ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559

หลักครองมองคู่ : กาพย์ฉบัง๑๖



หลักครองมองคู่ : กาพย์ฉบัง๑๖

๏    พบข่าวภรรยาสามี..................ร่วมกันก่อคดี
ลักทรัพย์อัปรีย์บีฑา

๏    อีกคู่สู่ค้ายาบ้า................สะสมเงินตรา
เสมอเศรษฐีปีติใจ

๏     บ่อยเห็นจนเจนเงื่อนไข..................ผัวทำอะไร
เมียไซร้ไม่ต่างสร้างตรำ

๏    สำแดงแจ้งชัดสัจธรรม.................คู่ครองระยำ
ย่อมนำพาสู่อกุศล

๏    หลักการเลือกคู่รู้คน................นิสัยใคร่สน(ใจ)
พินิจกระมล-พฤติกรรม์

๏    คบคนดีชีวีครัน..................สุขสงบสบสันติ์
คืนวันบันเทิงเริงร่าสม

๏    คบคนชั่วช้าพาระทม..............เภทกองนองกรม
ขื่นขมคับขันหวั่นฤดี

๏    เลือกสรรคนปัญญามี................มั่นในศีลศรี
อย่าริเลือกคบเพราะสิ่งของ(กำนัล)

๏    ปรารถนาทรัพย์สินเงินทอง.................มากมายก่ายกอง
ต้องมุสุจริตวณิชชา

๏    รักคนรูปงามคือธรรมดา(ของคน)..................แต่ต้องส่องหา
คุณธรรมจำรัสนิรัติศัย(นิรัติศัย=ประเสริฐยิ่ง)

๏    เงื่อนงำสำคัญอันใด................มิเหนือกว่าหทัย
ที่ใครควรเพ่งเคร่งครัดเอยฯ

๓๑ มีนาคม ๒๕๕๙

วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559

ตัดหางปล่อยวัด : กลอนแปด



ตัดหางปล่อยวัด : กลอนแปด

๏    เหมียวจรจัด วัดจาก อยากอาหาร................บุกมาเยือน เรือนชาน ปานเจ้าของ
ค่อยสืบเท้า ก้าวซุ่ม ดุ้มๆมองๆ........................ไร้แมวครอง ลองเข้า(ค้น) เอาตามใจ

๏    เลี้ยงปลาทู รู้ทัน เหมียวมันฉลาด.................(เหมียว)ถือสิทธิ์ขาด อาตมา สิอาศัย
(คน)เจ้าของบ้าน เตรียมอา หารคราใด..............ก็จะได้ ยินเหมียว เที่ยวร้องครวญ

๏     (ตก)เป็นภาระ หน้าที่ โดยปริยาย.................เหมียวกิน-อยู่ อย่างสบาย ไม่คืนหวน(วัด)
เวลาคน กินข้าว (เหมียว)ก็เฝ้ากวน...................โดดขึ้นโต๊ะ ร่วมขบวน ป่วนปั่นกิน

๏    (คน)พูดสั่งสอน เพียงไร ไม่เข้าจิต(เหมียว)......ตัดใจคิด (นิ้ว)ดีดหู ขู่ถวิล
เหมียวเจ็บจำ ฝังใจ ไม่กวนจินต์........................ตวัดลิ้น เลียปาก (นั่ง)บากบั่นรอ

๏    พ่อแม่คน บางคู่ เลี้ยงดูบุตร...........................วิเศษสุด ตามใจ ไม่ขัด(คำ)ขอ
ลูกทำชั่ว ก็ช่าง ยังป้อยอ..................................พะเน้าพะนอ ต่อลูก มิถูกทาง

๏    ประหนึ่งเทพ เทวา มาจุติ...............................ลูกจึงมิ สำเหนียก เรียก(ร้อง)ทุกอย่าง
ก่อเวรกรรม ทำบาป ชีพอับปาง...........................ทุกข์สนอง ต้องคราง หลั่งน้ำตา

๏    ลูกเกเร เหลวไหล ไม่เอาถ่าน..........................พ่อแม่พาล พาบวช กวดศาสนา
บ้างวิปริต ติดเหล้า หลงเมายา............................ยังลากมา บวชเรียน หวังเปลี่ยนแปลง

๏    สะท้อนความ ฉ้อฉล กระมลชั่ว.........................มองเห็นง่าย หลายทั่ว ทุกหัวระแหง
คำ"ตัดหาง ปล่อยวัด" สัจสำแดง..........................(ความ)ตลบตะแลง แทงใจ พุทธ(บริษัท)ไทยเอยฯ

๓๐ มีนาคม ๒๕๕๙

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2559

หน้าที่สำคัญของพ่อแม่ : กลอนคติเตือนใจ



หน้าที่สำคัญของพ่อแม่ : กลอนคติเตือนใจ

๏    สั่งสอนลูก ปลูกฝัง สร้างความดี................รู้รักษา หน้าที่ มิสาไถย
เปี่ยมเมตตา ปราณี อารีใน...........................สุจริต จิตใจ ไร้มลทิน

