ผลงานของชายคนหนึ่งซึ่งนอกจากตามหลักสูตรของโรงเรียนแล้ว ต้องเรียนรู้ศึกษาหาความรู้เอง ทั้งหลักธรรมและการประพันธ์ ชอบคิด-วิเคราะห์-สรุปบทเรียนใหม่เป็นประจำ แล้วบันทึกไว้เป็นบทกวีเพราะมิเช่นนั้นจะลืมบทเรียนเก่า คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง จึงโพสต์สู่สื่อสาธารณะ
ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้
วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เปรียบคนกับต้นไม้ : กลอนคติสอนใจ
หมามุ่ย หรือ หมามุ้ย ชื่อวิทยาศาสตร์ Mucuna pruriens DC. เป็นพืชเถาซึ่งขน (Trichomes) บริเวณใบ เถา ฝัก และ ปลายยอดมีสารกลุ่มโปรตีนคือ Mucuniean Enzyme และสาร Serotonin เป็นสารกระตุ้น ให้ร่างกายหลั่ง histamine ก่อให้เกิดการแพ้ผื่นคัน บวมแดง [1]
ลักษณะทั่วไป ใบมีรูปร่างคล้ายรูปไข่หรือรูปไข่ปนขนมเปียกปูน โคนใบอาจมีทั้งมน กลม หรือหน้าตัดก็ได้ ตัวใบบางและมีขนทั้งสองด้าน ดอกสีม่วงดำ ออกเป็นช่อตามง่ามใบ มีเมล็ด 4-7 เมล็ด ฝักจะมีขนอ่อนคลุม ฝักแก่นี้เองจะกลายเป็นพืชที่มีพิษ เมื่อผิวหนังสัมผัสกับขนพิษ ปลายยอดของขนจะแตกออก และฉีดสารพิษออกมา ทำให้ผิวหนังบวมแดง คันและปวดแสบปวดร้อน
การรักษา รีบกำจัดขนพิษออกจากบริเวณที่สัมผัส โดยใช้เทียนไขลนไฟให้อ่อนตัว หรือข้าวเหนียวคลึงจนเนื้อข้าวเหนียวกลืนกัน แล้วนำมาคลึงบริเวณที่สัมผัสขนหลายๆ ครั้งจนหมด หรืออาจใช้ผมมาถูกับบริเวณที่โดนก็ได้ ยิ่งผมสั้นเท่าไหร่ยิ่งกำจัดได้มาก และ[2]หากยังมีอาการแดงร้อนหรือคันอยู่ให้ทาคาลาไมน์โลชั่น หรือครีมสเตียรอยด์ พร้อมกับรับประทานยาแก้แพ้ เช่น คลอเฟนิรามีน 4 มก. ครั้งละ 1 เม็ดทุก 6 ชม. จนเป็นปกติ [3]
วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
"คอยคนที่ยอมรับในสิ่งที่ฉันเป็น" : กลอนคติเตือนใจ
10 ความเสี่ยง เซ็กซ์วัยรุ่นไทย
การที่วัยรุ่นมองว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่อง ธรรมดา และนิยมมีเพศสัมพันธ์กันในวันวาเลนไทน์นั้น อยากเตือนว่าหากวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรแล้วจะมีภัยและผลกระทบตามมาถึง10ประการ ฉะนั้น จึงอยากให้วัยรุ่นคิดให้ดี ก่อนที่จะใช้ชีวิตเสรีทางเพศเกินขอบเขต
สำหรับภัยและผลกระทบ 10 ประการที่วัยรุ่นจะได้รับจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรคือ
1.ท้อง แท้ง หรือจับผ้าอ้อมก่อนใบปริญญา
ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันจะเห็นว่าการทำแท้งของวัยรุ่นทั้งที่ไปใช้บริการคลินิกและที่กินยาเองมีสูงถึงกว่าปีละแสนราย ซึ่งการตั้งท้องและทำแท้งยังนำมาซึ่งชีวิตการเรียนที่พังพินาศไป รวมถึงบางรายที่มิได้ทำแท้ง ก็ต้องเริ่มชีวิตการเป็นแม่ตั้งแต่วัยรุ่นที่ยังขาดความพร้อมและนำมาซึ่งปัญหาทั้งแม่และเด็กมากมาย
