ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่คิดประสงค์ ผลงานเหล่านี้ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่ ( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

หาได้จากในใจตน : กลอนแปด



หาได้จากในใจตน : กลอนแปด

    ฟื้นความจำ ความหลัง ครั้งยังเด็ก...............อยากเก่งเลข วิทย์เพียร เรียนภาษา
แต่ว่าผล สัมฤทธิ์ ผิดมนา............................มิรู้สึก ระลึกว่า ล้ำค่าใด

    การกีฬา พละพรั่ง กำลังแกร่ง.....................ทุ่มเรี่ยวแรง เวลา หาหวั่นไหว
แต่ก็มิ อภิรมย์ สมฤทัย................................สำนึกใน สังขาร นั้นอนิจจา

    พิศเพลิดเพลิน เงินทอง ผองสมบัติ..............ปะอัตคัด ปัจจัย ในโลกหล้า
ตรองดูทรัพย์ สมบัติ พ้นอัตตา.......................ตั้งใจว่า จะบริจาค อยากให้ทาน

    ไม่คิดเชื่อ (เรื่อง)เนื้อคู่ เพราะอุปสรรค...........มีมากมาย หลายนัก จนจักคร้าน
เกิดรู้สึก นึกคิด จิตรำคาญ.............................(ว่า)ไม่ใช่การ ฉลาด สมมาดมี

    แม้แต่มี ชื่อเสียง เกียรติยศ..........................ก็ปรากฏ ไร้ค่า สาระลี้
ส่วนอำนาจ วาสนา ไร้ท่าที............................เห็นวิถี โฉดช้า หาภูมิใจ

    กวีกานท์ บันเทิง เริงรื่นทิศ...........................เสริมสุนทรีย์ ชีวิต วินิจฉัย
เรียงร้อยรส บทกวี ปรีติไว..............................เหมือนอยู่ใน สรวงสวรรค์ วิมานแมน

    แต่ก็ยัง กังวล เหตุ-ผลผลิต..........................โลก-ชีวิต คิดขลุก ทุกข์หลากแสน
มักมีสิ่ง สลด ไม่ลดแคลน...............................ความทุจริต ผิดแหน ทั่วแดนดิน

    เหลือแต่ศีล (ละ)ธรรม นำอุกฤษฏ์...................พุทธธรรม อำมฤต เป็นนิจสิน
กุศลส่ง คงสุทธ์ ประดุจทิน..............................ทัศนีย์ ชีวิน อจินไตย

    เดินทางหา ประสบการณ์ มากผ่านพ้น...............จึงตระหนัก กระมล ตนไฉน
สิ่งที่ฉัน มั่นมุ่ง จรุงใจ......................................จะหาได้ จากใน ใจฉันเองฯ

๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ความพยายามคือความสำเร็จ : กลอนคติสอนใจ



ความพยายามคือความสำเร็จ : กลอนคติสอนใจ

    ตะวัน จันทรา.......................ทุกวัน จะมา ขจิต
นภา นิรมิต..............................มิอิดเอื้อน เบือนวิสัย
หากมอง ไม่เห็น.......................ก็เป็น เหตุผล กลไก
ธรรมชาติ ปัจจัย........................บดบัง พรางให้ ไคลคลา

    นร กิจกรรม..........................ตั้งใจ จะล้ำ สำเร็จ
" พยายาม " คำเคล็ด.................เผด็จ มนัส ปรารถนา
อาจจะ พลาดผิด.......................และอาจ สัมฤทธิ์ พิชยา
พื้นฐาน ธรรมดา........................สภาวะ ธรรมชาติ ปัจจัย

    ทุกความ พยายาม..................คือความ สำเร็จ เสร็จสม
คุณา ค่านิยม.............................ปรารมภ์ จ่อจิต วินิจฉัย
ทุกสิ่ง มิเที่ยง............................คงเคียง คู่ฟ้า-ดิน หาไม่
(ไม่ว่า)จะได้ ผลใด.....................สุดท้าย ย่อมสลาย ไม่มี

