ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2556

ทำตามใจ ไม่ใช่อิสรภาพ : กลอนคติชีวิต




ทำตามใจ ไม่ใช่อิสรภาพ : กลอนคติชีวิต
(ฉันทลักษณ์ที่ผมคิดประดิษฐ์ขึ้นเอง)

๏    อุษา ฟ้าใส.................อุไร สุริยัน สรรค์ศรี
สกุณา รตี.......................เริงรี่ เพรียกพ้อง ส้องสาน(รตี=ความยินดี)
โผผิน บินสู่.....................จนดู เกลื่อนฟ้า จักรวาล
แท้ทัศน์ สัจจการ..............กฎเกณฑ์ เขตคราญ ครอบคลุม

๏    จิตใจ ใฝ่ฝัน.................สวรรค์ สรรหา มาหัตถ์
ความจริง ยิ่งหยัด..............มีข้อ จำกัด สัจจ์สุม
ให้-มี-ได้-เป็น...................เฉกเช่น ชะตา ประชุม
กฎเกณฑ์ กั้น-กุม...............รุมล้อม น้อมจิต น้อมใจ

๏    แย่งชิง ของใคร.............ไม่ใช่ อิส รภาพ
คือความ ชั่วหยาบ...............เป็นบาป สาปท้า สาไถย
ผิดศี ลธรรม.......................นำพา พบพิ บัติภัย
ระกำ ตามไตร.....................ไม่ได้ สุขแท้ แน่นอน

๏    ละเมิด วินัย....................ไม่ใช่ สิทธิ์เส รีภาพ
โทษธรรม กำราบ.................พิลาป พิไร ย้ายย้อน(พิลาป=ร้องไห้,พิไร=ร่ำร้อง)
ระเบียบ วินัย.......................ให้อยู่ ร่วมหล้า สาทร(สาทร=เอื้อเฟื้อ)
โลกสรรพ ซับซ้อน................ลดทอน เดือดร้อน คลอนแคลน

๏    ทำตาม ใจตน...................ล่วงพ้น ล้นเลย อิสระ
สำราญ พันธะ.......................ต้องละ เห็นแก่ ตัวแหน
เอาแต่ ใจดาย.......................ปัญหา มากมาย ถ่ายแทน
สิ้นสุข ทุกข์แสน.....................ไร้แร้น อิสระ เสรี

๏    แม้นรัก อิสระ.....................มนะ ผ่องผุด สุจริต
ไม่ทำ ความผิด.......................ชีวิต กฤตยา สง่าศรี(กฤตยา=เกียรติ)
ควบคุม พฤติกรรม...................ไม่ทำ ชั่วร้าย ไม่ดี
อิสระ เสรี............................... ย่อมมี ตราบนิ รันดร ฯ

๓๑ มีนาคม ๒๕๕๖

วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2556

หน้าที่ วิถีบุญ : กาพย์ยานี ๑๑




หน้าที่ วิถีบุญ : กาพย์ยานี ๑๑

๏    ขอบฟ้า สีฟ้าใส.............สูงขึ้นไป สีชมพู
สายัณห์ สัญญาณ์สู่............สุขะศานติ์ กาลราตรี

๏    หูกวาง ร้างร่วงใบ...........รอบต้นใต้ ฉายชาดสี
กิ่งก้าน มลานมี..................ว่างเปล่าปรี่ แทนที่ใบ(มลาน=โศกเศร้า,หมอง)

๏    สัญญาณ คิมหันตะ..........กำลังจะ มาเยือนใกล้
ฤดูหนาว ราวร้าง ; ใน..........ไม่ช้านี้ ธิตินา (ธิติ=ความทรงไว้)

๏    สำนึก ในหน้าที่...............ถูกต้อง + ดี มีคุณค่า
ชีวาตม์ วัฒนา.....................สุขิตา แผ่สาธารณ์

๏    ตั้งใจ ในหน้าที่................บุญวิถี พิษฐาน
รับใช้ ให้บริการ....................กุศลสาน นันทนา

๏    หน้าที่ มิย่อหย่อน.............ผลสะท้อน ย้อนมาหา
ฤดี สติปัญญา.......................สิก้าวหน้า สถาพร

๏    เป็นหลัก ธรรมปฏิบัติ..........ศีลวัตร มนัสสร
หน้าที่ วินัยธร........................ประภากร ประภาการ

