ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557

บัวพ้นน้ำ : โคลงสี่สุภาพ



บัวพ้นน้ำ : โคลงสี่สุภาพ

๑. วรรษายามยังห้วย..................ระหาน(วรรษา=ฤดูฝน)
แปลงเปลี่ยนปันกันดาร...............เหือดแห้ง
เป็นมหาชลธาร.........................ไหลเอ่อ
เท้อทุ่งนาบ่าแกล้ง-...................กลั่นให้สัยสง ?(สัยสง=สงสัย)

๒. บงกชบงการก้าน....................กอใบ(บงกช=บัว)
ยืดยาวเท่าชลาลัย......................ผิวพ้น
ดอกตูมซุ่มตามไตร.....................ผุดโผล่
โอ่บานสะคราญท้น.....................แดดท้าภมรถวาย ฯ

๓. ดอกบัวอยู่ใต้น้ำ......................เนืองนอง
โคลนขุ่นคล่ำลำคลอง.................แวดล้อม
ปูปลาเต่าหอยผอง......................กินกัด
เป็นเหยื่อสัตว์พยาธิห้อม...............ห่างไร้ประไพแสง ฯ

๔. โลกีย์แลดั่งน้ำ........................ลำธาร
บงกชกับนฤมาน.........................เปรียบได้(นฤ-=คน)
วิมุตติดุจบัวบาน..........................บังเกิด
ประเสริฐแสงสูรย์ไซร้...................หมายด้วยวิชชา ฯ

๕. โลกาคติส้อง...........................อกุศล
เจนจ่อมทุจริตคน.........................เกิดคุ้น
กิเลสตัณหาดล............................กรรมกิจ
ชีวิตชิดโฉดลุ้น............................ดี/ร้ายโชคชะตา ฯ

๖. อวิชชามนาล้น..........................มลทิน
โง่เขลาเมามัวจินต์........................หม่นไหม้
ทุกข์เข็ญคร่อมชีวิน.......................เคืองขัด
คงสัตว์สมบัติให้...........................ไม่รู้ชั่ว/ดี ฯ

๗. ดวงฤดีใดหลุดพ้น......................ตัณหา
ปราบกิเลสมารยา..........................ชั่วร้าย
หยุดกรรมบาปหยาบหนา.................สุจริต
ชีวิตพิสิฐคล้าย..............................บัวพ้นชลสินธุ์ ฯ(พิสิฐ=ประเสริฐ)

๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๗

วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557

จะหารักจากใครได้เท่านี้ ? กลอน



จะหารักจากใครได้เท่านี้ ? กลอน

๏  จะหาใคร ให้(ความ)รักเรา ได้เท่านี้ ?
มองจนทั่ว ชั่วชีวี ไม่มีหวัง
เหลือเพียงตน ที่รักตน ล้นพลัง
มิคิดฝัง หวัง(รัก)จากใคร ให้ท้อเอย ฯ

๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๗

* สุนัขอินเดียนั่งเฝ้าหลุมศพเจ้านายที่ตายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์โดยไม่ไป ไหนตลอดเวลา 15 วัน และไม่ยอมกินข้าวหรือน้ำเลยแม้แต่น้อยถึงจะมีคนคอยเอามาให้ก็ตาม

คดจิต : กาพย์ฉบัง๑๖



คดจิต : กาพย์ฉบัง๑๖

๏    คนมากมายหมายหน้าตา..................ประวีณปริญญา(ประวีณ=ฉลาด)
ปรารถนาธนสารสมบัติ

๏    หลักเลือกคู่ครองตรองคัด.................มนาประหวัด
ยืนหยัดยึดตัดสินใจ

๏    ละเลยอุปนิสัย...............พฤติกรรมทำไกร
ว่าสำคัญไม่ใหลหลง

๏    จิตใจที่ไม่ซื่อตรง...............น้อมนำจำนง
ประสงค์แส่ทรามสาไถย

๏    ประสบปัญหาคราใด..............คดจิตคิดไคล
ตัดสินไปในทางฉ้อฉล

๏    ผู้ทุจริต(มักมี)จิตวิกล..............เล่ห์เหลี่ยมเปี่ยมล้น
เป็นคนไม่ซื่อถือสัตย์

๏    ก่อกรรมทำการชาญชัด..............วิถีปฏิบัติ
ถนัดในทางชั่วหมาย

๏    ก่อกรรมช่ำเวรมิเว้นวาย..............ทำตามสบาย
สร้างความเสียหายไว้เสมอ

๏    ดีกว่าถ้าไม่พบเจอ...............คบเห็นเป็นเกลอ
ขืนเผลอคงพลาดอนาถสูญ

๏    รังแต่จะพาอาดูร...............วิปริตพิศพูน
อย่าเทิดทูนจำรูญจินต์

๏    โทษทวีมิสุดหยุดสิ้น...........ชีพพานวารภินท์(ภินท์=ทำลาย)
(หาก)สุขถวิล(จง)ผินหลังให้เทอญ ฯ

๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๗

วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ชีวิตต้องสู้ : กาพย์สุรางคนางค์๓๒



ชีวิตต้องสู้ : กาพย์สุรางคนางค์๓๒

๏    นาดำ ทำไว้....................ครั้นไร้ ฝนตก
หญ้าดื่น ขึ้นดก....................รกล้น ต้นข้าว
ต้องตาม ทึ้งถอน..................แต่ก่อน ย้อนคราว
เดี๋ยวนี้ สิก้าว-......................หน้าเฝ้า ฉีดยา(ฆ่าหญ้า)

๏    หญ้าแต่ ละอย่าง..............ก็ต่าง ยื้อแย่ง
รากทอด ยอดแทง................แดดแสง แสวงหา
ออกดอก ก่อนข้าว................เมล็ดก้าว ไกลกว่า
แพร่พันธุ์ ทั่วหล้า..................ทายท้า น่าดู

๏    ไม่มี ที่ซ่อน.....................เพื่อคน อ่อนแอ
โลกนี้ มีแค่..........................ที่ให้ นักสู้
ได้สุข ได้ชื่น........................ได้ยืน ได้อยู่
จงเร่ง เรียนรู้........................อย่านิ่ง ดูดาย

๏    ใจเด่น เป็นใหญ่................ใจเป็น หัวหน้า
กิจกรรม นำพา......................สำเร็จ เสร็จหมาย
หากใจ ไม่สู้..........................(ย่อม)เป็นผู้ แพ้พ่าย
โลกจะ ใจร้าย........................ไม่มี เมตตา

๏    อยากอยู่ เป็นสุข.................จงปลุก เร้าใจ
ฝ่าฟัน ดั้นไป..........................ไม่รอ วาสนา
โลกปราศ ราชรถ.....................จรบถ จรดหน้า
เพียงมี พิริยา..........................พาสม ภิรมย์เอย ฯ

๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๗

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

จิตใจช่างดั่งผิวดิน : กาพย์ยานี๑๑



จิตใจช่างดั่งผิวดิน : กาพย์ยานี๑๑

๏    เมฆคล้ำ นำฝนครา............โปรยลงมา ณ ไพรสัณฑ์
ฤทธี ชุบชีวัน........................ชวนพฤกษ์พันธุ์ ชื่นบานเพรียง

๏    น้ำใส ลูบใบกิ่ง..................สุธาสิ่ง อย่างยิ่งเยี่ยง(สุธา=น้ำอมฤต)
อัจฉรา ขจีเมียง.....................พิไลเรียง พนาราม(อัจฉรา=ชั่วพริบตา,พนาราม=ป่าอันรื่นรมย์)

๏    หยาดน้ำ ย่อมต่ำตก............ธรรมอุทก ยากยกห้าม
ภูผา พยายาม........................ฝ่าฟันข้าม มินำพา

๏    มวลน้ำ เมื่อไหลนอง............ลงลำคลอง รองวัสสา
รวมแคว แลคณนา...................เป็นมหา ชลาลัย

๏    ผิวดิน ที่ผ่านดล..................น้ำขุ่นข้น มลทรามไส
เศษขยะ คละเคล้าไคล.............ลอยให้เห็น เป็นปฏิกูล

๏    เฉกเช่น เห็นชีวัน.................กระเสือกกระสัน ไร้กาลสูญ
สักขี ทวีคูณ............................พูนพอกฉล เพิ่มมลทิน

๏    เมื่อเยาว์ มิเท่าไร.................ยิ่งเติบใหญ่ ยิ่งใจหิน(หิน=เลวทรามต่ำช้า)
หยาบช้า ล้นราคิน....................ดั่งผิวดิน จินตนา

๏    ดวงฤดี บริสุทธิ์....................น้ำฝนดุจ สุดยากหา
แก่เฒ่า เก่าชรา........................ปานปฏิกูล สถุลกอง ฯ

๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๗

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557

อย่าลืม : กลอนหก



อย่าลืม : กลอนหก

๏    อย่าลืมเถิด เราเกิดมา................บนโลกา ที่ขัดสน
ทรัพยา(กร)น้อยกว่าคน..................จนอดตาย หลาย(แสนคน)ทุกวัน

๏    จำเป็นต้อง ทำงานหนัก..............อย่าเล่นภักดิ์ รักผ่อนผัน
เก็บออมเผื่อ ชีพเชื่อมั่น..................(ว่าจะ)ไม่โศกศัลย์ ยามบั้นปลาย

๏    อย่าลืมว่า อนิจจัง......................ยากหยุดยั้ง สร้างเสียหาย
อุตส่าห์หา อาจ มลาย.....................จรจากกราย คลายอัตตา

๏    อย่ามองแต่ ในแง่ลบ..................แง่บวกขบ พบคุณค่า
ใช้สติ ผลิปัญญา............................อาจพัฒนา สถาพร

๏    จงเตือนตน กมลอย่า...................ลืมสภา วะโลกร้อน
หายนะจริง หากนิ่งนอน....................เภทภัยย้อน ยากอยู่เย็น

