ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่คิดประสงค์ ผลงานเหล่านี้ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่ ( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ

วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2560

กายกับใจ : กลอนคติธรรม



กายกับใจ : กลอนคติธรรม


    ถึงแม้ว่า หน้าหนาว ตอนเช้าตรู่................เราไม่อยู่ ดูดาย กายบริหาร
ให้อบอุ่น กรุ่นเร่า เผาพลังงาน.....................อาจทนทาน อาบน้ำ ชื่นฉ่ำจินต์

    ถึงยังเป็น เยาวชน คนสาวหนุ่ม................หากสุขุม อารมณ์ วิกรมถวิล
หนักแน่นใน อุรา เป็นอาจิณ........................วุฒิภา วะประทิ่น อภิญญา

    ถึงรูปกาย ร้ายทราม หากความคิด.............งามวิจิตร พิสมัย ใคร่ศึกษา
หลักศีลธรรม สำนึก ตรึกจรรยา.....................ย่อมงามกว่า (คน)งามกาย แต่ใจทราม

    ถึงจะเจ็บ ป่วยไข้ ไม่สบาย.......................แกร่งฤดี มิคลาย ใจมิขาม
อดทนสู้ โรคา พยายาม...............................ย่อมไร้ทุกข์ ซุกลาม ความอ่อนแอ

    ถึงยากจน ข้นแค้น แสนสาหัส...................หากมิตัด เมตตา ปราณีแผ่
ช่วยเหลือผู้ อื่นได้ ไม่เชือนแช......................คือดวงแด แพร่พร่ำ ความร่ำรวย

    ถึงแต่งกาย สะอาด ผุดผาดตา...................แต่อุรา สกปรก โสโครกด้วย
ความทุจริต คิดฉล ผลอำนวย........................เหม็นสาบไซร้ ไม่สวย สำรวยมี

    ถึงฐานะ ตระกูล คุณสูงส่ง.........................แต่ธำรง พฤติกรรม ทรามบัดสี
ก็ต่ำต้อย ด้อยกว่า ยาจกธีร์...........................คุณความดี ศีลธรรม ประจำมาน

    กายจะเป็น เช่นไร ใจแตกต่าง....................เป็นไปได้ ทุกอย่าง ด้วยสร้างสาน
กุศลธรรม สำนึก ฝึกดลดาล..........................ให้สุขล้ำ สำราญ ทุกวันคืนฯ

๒๑ มกราคม ๒๕๖๐

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560

อยู่เพื่อกิน-กินเพื่ออยู่ : กลอนหก



อยู่เพื่อกิน-กินเพื่ออยู่ : กลอนหก


    อยู่เพื่อกิน ถวิลหา..................อยากภักษา โหยอาหาร
ติดรสชาติ มาดตระการ................ทะเยอทะยาน ยิ่งขึ้นไป

    หูฉลาม ปลิงทะเล..................สัตว์ป่าฯลฯเห เมนูให้
ตะกละตะกลาม กินตามใจ............สุขสดใส ใช้ชีวี

    จากเคยอยู่ อย่างแออัด............สารพัดสัตว์ สูญพันธุ์ปรี่
สำนึกไซร้ ไม่เคยมี......................ยังเปรมปรีดิ์ กินต่อไป

    เกินเพื่ออยู่ สู้ชีวิต....................สร้าง-ประดิษฐ์ ผลิตผลให้
โลกใบนี้ ศิวิไลส์.........................น่าพิสมัย และสวยงาม

    ธรรมชาติอุ ดมสมบูรณ์..............สัตว์เพิมพูน จำรูญหลาม
ร่วมรักษา พยายาม......................บังเกิดความ สำนึกมี

    ให้โลกา นี้น่าอยู่.......................ต้องรอบรู้ ในหน้าที่
สุขสมปอง จำต้องมี......................หลักวิถี เชิดชีวัน

    ควรประหยัด และมัธยัสถ์............กิน-ใช้หัด คิดกวดขัน
ธรรมชาติมี ความสำคัญ.................ความสัมพันธ์ สรรพ์ชีวา

    เมื่อธรรมชาติ ขาดสมดุล............ไม่การุญ (ย่อม)ทุกข์ถ้วนหน้า
โลกทั้งโลก โชกน้ำตา...................ทั่วหย่อมหญ้า โศกาเอยฯ

๒๐ มกราคม ๒๕๖๐

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2560

พัฒนาการของชีวิต : กลอนหก



พัฒนาการของชีวิต : กลอนหก


    พัฒนาการ ของชีวิต..................คนมุ่งทิศ ติดวัตถุ
ทรัพย์ศฤงคาร สินบรรลุ.................ยศศักดิ์อุ กฤษฏ์บูชา

    จึงกระสัน ใคร่ขันแข่ง.................เข้ายื้อแย่ง แสวงหา
วางเล่ห์กล ล้นมารยา....................โดยถือว่า ฉลาดวิธี