ส่วนวัยรุ่นที่คิดว่าจะไม่มี การตั้งท้องเพราะอุปกรณ์คุมกำเนิดนั้น จากงานวิจัยพบว่า แม้จะมีการใช้ถุงยางอนามัยก็ยังมีโอกาสพลาดได้สูงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ หรือ1ใน5ครั้งที่มีเพศสัมพันธ์โดยการใช้ถุงยางอนามัยก็ยังมีโอกาสพลาดและตั้งท้องได้ เนื่องจากคุณภาพของถุงยางเสื่อมหรือมีวิธีการใช้ที่ไม่ถูกต้อง และการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดก็มีโอกาสพลาดได้สูงถึง 5 เปอร์เซ็นต์
2. ซึมเศร้า เหงาลึก จากการเปลี่ยนคู่บ่อยๆ
ซึ่งจากงานวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่า วัยรุ่นที่มีเพศสัมพันธ์เสรีเปลี่ยนคู่นอนบ่อย โดยเฉพาะฝ่ายหญิง ซึ่งในส่วนลึกยังต้องการความผูกพันมากกว่าเพศชาย ฝ่ายหญิงที่มักเป็นฝ่ายถูกทิ้งจึงอยู่ในภาวะซึมเศร้ามากกว่าคนที่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์เสรีหลายเท่า และที่สำคัญจากสถิติพบว่าวัยรุ่นที่มีเพศสัมพันธ์เสรีมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าวัยรุ่น ที่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์เสรี
3. ติดโรค อวัยวะเพศเน่า
มีงานวิจัยทางการแพทย์ชี้ชัดว่า แม้จะมีการใช้ถุงยางอนามัยก็ยังไม่สามารถปลอดภัยจากโรคติดต่อทาง เพศต่างๆ เช่น โรคผิวหนังบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ รวมถึงโรคอื่นๆ เช่น โรคหนองในที่ในหลายประเทศพบว่า กลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-29 ปี เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อกามโรคมากที่สุด
4. เรียนตก
งานวิจัยส่วนใหญ่พบว่า ผลของการมีเซ็กซ์ในวัยรุ่นสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเรียนและผลการเรียนที่ตกต่ำลงด้วย
5. เสียชื่อเสียง
การมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นมักตกเป็นขี้ปากที่ถูกพูดต่อๆ กันไปในกลุ่มเพื่อนทั้งหญิงชาย และนำไปสู่ภาพลักษณ์ที่เลวร้าย เช่น ผู้หญิงถูกพูดถึงว่า “ถูกฟันแล้ว” ผู้ชายถูกพูดถึงว่าเป็น “นักล่าพรหมจรรย์” ที่น่ากลัวสำหรับผู้หญิง เป็นต้น
6. หมิ่นหญิง หยามชาย
การที่วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์เสรีมากขึ้นทำให้การมองเห็น คุณค่าตนเองและผู้อื่นเปลี่ยนไป การติดเซ็กซ์ ทำให้วัยรุ่นไม่อาจยกระดับการมองคุณค่าความเป็นหญิงความเป็นชายได้มากไปกว่าการสนองความใคร่ซึ่งกันและกัน
7. ถูกหลอกซ้ำซาก
วัยรุ่นหญิงจะพบว่าตนเองถูกหลอกให้รักหรือหลงเพื่อแลกกับเซ็กซ์ อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลบ่งชี้ว่า เด็กวัยรุ่นชายเองก็อาจถูกหลอกโดยเพื่อนชายและเพื่อนหญิง โดยใช้เซ็กซ์เป็นสื่อเพื่อให้ได้ “สิ่งของ” หรือสิ่งต่างๆที่วัยรุ่นต้องการ
8. ใช้เซ็กซ์เลี้ยงรัก
วัยรุ่นจะเริ่มคุ้นเคยกับการมีเพศสัมพันธ์ตามความต้องการหรือความใคร่มากกว่าความรู้สึกรัก ซึ่งท้ายที่สุดความสัมพันธ์ระหว่างวัยรุ่นจะมีแต่ความไม่แน่นอน และไม่ยั่งยืน
9. เจอคนดีจริงก็อาจแห้ว
โดยเฉพาะ ฝ่ายหญิงที่รู้สึกว่าตนเองมีเบื้องหลังที่ไม่ดีอาจปฏิเสธตนเองหรือปิดบังอดีตตนเองไม่ได้ก็อาจถูกปฏิเสธ ส่วนฝ่ายชายเองเมื่อพบผู้หญิงดีๆ ก็อาจเสี่ยงถูกปฏิเสธจากผู้หญิงดีๆ เช่นกัน เพราะถือว่าผู้ชายโชกโชนเกินจะรับได้