๏    ร่วมลดใช้ พลังงาน......................บริโภคผลาญ ครรลองเข็ญ
สินค้าใด ไม่จำเป็น...........................จงงดเว้น เจนจิตใจ

๏    อย่าโลภมาก อยากไปหมด............ตัณหาลด จักสดใส
ลดก่อเวร เป็นบันได..........................หยุดเวียนว่าย ในวัฏฏ์วน

๏    ลืมหรือไม่ ? ใครเกิดมา..................ล้วนมรณา ชีพาพ้น
เพียงเวรกรรม ตามติดตน....................ไปประจญ ผลกรรมเอย ฯ

๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๗

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ประกันความสุข : กลอนเจ็ด



ประกันความสุข : กลอนเจ็ด

๏    ฝนไม่ ตกมา กว่าสิบวัน..................เขียดยัง แข็งขัน ขยันร้อง
เป้าหมาย มุ่งสู่ หาคู่ครอง...................สร้างผอง เผ่าพันธุ์ สานสืบไป

๏    ราตรี มีดาว สกาวส่อง....................ทั่วท้อง นภา สุกไสว
หนุ่มสาว เฝ้าชม ชโลมฤทัย.................ชาวนา หวั่นใจ ไม่ยินดี

๏    พระพาย ไม่พัด พนัสนิ่ง..................หรีดหริ่ง เรไร ระริกระรี้
ครื้นเครง เพลงพ้อง ซ้องพงพี...............ให้มี สันติ อภิรมย์

๏    ศีลธรรม นำพา ชีวาสงบ...................แม้พบ อุปสรรค หนักหนาสม
สุจริต ฤทธิไกร ใจวิกรม........................อุดม เดโช โอ่ฝ่าฟัน(วิกรม=เก่งกล้า)

๏    สติ เท่าทัน ครรลองสัจ.....................ธรรมวัตร อัชฌา พาสุขสันติ์
แม้ครา ป่วยไข้ ไตร่ตรองธรรม์................เหมือนยา สวรรค์ พยาบาลยล

๏    วิถี ชีวิต คิดคล้ายหนัก......................วิถี อริยมรรค พิทักษ์พ้น
ละบาป หยาบช้า สถาน์ถกล...................บรรลุ กุศล พิมลมัย

๏    มีเรื่อง ทุกข์ร้อน บั่นทอนจิต...............การคิด โศกเศร้า เท่าเพิ่มให้
คติธรรม์ บันเทิง เถกิงไท.......................กายใจ ไกรแกร่ง แข็งแรงมี

๏    ทรามแส่ แก้ไข ใช่ทางออก................ทุกข์(ใจ)ทำ ช้ำชอก ยอกย้อนชี้
ศีลธรรม สัมมา=สุขาวดี.........................สุขี ชีวัน (รับ)ประกันเอย ฯ

๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๗

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

อนิจลักษณะ : กลอนคติชีวิต



อนิจลักษณะ : กลอนคติชีวิต

๏    ฟ้าร้อง คำราม................ปลุกฉัน จากความ สงบ
ตื่นขึ้น มาพบ......................ประสบ พิเศษ อุษา
อากาศ อบอ้าว....................ครึ้มราว คราวไร้ สุริยา
เมฆครอง คคนา...................แปลกตา ไปกว่า ทุกวัน(คคนะ=ฟ้า)

๏    สักครู่ พรูฝน....................ระคน ฟ้าร่ำ คำราม
สมวัส สะยาม.......................สร้างความ ชุ่มชื้น รื่นหรรษ์(วัสสะ=ฤดูฝน)
พิรุณ รวยริน.........................แผ่นดิน พิไล ไพรวัน
น้ำนอง ครองครัน..................แปรผัน บันดล ปรนเปรอ

๏    ชะตา ชีวิต.......................มักเกิน คาดคิด ล่วงหน้า
คืนวัน เวลา..........................แปลงเปลี่ยน ไปมา เสมอ
พบพาน วันนี้........................พรุ่งนี้ อาจมิ ได้เจอ
ตั้งใจ ไว้เกร่อ........................กลับกลาย ละเมอ เพ้อพก

๏    เรื่องไม่ คาดฝัน.................คือครร ลองของ ชีวิต
สัจจะ อนิจ............................นิรมิต ดั่งว่า โกหก
รักดี ทำดี..............................มีทาง สร้างฐา นะยก
ทำชั่ว ตัวตก..........................ลงสู่ นรก อเวจี

๏    บุญทาน กาลเก่า.................ทำเรา เป็นสุข ทุกข์สิ้น
เปรมปรีดิ์ ชีวิน........................กิน-อยู่ อุดม สมศรี
เวรกรรม ทำก่อน.....................คืนย้อน สะท้อน โศกี
ลำเค็ญ เป็นมี.........................สุดที่ จะแก้ แคะไคล

๏    ฝนตก ไม่นาน....................ชัชวาล ซ่านศรี สุริยน
สัตว์เริ่ม ดิ้นรน.........................ประจญ ชีวิน กินหา
มิควร ประมาท.........................ธรรมชาติ นิมิต อนิจจา
ใครรู้ ล่วงหน้า..........................มรณา มาพันธ์ วันใด ?

๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๗

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ประเทศที่มีแต่ปัญหา : กาพย์สุรางคนางค์๒๘



ประเทศที่มีแต่ปัญหา : กาพย์สุรางคนางค์๒๘

๏    .............................ประชา ทั้งหลาย
ชื่นชม งมมาย...............หลงใหล ไสยศาสตร์
เกียจคร้าน งานทำ.........ช่ำเล่น เช่นราช
ตามใจ ไม่ขาด..............ปราศระเบียบ วินัย

๏    .............................เด็กไร้ ใฝ่เรียน
กำหนัด หัดเพียร............ชั่วช้า สาไถย
น้อยนัก รักดี..................มากมี จัญไร
ครูก็ พอใจ....................ใคร่สุข แต่ตน

๏    ..............................สิ่งชั่ว ยั่วยุ
แพร่หลาย ผายลุ............ล่วงหา อกุศล
แหล่งอบาย (ยะ)มุข........คลุกไคล้ ใกล้คน(ไคล้=เล่ห์กล)
ทุกท้อง ถนน.................ล่อรน สนใจ

๏    ...............................ทุจริต วิถี
ปานประ เพณี.................ไม่ว่า ที่ไหน
ข้าราช (ชะ)การ..............ชำนาญ ชาญชัย
เอกชน กลไก..................ชอบใช้ ใฝ่เชียร(เชียร=เก่ง)

๏    ................................การเมือง เฟื่องฟุ้ง
คนชั่ว มั่วมุ่ง....................ทุจริต คิดเพี้ยน
โฉดฉ้อ บริหาร.................สามานย์ สานเวียน
อัปรีย์ มิเปลี่ยน.................ผลาญเหี้ยน แผ่นดิน

๏    .................................กระบวนการ ยุติธรรม
ขาดความ เป็นธรรม...........ระยำ ทรามวิ่น
เงินนำ อำนาจ...................สามารถ ตัดสิน
ขาว-ดำ ตามจินต์...............ระบิล บรรลัย

๏    ..................................สิ่งแวด ล้อมเล่า
ทำลาย กันเข้า...................คิดเอา แต่ได้
บุกรุก ป่าสงวน...................ทั่วถ้วน กันใหญ่
ตะกลาม ตามใจ..................สร้างภัย ร้ายพี

๏    ..................................สารพัน ปัญหา
เหลือการ พรรณนา..............ในประ เทศนี้
หนทาง แก้ไข.....................ยังไร้ ไม่มี
ทุกวัน ทวี..........................กลียุค ทุกข์เอย ฯ

๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๗

วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ทำบุญวันเกิด : โคลงสี่สุภาพ



ทำบุญวันเกิด : โคลงสี่สุภาพ

๑. มาลัยมะลิร้อย.................รวม รตี(รตี=ความยินดี)
สุดเท่าฝีมือมี.....................มุ่งน้อม
บรรจงจัดมนัสพลี................พิเศษ
ประเวศวิสุทธิ์ค้อม...............เตรียมพร้อมถวายทาน ฯ(ประเวศ=การเข้าสู่)

๒. วันเกิดตื่นแต่เช้า..............ใส่บาตร
กล่อมเกลาใจใสสะอาด.........ผ่องแผ้ว
สำนึกตรึกตรองปราศ.............ทุจริต
ศีลสถิตจริตแล้ว...................แกร่งแกล้วกำจร ฯ

๓. อาวรณ์กรกราบไหว้...........ปฏิมา
วิมุตพุทธบูชา.......................ดอกไม้
มาลัยที่วิริยา........................ประดิษฐ์
พิสิฐพิษฐานให้....................ขอข้าสมหวัง ฯ(พิสิฐ=ประเสริฐ)

๔. การยังชีพอย่าแคล้ว...........มั่นคง
เกริกกิจวิทยาจง....................ก้าวหน้า
มิลำบากยากทรง...................สำเร็จ
เผด็จอุปสรรคกล้า..................ดั่งฟ้าชัชวาล ฯ

๕. โรคาพยาธิไร้.....................รบกวน
สติปัญญาครวญ.....................คิดเคื้อ
ผิวพรรณสะคราญนวล..............ผุดผ่อง
ประคองชนม์ดลเกื้อ.................แด่หล้ารังสรรค์ ฯ

๖. ภยันตรายอย่าได้..................คุกคาม
มีชื่อเสียงเรียงนาม...................โลกรู้
ลาภยศศักดิ์สิริงาม...................สูงส่ง
ธำรงความเป็นผู้.......................เพียบพร้อมคุณา ฯ