๏    ขุมทรัพย์ อย่าขับไส............ผลพิไล แผ่ไพศาล
บุญดล กุศลดาล.....................สุขสราญ นิรันดร์เอย ฯ


๓๐ มีนาคม ๒๕๕๖

วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2556

พรรคเผาไทยใช้เงิน คนไทยใช้หนี้ 5.16 ล้านล้าน : กลอนการเมือง(กลอนแปด)




พรรคเผาไทยใช้เงิน คนไทยใช้หนี้ 5.16 ล้านล้าน : กลอนการเมือง(กลอนแปด)

๏    จะให้กู ใช้หนี้ ที่มึงกู้                       เคยถามกู สักครั้ง หรือยังเหวย ?
5 ล้านล้าน พล่านพลุ่ง อยากจุงเบย            ใช้หนี้เลย ลูกหลาน เผาพันธุ์ไทย

๏    รายละเอียด ไม่มี ลุกลี้ลุกลน              วางแผนปล้น เงินกู อยู่ใช่ไหม ?
เอกสาร พ.ร.บ. บ่กี่ใบ                            ผิดวิสัย การคลัง ของดั้งเดิม

๏    รถไฟความ เร็วสูง มุ่งส่งผัก               ขำแทบชัก จั๊กจี้ อีปูเสริม
ทำไม่เสร็จ ต่างหาก อยากต่อเติม              ต้องกู้เพิ่ม ล้านล้าน ? บรรลัยมี

๏    50 ปี หนี้ใช้ ไม่หมดแน่                   จนกูแก่ กูตาย กลายเป็นผี
ลูกหลานได้ ใช้ต่อ ท้อฤดี                       ทุกข์ทวี  หนี้ม๊วก เพราะพวกมึง  ฯ

๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖

คนตัดไม้ : กลอนนิทานสุภาษิต(กาพย์ฉบัง ๑๖)




คนตัดไม้ : กลอนนิทานสุภาษิต(กาพย์ฉบัง ๑๖)

๏    กล่าวถึงชายทมิฬหินชาติ...........ทะนงองอาจ
มิขาดตัณหาสาไถย

๏    สามานย์สันดานชาญชัย............ทุจริตจิตใจ
เต็มไปด้วยกิเลสเฉทกุศล(เฉท=การตัด)

๏    ดวงแดเห็นแต่แก่ตน............สำคัญเหนือคน-
อื่นท้นล้นหล้าสาธารณ์

๏    วันหนึ่ง เข้าไปไพรสาณฑ์...........ในมือถือขวาน
เดินพานไม้ผลต้นใหญ่

๏    ผลแลแก่อ่อนสลอนไป............อยากกินจับใจ
ใช้ขวานบั่นโค่นต้นครืน

๏    กินจนอิ่มหนำล้ำรื่น............ก่อนลุกขึ้นยืน
เริงรื่นกลับบ้านสราญอุรา

๏    นิทานสันทัดสัจจา...........พบเห็นเจนตา
บรรดาข้าราชการ-นักการเมือง

๏    ฉ้อราษฎร์บังหลวงหน่วงเนือง...........ตำแหน่งรุ่งเรือง
ยิ่งฟุ้งยิ่งเฟื่องเขื่องขัน

๏    โกงกินสินทรัพย์นับอนันต์............จากไม้จิ้มฟัน
จนยันสัมปทานดาวเทียม

๏    ชาติไทยฉิบหายไม่เจียม............จิตใจเหี้ยมเกรียม
เต็มเปี่ยมเล่ห์ฉลกลฉินท์  (ฉินท์=ทำลาย)

๏    ตั้งหน้าตั้งตาโกงกิน.............มิจฉาอาจิณ
เหมือนคนโค่นสิ้นแผ่นดินไทย ฯ

๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556

อยู่ยากดักดาน : กาพย์สุรางคนางค์ ๓๒




อยู่ยากดักดาน : กาพย์สุรางคนางค์ ๓๒

๏    ปีนี้ มีนา ฯ..............นภา ขาดฝน
ลำบาก ลำบน..............แทบทน ไม่ไหว
น้ำบ่อ ก็ขอด................ลำธาร ทอดไกล
หามี น้ำไม่...................ไร้ชีวิต ชีวา

๏    แสงแดด แผดเผา.....ควายเฒ่า เร่าร้อน
หมดแรง แคลงนอน.......ดอนดิน สิ้นท่า
แยกแตก ระแหง............แห้งแข็ง ทั่วนา
ไม่มี น้ำ-หญ้า................น้ำตา ระริน