10. ทำลายอนาคตชีวิตคู่
อันเนื่องมาจากความทรงจำที่เลวร้ายในช่วงวัยรุ่นของกันและกัน ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจในการไม่เคารพซึ่งกันและกัน หรืออาจทำลายชีวิตคู่อันเนื่องมาจากภาวะเจ็บป่วยจากกามโรคหรือการทำแท้งที่ทำลายภาวะเจริญพันธุ์ของตนเอง
วัยรุ่นที่มองเรื่องการมีเพศ สัมพันธ์เป็นเพียงเรื่องฉาบฉวย ธรรมดานั้น อยากให้คิดทบทวนให้ดี โดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่จะมีผลกระทบสูง เพราะเมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้วฝ่ายหญิงจะมีปัญหาซึมลึกกว่าฝ่ายชายมากนัก และ อยากให้มองวันวาเลนไทน์เป็น “วันรักบริสุทธิ์” ไม่ใช่ “วันคร่าความบริสุทธิ์” จะดีกว่า ที่สำคัญวัยรุ่นต้องรู้จักปฏิเสธแรงยั่วยุทางเพศให้ดีกว่านี้ โดยมองเหตุผลต่างๆ ข้างต้น ไม่ใช่ปล่อยตัวตามกระแสหรือกลุ่มเพื่อนเพียงอย่างเดียว
ขอบคุณบทความ : dcondom.com
วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ธรรมะเหมือนยาขม : กลอนคติธรรม
วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
"ลูกกำพร้า" ในสถานะที่พ่อแม่มอบให้ : กลอนคดิเตือนใจ
วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ราคาของชีวิต : กลอนคติเตือนใจ
วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ความเจริญก้าวหน้า มักจะต้องแลกกับทุกข์ : กลอนคติชีวิต
เกมเมอร์คลั่ง บินข้ามประเทศ เพื่อฆ่าเพื่อนสาวออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569
หมอขอเตือนใจ ทำไมสถานะ Friend with benefit ถึงทำร้ายหัวใจสาวน้อยมากที่สุด
หมอขอเตือนใจ ทำไมสถานะ Friend with benefit ถึงทำร้ายหัวใจสาวน้อยมากที่สุด
เมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่น สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ส่วนใหญ่เป็นกังวลคือเรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน ซึ่งจะว่าไปแล้วในยุคนี้ การปิดกั้นหรือห้ามไม่ให้รับรู้โดยสิ้นเชิงคงเป็นเรื่องยาก เพราะเด็กๆ มีเทคโนโลยีอยู่ในมือ จึงมีโอกาสที่จะเข้าถึงเรื่องเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ได้ง่ายกว่าเด็กในยุคก่อนๆ
เมื่อเป็นเช่นนี้พ่อแม่จึงอาจต้องปรับตัว และปรับเปลี่ยนทัศนคติให้สอดคล้องกับยุคสมัยและโลกที่เปลี่ยนแปลงไป แทนการห้ามไม่ให้ลูกวัยรุ่น รับรู้ หรือห้ามไม่ให้พูดถึงเรื่องเพศ ควรเปลี่ยนเป็นให้ความรู้ การป้องกันตัวเอง และการแสดงออกทางเพศที่เหมาะสม (Gender expression) เพราะโลกทุกวันนี้ไปไกลกว่าเพศหญิง เพศชาย และความสัมพันธ์ของผู้คนในสังคมก็ซับซ้อนมากขึ้น ว่าแล้วบทความนี้ เราจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปรู้จักกับอีกรูปแบบหนึ่งของความสัมพันธ์ เพื่อทำความเข้าใจและอาจไว้เป็นข้อมูลเมื่อต้องให้คำแนะนำกับลูกวัยรุ่นค่ะ
Friend with benefit เพื่อนที่มากกว่าเพื่อน