๏    คือภาระ หน้าที่ ของบิดา..........................แลมารดา ประมวล ควรถวิล
ไม่ใช่แค่ เลี้ยงดู พออยู่กิน.............................ใช้ชีวิน เยี่ยงสัตว์ ตัดสินทำ

๏     ก่อนเป็นแม่ เป็นพ่อ ต้องเสาะหา...............ถึงวิถี ชีวา สาระถัมภ์(ถัมภ์=หลัก)
รู้ผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี ศีลธรรม..............................สุภาษิต กิจกรรม นำเจริญ

๏    คบคนดี ลี้คน กระมลชั่ว.............................ไม่เมามัว พัวพัน ผิดสรรเสริญ
สิ่งแวดล้อม โสมม สังคมเมิน..........................อย่าเพลิดเพลิน เดินออก นอกลู่ทาง

๏    สอนให้คิด พิจารณา หาเหตุผล....................ประสบการณ์ บรรพชน ผจญสร้าง
สืบพงศา ศักดิ์ศรี มิคลายจาง..........................คุณความดี ที่สล้าง อย่างยิ่งยง

๏    อย่าคิดสั้น มั่นคง ทรงสติ.............................ทุจริต อย่าริ มิประสงค์
อย่าคิดใฝ่ ใคร่ทราม คาวจำนง.........................เรื่องขายหน้า จะอยู่ยง จงหวั่นทรวง

๏    คนรักดี สิทำ ความดีง่าย...............................คนชั่วร้าย ใจดำ ศีลธรรมล่วง
คนที่มี วินัย ไม่หลอกลวง................................ฉลฉ้อจิต ชิดจ้วง ห้วงจัญไร

๏    จงอดทน พยายาม สุดความรู้.........................จงเป็นอยู่ เยี่ยงปราชญ์ ชาติวิสัย
จงอย่าทำ ตามอำเภอ บำเรอใจ.........................พ่อแม่ต้อง ป้องภัย ให้ลูกเอยฯ

๒๙ มีนาคม ๒๕๕๙

วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559

ปฏิบัติบูชา : กลอนคติธรรม



ปฏิบัติบูชา : กลอนคติธรรม

๏    ภูษา ประทิ่น กลิ่นประทุม....................สองมือ ถือกุม อุ้มจรดเกล้า
ตั้งสติ อธิษฐาน ขอบรรเทา.....................ทวยเถ้า อกุศล เกศวนเวียน

๏    ประทีป ประเทือง เรืองรองสาด.............ส่องพักตร์ ลักษณ์มาศ ปฏิมาเศียร
บรรจง ชุลีกร อ่อนมนเจียน......................ก้มกราบ ราบเพียร ระลึกธรรมา

๏    วัตถุ บูชา คุณาต่ำ...............................คือคำ พุทธองค์ ทรงอรรถา
หาง่าย ให้ง่าย คล้ายมารยา......................พฤติกรรม ธรรมดา สามัญชน

๏    ต่างจาก บูชา ด้วย(การ)ปฏิบัติ...............โสมนัส ทัศนีย์ ธีร์กุศล
ขัดเกลา กล่อมทรวง ดวงกระมล................สละพ้น มลทิน สิ้นสันดาน

๏    มิพ่าย ไม่เพียง เยี่ยงวิญญู.....................ประเสริฐ เพริศสู่ ผู้ส้องศานติ์
มิพลาด มาดพร้อม น้อมวิญญาณ................เผาผลาญ ราคี ค่านิยม

๏    ปฏิบัติ บูชา ปลูกประสิทธิ์......................วิจิตร ศีลธรรม ล้ำเลอสม
คุณธรรม ความดี คลี่อุดม..........................อบรม สมาธิ ริภาวนา

๏    กิเลส เฉทไส ไกรทินกร.........................ชีวัน บั่นทอน บ่อนปัญหา
ประเทือง เปลื้องทิศ อวิชชา.......................ชีวา รังสฤษฏ์ อิษฐารมณ์

๏    ศรัทธา พุทธิ อริยสัจ..............................ปฏิบัติ ปัดเป่า เศร้าทุกข์ถม
ตัณหา สละสิ้น จินต์วิกรม...........................พฤทธิ์เสาะ เพาะบ่ม สมบูรณ์เอยฯ(พฤทธิ์=ความเจริญ,ความสมบูรณ์)

๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2559

หมดเวรหมดกรรม : กาพย์สุรางคนางค์๓๒



หมดเวรหมดกรรม : กาพย์สุรางคนางค์๓๒

๏    แดดสอด ลอดส่อง....................ผ่านช่อง เมฆา
ล่วงลุ อุษา..................................(ปลาย)มีนาฯ มาหนาว
ลมพัด ต่อเนื่อง............................ปลดเปลื้อง เรื่องราว
จากแดน ต่างด้าว..........................บอกเล่า อัศจรรย์

