ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569

"ธรรมะที่ท่องจำ"กับ"ธรรมะที่แท้จริง" : กลอนคติธรรม

 





พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)


[204] อริยสัจจ์ 4 (ความจริงอันประเสริฐ, ความจริงของพระอริยะ, ความจริงที่ทำให้ผู้เข้าถึงกลายเป็นอริยะ)
       1. ทุกข์ (ความทุกข์, สภาพที่ทนได้ยาก, สภาวะที่บีบคั้น ขัดแย้ง บกพร่อง ขาดแก่นสารและความเที่ยงแท้ ไม่ให้ความพึงพอใจแท้จริง, ได้แก่ ชาติ ชรา มรณะ การประจวบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รัก การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ความปรารถนาไม่สมหวัง โดยย่อว่า อุปาทานขันธ์ 5 เป็นทุกข์)
       2. ทุกขสมุทัย (เหตุเกิดแห่งทุกข์, สาเหตุให้ทุกข์เกิด ได้แก่ ตัณหา 3 คือ กามตัณหา ภวตัณหา และ วิภวตัณหา)
       3. ทุกขนิโรธ (ความดับทุกข์ ได้แก่ ภาวะที่ตัณหาดับสิ้นไป, ภาวะที่เข้าถึงเมื่อกำจัดอวิชชา สำรอกตัณหาสิ้นแล้ว ไม่ถูกย้อม ไม่ติดข้อง หลุดพ้น สงบ ปลอดโปร่ง เป็นอิสระ คือ นิพพาน)
       4. ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา (ปฏิปทาที่นำไปสู่ความดับแห่งทุกข์, ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ได้แก่ อริยอัฏฐังคิกมรรค หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มัชฌิมาปฏิปทา แปลว่า “ทางสายกลาง” มรรคมีองค์ 8 นี้ สรุปลงในไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา 


"ธรรมะที่ท่องจำ"กับ"ธรรมะที่แท้จริง" :  กลอนคติธรรม

    ท่องจำ ธรรมะ อริยสัจจ์(๔)..................มิเคย ประหวัดจิต คิดสงสัย
วันนี้ ไม่รู้ (กู)เป็นอะไร?.........................เห็นอะไร ชอบกล จนต้องตรอง(มุกขำๆ)

    อริยะ สัจจ์๔ ที่แพร่ขยาย.....................ผ่านหลาย พันปี ที่คนท่อง(จำ)
ทุกคน คิดความ ตามครรลอง..................ไม่ข้อง จิตใจ ทำไมมี(อะไรชอบกล)?

    ๑.ทุกข์ โดยย่อ เพราะ(ยึดมั่น)ขันธ์๕......แต่ทว่า ทุกข์มากมาย ในโลกนี้
ล่วงเลย ขันธ์(๕)ไป ไกลทุกที.................ทุกข์ที่ ไม่มี"กู(ของกู)" (มี)อยู่ทั่วไป
(เช่นทุกข์เพราะห่วงภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรง จนโลกไม่มีวันหวนกลับไปเหมือนเดิมอีกแล้ว)

    ๒.ตัณหา (คือ)สาเหตุ เจตเป็นทุกข์........(แต่)ข้อ๑. ทุกข์เพราะ ยึดมั่น(ใช่)ไหม?
ตกลง ทุกข์หนอ เพราะอะไร?...................จะแก้ จุดไหน? สงสัยมี

๏    ๓.นิพพาน ผ่านไป ไม่ทักท้วง................สิ้นทุกข์ ทั้งปวง ล่วงสุขี
หยุดเกิด-แก่ เจ็บ-ตาย ได้เป็นดี................ไม่มี (การ)เวียนว่าย ให้ทรมาน
(เนื้อกลอนไม่ตรงตามหลักธรรมที่ยกมา แต่เป็นที่เข้าใจกันทั่วไปตามนี้)

    ข้อ๔. (มรรค๘)วิถี ทางพ้นทุกข์..............ต้องลุก มามอง จ้องหลักฐาน 
ทำไม (มี)มากมาย ให้รำคาญ?..................ตัดตัณหา อุปาทาน ผิดการธรรม?
(การไม่สร้างความอยาก-ความยึดมั่น จะไม่เป็นวิธีที่ง่าย-ตรงประเด็นกว่าหรือ?
ยิ่งง่ายกว่า คือ การไม่สร้างความทุกข์ขึ้นในใจ จะไม่ทุกข์เลย
ทำไมต้องไปเริ่มที่ สัมมาทิฐิ-การปรับทัศนคติฯลฯ เยิ่นเย้อต่อไปถึง ๘ ข้อ?)

