ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่คิดประสงค์ ผลงานเหล่านี้ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่ ( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ

วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ใครเล่าจะรู้ : กลอนเปล่า



ใครเล่าจะรู้ : กลอนเปล่า

    ใครเล่าจะรู้ว่า
อนาคตจะเป็นเช่นไฉน?
หลากสิ่งผ่านมา....
พบแล้วพลันลาจากไป
เหลือทิ้งเอาไว้....
เพียงรอยแห่งความทรงจำ

    มีชีวิต....
ต้องคิดต่อ
ก่อเรื่องราวเช้าจดจ่อค่ำ
แม้ยามเข้านอน
หลับตายังตรึกตรำ
กำหนดแผนการวันหน้าต่อไป

    ความผูกพันกับอดีต
คือความคิดวินิจฉัย
ประโยชน์นำมาก็หาไม่
รังแต่จะพาใจ
ให้จินตนาการไกล....
ใคร่คิดฝัน

    ความห่วงหาอนาคต
แม้ละลดได้....
จะพาจิตผ่อนคลายอย่างอัศจรรย์
ปล่อยวันข้างหน้า
เป็นไปตามชะตาและสถานการณ์
เพียงเตรียมพร้อมประจัญ
ด้วยขวัีญและกำลังใจที่มั่นคง

    ตราบเท่าที่ชีวียัง
ให้ตั้งใจอย่าใหลหลง
รักษากุศลธรรมจำนง
ดำรงสุจริตนิตยา

    ไม่ว่าจะต้องเผชิญสิ่งใด
ตรึงใจในศีลสัตย์ปรารถนา
เว้นสาบบาปสิ้นจินดา
จนตราบมรณาจะมาเยือน

    หลากหลายสิ่งสรรพ์ผ่านเข้ามา
แปลงเปลี่ยนวิถีชีวาเมื่อประสาน
สร้างสุข-ทุกข์ไซร้
ทำหฤทัยเกิดไหวหวั่น
มองเป็นเช่นประสบการณ์
เพียงผ่านมาพานพบมี

    แทบทุกสถานการณ์
ในชีวันนั้นมิรู้ล่วงหน้า
การดำเนินชีวา
จึงต้องอุตสาหะ-ทำให้ดี
เตรียมรับมือสุดความสามารถชีวาตม์มี
ก็ยังอดไม่ได้ที่....
ชีวี ระทึก-วุ่นวายฯ

๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๐

วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เหตุผลกลกรรม : กลอนคติชีวิต



เหตุผลกลกรรม : กลอนคติชีวิต

    พยากรณ์ อากาศ พิพาทว่า..........................ในวัน จันทร์หน้า จะเหน็บหนาว(พาท=ถ้อยคำ)
บ่อยครั้ง พลั้งพลาด คลาดไคลคราว...............จากหนาว เจอฝน-ร้อนรนมี

    หลายคน บ่นขอ รอความหนาว.....................จนกาล จะก้าว เกินวิถี
เหลือสิบ กว่าวัน พานสิ้นปี.............................ต้องมี ปาฏิหาริย์ มาดาลดล?

    เวรกรรม ทำไว้ ในวันนี้................................ย่อมมี เหตุก่อ บ่อเกิดหน
ย้อนคืน ชะตา มาสู่คน..................................สารพัน บันดล ตามกลกรรม

    สิ่งประสบ พบไซร้ ในวานนี้..........................ล้วนมี เก่าก่อน ป้อนอุปถัมภ์
เตือนตัว ชั่ว-ดี ที่เคยทำ................................จะตาม กำหนด บทชีวัน

    แม้ว่า ใคร่มาด มุ่งปรารถนา..........................ขอพร เทวา ไหว้สวรรค์
สิ่งศักดิ์ สิทธิ์ใด ใต้สุริยัน...............................มิอาจ แปรผัน กรรม์กลไก

    สิ่งใด จะเกิด ก็ต้องเกิด................................คนท้า ละเมิด หาได้ไม่
ความดี(ในปัจจุบัน) มิอาจ ตัดขาดใคร..............พ้นบาป สรรพไซร้ ในอดีตกาล

    ประจักษ์ ความจริง สิ่งบังเกิด........................ดีเลิศ ชั่ว-ร้าย ใช่(เพราะ)พิษฐาน(พิษฐาน=มุ่งหมาย)
หาได้ ไปด้น ดั้นบนบาน................................สิ่งศักดิ์ สิทธิ์ทาน สงสารมา

    (จง)ให้ความ สำคัญ การก่อกรรม...................อย่าล้ำ ทรามล่วง บาปห้วงหา
จงทำ (แต่)ความดี มีจรรยา............................ณ ภาย ภาคหน้า สุขะเอยฯ

๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๐

วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ความรู้คู่ควรใจ : กาพย์ยานี๑๑