๗. ยังประโยชน์เลิศล้ำ................ธรรมผล
คู่ควรความเป็นคน.....................เกิดแล้ว
มิหลงสู่อกุศล...........................มลบาป
ปราบกิเลสอุจเฉทแคล้ว..............ล่วงพ้องนิพพาน ฯ(อุจเฉท=ขาดสูญ)

๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๗

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พักกายใจให้สงบ : กลอนแปด



พักกายใจให้สงบ : กลอนแปด

๏    สุริยา ลาลับ กับยอดไม้...................สนธยา มาย้าย ไล่แสงสูรย์
ดาริกา ดารดาษ กลาดเกลื่อนกูล...........บริบูรณ์ ทูนทัศน์ รัตติกาล์

๏    กว่าสิบคืน สิบวัน กันดารฝน.............ป่าแห้งย้อน ร้อนยล รนผัสสา
ไร้สัญญาณ ครรลอง ของเมฆา..............อนิจจา นาข้าว เริ่มร้าวราน

๏    การเมืองกรุ่น วุ่นวาย กลายสงบ.........ถูกสยบ ตบเท้า โดยเหล่าทหาร
เหมือนหญ้าถูก หินทับ กลับทนทาน........รอคอยวาร หินพ้น โผนพลุ่งพี

๏    เศรษฐกิจ ทิศทาง ลางเลือนถ่อ..........การเมืองก่อ ทุจริต ผลิตหนี้
สถานการณ์ นั้นดู ไม่สู้ดี........................ประชาชี หนี้หลาย ไร้เงินออม

๏    สภาวะ โลกร้อน ซ้อนวิกฤติ................โรคระบาด อนาถพิษ ภัยปิดล้อม
ธรรมชาติ บัดนี้ กาลีกรอม......................(เพราะ)คนไม่ยอม อภิบาล (จึง)พานภยา(ภย-=ภัย)

๏   ข้อสารพัด ขัดสน กังวลจิต..................ต้องหยุดคิด เข้านอน พักผ่อนหนา
การรู้จัก หลักกรรม เวล่ำเวลา...................เป็นกุศลา ประเสริฐ ล้ำเลิศแล

๏    นอนเพียงพอ ก่อให้ กายแข็งแกร่ง........เกิดเรี่ยวแรง กำจัด วัฏฏ์กระแส
จิตธำรง คงมั่น มิผันแปร..........................ยากพ่ายแพ้ แก่กิเลส เจตจำเนียน

๏    ปลงปล่อยสุข-ทุกข์สิ่ง ทิ้งทุกอย่าง........ละ-เลิก-วาง ล้างคิด ประดิษฐ์เขียน
สู่ห้วงแห่ง นิทรา สงบเธียร.......................ท่องภวังค์ พร่างเพียร พิเชียรเอย ฯ

๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๗

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ชายสามโบสถ์หญิงสามผัว : กาพย์ยานี ๑๑



ชายสามโบสถ์หญิงสามผัว : กาพย์ยานี ๑๑

๏    ปราชญ์สอน ย้อนโบราณ.............ก่อนแต่งงาน (ให้)เบิ่งตาสอง(ข้างให้กว้าง)
(หา)ดี/ชั่ว ทั่วคู่จอง........................ค่อยจักครอง เป็นคู่จำ

๏    แต่งกัน(แล้ว)ขันแข็งจิต..............(ตา)หนึ่งข้างปิด พินิจล้ำ
(ข้อ)บกพร่อง คู่ครองพรำ................จำนนนำ มองข้ามไป

๏    (การ)จับผิด เรื่องนิดน้อย.............จะเพิ่มพร้อย เป็นเรื่องใหญ่
ความรัก จักพิลัย............................เยื่อใยขาด ปราศพิพัฒน์(พิลัย=การสลาย)

๏    (โบราณ)ว่าไว้ ชายสามโบสถ์.......ลักษณะโฉด โทษสมบัติ
(สะท้อนถึง)จิตใจ ไม่แน่ชัด..............มั่นคงขาด อนาถครอง

๏    สามผัว หญิงชั่วช้า......................อย่าสู่หา มาร่วมห้อง
ชายใด ไปเกี่ยวดอง........................จักข้องขัด พิบัติภัย

๏    หญิงชาย สมัยนี้.........................ดูไม่ดี ริสาไถย
คบกัน กระสันไว.............................พร้อมพลีกาย ใคร่อยู่กิน

๏    ไม่แต่ง มิต่างแต่ง.......................ตลบตะแลง เสแสร้งลิ้น
มารยา จนชาชิน.............................หลากราคิน ล้นจินดา

๏    หลายรัก ไร้ภักดี.........................ลักลอบมี สิเน่หา
คบชู้ สู่กามา..................................ประหนึ่งว่า (เป็น)ค่านิยม

๏    เลิกเก่า เร่ารักใหม่.......................นับไม่ไหว เพียงไรสม
หลายสิบ พริบตาชม........................อย่าปรารมภ์ พรมรักเอย ฯ

๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๗

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ปัดกวาดใจให้สะอาด : กาพย์ฉบัง๑๖