    สุดความ สามารถ....................เมื่อคาดหมาย ให้กระทำ
ถูกต้อง ถ่องนำ...........................คุณธรรม ความดี วิถี
บั้นปลาย ใดผล..........................ของตน จะชั่ว จะดี
(เมื่อ)พยายาม เต็มที่...................เท่านี้ ก็จง พอใจ

    ที่สุด (ของความ)อุตส่าห์...........โสภา นร คติ
นิยาม ดำริ.................................ชีวิตา กุศลาศัย
ถึงใคร จะชอบ............................ใครจะ ไม่ชอบ ช่างปะไร
ก็หา ทำให้.................................หัวใจ ไหวหวั่น พรั่นพรึงฯ

๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

แผนทำลายพระพุทธศาสนา? : กลอนคติเตือนใจ

ภาพประกอบ ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาในบทกลอน


แผนทำลายพระพุทธศาสนา? : กลอนคติเตือนใจ

    ถึงฤกษ์งาม ยามอา สาฬหะ...............พุทธมา มกะ ร่วมถวาย
เทียนพรรษา-ผ้าอาบ-กับมากมาย...........อย่างฟุ้งเฟื่อง เนื่องหมาย เลื่อมใสมี

    คล้อยยามบ่าย ฝ่ายพระ อธิษฐาน........จำพรรษา สมาทาน สานวิถี
วินัยบรรพ ครรลอง สองพัน(กว่า)ปี..........เสมือนที่ พุทธองค์ ทรงแสดง

    ครั้นยามเย็น ทำวัตร นัดสวดมนต์.........นุ่งห่มขาว ทุกคน กระมลแฝง
เนกขัมมะ ปฏิบัติ จิตจัดแจง....................ลด-ละแรง กิเลส กามเวทนา

    ถึงราตรี มีจันทร์ เพ็ญพรรณจรัส...........เริ่มเวียนเทียน เพียรทัศน์ พุทธสาสนา(สาสนา=คำสอน)
พิเคราะห์ศีล-สมาธิ-และปัญญา...............เพื่อสฤษฏ์ วิชชา พ้นอบาย

    แต่ใกล้ๆ วิหาร ดันกลับมี....................การแสดง ดนตรี ปรีติหลาย
อ้าง(ว่า)บรรเลง เพลงพุทธ อุจาดตาย.......(แข่ง)พระสวดมนต์ กระวนกระวาย มันไม่ฟัง

    คนเวียนเทียน เวียนหัว หนักหัวจิต........อยากด่าคน ต้นคิด วิปริตขัง
เวียนเทียนท่าม กลางเสียงเพลง ครื้นเครงจัง?....อภิโถ อภิถัง ช่างจัญไร

    สำนักพุทธ สุดสิ้น วิญญาณพุทธ?..........ไอเดียผุด กิจกรรม ทำสาไถย
คนบ่มี ศีลธรรม ประจำใจ.........................จึงจำนง หลงใหล ในกามมัน

    หรือเป็นแผน ทำลาย พุทธศาสนา?.........ของพวกมาร ตัณหา แส่กระสัน
หรือเพียงแค่ คนโง่ จากโลกันตร์ ?..............คิดอัศจรรย์ ผลาญงบ(ประมาณ) บัดซบเอยฯ
   
๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

หมดปัญหา? : กลอนหก



หมดปัญหา? : กลอนหก

    เรื่องยุ่งยาก ยังมากมี................นำฤดี สติสำนึก
อย่าเหลวไหล ไตร่ตรองตรึก...........หลงรู้สึก ว่าพ้นเข็ญ

    ตราบยังอยู่ ในโลกนี้.................ตราบชีวี ยังมีเป็น
" หมดปัญหา " อย่าหมายเห็น........ประจักษ์เช่น เป็นสัจจา