๏    "หมดเวร หมดกรรม"...................ถ้อยคำ ทำให้
(คนฟัง)รู้สึก สบายใจ......................เมื่อใคร อาสัญ
บรรเทา เศร้าโศก...........................วิโยค จากกัน
ลดความ กดดัน..............................ชีวัน ทัณฑ์วน

๏    หากแต่ ตามบท..........................แห่งกฎ กรรมา
เวรกรรม ส่ำหา................................ได้พร่า หลุดพ้น
เพียงเพราะ ลมปราณ........................สิ้นวาร เวียนวน
เพียงวิญ ญาณจล.............................จากร่าง จางไรฯลฯ

๏    ระหว่าง ยังมี................................ชีวี กิจกรรม
ระหว่าง ยังทำ..................................ความดี-ชั่วไถย
ระหว่าง ยังเป็น.................................ว่างเว้น ชดใช้
หลังตาย ย่อมไป...............................ตามกระ แสกรรม

๏    เวียนว่าย ตายเกิด..........................กำเนิด ในภพ
อย่างมิ รู้จบ......................................หลบเลี่ยง เพลี่ยงพล้ำ
ใครเล่า อาจเป็น.................................(ผู้)หมดเวร หมดกรรม?
มิต้อง ตรากตรำ..................................กำเนิด ต่อไป?

๏    จะมี ก็แต่.......................................แค่ใน พุทธศาสน์
กิเลส ตัดขาด.....................................ปราศตัณ หาไร้
สิ้นอุ ปาทาน.......................................บันดาล มานใด
ตัดวัฏ ฏะให้........................................หยุดว่าย เวียนเอยฯ

๒๗ มีนาคม ๒๕๕๙

วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2559

เมื่อธรรมชาติขาดสมดุล : กาพย์ฉบัง๑๖

               พบรอยเลื่อนระนองสัมพันธ์แผ่นดินไหวปี 49 ม.เกษตรชี้'สึนามิ'เกิดได้แค่ 2 ชม.ถึงกทม.!

เมื่อธรรมชาติขาดสมดุล : กาพย์ฉบัง๑๖

๏    ใบไม้ร่วงกราวราวคะนอง....................ปฎิกิริยาผอง
ต่อกองกำลังลมหนาว

๏    ปลายเดือนมีนาฯกรีฑากราว..................ขยายยืดยาว
ให้ชาว นครา นึกฉงน

๏    เมื่อวานยังร้อนเร่าจน................แทบจะเกินทน
พรุ่งนี้สิผจญกลใด?

๏    ปัฏพินเกิดแผ่นดินไหว.................ณ กลางอ่าวไทย
เป็นอะไรที่(น่าจะ)ไม่เคยเจอ

๏    คำเตือนว่าจงอย่าเผลอ................รอยเลื่อนเกลื่อนเกร่อ
ล้นเท้อสร้างคลื่นสึนามิ

๏    ต่อไปกลายเป็น(เรื่อง)ปกติ.................ประเทศภูมิ
เกิดภัยพิบัติประหลาดเหลือ

๏    ทำให้คนตายเป็นเบือ.................อุบัติการณ์พล่านเพรื่อ
รกเรื้อมีเหตุให้ผล

๏    สมดุลธรรมชาติอนาถดล..................ด้วยน้ำมือคน
เสียจนโลกเปลี่ยนแปรไป

๏    วิปริตผิดพรั่งหลั่งไหล.................เพราะ(คน)ทำอะไร
ตามใจและไร้สำนึก

๏    เห็นแก่ได้ใคร่ตรองตรึก.................โลภทำถลำลึก
กว่าจะรู้สึกคงสายเกิน....ฯ

๒๖ มีนาคม ๒๕๕๙

พบรอยเลื่อนระนองในทะเลอ่าวไทย สัมพันธ์กับการเกิดแผ่นดินไหว ปี 2549 ที่จังหวัดชุมพร-ประจวบและบริเวณใกล้เคียง ชี้มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิได้ จากโมเดลจำลองคลื่นสึนามิใช้เวลาเดินทางแค่ 2 ชั่วโมงถึง กทม.-สมุทรปราการ
http://manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9590000029957

นักวิทยาศาสตร์ชี้แจงว่า ระดับน้ำน้ำทะเลที่สูงขึ้นเพราะน้ำแข็งขั้วโลกละลายจากสภาวะโลกร้อน จะเพิ่มน้ำหนักให้เปลือกโลกในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้น-ง่ายขึ้น

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2559

คนคิดเป็น : โคลงสี่สุภาพ



คนคิดเป็น : โคลงสี่สุภาพ

๑. เด็กที่มิพึงต้อง.........................เคี่ยวเข็ญ
ก็หมั่นเพียรเรียนเป็น....................ป่ายรู้
แบบฝึกหัดขยันเจน.....................ทำส่ง
การศึกษาเกษมสู้........................แกร่งสร้างอนาคตฯ

