ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่คิดประสงค์ ผลงานเหล่านี้ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่ ( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ

วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ธรรมชาติพินาศเพราะคน : กลอนสิ่งแวดล้อม

                                  สุดสะพรึง ไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่ในโปรตุเกส ราวกับวันสิ้นโลก
                                    จาก <https://www.thairath.co.th/content/1102269
                                                                         


ธรรมชาติพินาศเพราะคน : กลอนสิ่งแวดล้อม

    อากาศเย็น เยี่ยมยอ รอสุริเยศ.................ที่ยังคง ปฏิเสธ ทิพาสรรค์(สุริเยศ=พระอาทิตย์)
เห็นเพียงแสง เรืองเรื่อ เหนือไพรวัน...........หมอกขาวควัน อ้อยอิ่ง นิ่งนที

    ดาริกา ปราชัย ในที่สุด..........................สุริยน พ้นผุด สุทธาสี
โลกกลับคืน ความงาม ความยินดี...............ปวงปักษี ปรีดา ร้องร่าเริง

    ต้นฤดู เหมันต์ ต่างกันกับ........................วัสสะสี สันสรรพ ; นับว้างเวิ้ง
แต่เย้ายวน จิตให้ หมายบันเทิง..................ดึกตื่นแต่ แลเบิ่ง เริงรื่นใจ

    ประเทศที่ ประชาชน ล้นความคิด..............(ย่อม)รู้ว่าทุก ชีวิต ล้วนอาศัย
สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ เอกปัจจัย.................บำรุงให้ โลกนี้ มีสมดุล

    ถ้าธรรมชาติ เสื่อมทราม ถูกทำลาย............ผลเสียหาย ร้ายรับ กลับเวียนหมุน
คืนทำให้ ชีวิต ชิดทารุณ............................ทุกข์ทรมาน พานพูน สิ้นสุนทรีย์

    ประเทศที่ ประชาชน ฉลโฉดจิต.................เอาแต่คิด เห็นแก่ได้ ใคร่บัดสี
สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ ปราดย่ำยี..................อย่างไม่มี สำนึก ตรึกสัมมา

    ถูกสั่งสอน-วอน-เตือน ก็(ทำ)เหมือนเก่า.......คนคิดเอา แต่ได้ ไม่ถือสา
ภัยพิบัติ ธรรมชาติ เห็นชัดตา.......................มินำพา ประพฤติ หลักยึดแปลง

    ยังอยากมั่ง อยากมี อยากมิลด....................ยิ่งปรากฏ กิจกรรม อวดกำแหง
รุกรานทำ ลายธรรมชาติ มาดรุนแรง...............จนเจียนหมด จรดแหล่ง เหมือนแข่งกัน

    ต่อจากนี้ คงจะมี แต่วิโยค..........................อยู่บนโลก อย่างไร ให้สุขสันติ์?
(ข่าว)ภัยพิบัติ กราดกรู สู่ทุกวัน.....................แลนับวัน เพิ่มพิบุล ทารุณเอยฯ

๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๐

วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560

การแก้ปัญหาชีวิต : กาพย์ฉบัง๑๖



การแก้ปัญหาชีวิต : กาพย์ฉบัง๑๖

    อย่าแก้ปัญหาชีวิต...................ด้วยการทำผิด
พิสิฐศีลธรรม ; ต่ำช้า

    ผลกรรมจะลามตามมา................เมื่อถึงเวลา
ประสบทุกข์ตรมซมสนอง

    อยากรวยทรัพย์สินเงินทอง..................มิจำเป็นต้อง
เกี่ยวข้องสิ่งผิดกฎหมาย

    โลกนี้มีทางมากมาย..................ถ้าไม่ดูดาย
ขวนขวายให้สุดอุตสาห์

    ย่อมพบทางสร้างเงินตรา..................ดำรงชีวา
สะดวกสบายไร้กังวล

    อยากบรรลุเป้าหมายปลายผล..................สิริวิมล
อย่าโฉดฉลรนเบียดเบียน

    ใช้วิธีทุจริตผิดเพี้ยน...............กงกรรมกงเกวียน
วนเวียนเบียนห้ำตามสนอง

    (จง)เกื้อหนุนคุณธรรมช่ำชอง..................ศีลธรรม์ครรลอง
ปฏิบัติแคล่วคล่องว่องไว

