ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

"เงินเฟ้อ" ทางการแพทย์ไทยพุ่งกว่า 15 เท่า | เศรษฐกิจInsight

 

คุมก่อนจะสาย! ผู้นำ "OpenAI" เตือน AI โตเร็วเกิน |

 

กำจัดทุกข์ที่ต้นเหตุ-ปลายเหตุ : กลอนธรรมะ






ในทางพุทธศาสนามหายาน โดยเฉพาะนิกายเซน (Zen) หรือฉาน (Chan) คำว่า "จิตว่าง" ไม่ได้หมายถึงความว่างเปล่าแบบไม่มีอะไรเลย แต่หมายถึง "สุญญตา"(Sunyata) ซึ่งมีประเด็นสำคัญดังนี้:
  1. ว่างจากตัวตน (Selfless): คือการตระหนักว่าสรรพสิ่งไม่มีสภาวะถาวรในตัวเอง แต่เกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยหนุนเนื่องกัน 
  2. ว่างจากการปรุงแต่ง: จิตที่เข้าถึงสภาวะเดิมแท้ จะไม่ถูกครอบงำด้วยอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง หรือการแบ่งแยกขั้วตรงข้าม (Dualism) เช่น ดี-ชั่ว, สุข-ทุกข์
  3. สุญญตาคือรูป: ตามหลัก ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร ของมหายาน "รูปคือความว่าง ความว่างคือรูป" หมายความว่าความว่างไม่ได้แยกออกจากชีวิตประจำวัน แต่ปรากฏอยู่ในทุกขณะที่เราดำรงอยู่
  4. จิตเดิมแท้ (Buddha Nature): มหายานเชื่อว่าทุกคนมี "จิตประภัสสร" หรือพุทธภาวะที่บริสุทธิ์อยู่แล้ว เพียงแต่ถูกเมฆหมอกแห่งกิเลสบดบัง การทำจิตให้ว่างคือการขจัดเมฆเหล่านั้นเพื่อให้ปัญญาภายในฉายแสงออกมา 
สรุปสั้นๆ: จิตว่างในแบบมหายานคือ "การรู้อยู่กับปัจจุบันโดยไม่ยึดติด" ทำงานทุกอย่างด้วยใจที่ปล่อยวาง แต่เปี่ยมไปด้วยเมตตาและปัญญา
กำจัดทุกข์ที่ต้นเหตุ-ปลายเหตุ กลอนธรรมะ

    พุทธสอนว่า "อกุศล (ละ)มูลเหตุ".................คือ"กิเลส" เจตนา ปัญหาสร้าง
ผลลัพธ์คือ ทุกขภัย ณ ปลายทาง..................เกิดท่ามกลาง สังสาร วัฏดาลดล

    ทั้งยังสอน สาธารณ์ เรื่อง"ตัณหา".................(เป็น)ต้นเหตุแห่ง ทุกขา หาเหตุผล
(การ)ขจัดกิเลส ตัณหา พานรชน....................ให้หลุดพ้น ต้นเหตุ ทุกขเวทนา

    แล้วยังสอน ต่างแง่ และต่างมุม.....................การประชุม ความยึดมั่น ในขันธ์๕
เป็นสาเหตุ แห่งทุกข์ รุกอุรา..........................แสดงว่า (มี)หลายสาเหตุ สร้างเภทภัย

    (คำ)ประกาศว่า พระองค์ ทรงตรัสรู้.................หลักการอยู่ ที่"ตัณหา" อย่าหลงใหล
อริยมรรค จักขจัด ปัดเป่าไป...........................จึงจะไม่ โดนทุกข์ บุกโจมตี 

    ทรงเชื่อมโยง สังสาร(วัฏ) บันดาลทุกข์............คนทุกยุค ต่างเข้าใจ ในข้อนี้
ว่าความทุกข์ ผูกพัน ทันชีวี.............................บ่แม่นมี ความหลงผิด หลงคิดไป(เอง)

    เพราะ"ฉันคิด ฉันจึงมี"วิถีปราชญ์....................ใครเล่าอาจ ตัดขาด"กู ของกู"ได้?
เรื่อง"จิตว่าง จากตัวกู" (ฟัง)ดูวิไล....................แต่ว่าใคร (เริ่ม)ใช้ความคิด ย่อมติด"กู(คิด)"

