ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่คิดประสงค์ ผลงานเหล่านี้ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่ ( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ

วันพุธที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560

วิมุตติสมัย : กลอนเจ็ด



วิมุตติสมัย : กลอนเจ็ด

๏   ฝนริน ยินร่ำ แทรกความสงัด........................สัมผัส รัชนี วิเวกไหว
ผสาน เสียงหรีด หริ่งเรไร.............................กลิ่นไอ เย็นชื้น รื้นฤดี

๏   ปลดเปลื้อง ปมทุกข์ มิซุกอก.......................หยุดยก ปริเยศ เลศสุขี(ปริเยศ=ที่รัก)
จิตร้าง ว่างเปล่า ราวไม่มี..............................กายี มิยล กลอัตตา

๏   ปิดการ ปรุงแต่ง แปลงกิเลส........................ปฏิเสธ สารพัน ปวงตัณหา
รู้สึก หลุดพ้น ล้นพันธนา...............................อิสรา ปริสุทธิ์ ดุษณี

๏   ไม่เห็น แก่ตัว=เปิดหัวใจ.............................ก้าวไป ใกล้สัจจ์ มนัสศรี
ซาบซึ้ง ถึงผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี.............................รัศมี ศีลธรรม ผ่องอำไพ

๏    เมื่อมิ ระคน มลทินโลกย์............................ย่อมมิ วิโยค เศร้าโศกไส
โลกีย์ วิจิตร ไม่ติดใจ...................................ย่อมไร้ โซ่ล่าม ความผูกพัน

๏   เข้าถึง วิถี วิมุตติธรรม.................................พ้นความ ลำเค็ญ เป็นสุขสันติ์
สงบสิ้น ดิ้นรน จลชีวัน..................................จิตพลัน สงบ ประสบพี

๏   ไร้การ รันทด และอดอยาก..........................ลำบาก หลากหาย ไคลบัดสี
ดวงแด แน่-นิ่ง ยิ่งสุรีย์..................................สุกสี แสงผ่อง ส่องพิไล

๏   ฝนคง ลงริน ไร้สิ้นสุด.................................แต่งจิต ติดจุด วิมุตติสมัย
พ้นความ ทุกข์ท้อ ทรมานใจ..........................พ้นความ กระหาย ใดๆเอยฯ

๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๐

โชคดีของคนโสด : กาพย์ยานี๑๑



โชคดีของคนโสด : กาพย์ยานี๑๑

๏    โชคดี ของคนโสด.....................เปรมปราโมทย์ ในอิสระ
สุขสบาย ไร้พันธะ.........................ดำเนินชีวะ สมประสงค์

๏    ปลอดโปร่ง โล่งฤทัย..................ทำตามใจ ไร้พะวง
ปราศห่วง ทั้งปวงปลง....................มั่นคงก้าว สกาวไสว

๏    ทรัพย์หา มาให้ตน......................บ่มีคน มาแย่งใช้
มิพิศ คิดเผื่อใคร............................มิหาไว้ ให้เกินควร

๏    เวลา แต่ละวัน............................บ่ต้องปัน(ให้ใคร) สุขสันติ์สรวล
ชีพง่าย ไม่เร่งด่วน..........................พ้นโซ่ตรวน แห่งสัมพันธ์

๏    ความรัก ความหวังดี.....................ทั่วโลกพลี ฤดีหรรษ์
ไม่หวัง ใครทั้งนั้น...........................ร่วมพันผูก ถูกตีตรา

๏    ไม่เป็น "ของ"ของใคร...................มิสนใจ ใครเมินค่า
ไม่ต้อง หมายปองว่า........................รอใครมา สโมสร

๏    อยู่ง่าย กินก็ง่าย...........................ชีวิตใช้ คล้ายพักผ่อน
บ้านช่อง ห้องหลับนอน....................มิเดือดร้อน (จัดแจง)ตามใจฉัน

๏    หมดห่วง ถูกลวงหลอก..................ถูกปอกลอก แล้วทิ้งกัน
มิตรญาติ มาดสังสรรค์......................ชีวันวัย ไม่หงอยเหงา

๏    ไม่มี-ไม่ยอมรับ............................ข้อบังคับ กับคนเรา
(ว่า)เกิดมา ต้องเฝ้า.........................เมาหาคู่ อยู่ร่ำไปฯ

๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๐

วันอังคารที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ลาภยศสรรเสริญสุข : กลอนแปด



ลาภยศสรรเสริญสุข : กลอนแปด

๏   เกล็ดเมฆา กระจาย รายรอบสูรย์....................งามวิบูลย์ อุ่นอบ ประสบสันติ์
ก่อนถึงกาล สัญญา แห่งสายัณห์....................คัคนานต์ บันดล ยลชื่นใจ(คัคนานต์=ท้องฟ้า)

๏   สูรย์สีทอง ส่องท้น บนเกล็ดเมฆ....................รังสรรค์เสก เพชรา อดิศัย
ประดับประดา สุวรรณ พรรณประไพ.................จรรโลงจิต พิสมัย ไร้ราคี