ความรู้คู่ควรใจ : กาพย์ยานี๑๑

    ความรู้ ชูเชิดเรา.............................พ้นโง่เขลา เพราเพริศเห็น
เข้าใจ ในกฎเกณฑ์...........................เจนสัจจา โลกาไกร

    รู้จัก หลักชีวัน................................อุปสรรคขัน ปัญหาไข
อยู่รอด อย่างปลอดภัย.......................สุขฤทัย ไร้กรอมกรม

    รู้ทาง ร่างวิถี...................................ดำเนินชีวี ดีงามสม
สะอาด ปราศโสมม............................รื่นรมเยศ เพทนา(รมเยศ=รมย์,เพทนา=เวทนา)

    รู้ผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี...............................ก่อกรรมธีร์ มิกังขา
ไร้โทษ รุ่งโรจน์พา.............................ประเสริฐสบ พบพิชัย

    รู้จำ ธรรมประจักษ์.............................รู้ห้ามหัก และผลักไส
สามานย์ สิ่งจัญไร..............................ไม่ประพฤติ ยึดครรลอง

    รู้คิด พิจารณา...................................ใจหยาบช้า จะมัวหมอง
พูดร้าย ไพร่ลำพอง.............................คะนองบาป เลวอัประมาณ

    รู้ตัว รู้สติ..........................................อุปธิ ถ้าพิษฐาน(อุปธิ=กิเลส)
อุบัติ สัญชาตญาณ..............................สันดานสัตว์ อาชญา

    ความรู้ ที่คู่ควร...................................ลองทบทวน ล้วนล้ำค่า
ช่วยให้ ใช้ชีวา....................................อย่างผาสุก สิ้นทุกข์เอยฯ

๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๐

วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560

จงสอนลูกให้เป็นคนดี ช่วยเหลือคนอื่น


                 https://www.facebook.com/XinhuaNewsAgency.th/videos/2011981515684527/



จงสอนลูกให้เป็นคนดี ช่วยเหลือคนอื่น
แล้วจะภาคภูมิใจ ที่เลือดเนื้อเชื้อสายของเราเป็นคนดี


ฮีโร่ตัวน้อย! 
เด็กชาย ป.1 ช่วยเด็กรุ่นน้องเหยื่อ “ชนแล้วหนี” กลางถนน
ชาวเน็ตจีนพากันยกย่องชมเชยเด็กชายวัยประถม ผู้ช่วยเหลือเด็กรุ่นน้องที่ประสบอุบัติเหตุจนนอนเจ็บกลางถนนสายหนึ่งของเมืองอี้ว์หลิน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เมื่อช่วงต้นเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางความเฉยชาของบรรดาผู้ใหญ่ที่พบเห็นแล้ว แต่ก็ไม่ได้รีบเข้าไปดู

ภาพจากคลิปวีดีโอ เผยให้เห็นเหตุการณ์เด็กชายวัยเตาะแตะกำลังวิ่งข้ามถนน ก่อนถูกรถจักรยานยนต์สามล้อชนทับร่างจนบาดเจ็บ ซึ่งฝ่ายคนขับก็ไม่ได้ลงจากรถมาดูอาการเด็กเลย ทำแค่เพียงซักถามอยู่ไม่กี่วินาทีก่อนขับรถจากไปอย่างไม่ใยดี ปล่อยให้หนูน้อยนอนเจ็บอยู่กลางถนนเพียงลำพัง

แต่ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีซุกซ่อนอยู่ หนูน้อยได้พบฮีโร่เป็นเด็กชาย “เฉิน จิ่วอี้” อายุ 7 ปี ที่เพิ่งเข้าเรียนชั้นประถมศึกษา เขาผ่านมาพบเห็นเหตุการณ์จึงตัดสินใจตรงเข้าช่วยเหลือในเสี้ยววินาที ค่อยๆ โอบอุ้มร่างของเด็กรุ่นน้องไปยังที่ปลอดภัยด้วยตัวคนเดียว

รายงานระบุว่า เด็กน้อยเหยื่อชนแล้วหนีได้รับบาดเจ็บกระดูกเท้าข้างขวาแตกหัก มีบาดแผลถลอกและฟกช้ำดำเขียวจำนวนหนึ่ง โดยปัจจุบันอยู่ในความดูแลของแพทย์จนอาการดีขึ้นมากแล้ว ส่วนตัวคนขับรถสามล้อคันก่อเหตุทนแรงกดดันไม่ไหว ยอมกลับมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาต่อมา
“คุณครูสอนว่าเราควรช่วยเหลือคนที่กำลังตกอยู่ในความยากลำบากครับ” เฉินตอบหลังถูกถามถึงเรื่องราวความมีน้ำใจของเขา

