลย

    .........................................ไม่เป็น(ดั่งปรารถนา) ก็ได้
จรดจำ ทำใจ...........................ให้ชิง นิ่งเฉย
พอใจ เท่าที่............................มี-เป็น เช่นเคย
ก็สุข เสบย..............................มิเอ่ย อาวรณ์

    ..........................................สันติ ชีวัน  
อย่ามัว ใฝ่ฝัน...........................หวังสวรรค์ สรรค์สร(สร=ทิพย์)
ทำเอง ก็ได้..............................ทำใจ ให้จร
จากความ อาทร.........................ตัณหา อารมณ์ฯ

๒๒ กันยายน ๒๕๕๙

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559

ความรักคือการให้(ยังไง?) : กาพย์ยานี๑๑



ความรักคือการให้(ยังไง?) : กาพย์ยานี๑๑

    ความรัก คือการให้....................แต่ไม่ใช่ ให้ทุกอย่าง
ให้จน หมดหนทาง.......................ทำลายล้าง ชีวิตตน

    ขอบเขต ของการให้..................จงใส่ใจ ในเหตุผล
ประคับประคอง ทั้งสองคน..............ยืนอยู่บน กุศลกรรม

    อย่าให้ (จน)ใครคิดชั่ว................เห็นแก่ตัว หัวคิดต่ำ
คอยพึ่ง พาประจำ.........................โดยไม่มี ความละอาย

    รักใคร่ ให้เสียสละ......................แต่จะต้อง (ทำ)ทั้งสองฝ่าย
(ไม่ใช่)คนหนึ่ง ทำแทบตาย............อีกคนดูดาย เอาเปรียบกัน

    ให้อย่าง รู้ยั้งคิด.........................เพื่อมีชีวิต ที่สุขสันติ์
รักษา ศีลธรรม์..............................ความสัมพันธ์ ย่อมบันเทิง

    ให้ความ ปรารถนาดี....................คือวิถี รักเถลิง
โลกกว้าง ย่อม(รู้สึก)ว้างเวิ้ง.............หาก(ต่างฝ่าย)ระเริง เห็นแก่ตัว

    ให้อย่าง ไม่สุจริต........................หวังผลสิทธิ์ ติดในหัว
คือ(การ)ให้ อย่างใจชั่ว....................อย่าเมามัว นึกสรรเสริญ

    ให้ของ ที่ควรให้..........................อย่าตรองไตร่ แต่(ของเหลือ)ส่วนเกิน
(การ)พัฒนา จะดำเนิน.....................เจริญจิต พิสิฐเอยฯ(พิสิฐ=ประเสริฐ)
   
๒๑ กันยายน ๒๕๕๙

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2559

อุปธิค่านิยม : กลอนเปล่า



อุปธิค่านิยม : กลอนเปล่า

    แสงนวลทอง ของสุริโยทัย
แปรผันการหลับใหล จนไร้ซึ่งรสสิเน่หา
ความสว่างย่างผ่านเปลือกตา(ที่ปิดสนิท)
ปลุกสติสัมปชัญญะ คืนกลับมีมาเหมือนเดิม

    เมฆสีเทาเบาบาง แผ่กว้างคลุมพื้นนภดล
เช้าวันนี้จึงวิมล แม้อาจจะมีฝนตอนสายๆ
ลมแผ่วเบาเป่าพัด มิคลาดคลาย
สร้างความเย็นสบาย ให้ฤดูร้อนชื้นอย่างกลืนกลม

    แม้ว่าจะเป็นวันหยุด
ทว่าใจมนุษย์หาหยุดนิ่งไม่
หากแต่ยังดิ้นรน กระเสือกกระสน วนเคลื่อนไหว
เพื่อให้ได้ ซึ่งสิ่งที่ตั้งความปรารถนา

    ความจริงคือ
หัวใจอยากกระหายอยู่เสมอ
ท้นเท้อด้วยแรงผลักดันแห่งตัณหา
คอยขับเคลื่อน ชรริน จินดา(ชรริน=ประดับ)
ในคราบของอัตตา เป็นอาภรณ์

    เมื่อถูกความอยากคอยผลักไส
จิตใจจึงห่างหาย จากสภาวะสันติ
ความไม่รู้ซึ้งถึงสัทธรรมชำนิ
จึงเกิดดำริ ก่ออุปธิค่านิยม(อุปธิ=กิเลส)

    ยกย่องความร่ำรวย-ยศ-ศักดิ์ และอำนาจ
ปรารถนาอยากมีอยากได้ใคร่สะสม
โอ้อวดตัวตน เหนือผู้คนในสังคม
แสดงความคิดโง่งม จิตใจโสมม ออกมา

    ที่แท้เป็นเพียงแค่คนสามัญ
กระเสือกกระสัน ยึดมั่นต่อตัณหา
หลงยึดติดต่อมิจฉาสภาวะ อันเป็นภาพลวงตา
ปราศจากประโยชน์และโฉดฉลคุณค่า
สะท้อนสติปัญญาระดับโลกีย์ฯ
   
๒๐ กันยายน ๒๕๕๙