๒. มิลดละเพิ่มพร้อม.....................พัฒนา
ความคิดสติปัญญา.......................รักเรื้อง
ศีลธรรมจริยา..............................สุจริต
จิตใสใจสะอาดเยื้อง.....................ถูกต้องทางยลฯ

๓. วัยหนุ่มวัยสาวแจ้ง.....................ชั่ว-ดี
ไม่ประมาทครองชีวี.......................กาจกล้า
มลทินส่ำราคี...............................เหินห่าง
เลี่ยงเสื่อมทรามต่ำช้า....................ปลีกข้องคำนึงฯ

๔. ไม่พึงชิดฉลฉ้อ..........................ทำงาน
เธียรสั่งสมประสบการณ์...................รุดล้ำ
ออมทรัพย์สินศฤงคาร.....................กอบเก็บ
เสพข่าวสารการย์ค้ำ.......................เพื่อให้สถาพรฯ

๕. สังวรความเป็นผู้.........................เจริญวัย
ระวังกาย-วาจา-ใจ..........................บาปเว้น
ผ่านโลกมานานไกล........................ตรึกตระหนัก
เฉด-รักษ์หลักเลือกเฟ้น...................เยี่ยงผู้จำเริญฯ

๖. ดำเนินจนเข้าสู่............................ช่วงชรา
ควรสำนึกสัจจา...............................บ่งชี้
สรรพสิ่งคืออนัตตา..........................ประจักษ์
มิพักเสื่อมสลายลี้............................ไร้ซึ่งตัวตนฯ

๗. คนมีมโนธรรมคุ้ม.........................ครองกระมล
ย่อมคิดเป็นแยบยล..........................จิตน้อม
มั่นคงสุขสงบดล..............................ยามอยู่
สุคติวิเศษค้อม................................ยามม้วยมรณาฯ

๒๕ มีนาคม ๒๕๕๙

วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559

คุณค่า-ความสำคัญของคน : กลอนเจ็ด



คุณค่า-ความสำคัญของคน : กลอนเจ็ด

๏    ข้าวทุก เมล็ดถ้วน ล้วนสำคัญ......................เลี้ยงคน ล้นอนันต์ ฉันท์ทั่วหล้า
แต่สัตว์ ส่วนใหญ่ ได้พึ่งพา.............................ผืนป่า-หญ้าป้อน ย้อนชีวี

๏    เทียบได้ ดั่งคน ยลมิต่าง.............................ถูกสร้าง ทางไว้ หลายวิถี
ทุกคน ทุกวัน สำคัญมี....................................อยู่ที่ เพียรย่าง พร่างผลงาน

๏    สมควร ศรัทธา ในมนุษย์..............................ตราบที่ มิหยุด อุตส่าห์สาน
อย่าวัด ที่ทรัพย์ ศฤงคาร.................................พงศ์พาน ยศศักดิ์ ยอดอัครา

๏    เกิดมี ชีวิต พิสมัย........................................การเอา ใจใส่ สิเน่หา
ได้(รับ)ความ สำคัญ ส่งสัญญาณ์.......................สมบูรณ์ คุณค่า น่าภูมิใจ

๏    หาก(แต่)การ สร้างกรรม นำอุกฤษฏ์................ความดี ชีวิต วินิจฉัย
ไม่ใช่ ไม่ทำ (คุณ)งามอะไร..............................ก็ได้ ดุษฎี ความนิยม

๏    ทุกๆ หน้าที่ สิอุปการ.....................................จักรวาล จำเริญ ดำเนินสม
จึงทรง คุณค่า ควรปรารมภ์................................พะนอ เพาะบ่ม อุดมการณ์

๏    มีความ มั่นใจ ในชีวิต.....................................คอยคิด พัฒนา เพริศพิษฐาน
กุศล กลกรรม กระทำการ...................................บันดาล สุจริต วิจิตรา

๏    ใครดู ถูกคน ที่ฐานะ.......................................คงจะ ดวงฤดี หลงมิจฉา
ใครสร้าง ศักดิ์ศรี ตีราคา(คน)..............................คงมี ปัญญา เยาวะเอยฯ

๒๔ มีนาคม ๒๕๕๙

วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2559

ความในใจ : กลอนแปด



ความในใจ : กลอนแปด

๏    ความในใจ ใครเล่า เข้าล้วงลึก...................สิ่งตรองตรึก ผนึกแน่น แสนยากเห็น
มหาสมุทร สุดหยั่ง ดุจดั่งเป็น........................คือใจคน ล้นเร้น เช่นปรัศนี

๏    แม้แต่กมล ตนเอง เพ่งพินิจ........................บ้างขุดคิด ติดตัน ต้องหันหนี
สักกี่คน สิเข้าใจ ในฤดี?.................................แจ่มแจ้งมี วิจิตร (หรือ)วิกฤติไกล?

