ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ความเป็นผู้มีมิตรดี คือพรหมจรรย์ทั้งสิ้น: กลอนคติธรรม

ความเป็นผู้มีมิตรดี คือพรหมจรรย์ทั้งสิ้น : กลอนคติธรรม


    "เชิญร่วม บวงสรวง เทวดา*"................โฆษณา หาเงิน ของพระสงฆ์
(*พระราหู,ยักษ์,พญานาค,พญาเต่า,พญาคางคก,เจ้าพ่อ,เจ้าแม่ฯลฯ)
(ผู้)เลื่อมใส ไสยศาสตร์ ยืนหยัดยง...........มิใช่ เผ่าพงษ์ พระศาสดา

    คงเส้น คงวา ประกอบพิธี......................อันไม่มี ในพุท ธ(ะ)ศาสนา
(ยัง)อ้าง(เป็น)เนื้อ นาบุญ คุ้นเจรจา..........แต่มิ นำพา ธรรมวินัย

    (ส่วนคนที่)เรียกตน เป็นพุท ธมามกะ.......อะไรผิด อะไรถูก รู้ที่ไหน?
ทำตาม ที่พระบอก (ถูก)ปอกลอกไป..........เชื่อว่า จะได้ ไปพิมาน

    (พระ)สืบทอด เพียงวัฒ (ฒะ)นธรรม........ส่วนธรรม (มะ)วินัย ใคร่ปล่อยผ่าน
หาเงิน เป็นนิจ คิดชำนาญ....................หาใช่ นิพพาน ที่(มุ่งมา)บรรพชา

๏    (ประกอบ)กิจกรรม ค้ำจุน ไสยศาตร์.........(แต่)ป่าวประกาศ เป็นพุท ธ(ะ)ศาสนา
มโน(อ)ธรรม ที่ชำนาญ คือมารยา...........ประดิษฐ์ มุสา วาทกรรม

    กิเลส ตัณหา ความสาไถย.....................(เป็น)อุปสรรค ผลักไส ให้ถลำ
สู่ความ มืดมน ล้นอธรรม.......................ครอบงำ ความคิด และจิตใจ

    ต่อให้ เรียนรู้ พุทธศาสนา......................มีสติ ปัญญา สมองใส
ก็บ่ มีวัน จะเข้าใจ................................ซึ้งใน รสพระธรรม ที่ล้ำเลอ

    นอก(เสีย)จาก(ว่า) จะกำจัด ตัดกิเลส.......ตัณหา สาเหตุ วิเศษเสมอ
พ้นวง จรอุบาทว์ ประหลาดเพ้อ...............ที่เจอ ในสังคม โง่งมเอยฯ

๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค
อุปัฑฒสูตร
ความเป็นผู้มีมิตรดี เป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้น
[๔] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้:- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิคมของชาวศักยะชื่อสักระ ในแคว้น สักกะของชาวศากยะทั้งหลาย ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาค ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี นี้เป็นกึ่งหนึ่งแห่งพรหมจรรย์ เทียวนะ พระเจ้าข้า. [๕] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ เธออย่าได้กล่าวอย่างนั้น เธออย่าได้ กล่าวอย่างนั้น ก็ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี นี้เป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้นทีเดียว ดูกร อานนท์ อันภิกษุผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคประกอบ ด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘. [๖] ดูกรอานนท์ ก็ภิกษุผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี ย่อมเจริญอริยมรรคประกอบ ด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า? ดูกรอานนท์ ภิกษุ ในธรรมวินัยนี้ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ย่อมเจริญสัมมาสังกัปปะ ... สัมมาวาจา ... สัมมากัมมันตะ ... สัมมาอาชีวะ ... สัมมาวายามะ ... สัมมาสติ ... สัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกร อานนท์ ภิกษุผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี ย่อมเจริญอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อม กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล. [๗] ดูกรอานนท์ ข้อว่า ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี เป็นพรหมจรรย์ ทั้งสิ้นทีเดียวนั้น พึงทราบโดยปริยายแม้นี้ ด้วยว่าเหล่าสัตว์ผู้มีชาติเป็นธรรมดา ย่อมพ้นไปจาก ชาติ ผู้มีชราเป็นธรรมดา ย่อมพ้นไปจากชรา ผู้มีมรณะเป็นธรรมดา ย่อมพ้นไปจากมรณะ ผู้มี โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส เป็นธรรมดา ย่อมพ้นไปจากโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส เพราะอาศัยเราผู้เป็นกัลยาณมิตร ดูกรอานนท์ ข้อว่า ความเป็นผู้มี มิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี เป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้นทีเดียวนั้น พึงทราบโดยปริยายนี้แล.