๏   ก่อนกระทำ กรรมกิจ คิดให้ไกล.....................อย่าคิดใกล้ ใคร่แล แค่ชาตินี้
ชาติหน้าอีก หลายชาติ อุบัติมี........................ตามวิถี วัฏฏะ สัจจะการณ์

๏   ลาภ-ยศ-สรรเสริญ-สุข ที่ถูกจิต.....................ทุกชีวิต คิดครอง ยกย่องขาน
หาได้อยู่ คู่ใคร ไปตลอดกาล.........................เวลาผ่าน วารพ้น วนเสื่อมพัง

๏    แม้นประสงค์(ลาภฯลฯ) จงหยุด ทุจริต...........หยุดทำผิด ศีลธรรม เพื่อความหวัง
(เมื่อ)วิบากกรรม ประดา มาประดัง...................(แม้)ชีวิตยัง (ก็)ย่อยยับ อัประมาณ

๏   ที่เห็นใคร ได้ดี ด้วยทุจริต............................จงพินิจ อดีตกรรม ธรรมไพศาล
เพิ่งให้ผล ตอนนี้ พิสดาร...............................มิใช่การ ทำชั่ว (แล้ว)ตัวได้ดี

๏   ทำดีจึง ได้ดี นี่คือกฎ...................................คือสัจพจน์ งดงาม อร่ามศรี
ทำชั่วย่อม ได้ชั่ว ทั่วโลกีย์.............................ถึงปัถพี ย่อยยับ มิกลับกลาย

๏   หลักโลกธรรม นำท่อง ให้คล่องเถิด................สิ่งใดเกิด ย่อมดับ สูญลับหาย
ทั้งมีลาภ เสื่อมลาภฯลฯ คละกลับกลาย.............มีอะไร ตายตัว ทั่วโลกา?

๏   จึงมิควร ยึดมั่น และถือมั่น.............................ลดความอยาก บากบั่น ละตัณหา
มิยินดี ยินร้าย ในมายา...................................อนิจจา-อนัตตา=สัจจาเอยฯ

๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๐

พรุ่งนี้ไม่มีวันรวย : กลอนคติสอนใจคนบ้าหวย



พรุ่งนี้ไม่มีวันรวย : กลอนคติสอนใจคนบ้าหวย

๏    อยากเห็น ความฉล (ของ)คนเรา..............รอเข้า ใกล้วัน ออกหวย
มีคน ยลหวัง คลั่งรวย..............................ด้วยโชค ชะตา เล่นพนัน

๏    งานไม่ ยอมทำ ย่ำรุ่ง.............................มามุง ตอไม้ หมายมั่น
ปะแป้ง ขัดถู อยู่ทั้งวัน..............................หาเลข รางวัล ทันใจ

๏    พระกลาย ร่างทรง ผีตอ(ไม้)...................วัดถ่อ ขุดหา มาให้
เก็บเงิน จากคน จนไป..............................ใช้จ่าย สบาย ใจหรรษ์

๏    เศรษฐี กี่คน บนหล้า..............................รวยมา จากการ เล่นพนัน?
ทำมา หากิน ทั้งนั้น..................................ทุกวัน ขยัน ขันแข็ง

๏    ทุกคน มีมือ มีเท้า..................................ตื่นเช้า เอาเรี่ยว เอาแรง
ขับสู้ งานการ แข็งแกร่ง.............................ดีกว่า (มา)ปะแป้ง ซากซุง

๏    ทิ้งลูก ทิ้งงาน บ้านช่อง...........................เที่ยวท่อง แหล่งหลาย หมายมุ่ง
เจ้าแม่ ตะเคียน เจียรมุง.............................พล่านพลุ่ง โมหันธ์ ปัญญา(โมหันธ์=ความมืดมนด้วยความหลง)

๏    (ระหว่าง)เจ้ามือ กับคน ซื้อหวย.................ใครรวย กว่ากัน หรรษา?
ตอไม้ ใยมี ฤทธา......................................เลขให้ ใครมา เล่นพนัน?

๏    วิถี ชีวาตม์ บัดซบ?..................................หรือพบ กับความ สุขสันติ์?
ไม่เพียง ประชาชน จนครัน..........................ชาติก็ รอวัน บรรลัยฯ

๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๐

วันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2560

สันตินิยม : กาพย์ฉบัง๑๖



สันตินิยม : กาพย์ฉบัง๑๖

๏   เงาไม้ใต้แสงตะวัน................ร่มรื่นชื่นสันติ์
ประหนึ่งสวรรค์พิมานเห็น

๏   เงาไม้ใต้จันทร์วันเพ็ญ.................สงบเยือกเย็น
ดั่งเป็นห้องหับสำหรับนอน

๏   เงาพุทธพิสุทธิ์สโมสร................เกิดก่อบวร
สิริสิย้อนอ่อนโยน

๏   ศีลธรรมจำเนียนเจียรโอน................อุระทโมน
ห่างพ้นหนทางสาไถย

๏   คุณธรรมกำกับจิตใจ..................พฤฒิพิไล(พฤฒิ=ความเจริญ)
ก้าวไกรรุ่งโรจน์โปรดปราน