ปัดกวาดใจให้สะอาด : กาพย์ฉบัง๑๖

๏    ความมีสัมมาทิฏฐิ.................ศีลธรรมดำริ
(คือ)ศุภโภคโชคดีหาที่ไหน

๏    สามารถขัดเกลาจิตใจ................ความคิดนิสัย
ไคลทุจริตสัมฤทธิ์ผล

๏    เอาชนะกิเลสเฉทพ้น...............พรากจากใจตน
เก่งกว่าชนะคนพลแสน

๏    ความพยาบาทอาฆาตแค้น.................สุขไสไร้แร้น
มาดแม้นดวงใจโดนไฟเผา

๏    ละโมบโลภมากอยากเอา................มาเป็นของเรา
ได้เท่าไรไม่เคยพอ

๏    คือความอดอยากมากหนอ..................ปานเปรตเจตรอ
คอยขอส่วนบุญสุนทาน

๏    อวิชชาประหัตประหาร.................จรจากดักดาน
จึงเกิดปัญญาวราศัย(วร+อาศัย)

๏    เว้นการเบียดเบียนเตียนไตร...............ประจักษ์จิตใจ
สุกไสวไคลความเป็นสัตว์

๏    แผ้วถางความโฉดคดชัฏ...............ซื่อตรงทรงสัตย์
รู้สึก(ถึงความ)สะอาดพิพัฒน์แพร้ว

๏    ชีวิตพิศเพราวาวแวว................อุระกล้าแกล้ว
คลาดแคล้วทุกข์โศกนรกเอย ฯ

๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๗

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ทำมาหากิน : กาพย์ยานี ๑๑



ทำมาหากิน : กาพย์ยานี ๑๑

๏    เมืองไทย สมัยก่อน................(คน)กว่าครึ่งค่อน ขาด(การ)ศึกษา
แปลกดี (กลับ)มีปัญญา...............เลี้ยงชีวา ทำ(มา)หากิน

๏    พ่อแม่ ครั้งแต่เก่า...................มิฟูมเฝ้า เอาใจสิ้น
ผู้เฒ่า เล่าให้ยิน.........................เล่นกับดิน กินกับทราย

๏    ใช้ลูก ช่วยทำงาน...................กิจในบ้าน การขวนขวาย
ลูกสาว เข้าครัวดาย.....................ส่วนลูกชาย (งาน)ใช้กำลัง(ดาย=ถ่ายเดียว)

๏    วิถี กสิกรรม............................ต้องตรากตรำ มิหยุดยั้ง
หากใคร ไม่จริงจัง........................(จะ)ถูกชิงชัง จากสังคม

๏    น้อยมี คนขี้เกียจ......................ไม่เคร่งเครียด คิดขื่นขม
ทำนา ฝ่าโคลนตม........................ผิวคล้ำ=คม รมย์ฤดี

๏    คิดไป คล้ายโฉ่ฉาว...................มองหนุ่มสาว สมัยนี้
เรียนไป (ความ)รู้ไม่มี.....................ใคร่ขี้เกียจ เดียดงานการ

๏    อยากอยู่ อย่างสบาย..................มีเงินใช้ ไม่สะท้าน
ปราศทุกข์ สุขสำราญ.....................(โดย)ไม่บากบั่น ขันแข็งหา

๏    หมายทั่ว ผัวหล่อ+รวย...............เมียสาวสวย รวยล้นฟ้า
จิตพาล ขาดปัญญา........................ไม่ประสา หากินเอย ฯ

๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๗

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ธรรมชาติช่างน่าอัศจรรย์ : กลอนคติเตือนใจ



ธรรมชาติช่างน่าอัศจรรย์ : กลอนคติเตือนใจ

๏    เพิ่งย่าง ข้างแรม.................อรุณแจ่ม จรัสสว่าง
เดือนคล้อย ลอยคว้าง..............ณ ต้นทาง ทิศปัจฉิม
อาทิตย์ อ่อนโยน.....................โดนหมอกพราง ลางเลือนพิมพ์
ขอบฟ้า ขยิ่ม..........................ดั่งอิ่มเอม เปรมปรีดา

๏    (ยาม)สายร่ำ สายลม............พัดแพร่พรม ชโลมพิศ
พนัส พิจิตร.............................ประสิทธิ์เสียง เพรียงพฤกษา
บรรเลง เพลงร้อง.....................ดังแซ่ซ้อง ก้องกัษณา(กัษณ=ขณะ)
ภิรมย์ สมญา...........................ธรรมชาติช่างน่า อัศจรรย์

๏    คือสัจ ทัศนีย์.......................เหนือสิ่งที่ คนเคยสร้าง
พิมล ผลพร่าง..........................เยื้องเหยาะย่าง แต่(ในความ)หวัง-ฝัน
สิ่งที่ คนทำ.............................ฤาเลิศล้ำ แลสำคัญ ?
(เช่น)ยกกร่าง อ้างกัน................ดั่งคนนั้น ปาน อมร