    ชำนาญกรรม์ดีพิไล................ผลดีสิได้
สุขกายใจไร้กังวล

    เชื่อมั่นสัทธรรมกรรมกุศล..................ส่งเสริมเพิ่มพล
เป็นคนดีมิทุกข์ใจฯ

๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๐

วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560

โลภมาก อยากมี อยากได้ : กลอนเจ็ด



โลภมาก อยากมี อยากได้ : กลอนเจ็ด

๏    สินค้า เครื่องใช้ สมัยนี้......................กระตุ้น คนมี ความโลภหลาย
อยากมี มากๆ อยากสบาย....................รู้สึก อับอาย หากไม่มี

๏    คือค่า นิยม สังคมโลกย์.....................หลอกล่อ บริโภค สร้างโศกศรี
ให้คน หิวเงิน เพลินวิธี........................เป็นหนี้ เป็นสิน ดิ้นลนลาน

๏    ความโลภ ทำให้ ใคร่ทุจริต.................ความคิด บิดเบี้ยว เลี้ยวลดหาญ
กิเลส ตัณหา อุปาทาน........................สัญชาต (ตะ)ญาณ เห็นแก่ตัว

๏    จึงโกง จึงกิน แผ่นดินด้าว...................เหิมห้าว บาปกรรม กระทำชั่ว
ฉ้อโกง เขาได้ ไม่เกรงกลัว...................เวรกรรม์ พันพัว มัวมืดมน

๏    อยากรีบ อยากรวย ด้วยทางเถื่อน.........กลาดเกลื่อน อาชีพ อกุศล
(การ)ละเมิด กฎหมาย ถูกใจคน.............(ที่)ไม่สน ผลลัพธ์ อับจนจินต์

๏    มากพ่อ มากแม่ แลติดคุก...................ทิ้งลูก ซุกตรม ซมถวิล
เคืองขัด กัดก้อน เก็บเกลือกิน................สิ้นไร้ ไม้ตอก ยอกทรวงใน

๏    การรู้ เท่าทัน (และ)การรู้คิด.................(การ)ควบคุม ความคิด จิตพิสัย
สิ่งของ (ที่)ต้องการ นั้นเพื่ออะไร?..........จำเป็น จึงใคร่ ได้ครอบครอง

๏    ประกอบ สัมมา อาชีวะ........................วิริยะ สะสม(ทรัพย์) อุดมสนอง
ไม่มี หนี้สิน โศภินปอง..........................ครรลอง ผ่องผุด อุตส่าห์เทอญฯ

๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๐

วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ประเทศ(หรือคน?)เฮงซวย : กลอนสะท้อนสังคม



ประเทศ(หรือคน?)เฮงซวย : กลอนสะท้อนสังคม

    โลกใบนี้ พิมล จนกระทั่ง............................คนคลาคลั่ง หลั่งไหล ทำลายหลง
ความละโมบ โลภมาก อยากธำรง..................คู่เผ่าพงศ์ กระสัน เหนือปัญญา

    สิ่งแวดล้อม พร้อมผลาญ สำราญพิศ.............ไม่ยั้งคิด เภทภัย บรรลัยหา
(เห็น)ความพินาศ ปัจจุบัน เป็นสัญญาณ์..........มินำพา ตะบี้ตะบัน กันต่อไป

    ข้าวในนา ปลาในน้ำ คำกล่าวขาน.................ครั้งโบราณ บ้านเรา เพราไสว
แสนอุดม สมบูรณ์ สุนทรไท..........................มีกิน-ใช้ ไม่หมด สดชื่นครอง

    หลักศีลธรรม คำนึง ตราตรึงจิต....................บ่ทุจริต คิดใคร่ ให้มัวหมอง
คนกลัวบาป หยาบช้า มิคะนอง......................บุญปวงปอง ปฏิบัติ หวังชัชวาล

    แต่เดี๋ยวนี้ วินัย ไร้เลือนหด..........................คนต่างคด ปดโป้ ลวงโวหาร
เกิดวัฒนธรรม ต่ำช้า แสนสามานย์..................ทุจริต พิษฐาน แพร่ด้านชา