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เศรษฐกิจพินาศ หลังรัฐธรรมนูญไฟเขียวกู้เงิน 4 เเสนล้าน | คมชัดลึก

 

เปรียบคนกับต้นไม้ : กลอนคติสอนใจ



หมามุ่ย หรือ หมามุ้ย ชื่อวิทยาศาสตร์ Mucuna pruriens DC. เป็นพืชเถาซึ่งขน (Trichomes) บริเวณใบ เถา ฝัก และ ปลายยอดมีสารกลุ่มโปรตีนคือ Mucuniean Enzyme และสาร Serotonin เป็นสารกระตุ้น ให้ร่างกายหลั่ง histamine ก่อให้เกิดการแพ้ผื่นคัน บวมแดง [1]

ลักษณะทั่วไป ใบมีรูปร่างคล้ายรูปไข่หรือรูปไข่ปนขนมเปียกปูน โคนใบอาจมีทั้งมน กลม หรือหน้าตัดก็ได้ ตัวใบบางและมีขนทั้งสองด้าน ดอกสีม่วงดำ ออกเป็นช่อตามง่ามใบ มีเมล็ด 4-7 เมล็ด ฝักจะมีขนอ่อนคลุม ฝักแก่นี้เองจะกลายเป็นพืชที่มีพิษ เมื่อผิวหนังสัมผัสกับขนพิษ ปลายยอดของขนจะแตกออก และฉีดสารพิษออกมา ทำให้ผิวหนังบวมแดง คันและปวดแสบปวดร้อน

การรักษา รีบกำจัดขนพิษออกจากบริเวณที่สัมผัส โดยใช้เทียนไขลนไฟให้อ่อนตัว หรือข้าวเหนียวคลึงจนเนื้อข้าวเหนียวกลืนกัน แล้วนำมาคลึงบริเวณที่สัมผัสขนหลายๆ ครั้งจนหมด หรืออาจใช้ผมมาถูกับบริเวณที่โดนก็ได้ ยิ่งผมสั้นเท่าไหร่ยิ่งกำจัดได้มาก และ[2]หากยังมีอาการแดงร้อนหรือคันอยู่ให้ทาคาลาไมน์โลชั่น หรือครีมสเตียรอยด์ พร้อมกับรับประทานยาแก้แพ้ เช่น คลอเฟนิรามีน 4 มก. ครั้งละ 1 เม็ดทุก 6 ชม. จนเป็นปกติ [3]


เปรียบคนกับต้นไม้ :  กาพย์ยานี๑๑

    เปรียบคน กับต้นไม้.........................เปรียบเทียบได้ ไร้กังขา
คุณสมบัติ อัจฉรา..........................นำมาร้อย คล้อยกาพย์กลอน

    ลางคน (เหมือน)ผลตำแย(หมามุ่ย).....สัมผัสแย่ แพร่พิษร้อน 
อยู่ให้ ห่างไกลก่อน-.......................จะเดือดร้อน ทุรนทุราย

    ต้นสาว น้อยประแป้ง........................ปลูกตกแต่ง สวนหลากหลาย
พิษนั้น (อาจ)ถึงขั้นตาย....................เป็นพืชร้าย ใกล้ๆตัว

    ลางคน ยลสวยหล่อ.........................(แต่)จิตใจพอ(พอใจ) ก่อกรรมชั่ว
ทัศนะ(คติ) ช่างน่ากลัว.....................กระทำชั่ว (ได้อย่าง)ไร้หัวใจ

๏    คนเกลื่อน เหมือนเถาวัลย์..................ที่เกี่ยวพัน ต้นไม้ใหญ่
คดเคี้ยว เลี้ยวลดไป.........................ไม่ซื่อสัตย์ มนัสมี(มนัส=ใจ,ความคิด)

    หลากคน ยล(เหมือน)ดอกไม้..............ชมชื่นใจ ไร้โศกศรี
เข้าใกล้ ให้เปรมปรีดิ์.........................แม้ไม่มี ประโยชน์ปัน

    คนคุ้น เหมือนสมุนไพร.......................มองทีไร ไร้สีสัน(ไร้เสน่ห์)
ต่อเมื่อ เอื้อสัมพันธ์...........................ช่วยเหลือกัน โศกศัลย์เลือน

    ลางคน (คล้าย)ต้นไม้ใหญ่..................ร่มเย็นให้ ฤทัยเสมือน
ปรารถนา เมตตาเตือน........................(สุข)สวัสดี สิริพงษ์

    (ก่อน)คบใคร ให้คิดถึง.......................ผลลัพธ์พึง ละใหลหลง
คนดี (และคน)มีภัยคง.........................ปะปนทั่ว สังคมเอยฯ

๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