๏    แค่จิต นิสัย..........................ของคนไซร้ ยังไม่อาจ
สลัด ปัดกวาด...........................ให้พิลาส ปราศทุกข์ร้อน
แค่การ กระทำ...........................ก็เสื่อมซ้ำ ต่ำทรามซอน
หยาบช้า อาทร..........................(ตัว)ตนกัดกร่อน บ่อนทำลาย

๏    ธรรมชาติ ของชน...................ดูมืดมน รนทุจริต
ชักพา ชีวิต................................สู่วิกฤติ ชิดฉิบหาย
สำทับ ซับซ้อน...........................รุ่นเก่าก่อน รอนดับตาย
รุ่นใหม่ มิวาย..............................ระหายย่ำ ซ้ำรอยเดิม ฯ

๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๗

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หยุดเวียนว่ายในวัฏฏะ : กลอนหก



หยุดเวียนว่ายในวัฏฏะ : กลอนหก

๏    ผู้เห็นภัย ในวัฏฏะ................อนิจจะ ทุกขะสังค์(สังค์=การติดอยู่)
อนัตตะ สัจจะดัง......................เหตุหาทาง ยั้งหยุดวน

๏    เวียนเกิดแก่ แลเจ็บตาย........น่าเบื่อหน่าย ไร้เหตุผล
ภพชาติตรำ ลำเค็ญตน..............เพื่อพิมล ผลอันใด ?

๏    สิ่งประดัง ซ่านสังคม.............หลากโสมม สั่งสมไส
สุมเทวษ เพาะเภทภัย...............อย่างมากมาย ในแต่ละวัน

๏    หนทางแคบ แทบตันตีบ........ดำรงชีพ ช่างบีบคั้น
ขาดความดี มีศีลธรรม์...............ขับเคลื่อนดัน สรรค์โลกา

๏    จึงจำต้อง ประคองใจ............หยุดหวั่นไหว ไคลตัณหา
ความอยากไซร้ ได้แต่พา...........แผ่ทุกขา (จง)กั้นอาวรณ์

๏    ละยึดมั่น แลถือมั่น...............คว้าเหตุการณ์ (คือ)ครรลองสอน
เมื่อ(เกิด)เป็นจริง จงนิ่งนอน.......อย่าเดือดร้อน คลอนแคลนไคล

๏    เลิกก่อกรรม กระทำเวร..........บุญบำเพ็ญ เป็นพิสัย
สุจริตธรรม นำจิตใจ..................ขัดเกลาให้ ประไพเพียร

๏    ชดใช้กรรม แต่กาลเก่า..........มิโศกเศร้า รวดร้าวเศียร
วันข้างหน้า จะจำเนียร...............หยุดว่ายเวียน เหี้ยนวัฏฏ์เอย ฯ

๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๗

วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แม่..คนเก่ง : กาพย์สุรางคนางค์๓๒



แม่..คนเก่ง : กาพย์สุรางคนางค์๓๒

๏    เมื่อคน หนึ่งคน.................ประจญ ชีวิต
ลองถูก ลองผิด.....................คิดตรึก ศึกษา
ปรับตัว แก้ไข........................ตั้งใจ พัฒนา
ทุ่มเท อุรา............................วิริยะ ฝ่าฟัน

๏    กว่าจะ ประสบ...................พบความ สำเร็จ
แสนเหนื่อย เมื่อยเหน็ด...........จึงเผด็จ ความฝัน
เชิดหน้า ชูตา........................เมื่อคว้า รางวัล
ภาคภูมิ ใจพลัน.....................ฉันสา มารถมี

๏    ความจริง คงคู่...................คนอยู่ เบื้องหลัง
ผู้ให้ พลัง.............................ยามพลั้ง โศกศรี
คอยแนะ แนวทาง..................เสริมสร้าง วิธี
ปลุกปลอบ ฤดี.......................คราที่ ทุกข์ตรม

๏    คือแม่ แลเฝ้า.....................ดูเรา เติบใหญ่
ตามเอา  ใจใส่........................มิให้ ขื่นขม
ผลักดัน เดินหน้า.....................แกร่งกล้า วิกรม
และคอย ชื่นชม.......................นิยม บูชา

๏    ใครจะ ดูถูก.........................ลูกแม่ ก็ตาม
แม่จะ พยายาม.........................นำให้ ก้าวหน้า
โลกอาจ ทิ้งเจ้า........................นั่งเศร้า โศกา
แต่แม่ จะมา.............................เช็ดน้ำตา ให้เอง

๏    คือคน เป็นแม่.......................แน่แท้ คุณวุฒิ
ผู้เป็น ที่สุด...............................สามารถ กาจเก่ง
เหนื่อยยาก เพียงใด...................แม่ไม่ ยำเกรง
จำเนียร เพียร-เพ่ง......................เร่งร่ำ ดำเนิน

๏    คือความ สำเร็จ......................ของหน้า ที่แม่
มิควร มองแต่.............................แค่เพียง ผิวเผิน
แม่คือ ผู้ให้................................ใครอาจ กล้ำเกิน
เพื่อลูก เผชิญ.............................เพลินมี ชีวา