๏    การทุ่มเท เวลา-ทรัพย์สมบัติ.......................เปิดมนัส ศรัทธา คุณค่าไขว่
สิ่งน้อมนำ สำคัญ สรรสนใจ............................เป็นที่ใคร่ ที่ครวญ รักยวนยี

๏    การตัดสิน ใจเลือก และเสือกส่ง....................คือสัตย์ธรรม ดำรง ทรงสักขี
ยิ่งกว่าคำ พูดจา พลอดพาที............................(ว่า)สิ่งใดที่ รัก-ชัง ตั้งดวงมาน

๏    พฤติกรรม พร่ำตรา วาจาสิทธิ์........................เปิดความคิด จริตเจน เป็นหลักฐาน
ไม่ต้องฟัง คำแก้(ตัว) แลรำคาญ.......................เรื่องเสแสร้ง สามานย์ สันดานมน

๏    จิตใจซื่อ ถือตรง คือองค์ประกอบ....................รู้ผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี พิสิฐผล(พิสิฐ=ประเสริฐ)
เพิ่งพลัง ยิ่งใหญ่ ให้แก่กมล.............................พลานุภาพ ขับ(เคลื่อน)ค้น กุศลกรรม

๏    เกิดกิเลส-ตัณหา-พยาบาท............................ก่ออุปสรรค ผลักพลาด ชีวาตม์พล้ำ
จนตัดสิน ใจผิด วิปริตทำ..................................เห็นประจำ ส่ำสร้าง ลานสังคม

๏    ความเข้าใจ จิตใจ จึงประเสริฐ.........................จะบังเกิด คุณงาม อำไพสม
รู้ควบคุม ใจยิ่ง สิ่งอุดม......................................สมบูรณ์รื่น ชื่นชม วิกรมเอยฯ(วิกรม=เก่งกล้า)

๒๒ มีนาคม ๒๕๕๙

วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2559

สันทานการครองคู่ : กลอนหก



สันทานการครองคู่ : กลอนหก

๏    คนมากหลาย หมายคิดว่า................เราเกิดมา เพื่อหาสุข
บันเทิงใฝ่ บ่ายพ้นทุกข์.......................สนานสนุก พรากจากเข็ญ

๏    ยกอัตตา ยึดศูนย์กลาง....................สรรพสิ่งต่าง เลือกสร้างเฟ้น
เพื่อตัวตน ถือกลเกณฑ์.......................ประจักษ์เจน เป็นปรัชญา

๏    มีคู่ครอง มองคือใคร่.......................ตนเองได้ ดังปรารถนา
(คู่ครอง)เป็นเครื่องมือ คือมรรคา............ชีวิตพา สุขสบาย

๏    เมื่อมิสม อารมณ์สนอง......................จึงแปรปอง ต้องการสลาย
ตัดสัมพันธ์ บั่นทอนกลาย......................จิตแหนงหน่าย หมายแยกทาง

๏    (ปกติก็)เปิดใจพร้อม น้อมใหม่มี............คนที่ดี กว่าเก่าหมาง
เบื่อก็ชิง ชังทิ้งขว้าง..............................มิแตกต่าง อย่างรองตีน(รองเท้า)

๏    เป็นธรรมดา สามัญชน........................บ่สนใจ ไม่มีศีล
ตัณหาปอง ต้องป่ายปีน...........................สุดมือตีน จวบสิ้นใจ

๏    แต่คนดี มีศีลธรรม...............................จะมิถลำ กรรมสาไถย
บ่บำเรอ อำเภอใจ...................................เกรงกลัวภัย ละอาย(ความเป็น)พาล

๏    รับผิดชอบ ต่อครอบครัว........................ไม่ทำชั่ว มัวเมาหาญ
สัตย์ซื่อตรง ทรงปฏิญาณ...........................รักเดียวปาน ดวงมานเอยฯ

๒๒ มีนาคม ๒๕๕๙

สันทาน=เครื่องผูกพัน

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559

กินเพื่อบำรุงสุขภาพ : กาพย์สุรางคนางค์๒๘



กินเพื่อบำรุงสุขภาพ : กาพย์สุรางคนางค์๒๘

๏    .......................................ผู้ใหญ่ คุยกัน
วิธีลด ไขมัน(ในเลือด)..............มั่นใจ ไล่พ้น
(ทุกวัน)ดื่มน้ำผึ้ง+มะนาว..........คราวละ 1 ผล
ไขมัน บันดล..........................เท่าคน ทั่วไป

๏    ........................................แต่ดู รูปร่าง
คนพูด ค่อนข้าง.......................อย่างอ้วน ชวนสงสัย
ไขมัน สะสม............................อุดม ฉันใด
หลอดเลือด ยากไร้...................ไม่ลีบ ตีบตัน

๏    .........................................คนมัก ขี้เกียจ
ออกกำลัง กายเดียด...................เจียดเวลา ขยัน
เสพสุข สบาย............................กินหลาย ขวนขวายกัน
พึ่ง(ของ)กิน ป้องกัน....................กำจัด โรคภัย