    ข่าวประจาน บ้านเมือง ใช่เรื่องหลอก.............พวกขี้ครอก ยอกหยัด ซุกศาสนา
ทำ(ตัว)เยี่ยงลิง กลิ้งกลอก หลอกประชา..........พุทธพา ณิชย์เถื่อน เหมือนซ่องโจร

    ข้าราชการ จัญไร ใจคดคิด..........................ช่วยทุจริต ผิดกฎหมาย ใช้หัวโขน
เป็นเครื่องมือ ถือโอกาส ฉลาดโลน.................คอยเอนโอน ฉลฉ้อ ก่อทุรกรรม

    ไม่ต้องกล่าว เหล่าพาล นักการเมือง..............ยิ่งฟุ้งเฟื่อง โกงกิน แผ่นดินกล้ำ
หนีคุกไทย ได้สะดวก พวกระยำ......................ช่วยกันทำ ต่ำช้า ตามสบาย

    จนเด็ก(บางคน)ด่า "ประเทศ เฮงซวย"ลั่น.......ไม่มีวัน จะเจริญ เชิญขวนขวาย
คนดีแค่ หยิบมือ ฤาระคาย.............................คนมากมาย ใจชั่ว ทั่วชาติเอย?

๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๐

*อิมเมจ เดอะวอยซ์ ทวีตเดือด! ประเทศเฮงซวยอีก 1000 ปีก็ไม่เจริญ.... อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/ent/thai/506691

อดีต ผอ.พศ.บอก
พระผู้ใหญ่ Untouchable สะสม “อำนาจ-เงิน” ล้มรัฐบาลได้!

วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560

สัตว์โลก : กลอนเปล่า



สัตว์โลก : กลอนเปล่า

๏    สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย
ย่อมรักใคร่
ในผู้ที่มอบและมีให้ในสิ่งที่ตนต้องการ
ย่อมชิงชังผู้ขวางกั้น
มิให้พานพบ
ประสบกับสิ่งที่ตนพึงพอใจ

๏    บุคคลทั่วไป
ไม่ได้ดีหรือวิเศษกว่าสัตว์
เมื่อมิได้ผ่านการฝึกหัด
ดัดกระมลจนพ้นพิสัย(สัตว์)

๏    เป็นผู้ไม่ยึดถือเหตุผล
ผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี มิสนใจ
เอาตัวตนเป็นใหญ่
ทำอะไรตามความคิดใคร่ของตัวเอง

๏    ถือทิฐิ-มิคำนึงถึงเหตุผล
เมื่อมีคนขัดใจ ก็มองคล้ายโดนข่มเหง
เพ่งโทษเขาคือศัตรู
ชื่นชูผู้เอาใจเก่ง
รักใคร่อย่างไม่กริ่งเกรง
ว่าเขาอาจจะเล็งลวงหลอก...มิจริงใจ

๏    คนรักดี คิดดี
ย่อมมิเห็นแก่ได้
มุ่งมาดปรารถนาสิ่งใด
ก็ใช้ความสามารถของตน
เป็นหนทางแสวงหา

๏    ไม่คิดแต่จะคอยพึ่งพาเขา
ไม่ดูถูกตัวเรา ว่าปราศจากปัญญา
คนคิดดีย่อมไม่ตีค่า
เปรียบเทียบราคาคนกับวัตถุสิ่งของ
ย่อมไม่แลมอง
วัตถุอยู่เหนือคุณธรรม

๏    ผู้ฝึกหัดขัดเกลาจิตใจ
คิดอะไรจะใช้เหตุผล
สิ่งผิด-ถูก ผูกพันมานกระมล
พัฒนาจิตใจของตน
จนพ้นความเป็นสัตว์ได้
คือบุคคลที่น่าเลื่อมใส
ในโลกอย่างแท้จริงฯ

๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๐

วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เก่าไปใหม่มา : กลอนคติชีวิต



เก่าไปใหม่มา : กลอนคติชีวิต

    อากาศ แบบนี้..................................บ่งชี้ เสมือน สัญญาณ
ใกล้(ฤดู)ฝน พ้นผ่าน............................ทะยาน สู่ห้วง แห่ง(ฤดู)หนาว
(อากาศ)เย็นๆ แห้งๆ............................สำแดง ประเทือง เรื่องราว
ลมเปลี่ยน ทิศน้าว...............................เย็นย้าว เยือนจาก อุดร(ย้าว=เหย้า,อุดร=ทิศเหนือ)