    มีร่างกาย (ย่อม)มิไร้โรค.............ต้องบริโภค แสวงหา
เลี้ยงชีวี ต่อชีวา............................โชคชะตา สู้ประเชิญ

    เมื่อทำใจ ให้ยอมรับ...................สงบระงับ มิขัดเขิน
ระวังระไว ไม่เล่อเลิน......................คงมิเกิน กำลังไกร

    ชีวิตใช่(ว่า) จะได้ดี.....................เสมอมี ก็หาไม่
อยู่ที่กรรม เคยทำไว้.......................และกรรมใหม่ ในอนาคต

    เป็นธรรมดา ที่จะฝัน....................หวังชีวัน ปัญหาหมด
ให้พึ่งเห็น เป็นสัจพจน์.....................หาก(ปัญหา)มิลด และเพิ่มมี

    ประคองใจ อย่าไปทุกข์................อย่าหลงสุข พันผูกศรี
ความยึดมั่น นั้นไม่ดี.........................นั้นไม่มี ประโยชน์ใด

    เราอยู่กัน วันต่อวัน.......................คือสัจอัน พิสูจน์ได้
ถึงวางแผน ไว้แสนไกล.....................(ก็)ต้องเริ่มไป จากวันนี้

    ควรคุ้นเคย กับปัญหา....................ตั้งหน้า(ตั้ง)ตา ทำหน้าที่
อนาคตไซร้ ยังไม่มี(มา)....................ทำบัดนี้ ให้ดีเทอญฯ

๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

กิจกรรม์วันพระ : กลอนเจ็ด



กิจกรรม์วันพระ : กลอนเจ็ด

    กิจกรรม์ วันพระ ศาสนพิธี.................พระปรี่ ตีห้า มาแผด(เครื่อง)เสียง
ปลุกคน บ้านใกล้ ไล่เรือนเคียง..............(จง)ตื่นมา อย่าเถียง เตรียมภัตรา

    คาวหวาน สรรปรุง มุ่งอร่อย...............ขนทยอย เข้าวัด จัดแจงหา
ใส่ถ้วย ช่วยกัน คลานเข้ามา..................ถวาย อาตมา รอท่ากิน

    พระขึ้น ธรรมาสน์ ตาลปัตรตั้ง.............โยมว่า ดังๆ ยังถวิล?
ขอ อา ราธนา เป็นอาจิณ.......................สุดสิ้น ศีลห้า ต่างละเลย

    พระเป็น ผู้ให้(ศีล) ยังไม่รักษ์..............โยมสมัคร รักษ์ไว้ อย่าหมายเหวย
สอพลอ ตอแหล เก่งแท้เอย...................ต่างคน ต่างเคย เฉยกันไป

    อาราธ (ธะ)นาธรรม ข้อกำหนด............ยกบท บาลี คติใส
ประดอย ถ้อยคำ ธรรมวินัย.....................สอนให้ โยมจง ปลงใจตาม

    กิเลส ตัณหา พาเป็นทุกข์...................ทำบุญ ทูนสุข สนุกหลาม
บำรุง วัด-พระ จะงอกงาม.......................ยศศักดิ์ หลากหลาม และร่ำรวย

    พอเทศน์ เสร็จสรรพ สำทับให้..............ญาติโยม ทั้งหลาย ได้ถูกหวย
ว่าแล้ว ก็ใบ้ เลขให้ด้วย..........................หากซวย โดนกิน ห้ามนินทา

    ปฏิบัติ วัตรเย็น บำเพ็ญบ่น...................สวดมนต์ ดลชีวิต สมพิษฐาน์
ศีลแปด รับไป (แล้ว)ไม่นำพา..................(ยัง)ปรารถนา ราคะ หลงกามคุณ

    สมาธิ สินั่ง พลั้งพล่านจิต.....................ยึดติด โลกธรรม กำลังหนุน
หวังว่า สามารถ ประสาธน์บุญ...................เหมือนครุ่น คิดใคร่ กระหายเอยฯ
   
๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

จิตใสใจจักเห็น : กลอนคติสอนใจ



จิตใสใจจักเห็น : กลอนคติสอนใจ

    ตราบจิต เราใส...................จะเห็น หัวใจ ใครขุ่น
จิตไม่ วายวุ่น..........................การครุ่นคิด วินิจฉัย
(จะ)รอบคอบ สุขุม...................ลุ่มลึก รู้สึก เข้าใจ
ความคิด นิสัย.........................ของใคร ต่อใคร ใดมี

    เมื่อหยุด ทุจริต....................ดวงจิต ย่อมสู่ บริสุทธิ์
คดจิต คิดหลุด.........................ย่อมผุดผ่อง เรืองรองศรี
กาย-วาจา-ใจ...........................มั่นใน ศีลธรรม ความดี
จิตใส ใจมี...............................โดยที่ มิลำบาก ยากเย็น

    ห้ำหั่น ตัณหา.......................กระทำ สัมมา ปฏิบัติ
ชีวิต กิจวัตร..............................กำจัด มลทิน จินดาเห็น
ไม่ยึด ความอยาก......................(แม้)เหนื่อยยาก (ยัง)มโนธรรม บำเพ็ญ
จิตใส ใจเป็น.............................ประณีต พิจิตรเช่น ชัชวาล

    ย่อมเปิด ปัญญา.....................ดวงตา แห่งธรรม ประจำจิต
ถูกต้อง ถ่องทิศ..........................ประสิทธิ์ สัจจา ปาฏิหาริย์
จิตใส ใจสะอาด..........................มโนปราศ มายา สามานย์
มองดู จักรวาล............................มองเห็น สังสาร วารวน

    เห็นความ เป็นจริง...................ปราศสิ่ง เลือนรก ปกปิด
ปรัศนี ชีวิต.................................อุกฤษฏ์ กุศล-อกุศล
(มองโลก)ไม่บวก ไม่ลบ................จึงประสบ สัจจา สากล
ใช้ตั้ง วางตน...............................โสภี วิมล ผลเอยฯ

๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ร่างกายของเรา? : กาพย์สุรางคนางค์๓๒



ร่างกายของเรา? : กาพย์สุรางคนางค์๓๒

    คือความ คุ้นชิน....................ที่จะ จินตนา
ยืนยัน กายา.............................(ว่าเป็น)อัตตา ปราศรัย
ร่างกาย คือเรา..........................ของเรา เข้าใจ
บ่มี ผู้ใด...................................โต้แย้ง แคลงคำ

    (แต่)ลองพิ จารณา.................กายา ปรากฏ
ธรรมชาติ บาทบท......................กำหนด กฎล้ำ
ต้องกิน-ต้องนอน........................หนาว-ร้อน-ระกำ
โรคา-พยาธิ์คล่ำ.........................จำกัด จัดแจง

    สมตาม ปรารถนา....................นับหา ยากนัก
ต้องคอย ปกปัก..........................รักษา อุปถัมภ์
ระวัง ระไว.................................อย่าให้ ตรากตรำ
สั่งการ งานทำ............................สำคัญ สมรรถนะ

    ต้องหมั่น ขัดสี........................จึงมี ความสะอาด
เสริม-แต่ง-แปลง-วาด..................มุ่งมาด สวยสะ
ดูแล รูปทรง...............................ลงทุน หนุนพละ
เพราะขืน ปล่อยปละ....................จะอัป (ปะ)ลักษณ์เป็น

    ใจไม่ อาจสั่ง..........................กายร่าง สังขาร(ได้ตามใจชอบ)
จึงสรุป สัญญาณ.........................หลักฐาน มั่นเห็น
ร่างกาย เรานี้..............................ไม่มี ใครเป็น
เจ้าของ จ้องเช่น.........................ประเด็น ปรัชญาฯ

๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๙

พุทธศาสนา สอนว่า 
ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา
ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ของเรา