    (คิดว่า)พุทธองค์ คงมี คำอธิบาย.............แต่หาย ไปเพราะ การท่องซ้ำ(ท่องไม่หมด)
หลายร้อย ปีค่อย (เริ่ม)จดถ้อยคำ...............หลักธรรม จึงห้วน ไร้ถ้วนที
(อดีตยาวนานนับพันปี ที่จำ-จดกันมา ไม่รู้ผิดไปเท่าไหร่? ตรงไหนบ้าง? ขัดแย้งกันเองก็เยอะ)

    ศึกษา ปฏิบัติ ไม่คาดคิด........................มนัส เกิดดัดจริต คิด(สงสัย)วันนี้
        (ศึกษา ปฏิบัติธรรมมาหลายสิบปี เพิ่งเกิดดวงตาเห็น"สิ่งชอบกลของ"ธรรม ในวันนี้)
(สรุป)มรรค๘ (คือ)หลักธรรม ดำรงชีวี..........มากกว่า แค่วิธี พ้นทุกข์เอยฯ
(มรรค๘ เป็นวิธีกำจัดกิเลส-อวิชชา-อกุศลฯลฯ เพื่อความสิ้นสุดวัฏสงสาร-การเวียนว่ายตายเกิด
เป็นการดับทุกข์อย่างถอนรากถอนโคน มากกว่าแค่ขจัดตัณหา-อุปาทาน เพื่อดับทุกข์ชั่วครู่ชั่วคราว)

๒๙ เมษายน ๒๕๖๙

เนื้อนาบุญที่สูญสาบ : กลอนคติเตือนใจ

 






ข่าวดังไปทั่วโลก พระศรีลังกาขนกัญชาจากไทย
มูลค่ายาเสพติด กว่า 1.1 พันล้านรูปีศรีลังกา (ประมาณ 130–140 ล้านบาท)

เนื้อนาบุญที่สูญสาบ: กลอนคติเตือนใจ

    ยุคสมัย ใช้มือถือ.................................พระก็คือ คนปกติ(ปุถุชน,ผู้บริโภคกาม)
ปราศจากศีล สมาธิ...............................ปัญญามิ เอาใส่ใจ(สิกขา๓)

    (ส่วนมาก)บวชเข้ามา เพื่อหาทรัพย์.........สุขสมกับ โลกีย์วิสัย
อาชีพพระ สะดวกกระไร.........................คนกราบไหว้ (สารพัด)ปัจจัยพลี

    ผ้าเหลืองอ้าง สร้างอภิสิทธิ์(V.I.P.).........เพื่อทุจริต ผิดวิถี(ธรรมวินัย)
ทำอะไร ตามใจมี..................................ไม่รู้ดี รู้ชั่วดาล

    คอยพูดกลอก(หู) หลอกลวงให้..............คนหลงใหล ในปาฏิหาริย์
มนต์คาถา นมัสการ................................เกจิอาจารย์ วัตถุมงคล

๏    สอนให้ติด คิดงมงาย(ไสยศาสตร์)..........มิขวนขวาย ในเหตุผล
เชื่อฤทธิ์เดช แลเวทมนต์........................พระคือคน พ้นธรรมดา(ผู้วิเศษ)

    ยุคอินเธอร์เน็ต (จง)มีเหตุผล.................รู้สืบค้น พุทธสาสนา(พระไตรปิฎก)
ไม่ใช่พอ (พระ)ก่อกรรมา(ผิดๆ).................ยังศรัทธา สาธุการ