๏    ลมฟัด พัดฝุ่น............อุ่นอวล ตลบ
พายุ ทุทบ.....................กลบ พิ ภพสิ้น
เมฆครอง นภา................สายฟ้า ผ่าดิน
หยาดฝน หล่นริน............แทบดิ้น ดีใจ

๏    แต่ร้อน เร่ารน.............จนเมฆ เหือดหมด
แดดกล้า ปรากฏ.............รันทด ไฉน
ดินชื้น ระเหย..................เลยเร้น เป็นไอ
เอาความ หวังไป..............หายห้วง นภา

๏    ไม่มี ความหวัง.............ดั่งฝน หล่นไร้
ไม่มี พลังใจ....................ในความ หนักหนา
ไม่มี ความคิด...................ประสิทธิ์ พิจารณา
ไม่มี ปัญญา.....................รับหน้า สถานการณ์

๏    ชีวัน ผ่านพ้น................บนความ ลำบาก
ใจยัง จังอยาก...................รักสนุก สนาน
ไม่หา ความรู้.....................จึงอยู่ ดักดาน
ทนทุกข์ ทรมาน.................ตลอดกาล ตลอดไป ฯ

๒๘ มีนาคม ๒๕๕๖

วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556

ปล่อยจิตปล่อยใจ : กาพย์ยานี ๑๑




ปล่อยจิตปล่อยใจ : กาพย์ยานี ๑๑

๏    สิ้นไร้ สายลมหนาว............อากาศอ้าว ระเร่าร้อน
รุ่งสาง เมฆจางจร..................ฟ้าสีอ่อน ผ่อนอำไพ

๏    แสงสูรย์ ที่อุ่นอบ...............ค่อยเคลื่อนหลบ พ้นยอดไม้
รุจี ภาพิไล............................ในคิมหัน ตะฤดู

๏    ลั่นทม ระบัดดอก................คลี่กลีบออก สะคราญหรู(ระบัด=ผลิ)
เกลียวเกย เผยผายสู่...............ดูวิจิตร ตระการตา

๏    กิ่งก้าน ร้างรานใบ...............หาทำให้ ไร้เสน่หา
ยังงาม ยังสง่า.........................ยังสะสวย ด้วยผิวพรรณ

๏    ย้อนจิต คิดถึงคน.................คอยดิ้นรน แสวงสรร
ความงาม ตามกายกัน...............สำคัญหมาย สุกใสมี

๏    หาได้ คิดไม่ว่า....................แค่มายา ราคะวิถี
ล่วงกาล บรรลัยมี.....................ไม่กี่ปี ที่มองงาม

๏    จิตใจ ไม่นำพา.....................ปล่อยหยาบช้า ทุราหลาม
บัดสี ราคีทราม..........................กิเลสกาม ลาม กมล

๏    คดคุด ทุจริต.........................ความนึกคิด นิสัยฉล
คุ้นชิน ราคินชน..........................ไม่รู้ตน เป็นคนเลว

๏    วิกรม สั่งสมบาป.....................จนตายตราบ ลงสู่เหว(วิกรม=เก่งกล้า)
เตโช โลกันตร์เปลว.....................แผดเผาไหม้ ฉิบหายเอย ฯ

๒๗ มีนาคม ๒๕๕๖

วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2556

ใจงามทุกยามยล : โคลงสี่สุภาพ




ใจงามทุกยามยล : โคลงสี่สุภาพ

๑. เวลามาล่วงย้อน................ร้อนฤดู
อุษาอาทิตย์ฟู.......................ขอบฟ้า
กลมโตใหญ่ชายชู..................ชรอัด(ชรอัด=ชัด)
สีนุ่มนวลชวนคว้า....................เชื่องช้าราลอย ฯ(รา=รอรั้ง)

๒. ลั่นทมระบมเบื้อง.................เปลื้องใบ
ค่อยผลิยอดสอดไช.................สดชื้น
ปรากฏช่อดอกไกร...................ดกกิ่ง
ยลยิ่งงามลามรื้น......................แรกแย้มลำยอง ฯ

๓. คิดฉงนก็แต่ต้น....................." คูน "; มี
บางต้นใบหล่นหนี.....................หมดแล้ว
ช่อดอกออกทวี.........................เหลืองอร่าม
บางต้นล้นใบแพร้ว.....................แต่ไร้บุปผา ฯ