ในโลกนี้
ฮีโร่อาจเป็นแค่เด็ก ผู้ใหญ่อาจเป็นผู้ร้ายฯ

การฝึกอบรมธรรมะ : กลอนหก





การฝึกอบรมธรรมะ : กลอนหก

    เมื่อปราศจาก สิ่งกระตุ้น.........................ไม่หมกมุ่น คุ่นคิดถึง
ตัณหาไคล ใจคะนึง.................................กิเลสรึ้ง (ย่อม)ระงับไป

    แต่เมื่อใด ปัจจัยเปิด..............................จิบังเกิด ความหวั่นไหว
ความสงบ ลบจากใจ................................กิเลสไซร้ พลุ่งพรายพลัน

    ปุถุชน (อด)ทน(ควบ)คุมจิต.....................(มีทั้ง)ผลสัมฤทธิ์ และผิดผัน
เป็นธรรมดา สิ่งสามัญ..............................อุตส่าห์สรรค์ มั่นคงมี

    ประพฤติธรรม ช่ำชีวิต.............................ผลพิสิฐ โศภิษฐ์ศรี(โศภิษฐ์=ดียิ่้ง)
ขัดเกลาใจ ไคลราคี................................พาสุขี พิศุทธา(พิศุทธา=ไม่มีความเสีัยหาย)

    ใจที่(มุ่ง)มั่น ธรรม์อบรม...........................จะวิกรม ข่มปัญหา(วิกรม=มีชัยชนะ)
เผชิญโลก โชคชะตา...............................อย่างแกร่งกล้า ปรีชาการ

    สาธุชน คนวิทิต.....................................(การ)พัฒนาจิต พิศพื้นฐาน(วิทิต=ผู้รู้)
อุระใส ไร้สามานย์...................................สัตว์สันดาน มิพันธ์เพียร

    จึงจะมี ชีวีรุ่ง.........................................โรจน์ผดุง มิแปรเปลี่ยน
ความชั่้วช้า ขจัดเตียน..............................มิเวียนต่ำ สำคัญตรอง

    ผู้ที่ผ่าน การอบรม(ธรรมะ).......................ย่อมสุขสม อุดมสนอง
ฤดีล้ำ งามครรลอง..................................ทำถูกต้อง คล่องสุจริตเอยฯ

๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๐

วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560

สารคดี:มหาวิบัติน้ำท่วมโลก Documentary: Great Flood, World Flood

ผู้กล้า : โคลงสี่สุภาพ

 https://mgronline.com/china/detail/9600000124665


 ผู้กล้า : โคลงสี่สุภาพ

๑. หมื่นพันตึก ระฟ้า..............................พุ่งทะยาน
วิศวกรรมบันดาล..............................เกิดได้
สูงเทียมเมฆพิมาน............................มุ่งเปรียบ
เทียบเทวาฝันไว้...............................ทำให้เสมือนจริงฯ

๒. มิกริ่งเกรงขีดข้อ...............................จำกัด
คนบางคนยืนหยัด.............................ทายท้า
ปีนป่ายยอดตึกถนัด...........................ภาพอวด
รวดเร็วดุจสายฟ้า..............................คนเข้าชื่นชมฯ

๓. นิยมยก"ผู้กล้า".................................คอยติดตาม
สรรเสริญเยี่ยงดีงาม...........................เลิศล้ำ
ยุคสมัยคนใคร่ความ...........................แปลกใหม่
ทำอะไรเพื่อตอกย้ำ...........................ให้คนชอบพอฯ

๔. แต่ธรณีบ่คล้อย.................................สนใจ
ลงโทษหากทำอะไร..........................บิ่นบ้า
คนประมาทเกินไป............................ย่อมดับ
ชีวิตลับจากหล้า...............................ก่อนต้องแก่ตายฯ

๕. อับอายทำไมแม้................................ทำดี
สะอาดปฏิบัติมี.................................โทษไร้
สุขกายสบายชีวี...............................สันติสบ
พบแต่สิ่งดีไซร้.................................บ่ต้องกังวลฯ

๖. คนไม่ทำชั่วช้า...................................สามานย์
มิวุ่นวายลนลาน.................................ปดโป้
สุจริตกฤดาการ..................................ซื่อสัตย์(กฤดาการ=ที่ทำไว้แล้ว)
ย่อม องอาจอวดโอ้............................กล้าพูดเปิดเผยฯ(โอ้=เปิดเผย)

๗. ไหนเลยคนคิดร้าย..............................ทุจริต
ลักลอบทำความผิด............................ชั่วช้า
จะไม่คอยประดิษฐ์.............................เรื่องแต่ง
แปลงเท็จ-จริงจนหล้า.........................จับได้ไล่ทันฯ

๘. สำราญคนคิดฉ้อ.................................โฉดฉล
ทุจริตหลงว่าตน.................................ดีได้
กฎหมายไม่มีผล................................พลันฉับ
กฎแห่งกรรมกลับให้...........................ผลไซร้ในที่สุดฯ

๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๐