สิ่งสำคัญในชีวิตวัยรุ่นคงหนีไม่พ้น กลุ่มเพื่อน ที่เล่นสนุก แบ่งปันเรื่องราวทุกข์สุข เรียนรู้ และเติบโตไปพร้อมๆกัน แต่ในจำนวนเพื่อนทั่วๆไปนั้น ยังมีความสัมพันธ์ของเพื่อนอีกรูปแบบหนึ่ง ที่มากไปกว่าเพื่อนแต่อาจไม่ลึกซึ้งทางใจ นั่นก็คือ ความสัมพันธ์แบบ Friend with benefit เพื่อนที่มีผลประโยชน์(ทางกาย)ต่อกัน
Friends with Benefit หรือ FWB เป็นความสัมพันธ์ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างการมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า (One Night Stand) กับ ความสัมพันธ์แบบโรแมนติก หรือการมีความสัมพันธ์แบบคู่รักที่คบหาดูใจกันระยะยาว (Romantic Relationship) เนื่องจากคนที่มีเพศสัมพันธ์ด้วยนั้น เป็นคนที่รู้จักคุ้นเคย หรือสนิทกันพอสมควร จะเรียกว่า “เพื่อน” ก็คงไม่ผิดนัก แต่ความสัมพันธ์นี้ก็ไม่ได้ถึงขั้นพัฒนาเป็นคู่รักที่ผูกมัด หรือวางแผนอนาคตร่วมกัน
Friend with benefit ในมุมมองอาจารย์คณะจิตวิทยา และคุณหมอ
“สำหรับในเมืองไทย แม้การศึกษาวิจัยเรื่องทางเพศ และความสัมพันธ์ยังเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจำกัดและละเอียดอ่อน แต่เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า คนในวัยหนุ่มสาวเริ่มมีรูปแบบความสัมพันธ์ดังกล่าวมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นที่ทุกคนจำต้องพิจารณาถึงผลดี และผลเสียให้ถี่ถ้วน เพราะในช่วงวัยมหาวิทยาลัย และผู้ใหญ่ตอนต้นที่ทุกคนมีอิสระในการเลือกใช้ชีวิต หรือเลือกรูปแบบความสัมพันธ์ แต่ทุกทางเลือกย่อมมีผลตามมาเสมอ ดังนั้น การเลือกรูปแบบความสัมพันธ์ที่เพื่อนทำหน้าที่เกินเพื่อน จึงอาจทำให้บุคคลนั้นได้ หรืออาจจะเสียเพื่อนก็เป็นได้”
อาจารย์ภาณุ สหัสสานนท์
อาจารย์คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จากเพจ Psychology CU
“สำหรับหมอ ในความสัมพันธ์แบบFWB ที่เกิดขึ้นกับคน2คน(เน้นตรงนี้ คน2คนเท่านั้น)ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมันคือความสมัครใจ และข้อตกลงของเขาทั้ง2 แต่เมื่อไหร่ ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีครอบครัว เมื่อนั้น FWB คงไม่ใช่เรื่องดีในความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ถ้าพูดว่า ไม่ได้เดือดร้อนใคร คู่ของคุณไม่รู้ก็ไม่เดือดร้อน มันไม่มีจริงหรอกค่ะ อย่าลืมว่าความลับไม่มีในโลกนะ โดยเฉพาะกับเรื่องแบบนี้ คนตาไวนะคะ อย่าคิดเห็นแก่ตัวกับความต้องการของคุณที่อยากมี FWB หากคุณมีคนข้างๆ มีตัวจริงรออยู่ที่บ้าน แต่ถ้าโสดสนิท อยากมีก็เต็มที่กับชีวิต แล้วก็ต้องยอมรับกับผลต่างๆที่จะตามมา ความรู้สึก ความรัก ความหึงหวง ถ้ามันเกิดขึ้น คุณรับมือกับมันได้มั้ย จะยินดีมั้ยถ้าอีกฝ่ายจะมีความสัมพันธ์ที่แท้จริงกับคนที่ไม่ใช่คุณ ลองชั่งน้ำหนักดูให้ดี แล้วตอบด้วยใจคุณเองนะคะ”
พญ.พัทธนันท์ มัตตะธนาพันธ์
สูตินรีแพทย์โรงพยาบาลศิครินทร์
เจ้าของเพจ Ladies Talk กับหมอพัทธนันท์
วัยรุ่นกับ FWB พ่อแม่ควรรู้อะไร?
งานวิจัยในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2009 โดย Bisson และ Levine ได้ทำการศึกษานักศึกษามหาวิทยาลัย พบว่ากลุ่มตัวอย่าง 60%เคยมีความสัมพันธ์แบบ Friends with Benefit ในช่วงหนึ่งช่วงใดของชีวิต ทั้งนี้เกือบ 40% กำลังอยู่ในความสัมพันธ์รูปแบบดังกล่าว นั่นอาจอนุมานได้ว่า ความสัมพันธ์แบบ FWB มักเกิดขึ้นในช่วงชีวิตมหาวิทยาลัยและหลังเรียนจบ
ในฐานะพ่อแม่ สิ่งที่ควรทำจึงอาจไม่ใช่การก่อกำแพงปิดกั้นลูกจากสิ่งเหล่านี้ แต่เป็นการทำความเข้าใจ และให้คำแนะนำอย่างเหมาะสม ที่จะเป็นประโยชน์ต่อความปลอดภัยทางร่างกายและจิตใจของลูกต่างหาก
พ่อแม่ควรเข้าใจว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ โดยเฉพาะสำหรับวัยรุ่นที่ร่างกายกำลังเติบโต ฮอร์โมนเพศมีการเปลี่ยนแปลงพร้อมที่จะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์จึงเริ่มให้ความสนใจกับเรื่องเพศมากขึ้น พ่อแม่ควรสังเกตลูกอยู่ห่างๆ ว่าลูกเริ่มสนใจเพศตรงข้ามหรือยัง ลูกมีพฤติกรรมอะไรที่เปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง หากมีโอกาส เช่น เมื่อในทีวีมีเรื่องเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ หรือ FWB อาจถามว่าลูกว่ามีความรู้ความเข้าใจเพียงใด และมีมุมมองอย่างไรต่อเรื่องดังกล่าว เป็นผู้ฟังที่ดี หลีกเลี่ยงการพร่ำสอนยาวๆ แต่เน้นให้ลูกเข้าใจว่าเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องปลอดภัยทั้งจากโรคติดต่อ และปลอดภัยจากการตั้งครรภ์
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญกว่าข้อมูลความรู้ที่เป็นข้อเท็จจริง ก็คือให้ลูกได้รับรู้ความรู้สึก ความเชื่อและมุมมองของคุณในเรื่องเพศสัมพันธ์ เพราะมุมของความเชื่อของพ่อแม่ก็เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ทำความเข้าใจความสัมพันธ์ในสังคมไม่น้อยไปกว่าความรู้ที่เป็นข้อเท็จจริง พ่อแม่อาจเชื่อว่า การมีเพศสัมพันธ์ต้องมาพร้อมกับความพร้อมที่จะรับผิดชอบตัวเองทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพราะหลังมีเพศสัมพันธ์สิ่งต่างๆ อาจเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลงก็ได้ ความพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะตามมาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เป็นต้น ทั้งนี้ ก่อนที่จะถ่ายทอดความคิด ความเชื่อของตนให้ลูกเข้าใจได้นั้น พ่อแม่ผู้ปกครองอาจต้องตรวจสอบและหาเหตุผลรองรับที่มาความเชื่อของตนเอง เพื่ออธิบายให้ลูกเข้าใจได้ดีขึ้น
รัก กับ เซ็กส์ อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