๔. อุษาว่างามแล้ว......................สุริยน
สายัณห์ยังพิมล.........................ไม่แพ้
แต่ละวันบันดล...........................แตกต่าง
งามไม่คงที่แม้............................ห่างห้วงเวลา ฯ

๕. กล่าวใยใจคนย้อน....................ยอกเห็น
แปลงเปลี่ยนเวียนวนเป็น...............แปลกรู้
หากธรรมครองส่องเย็น..................ดีอยู่
หากว่าทรามลามทู้........................ทั่วร้ายหน่ายแหนง ฯ(ทู้=ยอมอยู่ใต้อำนาจ )

๖. เปรียบปานอาทิตย์ครั้น................อุทัย
เลยล่วงตามยามใด........................ต่างแพร้ว
กาลแปรเปลี่ยนเจียนใจ...................พิจิตร
คงมั่นมิผันแคล้ว............................แกร่งแกล้วกำจร ฯ

๒๖ มีนาคม ๒๕๕๖

วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2556

ทำไมต้องเล่าเรียน : กลอนคติชีวิต




ทำไมต้องเล่าเรียน : กลอนคติชีวิต
(ฉันทลักษณ์ที่ผมคิดประดิษฐ์เอง)

๏    มันยาก ใช่ไม๊ ?................ที่จะ ตั้งใจ ศึกษา
เล่าเรียน วิชา.......................วิทยาฯ ภาษาฯ คณิตศาสตร์ ฯลฯ

๏    มันมาก หรือไร ?...............ครูให้ การบ้าน เกินคาด
เกียจคร้าน / หวั่นหวาด ?........ยาก / มาก ไม่อาจ ทำไหว ?

๏    มันน่า เบื่อหรือ ?...............ต้องถือ ตำรา พาไป
อัดอั้น ตันใจ.........................ทำไม ต้องให้ เล่าเรียน ?

๏    ลองดู รอบข้าง..................โลกกว้าง ช่างน่า ปวดเศียร
ดำรง ชีพเชียร.......................ต้องหมั่น ต้องเพียร เรียนรู้

๏    ไม่ใช่ เกิดมา.....................นานา วิชา มาคู่
โดยไม่ ต้องสู้.........................ไม่ต้อง มีครู สั่งสอน

๏    ลองดู ผู้คน........................ดิ้นรน-แข่งขัน-สัญจร
แย่งดิน-กิน-นอน......................จนต้อง หลอกหลอน-ฆ่าฟัน ฯลฯ

๏    ไม่ใช่ เกิดมา.......................โลกา สมบูรณ์ พูนสันติ์
ไม่ต้อง บากบั่น.........................มีแต่ ในฝัน นิยาย

๏    สำเร็จ ศึกษา........................นำพา ไปสู่ จุดหมาย
สุขสันติ์ บั้นปลาย.......................มีงาน สบาย ให้ทำ

๏    ไร้การ ศึกษา.........................ไร้คน เมตตา อุปถัมภ์
ฐานะ ต้อยต่ำ.............................ต้องเป็น กรรมกร ยากจน

๏    เยาว์วัย ไม่เรียน......................ไม่พาก ไม่เพียร ฝึกฝน
ไม่พัฒ นาตน..............................อนาคต มืดมน จนตาย ฯ

๒๕ มีนาคม ๒๕๕๖

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556

หนี้หมาย เหมือนไม้ผุ : กาพย์ยานี ๑๑




หนี้หมาย เหมือนไม้ผุ : กาพย์ยานี ๑๑

๏    ใกล้รุ่ง รวิวรรณ.............เสกสีสัน จรรโลงฟ้า
มวลหมู่ สกุณา..................เพรียกพากัน ร้องบรรเลง

๏    แนวไม้ แปลกไปมาก......เห็นหักพราก หลากโหรงเหรง
ค่ำวาน การณ์หวั่นเกรง.........พายุฝน ล้นแรงราญ

๏    กิ่งไม้-ใบเกลื่อนกล่น........เหลือง-เขียวปน บนพื้นพล่าน
ต้นหัก หัวปักปาน.................สมรภูมิผ่าน มลานพวง

๏    สังเกต แกนในต้น.............ผุเน่าจน ผลโพรงจ้วง
เปลือกไม้ ไม่พอหน่วง...........ลมทะลวง ถ่วงทลาย

