กลอนธรรมะ กลอนคติชีวิต กลอนคติเตือนใจ กลอนคติสอนใจ กลอนสุภาษิต บทความจรรโลงใจ
ผลงานของชายคนหนึ่งซึ่งนอกจากตามหลักสูตรของโรงเรียนแล้ว ต้องเรียนรู้ศึกษาหาความรู้เอง ทั้งหลักธรรมและการประพันธ์ ชอบคิด-วิเคราะห์-สรุปบทเรียนใหม่เป็นประจำ แล้วบันทึกไว้เป็นบทกวีเพราะมิเช่นนั้นจะลืมบทเรียนเก่า คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง จึงโพสต์สู่สื่อสาธารณะ
ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน
สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้
วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2569
วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2569
วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2569
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569
วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569
ค่าครองชีพสูง ทำคนไทย 32.83% ต้องลดมื้ออาหาร
เมื่อวันที่ 10 ก.ย. พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อและบริโภคอาหารของประชาชน โดยเฉพาะเมื่อราคาวัตถุดิบ ค่าเดินทาง และต้นทุนการขนส่งปรับตัวสูงขึ้น ประชาชนอาจต้องปรับลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร เลือกซื้ออาหารที่มีราคาถูกลง หรือลดการบริโภคอาหารบางกลุ่ม ซึ่งอาจส่งผลต่อความหลากหลายและคุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่ได้รับ กรมอนามัยจึงสำรวจความคิดเห็นของประชาชนผ่าน “อนามัยโพล” เรื่อง “ใช้ชีวิตยังไง ในยามยากลำบาก” ระหว่างวันที่ 1-31 ก.ค. 2569 มีผู้ตอบแบบสำรวจ 941 พบว่า สถานการณ์ที่กระทบต่อการกินหรือการซื้ออาหารมากที่สุด คือ ราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่สูงขึ้น คิดเป็น 46.23% เงินเฟ้อและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น 30.29% ส่วนกลุ่มอาหารที่ผู้ตอบระบุว่าหาซื้อยากหรือซื้อได้น้อยลง ได้แก่ เนื้อสัตว์ 29.76% น้ำมันประกอบอาหาร 26.35% และไข่ 21.15% นอกจากนี้ยังมีอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารแปรรูป ผลไม้ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ข้าว แป้งหรือเส้นต่าง ๆ และผัก
สำหรับสาเหตุที่ทำให้กินอาหารที่มีประโยชน์ได้ยากขึ้น คือ อาหารราคาแพง 63.76% รองรายได้ลด 36.66% หาซื้ออาหารได้ยาก 17.22% เดินทางไปซื้อยาก 15.83% และทำอาหารไม่เป็น 10.10% ขณะเดียวกัน ผู้ตอบระบุว่ามีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินบางส่วน โดยลดการบริโภคอาหารบางกลุ่ม ได้แก่ ขนมขบเคี้ยว ขนมหวาน และไอศกรีม 47.29% อาหารสำเร็จรูปหรืออาหารแปรรูป 46.12% และเครื่องดื่มรสหวาน 43.36% สำหรับการปรับตัวเรื่องการกิน พบว่า ส่วนใหญ่เลือกซื้ออาหารที่ราคาถูกลงหรือซื้อช่วงลดราคา 64.82% ทำอาหารกินเองมากขึ้น 37.51% ปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง 33.58% ขณะที่ระบุว่าลดจำนวนมื้ออาหารหรือกินน้อยลง 32.83% ลดการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน 25.71% และซื้ออาหารครั้งละมากขึ้นเพื่อเก็บไว้ 18.49%
อย่างไรก็ตาม กรมอนามัยแนะนำประชาชนกินดีในงบจำกัดด้วยการวางแผนเมนูและรายการซื้อ เลือกวัตถุดิบตามฤดูกาลและที่หาได้ในท้องถิ่น เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ และเลือกแหล่งโปรตีนที่มีราคาเหมาะสม เช่น ไข่ เต้าหู้ ถั่ว และเนื้อสัตว์ พร้อมเพิ่มผักและผลไม้ตามฤดูกาล หากสามารถทำอาหารกินเองได้จะช่วยวางแผนค่าใช้จ่ายและเลือกส่วนประกอบของอาหารได้เหมาะสมมากขึ้น ทั้งนี้ แม้ต้องประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ มีความหลากหลาย และไม่ลดหรืองดอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อสุขภาพ.... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/6179011/
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)