FWB คือการมีความสัมพันธ์ทางกายโดยปราศจากความรัก หากวัยรุ่นตัดสินใจมีความสัมพันธ์รูปแบบดังกล่าว ก็จำเป็นต้องเข้าใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความสัมพันธ์ทางร่างกายเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งมากไปกว่านั้น แต่ในทางปฏิบัติแล้วอาจทำได้ยาก โดยเฉพาะวัยรุ่นเพศหญิง ที่มีความอ่อนไหวทางอารมณ์และจิตใจ สัมพันธ์ทางกาย อาจนำไปสู่ความผูกพันทางใจได้ แต่หากฝ่ายชาย คิดไม่ตรงกัน ก็อาจทำให้ฝ่ายหญิงรู้สึกตัวเองด้อยคุณค่าหรืออาจรู้สึกว่าถูกหลอกใช้
งานวิจัยในต่างประเทศ พบว่า FWB มีโอกาสลงเอยในฐานะคู่รัก หรือสามารถกลับมาเป็นเพื่อนกันได้ ในทางตรงกันข้าม ผลกระทบจากการมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเพื่อน อาจทำลายมิตรภาพ กลายเป็นความซับซ้อนหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มหวั่นไหวหรือตกหลุมรักข้างเดียว อาจก่อให้เกิดอารมณ์ทางลบ ผิดหวัง เจ็บปวดหรือหึงหวง ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา
สุดท้ายแล้ว ในฐานะพ่อแม่ เราไม่อาจดูแลปกป้องลูกได้ตลอดชีวิต การสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ ให้ลูกมีความมั่นคงทางอารมณ์ พร้อมเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง ก็น่าจะเป็นเกราะป้องกันให้ลูกก้าวไปต่อ ไม่ว่าจะอยู่ในความสัมพันธ์รูปแบบใดๆ ก็ตาม
เมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่น สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ส่วนใหญ่เป็นกังวลคือเรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน ซึ่งจะว่าไปแล้วในยุคนี้ การปิดกั้นหรือห้ามไม่ให้รับรู้โดยสิ้นเชิงคงเป็นเรื่องยาก เพราะเด็กๆ มีเทคโนโลยีอยู่ในมือ จึงมีโอกาสที่จะเข้าถึงเรื่องเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ได้ง่ายกว่าเด็กในยุคก่อนๆ
เมื่อเป็นเช่นนี้พ่อแม่จึงอาจต้องปรับตัว และปรับเปลี่ยนทัศนคติให้สอดคล้องกับยุคสมัยและโลกที่เปลี่ยนแปลงไป แทนการห้ามไม่ให้ลูกวัยรุ่น รับรู้ หรือห้ามไม่ให้พูดถึงเรื่องเพศ ควรเปลี่ยนเป็นให้ความรู้ การป้องกันตัวเอง และการแสดงออกทางเพศที่เหมาะสม (Gender expression) เพราะโลกทุกวันนี้ไปไกลกว่าเพศหญิง เพศชาย และความสัมพันธ์ของผู้คนในสังคมก็ซับซ้อนมากขึ้น ว่าแล้วบทความนี้ เราจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปรู้จักกับอีกรูปแบบหนึ่งของความสัมพันธ์ เพื่อทำความเข้าใจและอาจไว้เป็นข้อมูลเมื่อต้องให้คำแนะนำกับลูกวัยรุ่นค่ะ
Friend with benefit เพื่อนที่มากกว่าเพื่อน
สิ่งสำคัญในชีวิตวัยรุ่นคงหนีไม่พ้น กลุ่มเพื่อน ที่เล่นสนุก แบ่งปันเรื่องราวทุกข์สุข เรียนรู้ และเติบโตไปพร้อมๆกัน แต่ในจำนวนเพื่อนทั่วๆไปนั้น ยังมีความสัมพันธ์ของเพื่อนอีกรูปแบบหนึ่ง ที่มากไปกว่าเพื่อนแต่อาจไม่ลึกซึ้งทางใจ นั่นก็คือ ความสัมพันธ์แบบ Friend with benefit เพื่อนที่มีผลประโยชน์(ทางกาย)ต่อกัน