๏    ...........................................อดหลับ อดนอน
ขาดการ พักผ่อน.........................มิห่อน ป่วยไข้
หาหมอ รักษา.............................กินยา อาศัย
อาหาร อันใด..............................บำรุงหมาย กายพี

๏    ............................................ไม่เรียก ว่า "โง่"
ก็ต้อง เป็น"โม-............................หะ"หลง วิถี
สิ่งที่ บริโภค................................เหตุโรค มากมี
สุรา บุหรี่ฯลฯ...............................ขายดี นิยม

๏    ..............................................กิน-นอน เพียงพอ
ออกกำลัง กายก่อ..........................เสาะสุขะ สะสม
หลีกเลี่ยง เสี่ยงภัย.........................ใช้ชีวา ปรารมภ์
ราบรื่น ชื่นชม................................อุดม สุขเอยฯ

๒๑ มีนาคม ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2559

ร้อนนักหากจะบ่น : กาพย์ยานี๑๑

                          ประเทศไทย..ไม่มีป่า
                                http://www.nationtv.tv/main/content/social/378494467/


         
               จุดความร้อนที่ดาวเทียมสามารถตรวจจับได้นั้น เป็นการเกิดไฟป่าที่รุนแรงและมีการไหม้เป็นพื้นที่กว้าง  
                    หากเป็นไฟป่าขนาดเล็ก ดาวเทียมจะตรวจไม่พบ//http://www.naewna.com/local/207811

     ไฟไหม้ป่าสน! เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าภูหลวง
                  http://www.nationtv.tv/main/content/social/378494501/

ร้อนนักหากจะบ่น : กาพย์ยานี๑๑

๏    มีลม แต่ก็ร้อน.......................แสงสะท้อน แดดแผดเผา
นั่งใน ใต้เรือนเนา....................มิบรรเทา ร้อนเร่ารน

๏    เมฆร้าง ฟ้าว่างปราศ...............หญ้าน้ำขาด เฝ้าคอยฝน
ห้วยหนอง พร่องผากจน............แม้แต่โคลน ยังยลไคล

๏    ป่าไม้ ทำลายวอด...................คิดว่ารอด หรือไฉน?
สมดุล สูญเสียไป......................กลับคืนได้? ไม่เห็นทาง

๏    สำนึก ความถูกต้อง..................ที่บกพร่อง ต้องสะสาง
สารพัน ปัญหาพราง...................สร้างผลร้าย ให้กลับตน

๏    พื้นฐาน สันดานถ่อย..................ความคิดคล้อย แค่อกุศล
อัชฌา ดวงกมล.........................ชอบฉลฉ้อ ก่อบาปกรรม

๏    ทุกข์เข็ญ เป็นตามกฎ.................ต้องชดใช้ ระสายระส่ำ
ร้อนนรก ตกระกำ........................เพราะทำลาย ไพรพงพี

๏    ยากแค้น แสนสาหัส....................ภัยพิบัติ บ่อาจหนี
ทั่วโลก อุทกทวี..........................ทุพภิกขภัย แพร่หลายพาน

๏    ร้อนนัก หากจะบ่น.......................จงโทษคน ฉลชั่วขาน
ปล่อยใจ ไม่ประมาณ.....................ผลาญโลกสิ้น แผ่นดินทรามฯ

๒๐ มีนาคม ๒๕๕๙

ภาคเหนือ ค่า PM10 พุ่งเกินมาตรฐาน
http://www.nationtv.tv/main/content/social/378494454/


9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ตรวจพบค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานในหลายจังหวัด โดยจังหวัดเชียงราย ยังมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐาน 9 วันติดต่อกัน ขณะที่ผู้ป่วยด้านสุขภาพ ใน 4 กลุ่มโรค แค่ 2 สัปดาห์ ทะลุกว่า 6 หมื่นคน 
http://www.nationtv.tv/main/content/social/378494633/

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2559

ที่พึ่งที่ทำบุญ : โคลงสี่สุภาพ



ที่พึ่งที่ทำบุญ : โคลงสี่สุภาพ

๑. คนมาบวชห่มผ้า...................เป็นพระ
ก็เริ่มสอนธรรมะ.....................ชาวบ้าน
อวิชชา-อาสวะ......................บ่(ฮู้)จัก
สักแต่สาธุ;คร้าน....................(สิ่ง)ถูกต้องศึกษาฯ

๒. หวังแค่มีพระไว้.....................ทำพิธี
ตามปุระประเพณี....................ถิ่นท้อง
สนองความเชื่อมี....................ไสยศาสตร์
วิปลาสปราศสอดคล้อง............ว่างเว้นธรรมวินัยฯ

๓. แค่อาศัยผ้าเหลือง..................หากิน
กมลสันดานชาชิน....................โลกย์เรื้อ
ก่ออกุศลมลทิน.......................เป็นกิจ
ผิด-ชอบ-ชั่ว-ดีเบื้อ...................ไป่รู้ประสาฯ