    อะไรถูก อะไรผิด.................................รู้จักคิด พินิจขาน
อย่าทำตน ยลดักดาน.............................ทั้ง(ทั้งที่)ทำงาน (ได้รับการ)ศึกษาดี

    เนื้อนาบุญ ที่สูญสาบ............................เพราะคนบาป ดับแสงศรี
พึงทำตน กุศลมี.....................................เป็นผู้ที่ (เป็น)เนื้อนาบุญ(เอง)ฯ

๒๙ เมษายน ๒๕๖๙

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต
๙. ปฐมปุคคลสูตร๑-
ว่าด้วยบุคคลผู้เป็นนาบุญของโลก สูตรที่ ๑
[๕๙] ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๘ จำพวกนี้ เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยม ของโลก บุคคล ๘ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. พระโสดาบัน ๒. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งโสดาปัตติผล ๓. พระสกทาคามี ๔. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผล ๕. พระอนาคามี ๖. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ๗. พระอรหันต์ ๘. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่ออรหัตตผล ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๘ จำพวกนี้แล เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ฯลฯ เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก บุคคลผู้ปฏิบัติ ๔ จำพวก และบุคคลผู้ตั้งอยู่ในผล ๔ จำพวกนี้ เป็นสงฆ์ผู้ปฏิบัติตรง ประกอบด้วยปัญญาและศีล บุญย่อมมีผลยิ่ง แก่มนุษย์ผู้มุ่งบุญบูชากระทำอยู่ ทานที่บุคคลให้ในสงฆ์นี้ย่อมมีผลมาก.

*ข้อสังเกต : ไม่ได้เจาะจงว่า ต้องเป็นพระภิกษุ ฆราวาสก็เป็นได้.(ผู้เขียน)

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569

นี่คือวิกฤตพลังงานร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์! Suthichai Live

 

คนดี ไม่ต้องมีศาสนา🥹



















คนดี ไม่ต้องมีศาสนา: กลอนคติสอนใจ

    พระปล่อย หมาให้ ไล่กัดแมว............เห็นแล้ว เศร้าใจ ในศาสนา(พุทธแบบไทยๆ)
มีมือ มีเท้า ยังเข้ามา.........................(บวช)อาศัย บังหน้า เพื่อหากิน

    ข่าวพระ อลัชชี มี(แทบ)ทุกวัน...........(เห็น)แจกซอง คล่องกัน ไม่ผันผิน  
สอนชาว บ้านให้ (ประพฤติ)ไร้ราคิน......แต่พระ ชาชิน อทินนาทาน
               (อทินนาทาน คือ การถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้-ลักทรัพย์)

    ความมี เมตตา กรุณาฯลฯ..................เป็นเรื่อง ธรรมดา ใช่ปาฏิหาริย์
คำสอน ฝังใจ จากในบ้าน...................อบรม ลูกหลาน สานสืบตาม

    "มโนธรรม สำนึก" ตรองตรึกตรา.........ทำดี โดยมิมา ตั้งคำถาม
มีอยู่ คู่ใจ ใช่อาราม...........................ไม่คร้าม คลาดผล ดลตอบแทน 

๏    คนดี แม้ขาด ศาสนา........................(แต่)ไม่ปราศ เมตตา หาหวงแหน(ตระหนี่) 
ล้นหลาม น้ำใจ ไร้ขาดแคลน...............ไม่หวัง วางแผน ล่อลวงใคร

    คนชั่ว ชอบอ้าง ศาสนา.....................แสวงหา ผลประโยชน์ อุโฆษใฝ่
บิดเบือน ธรรมะ ตามหทัย....................เพื่อใช้ ไปหลอก ปอกลอกคน(อื่น)

    อย่าอวด อ้างตน คน(มี)ศาสนา...........หากไม่ ประสา(ไร้ศีลธรรม) มนาฉล
(แมว)หมายัง ฝึกได้ ไม่ให้ซน...............เป็นคน ฝึกไม่ได้ อายหมาแมวฯ

๒๔ เมษายน ๒๕๖๙

ชงปรับค่าไฟ 'ขั้นบันได' ใช้น้อยจ่ายหน่วยละ 3 บาท | Highlights กรุงเทพธุรกิจ