๏   จริยธรรมกำจรสรศานติ์..................กิจจะตระการ
ไชยชาญชีวิตพิศโสภา

๏    อวิรุทธ์พุทธศาสนา..................เสริมอิสรา(อวิรุทธ์=ไม่ผิดพลาด)
วัฒนาสันตินิยม

๏    ศีลธรรม์สัญญาปรารมภ์.................อหิงสาประสม
อธิวิกรมพรหมวิหาร

๏   โอบอุ้มกุมทรวงดวงมาน.................จำรัสชัชวาล
ปฏิภาณเพริศพริ้งยิ่งแล

๏   ภิรมย์ร่มเงาเร้าดวงแด.................ไม่คาดหวังแม้
แต่สิ่งสำราญอันอื่นเอยฯ

๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๐

โลกวุ่นวายเพราะภัยกิเลส : โคลงสี่สุภาพ



โลกวุ่นวายเพราะภัยกิเลส : โคลงสี่สุภาพ


๑. ตราบเท่าที่มนุษย์ไร้........................สำนึก
กิเลส-ตัณหาผนึก...........................แน่นแฟ้น
ปัญหาสารพัดลึก............................รากหยั่ง
ทำลายสังคมแร้น-..........................แค้นสุขสมบูรณ์ฯ

๒. อาดูรสิ่งแวดล้อม............................ธรรมชาติ
นับวันเพิ่มพินาศ.............................โลกร้อน
สม่ำเสมอมีประกาศ.........................เตือนตัก
สักกี่คนคิดย้อน..............................แก้ไขกิจวัตร?

๓. วัดก็ยังเกี่ยวข้อง.............................ทุจริต
พระโกงหนีความผิด.........................ไปได้
กล่าวใยราชการกิจ...........................ยิ่งก่อ
คอรัปชั่นกันให้................................ทั่วแคว้นแดนสยามฯ

. ลุกลามภัยยาบ้า..............................ระบาด
มิหมดคนมุ่งมาด..............................ขายค้า
ยาเสพย์ติดเนืองอนาถ......................เพิ่มหลาก
ยากกำจัดตราบถ้า............................คนไร้คุณธรรมฯ

. หลามปัญหาการบ้าน........................การเมือง
ก่อปฏิวัติเนืองๆ................................เกินแก้
ประชาธิปไตยไป่ประเทือง..................เพราะติด-
ขัดที่ความคิด(ของคน)แล้..................ฉลฉ้อสามานย์ฯ

๖. ดักดานความคิดแม้...........................ศึกษา
จบระดับปริญญา...............................(จาก)ต่างด้าว
คำนึงแต่เงินตรา................................ผลประโยชน์
โฉดฉลกระมลห้าว.............................โกงบ้านกินเมืองฯ

. มโนธรรมจำเริญได้...........................ในใคร
เพราะสุจริตจิตใจ...............................เพริศแพร้ว
มิเกี่ยวกับชาติปัจจัย............................กำเนิด
มีสมองเลิศก็แล้ว................................ก็ไร้ความดีฯ

๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๐

วันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2560

แล้วจะนอนหลับสบาย : กาพย์ยานี๑๑



แล้วจะนอนหลับสบาย : กาพย์ยานี๑๑

๏   ยอมรับ และเข้าใจ...................ในธรรมชาติ ของชีวิต
สัจจริง=สิ่งไม่ผิด......................อย่ามัวคิด ปิดป้องขืน

๏   ปราศจาก ความจีรัง.................ทุกสิ่งอย่าง ไม่ยั่งยืน
(จาก)เคยเห็น กลายเป็นอื่น.........อนิจจะดื่น คือพื้นฐาน

๏   ทุกข์โศก แลโรคภัย.................ความเจ็บไข้ ให้รำคาญ
ต่างพบ ประสบพาน...................ตลอดชีพวาร ตราบบรรลัย

๏   อยู่เย็น อย่างเป็นสุข.................ปราศจากทุกข์ หามีไม่
เวรกรรม ดำเนินไกร...................หัดทำใจ ให้จำนน

๏    ทุกอย่าง ต่างแปรเปลี่ยน..........อย่าผัดเพี้ยน ไร้เหตุผล
แม้แต่ ตัวของตน.......................ก็บ่พ้น กลสัจจา

๏    ความจริง ของชีวิต..................พันผูกติด กับปัญหา
จงคิด พิจารณา.........................เรื่องธรรมดา ต้องเคยชิน

๏   สิ่งที่ เป็นไปได้........................จึงควรใคร่ ใฝ่ถวิล
(สิ่งใด)เป็นไป ไม่ได้ดิ้น-.............รนค้นหา->อนาทร(อนาทร=ร้อนอกร้อนใจ)

๏   ยอมรับ และเข้าใจ....................แล้วจะได้ ไม่เดือดร้อน
สิ้นเศร้า ยามเข้านอน..................(ย่อม)นอนหลับง่าย สบายเอยฯ

๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๐