    ไร้"ของกู" คู่เงื่อนไข ไร้"ของเขา"(ด้วย)...........โลก"ของเรา"คงวุ่นวาย ใครก็รู้(คิดออก)
เรื่อง"กรรมสิทธิ์-เจ้าของ" ต้องเชิดชู..................ป้องกันผู้ อนารยะ อธิปไตย
                                                       (ทำตามอำเภอใจ-ไม่เคารพกฎกติกาสังคม)

    (สรุป)ก็เพราะมี กิเลส และตัณหา.....................จึงต้องมา ประสบ "ภพ"สมัย
"ชาติ-ชรา-มรณะ" ทุกขภัย...............................อยู่ร่ำไป ไม่สิ้น ชีวินจร(สังสารวัฏ)

    "ไม่ยึดมั่น" นั้นแก้ไข ที่ปลายเหตุ.....................เมื่อต้นเหตุ ยังพร้อม ย่อมเดือดร้อน
แก้ปัญหา "ต้น-ปลาย"(เหตุ) ตรงไหนก่อน?..........จึงลาญรอน ทุกข์ได้ สบายดี?

๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙


*นักปรัชญาที่พูดว่า "เพราะฉันคิด ฉันจึงมี" (หรือ ฉันคิด ฉันจึงมีอยู่) คือ เรอเน เดการ์ต (René Descartes) นักปรัชญา นักคณิตศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 17 วลีภาษาละตินที่เป็นอมตะของเขาคือ "Cogito, ergo sum" ซึ่งเป็นรากฐานของปรัชญาเหตุผลนิยมและได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งปรัชญาตะวันตกสมัยใหม่
การตั้งข้อสงสัยอย่างเป็นระบบ: เดการ์ตสงสัยทุกสิ่งอย่างถึงที่สุด แม้กระทั่งการมีอยู่ของตัวเองหรือร่างกายของตนเอง เพื่อหาความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้
  • จุดที่ไม่สามารถสงสัยได้: เขาพบว่าแม้เขาจะสงสัยอะไรก็ตาม แต่สิ่งที่เขาสงสัยไม่ได้คือ "การที่เขากำลังคิด"
  • ความหมาย: การที่เขากำลังคิดหรือสงสัย แสดงว่าต้องมีตัวตนของเขาที่กำลังทำกิจกรรมนั้นอยู่ ดังนั้น "การคิด" จึงเป็นข้อพิสูจน์ที่แน่นอนที่สุดของการมีอยู่ของ "ตัวตน"

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

หากชาติหน้าเราพบกัน เธอจะยังจำฉันได้ไหม? : กลอนรัก

 



หากชาติหน้าเราพบกัน เธอจะยังจำฉันได้ไหม? : กลอนรัก

    หากชาติหน้า เรามาพบกัน...............เธอจะยัง จำฉันได้ไหม?
ชาติหน้าที่ ไม่รู้อยู่ที่ใด......................ฉันจะพยายามไป ค้นหาเธอเสมอ
ถึงจะมี ทะเล-ภูเขา...........................ก็มิอาจกั้นเรา ให้พบเจอ
ฉันขอสัญญา จะรอเธอ......................แม้ต้องชะเง้อ พันหมื่นปี

    ความรัก ที่เธอมอบให้......................ความใส่ใจ ที่เธอปฏิบัติ
ฉันจดจำ ความงาม-ชัด.....................ขอยกดาวเจิดจรัส เป็นสักขี
เราเคียงคู่ อยู่ข้างกัน.........................เธอและฉัน ทุกสถานที่
สิ่งใดที่ฉัน และเธอมี.........................เราต่างยินดี มีร่วมกัน

    คนชื่นชู คอยดูแล............................(ฉัน)จะชะเง้อชะแง้ จากที่ไหน?
ความซื่อสัตย์ และจริงใจ....................(ต่อจากนี้ไป)คงจะหาได้ แค่ในฝัน
เพียงเธอ เท่านั้นที่............................ทำให้เรามี กันและกัน
มโนธรรม แทนคำมั่น.........................คำสัญญา ว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง

    ชาติหน้า ฉันจะไปหาเธอ....................ไม่ว่าเธอ จะอยู่บนสวรรค์
หรือกลับมาเกิด บนโลกอัน..................คนขยัน หมั่นเสแสร้ง
(ชาติหน้า)เมื่อใดที่ เธอเห็นฉัน.............แม้ต่างชนชั้น อย่าปั้นแต่ง
ยกเป็นเงื่อนไข ให้ขัดแย้ง....................โปรดแสดงสัญลักษณ์ แห่งรักเทอญฯ

๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