๏    เปรียบเสมือน เตือนมนุษย์...ผู้มิหยุด ผุดขวนขวาย
สร้างหนี้ สิมากมาย................ชอบใช้จ่าย ตามใจตน

๏    ฐานะ ที่ง่อนแง่น................ก็เหมือนแม้น แกนในต้น-
ไม้ผุ พายุผจญ.......................ย่อมโค่นหัก เข้าสักวัน

๏    ภายหน้า ใครจะรู้................ปัญหาสู่ จู่โจมสรรค์
ชีพยาก ลำบากยัน...................พันธ์จับจ่าย ภัยเพิ่มเติม

๏    หนี้เท่า เน่าทวี....................จนไม่มี ที่หาเหิม
หนักหนา สาหัสเกริม................เสริมจนสิ้น ทางดิ้นรน

๏    ที่สุด ทุจริต........................ทำความผิด วิกฤติผล
ชีวัน บรรลัยวน.........................เวียนทนทุกข์ สิ้นสุขทัณฑ์

๏    หนี้หมาย เหมือนไม้ผุ.............พบพายุ อุทกผัน
ต้นแยก หักแหลกรัน...................สำคัญโทษ ละโลดเทอญ ฯ

๒๔ มีนาคม ๒๕๕๖

ภาพขำขำ ๗๔

ภาพขำขำ ๗๔
















วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556

รักน้องคนเดียว : อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑




รักน้องคนเดียว : อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
(ละเลยฉันทลักษณ์)

๏    เนื่องนาถ อนงค์นุช...............ปริสุท ธิโสภา
โศกัน ตระสัญญา......................ระแวงพี่ สินอกใจ

๏    ฟังถ้อย ประดอยทำ...............มิสคำ มุสาใคร(มิส-=เจือปน)
เท็จจริง มิกริ่งใจ........................ก็ผนวก พจีนำ

๏    ทั้งดวง สะทรวงพี่...................รติมี มิดาลดำ(รติ=ความรัก)
ทรงทิน ศีลธรรม.........................สุจริต บ่มิจฉา(ทิน=ให้แล้ว)

๏    ซื่อตรง ประจงจิน-...................ตะระบิล และสัตยา
ยึดมั่น กะสัญญา..........................มิตลบ ตะแลงเลือน

๏    ใครเขา จะเจ้าชู้.......................อย่าสิสู่ ดูพี่เหมือน
ดวงแด มิแชเชือน.........................เฉพาะเจ้า นะเยาวมาลย์

๏    รักใด ณ ใต้หล้า.......................ฤจะมา ประเทียมทาน
รักพี่ สิคงคราญ............................คคนานต์ นิรันดร(คคนานต์ =ท้องฟ้า)

๏    เชื่อใน ฤทัยพี่..........................ยุพดี ศรีสมร
ศศิน และทินกร............................จะประจักษ์ พยานใจ(ศศิน=พระจันทร์,ทินกร=พระอาทิตย์)

๏    หากแม้น ผิแคลนคลอน..............มิละรอน อุราไคล
สาบาน สถานใด............................ก็จะไป มิไหวหวั่น

๏    สาบาน จะจงรัก.........................และจะภักดิ์ ตลอดกัลป์
วันใด ผิแปรผัน..............................ปะอสัญ อสงไขย

๏    ให้ตก นรกชั้น............................ณ โลกันตร์ นิรันดร์ไป 
หยุดเกิด ประเสริฐไกร......................ณ มนุส สะโลกา(มนุสสา=มนุษย์)

๏    โปรดจง ประจักษ์จิต....................สุพินิจ นะกานดา
ทรวงพี่ มิมารยา...............................มนซื่อ ระบือเอย ฯ

๒๓ มีนาคม ๒๕๕๖    

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

ชีวิตใหม่ : กลอนหก




ชีวิตใหม่ : กลอนหก

๏    มิหลงใหล ในความสุข............ความเป็นทุกข์ มิเคืองขัด
พุทธองค์ ทรงสอนชัด.................หลักปฏิบัติ ต่อเวทนา

๏    ความสุขนั้น ไม่แน่นอน............ความทุกข์ร้อน อนิจจา
ไม่คงมั่น นานหรอกหนา...............เมื่อผ่านมา ย่อมผ่านไป