๔. มุ่งมั่นหาเงินด้วย.....................บอกบุญ
พฤติกรรมเสื่อมสถุล...................ชั่วช้า
ผลาญเงินเขาเจือจุน..................กามจริต
ชีวิตสุขสบายบ้า........................สิ่งไร้สาระฯ

๕. จะหวังบุญผลได้......................จากไหน?
ไม่ใช่(จาก)คนจัญไร..................แน่แท้
ที่พึ่งพึงอาศัย...........................ประจักษ์
ตามหลักพึ่งตนแล้.....................เลิศล้ำดำเนินฯ

๖. อัญเชิญพระไตรปิฎกใช้..............ศึกษา
คำสอนพุทธศาสดา....................แก่นแท้
ศีล-สมาธิ-ปัญญา......................ปฏิบัติ
สามารถวัฒนาแม้.......................ไม่เข้าวัดวาฯ

๗. อย่าหลง(เชื่อ)บรรพชิตบ้า...........ขายบุญ
กิเลสตัณหาสถุล.........................(เหม็น)สาบล้น
พระรวยเท่านายทุน......................ลามหลาก
เพราะเงินบริจาคท้น.....................(แต่)ชาวบ้านยากเข็ญฯ

๑๘ มีนาคม ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2559

ความรักที่มักไม่ต่างจากความหลง : กลอนเปล่า



ความรักที่มักไม่ต่างจากความหลง : กลอนเปล่า

๏    ความรัก...
บ่อยนักมักดูไม่ต่างจาก..ความหลง
โดยเฉพาะความรัก
ที่ประจักษ์อยู่ในจิตใจที่ไม่ซื่อตรง
เปรอะเปื้อน-เลือนลาม ดำรง...
อยู่ในโครงสร้าง ของความกลิ้งกลอกหลอกลวง

๏    ความรักที่เห็นแก่ตน
ย่อมระคนด้วยความคะนึงหึงหวง
ความเห็นแก่ได้
ความใคร่ในกาม...ดำมืดหน่วง
นำไปสู่การล่วงละเมิด...เกิดก่อเวร

๏    จิตใจที่ไร้ศีลธรรม
ย่อมไม่นำพา ต่อ มโนสำนึกตรองตรึกเห็น
สัญชาตญาณเยี่ยงสัตว์
อันอัดแน่นมิแร้นเร้น
จะเป็นพลังขับ กำกับการกระทำลำเค็ญ
เบียดเบียนผู้อื่นชื่นใจเช่น
ปราโมทย์โฉดเจน...เป็นกำไร

๏    คนไม่รู้จัก-ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่
ไม่มีสติ-ฤดีขาดความมั่นคงทรงนิสัย
คนไร้จิตสำนึกผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี-มีวินัย
ชอบทำอะไรมักง่าย
ทำตามใจอยาก
ตกลงปลงใจจะใคร่รักผิดวิถี
ในเวลา-สถานะที่...มิบังควร

๏    ต่อให้ชาญฉลาดสักปานใด
ความรักในวัยเรียน จะเปลี่ยนเป็นปัญหาย้อนคืนหวน
สร้างขวาก หลากหนาม หลามอุปสรรค
ทั้งหนัก-ทั้งใหญ่ ทำให้หัวใจปั่นป่วน
จูงใจไปในทางผิด เกิดวิกฤติติดตามเป็นพรวน
รักที่เหลวไหล ไร้ความรอบคอบ-ถี่ถ้วน
บันดาลให้ชีวีต้องระหกระเหเรรวน
ตลบอบอวล อยู่ทั่วไปในสังคมฯ

๑๗ มีนาคม ๒๕๕๙

วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2559

สุดท้าย..อาจไม่มีใครรอด : กลอนแปด

                           กรมอุตุฯ ชี้! อากาศร้อนปีนี้อุณหภูมิอาจสูงถึง 40-44 องศา

สุดท้าย..อาจไม่มีใครรอด : กลอนแปด

๏    44 องศา หน้าร้อนนี้.................................ยากหลบลี้ หนีระส่ำ ข้ามกระแส
สภาวะ แห้งน้ำ แล้งลามแล...........................ไม่เคยพบ ตั้งแต่ เกิด-แก่ตน

๏    อย่าโทษโชค ชะตา ฟ้าลิขิต.......................คอยครุ่นคิด ทำไง ให้ไคลพ้น
หลบเที่ยวห้าง นั่งแช่ แอร์เย็นปรน...................ขับรถยนต์ นิยมเช่น เล่นลมกินฯลฯ

๏    คิดง่ายๆ มักง่าย ใช้ชีวา..............................จึงรังสรรค์ ปัญหา มาไม่สิ้น
สูญย่อยยับ ทรัพยา ถาเคยชิน.........................จนแผ่นดิน ภินท์ดับ เป็นอัประมาณ