    ทุ่มเวลา และชีวัน......................เพื่อมุ่งมั่น บั้นปลายนี้
ผลสำเร็จ ปริเยศมี.........................งามโสภี ค่านิยม

    แต่สำหรับ พุทธกลับมอง.............(สิ่งเหล่านั้นเป็น)เพียงครรลอง โลกธรรมสม
ไม่ประเสริฐ เพริศภิรมย์...................ไม่ชื่นชม (ว่าเป็น)พัฒนาการ

    ไป่ประหวัด ปองวัตถุ...................มุ่งบรรลุ อุระศานติ์
พ้นสาไถย ไร้สามานย์.....................มลทินผลาญ พลีชาญชัย

    เลิกหลงผิด ติดอัตตา..................ตัดตัณหา ศรัทธาให้
เลิกกิเลส เฉทจากใจ......................อยากทั้งหลาย ไม่กระทำ

    คืออริยะ พัฒนาการ....................หลุดพ้นพาล มลมานพล้ำ
คือวิสุทธิ์ โลกุตรธรรม.....................ที่เลิศล้ำ ในโลกา

    เพียงแค่คน กระมลวิเศษ..............ซาบซึ้งเกศ แห่งเทศนา
ของพระพุทธ (ธะ)ศาสดา................ผู้ปรีชา สัจจาเอยฯ

๑๙ มกราคม ๒๕๖๐

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560

ภัยธรรมชาติหรือภัยมนุษย์? : กาพย์ฉบัง๑๖



ภัยธรรมชาติหรือภัยมนุษย์? : กาพย์ฉบัง๑๖


    ฝนตกกลางเดือนมกรา(คม).................ได้ยินเสียงซ่า
ในยามนิทราราตรี

    พยากรณ์อากาศพาทพี................ดูเมื่อวานนี้
ไม่มีทีท่าว่าเตือนฝน(ตก)

    (แสดงว่า)อากาศบัดนี้พิกล................กระทั่งส่งผล
ประจญความยากพยากรณ์(ล่วงหน้า)

    เนื่องจากสภาวะโลกร้อน................ย่อยยับกลับย้อน
บั่นทอนวิถีชีวิต

    ความที่คนเราเขลาจิต...............โฉดฉลพ่นพิษ
วิกฤติติดลามตามมา

    คือสาเหตุของปัญหา................พิบัติภัยไกรกล้า
ไม่สามารถอาจคลี่คลาย

    อดสูดูความเสียหาย...............ผู้คนล้มตาย
มากมายนับวันทะยานทวี

    เภทภัยในทุกๆปี...............ทำให้วิถี
ชีวิตวิกฤติหนักหนา

    โครงการล้างผลาญเงินตรา................ถูกคิดขึ้นมา
เพื่อแก้ปัญหาสาระไร้

    ทุจริตจิตพาลจัญไร................ยิ่งย้ำทำให้
เภทภัยเพิ่มมากกว่าเก่า

    เพราะทำตัวชั่วมัวเมา...............ธรรมชาติจึงเอา
ความทุกข์โศกเศร้ามาเยือนฯ

๑๘ มกราคม ๒๕๖๐

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560

หน้าหนาว หน้าร้อน หรือหน้าฝน? : กาพย์ยานี๑๑




หน้าหนาว หน้าร้อน หรือหน้าฝน? : กาพย์ยานี๑๑


    หน้าหนาว ที่น่าฉงน.....................มีทั้งฝน และรนร้อน
(เท่าที่)จำได้ สมัยก่อน.....................เยาว์วัยย้อน ไม่เคยมี

    หน้าหนาว (ที่)แทบไม่หนาว..........บอกเรื่องราว โลกใบนี้
วิกฤติ ขึ้นทุกที................................สมควรที่ จิใส่ใจ

    ประเทศ ทางเขตเหนือ..................หนาวเย็นเหลือ เฝือเข้าไส้
หิมะตก+อุทกภัย.............................คนล้มตาย มากมายตรม

    ปฏิวัติ อุตสาหกรรม.......................จุดเริ่มนำ ธรรมชาติล่ม
เทคโน โลยีอุดม..............................เงื่อนปมสร้าง ง้างทำลาย

    ธรรมชาติ วิบัติสิ้น..........................ธรณิน ภินท์สลาย
เพราะคน อยากสบาย........................ผลสุดท้าย สบายได้จริง?