๏    จงรักษ์ใจ ให้สงบ...................จะพานพบ ชีวิตใหม่
บ่ดิ้นรน บ่จนใจ...........................ในสุข-ทุกข์ รุกชีวี

๏    บุพกรรม ที่ทำไว้.....................ติดตัวไป ไม่ละหนี
เคยทำชั่ว เคยทำดี.......................ผลกรรมมี วิบากดล

๏    สตินำ รำลึกรู้...........................อย่าล่วงสู่ อกุศล
ทำกิจใด ไม่วิกล...........................อย่าดิ้นรน จนเกินการณ์

๏    ยามทุกข์ร้อน ย้อนดูเหตุ.............เพราะกิเลส ตัณหาหาญ ?
กระเสือกกระสน กมลมาน................ไม่พิจารณ์ ประมาณตัว ?

๏    ความประมาท พาพลาดผิด..........เพาะวิกฤติ พิษภัยกลั้ว
ความโง่เขลา พาเมามัว...................ไม่รู้ชั่ว ทั่วถึงดี

๏    ครองชีวิต ครวญคิดใคร่...............ถ้าอยากได้ ไทสุขี
ตามใจคร่ำ ตรำราคี.........................ทุกข์ทวี ตริตรองเทอญ ฯ

๒๒ มีนาคม ๒๕๕๖

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

ผ่อนหนักผ่อนเบา : กาพย์ฉบัง ๑๖




ผ่อนหนักผ่อนเบา : กาพย์ฉบัง ๑๖

๏    ตะวันล่วงลับขอบหล้า..............เริ่มสนธยา
ม่านฟ้าสีครามคล้ำขจาย

๏    ดาริกาประกิดกรีดกราย.............สกาวพราวพราย(ประกิด=ประดับ)
เฉิดฉายไสว สด จรดศรี

๏    นกแสกแหวกฟ้าราตรี..............นภดลมนตรี
เผยขนสีขาวพราวประไพ

๏    แผดร้องก้องเพียงเกรียงไพร...............โผผินบินไป
ในนภากาศผงาดโผน

๏     แรงลมโถมถาปะทะโดน.................ผันผ่อนอ่อนโอน
พุ่งพ้นนภามิอาทร

๏     เสมือนมีชีวันสัญจร...............สิ่งสรรพซับซ้อน
มิอาจร้อนรนกระโจนจินต์

๏     เพราะผิดพลาดพา ราคิน..............วิบูลย์สูญสิ้น
เดือดดิ้นภินท์พาน จราญผล(ภินท์,จราญ=ทำลาย)

๏     รู้จักโอนอ่อนผ่อนปรน..............ปรับตัวปรับตน
เพื่อผจญอุปสรรคปัญหา

๏    ผ่อนหนักผ่อนเบาเสาวภา.............พิจารณ์ปัญญา(เสาวภา=งาม)
รักษาจิตใจให้สงบ

๏    ขันติธรรมนำพาไปพบ.............สันติสุขสบ
สยบ ลบทุกข์ทรมาน

๏    รู้ละสละความต้องการ.............ทะเยอทะยาน
คล้อยสถานการณ์สราญเอย ฯ

๒๑ มีนาคม ๒๕๕๖

วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556

สงสาร มนุษย์อึดอัด : กลอนการเมือง(กาพย์ยานี ๑๑)




สงสาร มนุษย์อึดอัด : กลอนการเมือง(กาพย์ยานี ๑๑)

๏    สงสาร " มนุษย์อึดอัด "............เป็นเหมือนสัตว์ ในกรงขัง
ครวญคร่ำ ส่ำเสียงดัง...................ชัง " ไทยแลนด์ แดนอึดอัด "

๏    อยู่ไทย ใยรังเกียจ...................คอยส่อเสียด เดียดกษัตริย์
ผู้มี วิสัยทัศน์...............................ถึงบอกปัด ให้ไปไกลๆ

๏    คนไทย รักในหลวง...................ย่อมเป็นห่วง ย่อมเป็นใย
สัญลักษณ์ ศูนย์รวมใจ...................ผองชาวไทย ทั้งชาติมี

๏    หากใคร ใฝ่เห็นต่าง...................โลกก็กว้าง ออกอย่างนี้
จงไปอยู่ ประเทศที่.........................ไม่มีพระ มหากษัตริย์

๏    ไทยมี เสรีชน............................ที่ไม่ทน คนอึดอัด
หาญกล้า มาแว้งกัด.........................พระมหากษัตริย์ ผู้มีคุณ