๏    ครั้นโลกร้อน ย้อนผล (เพราะ)คนทำผิด..........ยังเปรมปรีดิ์ ชีวิต เยี่ยงวิตถาร
ปัญญาเบา เผาป่า วนาปราณ...........................พลังงาน ผลาญใช้ มิไตร่ตรอง

๏    คนจนต่าง อ้างเฝือ เพื่ออยู่รอด.....................จำทิ้งทอด คำเตือน ลืมเลือนผอง
คนรวยอ้าง มั่งมี พีเงินทอง..............................ใยจักต้อง ประหยัด ปัดร่วมมือ

๏    เพียงแค่คน ส่วนน้อย คอยชี้แนะ....................และตระหนัก รักษา โลกาถือ
เพียงพลัง ข้างน้อย คอยกระพือ.........................ผลก็คือ โลกมุ่ง พุ่งมลาย

๏    น้ำผากก้าว เข้าใกล้ ภัยพิบัติ..........................แผ่นดินผลัด ปัถพี อินทรีย์หาย
ธรรมชาติ ขาดสูญ สมดุลดาย............................ชีวิตตรม ล้มตาย ไร้หนทาง

๏    ไม่มีความ คืบหน้า โลกาป้อง.........................มีแค่เพียง เสียง(ข้อเรียก)ร้อง ต้องการต่างๆ
เผ่าพันธุ์มนุษย์ สุดท้าย คงวายวาง......................ก็เพราะสร้าง วิกฤติ พิษภัยเองฯ

๑๗ มีนาคม ๒๕๕๙

แล้งวิกฤติ! ขาดน้ำทั่วประเทศ 17-19 มี.ค.ไทยร้อนสุดในรอบ 50 ปี
 http://www.thairath.co.th/content/591531>

เขื่อนอุบลรัตน์น้ำเหลือ1% ขอนแก่นแจก"น้ำมือสอง"!! 
http://www.dailynews.co.th/regional/385974


 ไทยเสี่ยงร้อนสุดอาเซียน17-19มี.ค.หวั่นคลื่น‘ฮีตเวฟ’กระทบซ้ำ.... http://www.posttoday.com/social/env/421731

(คลิป) ค่าหมอกควันเชียงใหม่เกินมาตรฐาน#เดลินิวส์
http://www.dailynews.co.th/article/385840


"กรมอุตุฯชี้"เอลนีโญ" ลากยาวถึง ก.ค. เตือนร้อนนี้อุณหภูมิพุ่งแตะ 44 องศา"

วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2559

ธรรมมีอยู่ที่ใจ : กลอนเจ็ด



ธรรมมีอยู่ที่ใจ : กลอนเจ็ด

๏    เร้นร่ม พรมพฤกษ์ ลึกแมกโมก.................ลมโบก โยกยิน วิญญาณ์สันติ์
ดอกโมก กระจาย อายอัศจรรย์.....................สุคันธ์ จรรโลง โจงฤดี(โจง=รั้ง)

๏    สดชื่น รื่นรมย์ โสมนัส.............................ธรรมชาติ อัชฌา ธาราศรี
ปราศจาก มลทิน มอมอินทรีย์.......................โสตถี พิพัฒน์ สุทัศไนย

๏    อกุศล กลไก ทำให้จิต.............................เลือกเฟ้น เห็นผิด หลงพิสมัย
ตัณหา นานา พัดพาใจ.................................เลื่อนไหล ไปจาก หลักศีลธรรม

๏    (ต่อให้)โกนผม ห่มผ้า กาสาวพัสตร์............(แต่)ไม่หัด ขัดเกลา(ใจ) เปล่าเลิศล้ำ
พูดจา พาที พีถ้อยคำ....................................เผยแผ่ แดดำ กรรมสามานย์

๏    ถึงใช้ ชีวา ฆราวาส...................................สะอาด ฝึกจิต ใฝ่พิษฐาน
อบรม อุรา ศีล-อาจาร....................................บันดาล สรรค์ศิษฏ์ วิจิตรา(ศิษฏ์=มีปัญญา)

๏    ธรรมะ จะมี อยู่ที่ใจ...................................บ่ใช่ ภายนอก หลอกมุสา
สร้างภาพ แต่งตน ล้นมารยา...........................ล่อแด แลประดา มิจฉาชน

๏    ใครทำ ใครได้ เข้าใจเถิด............................ประเสริฐ พสุ บุญกุศล
เอาเงิน ซื้อหา ประสาคน................................มืดมน ปัญญา น่าเห็นใจ

๏    มิเว้น เป็นเหยื่อ หลงเชื่อโปรด......................คนโฉด คณนา คล้อยสาไถย
คบกัน เข้ากัน เพราะจัญไร(เหมือนกัน)..............ถูกใจ ถูกจิต อิฏฐาเอยฯ(อิฏฐ-=น่าปรารถนา)

๑๖ มีนาคม ๒๕๕๙