    (เมื่อ)ธรรมชาติ ขาดสมดุล...............(ย่อม)เกิดวุ่นวาย ไปทุกสิ่ง
เพราะคน คิดฉลชิง............................แย่งทรัพยา มาครอบครอง

    ธรรมชาติ พิบัติภัย..........................จึงย้อนให้ ได้สนอง
แก่คน วิกลกอง.................................อย่างถูกต้อง และเที่ยงธรรม

    (คน)ส่วนใหญ่ ยังไม่สะท้าน..............สนุกสนาน เช้ายันค่ำ
น่าสลด หมดถ้อยคำ...........................จะชักนำ สำนึกเอยฯ

๑๗ มกราคม ๒๕๖๐

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560

หัวใจของการให้บริการ : กลอนคติสอนใจ



หัวใจของการให้บริการ : กลอนคติสอนใจ


    การให้ บริการ........................และการ ทำธุ รกิจ
จะต้อง พินิจ..............................ตามติด สังคม กระแส
เพื่อความ สอดคล้อง...................ตอบสนอง ความต้อง การแล
ลุล่วง ดวงแด.............................ของแต่ ละคน ปนเป

    ความพึง พอใจ.......................(ของ)ลูกค้า เป็นใหญ่ ที่สุด
(คือความ)ถูกต้อง ผ่องผุด............เพื่อ(ธุรกิจ)รุด พัฒนา อย่าเฉ
ลูกค้า=พระเจ้า..........................ปลุกเร้า ใคร่ครวญ มิรวนเร
ทำความ ทุ่มเท..........................จงเสสรวล รัญจวนใจ

    ทำตาม ใจตน.........................จะไม่ ได้ยล ผลสำเร็จ
กล่าวถ้อย คำเท็จ........................สิเล็ด ลอดตา ก็หาไม่
โกหก หลอกลวง.........................เพราะอยาก ตักตวง เกินไป
ปลิ้นปล้อน สาไถย.......................คือ(ความ)ไร้ สติ ปัญญา

    เอาใจ ของเขา.........................มาใส่ ใจเรา ดูหน่อย
(คน)ฉลาด-เขลา เฝ้าคอย..............คนเอา ใจคอย ละห้อยหา
คนที่ จริงใจ.................................มี(ความ)หวัง ดีให้ ไม่ระอา
(คือ)คนที่ ลูกค้า...........................รักและ ปรารถนา สมาคม

    ลูกค้า ติดใจ.............................เงินทอง ต้องไหล มาเทมา
สุขสันติ์ หรรษา.............................ชีวา บรรลุ เป้าหมายสม
มีคน รักใคร่..................................มีใคร ให้ความ นิยม
สดชื่น รื่นรมย์................................อุดม สมบูรณ์ สุนทรีย์ฯ

๑๖ มกราคม ๒๕๖๐

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560

กระบวนการอยุติธรรม : กลอนเจ็ด



กระบวนการอยุติธรรม : กลอนเจ็ด


    คงขาด แค่มี หิมะตก.........................อัศจรรย์ ผันผก เหลือไฉน
อากาศ บัดนี้ ที่เมืองไทย........................ร้อน-ฝน-หนาวได้ ทุกฤดู

    เหมือนกระ บวนการ อยุติธรรม.............ระอา ระกำ นำมาสู่
หลักการ นั้นหรือ คือ"หลักกู"...................คนรู้ ดูหมิ่น ดั่งชินชา

    ตำรวจ เรียกขาน ปาน"ตะกวด"............ยิ่งยวด อธรรม์ สร้างปัญหา
อัยการ-ศาลเอื้อ เหลือระอา.....................ต่างโดน กล่าวหา "อยุติธรรม"

    บาทบท กฎหมาย ใช้บังคับ.................สับปลับ สับสน ล้นระส่ำ
ทนาย ท้ายสุด ทุจริตกรรม......................ต่างคำ นึงว่า ต้องหาเงิน

    ความยุ ติธรรม แค่คำเสนาะ.................สืบเสาะ หาได้ ให้ผิวเผิน
ความอ ยุติธรรม ถูกดำเนิน......................ประเชิญ ปกติ ทุกวี่วัน

    เขาล้อ(เลียน) ก็หา ว่าดูหมิ่น...............ยินดี หากได้ ใครเสริญสรร
เมินดู เงื่อนไข เหตุใดกัน?......................คนไทย ใครหยัน ขันประณาม

    ยกข้อ กฎหมาย มาใช้ขู่......................ยิ่งดู เป็นเสนียด น่าเหยียดหยาม
กรรมชั่ว ตัวสร้าง ต่างๆทราม...................ติดตาม หลามหลาก ยากลบเลือน

    เลิกที พิรุธ และทุจริต.........................วิจิตร กิจกรรม ดีงาม(ขับ)เคลื่อน
เลิกรับ สินบน ล้นเงินเดือน......................ศีลธรรม ย่ำเยือน อย่าเลือนราง

    มนา สถิต ซึ่งยุติธรรม.........................ก่อกรรม ทำดี ปรียาสร้าง
ย่อมเป็น ที่รัก มิจากจาง..........................อยู่กลาง ใจชน จนนิรันดร์ฯ

๑๕ มกราคม ๒๕๖๐