๏    มีไหม ? ใครปิดตา.......................บังคับบัญชา ซ้ายขวาหมุน
พระองค์ ทรงการุญ...........................คอยเจือจุน สุนทรา

๏    ไทยจึง ซึ้งใจนัก..........................พ้องพิทักษ์ พร้อมรักษา
กราบกราน ไร้มารยา..........................ด้วยสัจจา สมัครใจ

๏    เป็นรัก บริสุทธิ์.............................ของมนุษย์ ดุจน้ำใส
เสรี อธิปไตย....................................ไม่มีใคร ใดกดดัน

๏    " อึดอัด " กันกี่คน ?.......................สัปดน กมลกระสัน
อยากเหมือน ฝรั่งมัน...........................แต่เสือกดัน อยู่แดนไทย ฯ

๒๐ มีนาคม ๒๕๕๖

อำนาจเงิน : กลอนคติสอนใจ



อำนาจเงิน : กลอนคติสอนใจ

๏    สิ่งสมมุติ สุดเรื่องลือ ชื่อ " เงินตรา "         ใช้ซื้อหา สิ่งปอง ของประสงค์
สะดวกสบาย คลายระกำ ชีพดำรง                    หลายคนงง หลงว่า มี " ค่า " จริง

๏    แสวงมา รักษาไว้ ไม่สิ้นสุด                     โจรยุทธ ทุจริต มิจฉาสิง
แลกเรือนกาย ขายวิญญาณ ให้มารชิง               ยอมทอดทิ้ง มโนธรรม ความเป็น " คน "

๏    บูชาเงิน เกินหน้า เหนือพระเจ้า                เงินเทียบเท่า อิทธิฤทธิ์ ประสิทธิ์ผล
ปลุกกระสัน ปั่นกระแส แก่สากล                      จักขุ์มืดมน จนอำมหิต ท้นจิตใจ

๏    อำนาจเงิน เกินกมล คนสามัญ                ผู้กระสัน ตัณหา ศรัทธาไถย
ยากต้านทาน ขันขืน ฝืนหทัย                         ยืนหยัดตรง จำนงไตร ไม่สั่นคลอน

๏    มีแค่คน มั่นคง วรงค์ศิษฏ์                      สุจริต จิตศุภะ อดิศร(ศิษฏ์=ฝึกแล้ว) 
วศินสรร หรรษา สุทธาธร                       มิอาทร อ่อนเป็นทาส อำนาจเงิน ฯ(วศิน=ผู้ชนะตน,ธร=ผู้ทรงไว้)

๒๐ มีนาคม ๒๕๕๖

วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556

รักเธอ อโณทัย : กาพย์ยานี ๑๑




รักเธอ อโณทัย : กาพย์ยานี ๑๑

๏    ทุกวัน ฉันตื่นเช้า..............เพราะใจเร่า ผ่าวหลงใหล
รักเธอ อโณทัย....................หมายมาพบ ประสบพาน

๏    งดงาม ยามย่างเยื้อง.........รุ่งรองเรือง รวิวาร
สงบเห็น เย็นสุขศานติ์............สุขุมาล สุขะมี

๏    อรชร ช่างอ้อนแอ้น............เสงี่ยมแสน สง่าศรี
เปี่ยมไป ด้วยไมตรี.................มิตรภาพ ปลาบปลื้มมน

๏    อ้อมแขน อันอบอุ่น.............นุ่มละมุน สุนทรท้น
อกอิ่ม ปริ่มเปรมจน..................ใจไม่อยาก จะจากจร

๏    อ่อนโยน เป็นยิ่งนัก..............ปองสมัคร สโมสร
เมตตา เอื้ออาทร.....................มิซ่อนเล่ห์ เสน่ห์ลวง

๏    ยามที่ ฤทัยเศร้า..................เธอบรรเทา ทุกข์ก้าวล่วง
ยามที่ ฤดีกลวง........................เธอช่วยตวง ช่วยเติมเต็ม

๏    หน้าหนาว ดูสาวใส...............หน้าร้อนให้ สีสันเข้ม
หน้าฝน ยลอิ่มเอม.....................เขษมสุข ทุกหน้าไป

๏    รักที่ มีเพื่อเธอ......................สม่ำเสมอ เสนอให้
รักเธอ อโณทัย..........................ตลอดไป ตลอดปราณ ฯ