Friends with Benefit หรือ FWB เป็นความสัมพันธ์ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างการมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า (One Night Stand) กับ ความสัมพันธ์แบบโรแมนติก หรือการมีความสัมพันธ์แบบคู่รักที่คบหาดูใจกันระยะยาว (Romantic Relationship) เนื่องจากคนที่มีเพศสัมพันธ์ด้วยนั้น เป็นคนที่รู้จักคุ้นเคย หรือสนิทกันพอสมควร จะเรียกว่า “เพื่อน” ก็คงไม่ผิดนัก แต่ความสัมพันธ์นี้ก็ไม่ได้ถึงขั้นพัฒนาเป็นคู่รักที่ผูกมัด หรือวางแผนอนาคตร่วมกัน
Friend with benefit ในมุมมองอาจารย์คณะจิตวิทยา และคุณหมอ
“สำหรับในเมืองไทย แม้การศึกษาวิจัยเรื่องทางเพศ และความสัมพันธ์ยังเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจำกัดและละเอียดอ่อน แต่เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า คนในวัยหนุ่มสาวเริ่มมีรูปแบบความสัมพันธ์ดังกล่าวมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นที่ทุกคนจำต้องพิจารณาถึงผลดี และผลเสียให้ถี่ถ้วน เพราะในช่วงวัยมหาวิทยาลัย และผู้ใหญ่ตอนต้นที่ทุกคนมีอิสระในการเลือกใช้ชีวิต หรือเลือกรูปแบบความสัมพันธ์ แต่ทุกทางเลือกย่อมมีผลตามมาเสมอ ดังนั้น การเลือกรูปแบบความสัมพันธ์ที่เพื่อนทำหน้าที่เกินเพื่อน จึงอาจทำให้บุคคลนั้นได้ หรืออาจจะเสียเพื่อนก็เป็นได้”
อาจารย์ภาณุ สหัสสานนท์
อาจารย์คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จากเพจ Psychology CU
“สำหรับหมอ ในความสัมพันธ์แบบFWB ที่เกิดขึ้นกับคน2คน(เน้นตรงนี้ คน2คนเท่านั้น)ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมันคือความสมัครใจ และข้อตกลงของเขาทั้ง2 แต่เมื่อไหร่ ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีครอบครัว เมื่อนั้น FWB คงไม่ใช่เรื่องดีในความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ถ้าพูดว่า ไม่ได้เดือดร้อนใคร คู่ของคุณไม่รู้ก็ไม่เดือดร้อน มันไม่มีจริงหรอกค่ะ อย่าลืมว่าความลับไม่มีในโลกนะ โดยเฉพาะกับเรื่องแบบนี้ คนตาไวนะคะ อย่าคิดเห็นแก่ตัวกับความต้องการของคุณที่อยากมี FWB หากคุณมีคนข้างๆ มีตัวจริงรออยู่ที่บ้าน แต่ถ้าโสดสนิท อยากมีก็เต็มที่กับชีวิต แล้วก็ต้องยอมรับกับผลต่างๆที่จะตามมา ความรู้สึก ความรัก ความหึงหวง ถ้ามันเกิดขึ้น คุณรับมือกับมันได้มั้ย จะยินดีมั้ยถ้าอีกฝ่ายจะมีความสัมพันธ์ที่แท้จริงกับคนที่ไม่ใช่คุณ ลองชั่งน้ำหนักดูให้ดี แล้วตอบด้วยใจคุณเองนะคะ”
พญ.พัทธนันท์ มัตตะธนาพันธ์
สูตินรีแพทย์โรงพยาบาลศิครินทร์
เจ้าของเพจ Ladies Talk กับหมอพัทธนันท์
วัยรุ่นกับ FWB พ่อแม่ควรรู้อะไร?
งานวิจัยในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2009 โดย Bisson และ Levine ได้ทำการศึกษานักศึกษามหาวิทยาลัย พบว่ากลุ่มตัวอย่าง 60%เคยมีความสัมพันธ์แบบ Friends with Benefit ในช่วงหนึ่งช่วงใดของชีวิต ทั้งนี้เกือบ 40% กำลังอยู่ในความสัมพันธ์รูปแบบดังกล่าว นั่นอาจอนุมานได้ว่า ความสัมพันธ์แบบ FWB มักเกิดขึ้นในช่วงชีวิตมหาวิทยาลัยและหลังเรียนจบ
ในฐานะพ่อแม่ สิ่งที่ควรทำจึงอาจไม่ใช่การก่อกำแพงปิดกั้นลูกจากสิ่งเหล่านี้ แต่เป็นการทำความเข้าใจ และให้คำแนะนำอย่างเหมาะสม ที่จะเป็นประโยชน์ต่อความปลอดภัยทางร่างกายและจิตใจของลูกต่างหาก
พ่อแม่ควรเข้าใจว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ โดยเฉพาะสำหรับวัยรุ่นที่ร่างกายกำลังเติบโต ฮอร์โมนเพศมีการเปลี่ยนแปลงพร้อมที่จะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์จึงเริ่มให้ความสนใจกับเรื่องเพศมากขึ้น พ่อแม่ควรสังเกตลูกอยู่ห่างๆ ว่าลูกเริ่มสนใจเพศตรงข้ามหรือยัง ลูกมีพฤติกรรมอะไรที่เปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง หากมีโอกาส เช่น เมื่อในทีวีมีเรื่องเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ หรือ FWB อาจถามว่าลูกว่ามีความรู้ความเข้าใจเพียงใด และมีมุมมองอย่างไรต่อเรื่องดังกล่าว เป็นผู้ฟังที่ดี หลีกเลี่ยงการพร่ำสอนยาวๆ แต่เน้นให้ลูกเข้าใจว่าเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องปลอดภัยทั้งจากโรคติดต่อ และปลอดภัยจากการตั้งครรภ์
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญกว่าข้อมูลความรู้ที่เป็นข้อเท็จจริง ก็คือให้ลูกได้รับรู้ความรู้สึก ความเชื่อและมุมมองของคุณในเรื่องเพศสัมพันธ์ เพราะมุมของความเชื่อของพ่อแม่ก็เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ทำความเข้าใจความสัมพันธ์ในสังคมไม่น้อยไปกว่าความรู้ที่เป็นข้อเท็จจริง พ่อแม่อาจเชื่อว่า การมีเพศสัมพันธ์ต้องมาพร้อมกับความพร้อมที่จะรับผิดชอบตัวเองทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพราะหลังมีเพศสัมพันธ์สิ่งต่างๆ อาจเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลงก็ได้ ความพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะตามมาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เป็นต้น ทั้งนี้ ก่อนที่จะถ่ายทอดความคิด ความเชื่อของตนให้ลูกเข้าใจได้นั้น พ่อแม่ผู้ปกครองอาจต้องตรวจสอบและหาเหตุผลรองรับที่มาความเชื่อของตนเอง เพื่ออธิบายให้ลูกเข้าใจได้ดีขึ้น
รัก กับ เซ็กส์ อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
FWB คือการมีความสัมพันธ์ทางกายโดยปราศจากความรัก หากวัยรุ่นตัดสินใจมีความสัมพันธ์รูปแบบดังกล่าว ก็จำเป็นต้องเข้าใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความสัมพันธ์ทางร่างกายเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งมากไปกว่านั้น แต่ในทางปฏิบัติแล้วอาจทำได้ยาก โดยเฉพาะวัยรุ่นเพศหญิง ที่มีความอ่อนไหวทางอารมณ์และจิตใจ สัมพันธ์ทางกาย อาจนำไปสู่ความผูกพันทางใจได้ แต่หากฝ่ายชาย คิดไม่ตรงกัน ก็อาจทำให้ฝ่ายหญิงรู้สึกตัวเองด้อยคุณค่าหรืออาจรู้สึกว่าถูกหลอกใช้
งานวิจัยในต่างประเทศ พบว่า FWB มีโอกาสลงเอยในฐานะคู่รัก หรือสามารถกลับมาเป็นเพื่อนกันได้ ในทางตรงกันข้าม ผลกระทบจากการมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเพื่อน อาจทำลายมิตรภาพ กลายเป็นความซับซ้อนหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มหวั่นไหวหรือตกหลุมรักข้างเดียว อาจก่อให้เกิดอารมณ์ทางลบ ผิดหวัง เจ็บปวดหรือหึงหวง ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา
สุดท้ายแล้ว ในฐานะพ่อแม่ เราไม่อาจดูแลปกป้องลูกได้ตลอดชีวิต การสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ ให้ลูกมีความมั่นคงทางอารมณ์ พร้อมเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง ก็น่าจะเป็นเกราะป้องกันให้ลูกก้าวไปต่อ ไม่ว่าจะอยู่ในความสัมพันธ์รูปแบบใดๆ ก็ตาม