    สลับ กับฝน......................................ระคน สภาวะ อากาศ
ไม่เชือน เคลื่อนคลาด...........................แม้อาจ ประสบ พบร้อน
โลกเวียน เปลี่ยนมุม(กับดวงอาทิตย์).......คือขุม พลัง สร้างซอน
ฤดูกาล ขานย้อน.................................ก่อนหนาว เข้ามา ประจำ

    เหตุการณ์ แทนที่...............................เป็นวิ ถีของ โลกา
เก่าไป ใหม่มา.....................................เพราะ อ นิจจา จุนค้ำ
แม้แต่ แผ่นดิน.....................................ก็ภินท์ พินาศ กลาดกรรม(ภินท์=แตก,ทำลาย;กลาด=เกลื่อน)
ยอดเขา เยาว์ทำ..................................พุ่งล้ำ ยอดเก่า ก้าวไกล

    สังคม มนุษย์.....................................ไม่หยุด นิ่งงัน ดาลดล
วารวัน ผ่านพ้น.....................................ผู้คน เปลี่ยนแปลง แสดงไข
ทุกสิ่ง ทุกอย่าง....................................ล้วนต่าง พัวพัน บรรลัย
กำเนิด เกิดใหม่....................................มีอา ยุให้ คะนึง

    เกิดมา ต้องม้วย..................................มรณา ด้วยกัน ทั้งหมด
จงอย่า สลด.........................................เป็นกฎ แห่งกรรม ล้ำซึ้ง
ต้องรู้ จักสร้าง......................................สะอาง ผลงาน พานพึง
(ให้)โลกา ตราตรึง................................ระลึกถึง เมื่อพราก จากจรฯ

๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๐

วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ทำงานบันดาลบาป-บุญ : โคลงสี่สุภาพ



ทำงานบันดาลบาป-บุญ : โคลงสี่สุภาพ

๑.หยาดพิรุณรินร้อย.............................ราษตรี(ราษตรี=ราตรี)
บังเกิดสันติสุนทรีย์.........................เย็นชื้น
ความสมบูรณ์ของพงพี....................เป็นแหล่ง
ความสมดุลแห่งโลกรื้น...................ดิน-น้ำ-อากาศฯ

๒.ธรรมชาติทำหน้าที่............................เหมาะสม
ปราศจากซึ่งอารมณ์........................รุมเร้า
โลกาค่านิยม.................................ปวงปลอด
ไม่อิดออดคดเค้า............................เกียจคร้านการย์ถวิลฯ

๓.ปัถพีฤาสิ้นไร้...................................คำครวญ
งานหนักเกินไปปรวน-......................แปรอ้าง
เห็นงานเหมือนเห็นตรวน..................ตรองติด
คดคิดหลบเลี่ยงร้าง.........................ผัดเพี้ยนกิจภารฯ

๔.ทำงานหารายได้...............................สุขสนอง
คือชีวันครรลอง...............................โลกนี้
อยู่ดีกินดีปอง..................................ผลเผด็จ
ยากปฏิเสธทู่ซี้................................ทนกล้า(ทำมา)หากินฯ

๕.ประคิ่นงานการให้..............................อุตสาห์(ประคิ่น=บรรจง)
เกิดกุศลสัมมา.................................แน่แท้
การบริการสาธา-..............................รณะประโยชน์
ไพโรจน์บุญคุณแล้...........................ขอให้พยายามฯ

๖.ความทุจริตเกียจคร้าน.........................งานทำ
สักแต่ก่อกิจกรรม..............................แค่แล้ว
ใครเขาตกระกำ................................ลำบาก
หลากเวรกรรมไป่แคล้ว......................ต้องรับกลับสนองฯ

๗.จงไตร่ตรองถี่ถ้วน.............................ก่อนกระทำ
กิจวัตรงานประจำ.............................จริงแท้
ส่งผลต่อเวรกรรม.............................มากกว่า
ทานบุญตามเทศกาลแม้....................แต่สร้างอุโบสถฯ

๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๐