๑๙ มีนาคม ๒๕๕๖

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2556

ไม่รัก หากไม่พร้อม : กลอนคติสอนใจ



ไม่รัก หากไม่พร้อม : กลอนคติสอนใจ

๏    สติมาสู่ รู้ตัวอีกที
ชีวิตก็มี คนที่น่ารัก
มาอยู่ใกล้ๆ  มาให้รู้จัก
มาทอมาถัก จำหลักสายใย

๏    เธอเปลี่ยนให้ฟ้า เป็นสีชมพู
ทำให้โลกดู สว่างสดใส
เธอเหมือนบทเพลง บรรเลงพิไล
ทำให้หัวใจ ฉันไหวหวั่นคลอน

๏    ก็อยากจะสร้าง อยากสานสัมพันธ์
อยากหมายอยากหมั้น ไร้วันถ่ายถอน
อยากเป็นคู่สร้าง ไม่อ้างว้างวอน
อยากเป็นคู่นอน ร่วมหมอนนิทรา

๏    แต่ว่ายังดี ที่พอรู้ตัว
ยังรู้ดี-ชั่ว กลัวบาปหยาบช้า
รู้ว่ามันยัง ไม่ถึงเวลา
ยังมีพันธะ หน้าที่ต้องทำ

๏    รู้ว่าคนมัก รักง่ายหน่ายเร็ว
ความรักเหมือนเหว ล่อลึกถลำ
คนรักต้องกิน ใช้สินประจำ
ความรักจักดำ ถ้าทำตามใจ

๏    ทั้งฉันและเธอ เราต่างไม่พร้อม
ฉันจะไม่ยอม ทำเรื่องเหลวไหล
ต้องสร้างความพร้อม ชีวิต-จิตใจ
ค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งร้อนรน

๏    รักมักเลิกรา เพราะ ปัญหาเศรษฐกิจ
รักกลายเป็นพิษ เพราะ คนคิดฉ้อฉล
รักที่ดื้อด้าน ย่อม พิการพิกล
รักจักขัดสน เพราะ คนขาดพุฒิภาวะ

๏    มีความรัก ทั้งที่ยังมิพร้อม
ฉันขอยินยอม น้อมเสียสละ
คงไม่ตาย...เพราะ ไร้รักหรอกนะ
แต่จะตาย ถ้า...รักไม่ระมัดระวัง ฯ


๑๘ มีนาคม ๒๕๕๖

วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2556

อย่าถือสาคน : กาพย์ยานี ๑๑



อย่าถือสาคน : กาพย์ยานี ๑๑

๏    อาหาร ลานขายดี................ใช่เพราะมี คุณประโยชน์
อาหาร ลานให้โทษ..................คนปรานโปรด เพียงรสดี

๏    คนดี ที่ไร้คู่.........................มากมายอยู่ พอสูสี
บางคู่ ดู...ไม่ดี.........................ที่คนชม ถมเถไป

๏    คนชื่อ ไม่ซื่อสัตย์.................คนห้อมศรัทธ์ อัชฌาศัย
คนซื่อ ถือสัตย์ใย......................มากมายหม่น ขัดสนมิตร ?

๏    ถูกใจ ใครก็ชอบ....................ไม่มีขอบ กรอบถูก / ผิด
ขัดใจ ใครก็คิด..........................ไม่พอจิต ไม่พอใจ

๏    นี่คือ ปุถุชน...........................ปกติคน กมลไข
สำมะหา แปลกกระไร...................หากมีใคร ไม่ชอบเรา

๏    ติฉิน ถูกนินทา........................อย่าถือสา ว่าคนเขลา
ชั่วช้า ปัญญาเบา.........................เอาอะไร เป็นแก่นสาร

๏    คนใด ไม่รักดี..........................ย่อมไม่มี สัมมามาน
พวกไพร่ นิสัยพาล.......................ลานหลากแล แพร่สังคม

๏    คนดี คนดีรัก...........................แต่พาลจัก มักทับถม
นิยาม " ความนิยม ......................= ชมชอบ "ไซร้ (หา)ใช่ " ความดี "

๏    ยึดถือ คุณธรรม........................ชีวานำ ล้ำเลิศศรี
ประโยชน์ ปราโมทย์มี....................สุขสวัสดิ ตราบนิรันดร์  ฯ

๑๗ มีนาคม ๒๕๕๖