๏    บูชา พระคุณ...........................การุญ ของแม่
หยุดเขลา เมาแส่..........................สุขตน ค้นหา
จงมี ศีลธรรม...............................กุศลกรรม สัมมา
กตเว ทิตา...................................พาท่าน สุขเทอญ ฯ

๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๗

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

รักมั่นนิรันดร : กลอนรัก(กาพย์ยานี๑๑)



รักมั่นนิรันดร : กลอนรัก(กาพย์ยานี๑๑)

๏    ฟ้าใส เมื่อไร้เมฆ..................รจเรข เสกรังสรรค์
(เพียง)สีฟ้า ประภาพรรณ...........สุริยัน จรัล รอง

๏    ฟ้า(สี)คราม งามพิสุทธิ์..........เปรียบประดุจ รักเราสอง
เพียงเรา เท่านั้นปอง..................มิจับจ้อง ผองผู้ใด

๏    มั่นแท้ ดูแลรัก......................แม้จะหนัก สักแค่ไหน
เอาใจ คอยใส่ใจ........................มิทำร้าย ดวงใจกัน

๏    บ่อยครั้ง คราห่างเหิน..............ต้องเผชิญ อุปสรรคผัน
จิตใจ บ่ไหวหวั่น........................ยังยึดมั่น ครรลองมี

๏    เรียบราบ ใช่ฉาบฉวย..............รักสุกสวย ฉลวยศรี
งดงาม เพราะความดี..................ใสพิสุทธิ์ พุฒิธรรม(พุฒิ=ความเจริญ)

๏    เมื่อใจ ไร้มารยา.....................ปรารถนา คอยอุปถัมภ์
รักมอบ ไม่ครอบงำ......................ต่ำทรามแส่ เห็นแก่ตน

๏    สัมพันธ์ ย่อมสรรค์สร้าง............สุขสล้าง ดั่งเวหน
บริสุทธิ์ วิมุตมล..........................ประเสริฐล้น ท้นฤดี(วิมุต=หลุดพ้น)

๏    เชื่อใน จิตใจกัน......................ตราบชีวัน ไม่ลาญ/ลี้
ธำรง คงรักมี...............................คู่ปัฏพี นิรันดร ฯ

๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๗ 

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ที่ควรบูชา? : กลอนแปด



ที่ควรบูชา? : กลอนแปด

๏    พ่อค้าชาย ขายหมู ผู้(มีใบ)หน้ามัน..........ใช้ผ้าพัน(พุง) กันเปื้อน เหมือนไม่สน
ใครจะมอง จ้องอยู่ สู้อดทน........................สาละวน สับเนื้อ เอื้อกิจการ

๏    แม่ค้าหาบ ตะกร้า ท่าทางหนัก................ขนพืชผัก ผลไม้ ไกลจากบ้าน
เลี้ยงชาวเมือง อิ่มหนำ กินสำราญ................แลกกับเงิน เพียงการ ผ่านชีวี

๏    เหล่ากรรมกร ร้อนทน รนสร้างบ้าน...........สาธารณะ สถาน สานสุขี
ถนนหนทาง สร้างได้ ให้ใช้ดี.......................ตนกลับมี ที่อยู่ แทบผุพัง

๏    ส่วนดารา นักร้อง นักแสดง......................หน้าตาเสริม เติมแต่ง เสแสร้ง;สั่ง-
สมมารยา อาการ (กลับมี)ชีวันดัง..................เทพ-นางฟ้า บ้าคลั่ง หนอสังคม

๏    นักการเมือง เรืองรุ่ง คอยมุ่งมั่น.................คอรัปชั่น ทุจริต มิจฉาสม
หลอกคนโง่ โอฬาร์ ประชานิยม....................ได้รับการ ชื่นชม อุดมชัย

๏    พระนอกรีต ผิดคลอง ครรลองธรรม............ลวงหลอกทำ วิเศษ เวทคุณไสย
เสกเครื่องราง ของขลัง สิ่งจังไร....................โง่งมงาย ได้ดี มีปุญญา

๏    หนังสือเรียน เพียรร่ำ เพิ่มความรู้...............ใครกี่คน ทนสู้ มุศึกษา
พระไตรปิฎก ยกฉล พ้นชีวา.........................ดูเหมือนว่า หาคน ขาดสนใจ

๏    ส่วนละคร-บอล-เกมฯลฯ ปรีดิ์เปรมจด.........จ้องกันหมด ทั้งเมือง เฟื่องเหลวไหล
เหล้าสุรา ยาเมา เสพเข้าไป..........................ทุ่มเทให้ ไม่(บ่น)ว่า น่ารำคาญ

๏    ใครที่มี สมอง ลองคิดดู...........................สิ่งใดคู่ ควรจิต คิดสมาน?
ใครสมควร บูชา สาธุการ?............................รักษาไว้ ให้นาน นิรันดร ฯ

๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๗