ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

หัดแต่ง " ฉันท์ " กันง่ายๆ

                                                                             Flickr 

หัดแต่ง " ฉันท์ " กันง่ายๆ

น่าจะเคยได้ยินคำว่า กาพย์กลอนโคลงฉันท์
ซึ่งอันที่จริง ถ้อยคำดังกล่าวข้างต้น เปรียบได้กับการลำดับความง่ายไปหายากของบทร้อยกรองของไทย
การจะหัดแต่งฉันท์ให้ง่าย ต้องผ่านการหัดแต่งบทร้อยกรองอื่นๆมาก่อน จนชำนาญ จึงจะบังเกิดผล
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมีคลังศัพท์ คำคล้าย,คำเหมือน,คำไวพจน์ เก็บไว้ จะทำให้แต่งบทประพันธ์ได้สะดวกขึ้น

ฉันท์ 
เป็นการประพันธ์ / ฉันทลักษณ์ 
ที่มีการกำหนดจังหวะของพยางค์เสียงหนัก(ครุ) - เสียงเบา(ลหุ) เป็นกฎลักษณะเด่น
ฉันท์ มีที่มาจากประเทศอินเดีย ของเดิมแต่งเป็นภาษาบาลี และสันสกฤต 
โดยเฉพาะในภาษาบาลี มีตำราที่กล่าวถึง วิธีแต่งฉันท์ไว้ เป็น ๑๐๘ แบบ
เรียกชื่อว่า "คัมภีร์วุตโตทัย" 
(แต่ที่คนไทยคุ้นเคยน่าจะเป็นบทสวดมนตร์ของศาสนาพุทธ)

ไทยเราเอามาใช้ไม่หมด เลือกเอามาแต่เฉพาะแบบที่เห็นว่าไพเราะ
อ่านแล้วมีทำนองอันสละสลวย และเหมาะแก่การที่จะบรรจุคำในภาษาไทยได้ดี เท่านั้น 
ไทยเราได้เลียนแบบโดยเพิ่มเติม บังคับสัมผัสระหว่างวรรค เพื่อให้เกิดความไพเราะตามแบบนิยมของไทย ซึ่งไม่มีในภาษาเดิม

ครุ คือพยางค์ที่มีเสียงหนัก
ได้แก่ พยางค์ที่ประกอบด้วย สระเสียงยาว (ทีฆสระ)
และ สระเกินทั้ง ๔ คือ สระ อำ ใอ ไอ เอา
และพยางค์ที่มีตัวสะกดทั้งสิ้น เช่นตา ดำ หัด เรียน ฯลฯ
ลหุ คือพยางค์ที่มีเสียงเบา
ได้แก่พยางค์ที่ประกอบด้วย สระสั้น(รัสสระ) ที่ไม่มีตัวสะกด เช่น พระ จะ มิ ดุ แกะ ฯลฯ
 คำ บ ก็ดี คำที่ประสมด้วย สระอำ ในแม่ ก กา ก็ดี ใช้เป็นลหุได้
ในอดีต คำที่ประสมด้วยสระอำ เรายังใช้เป็นคำ ลหุ 
แต่ปัจจุบันไม่ใคร่นิยมใช้เป็นคำลหุ เพราะถือว่า เป็นเสียงที่มีตัวสะกดแฝงอยู่ด้วย

*ความเข้มงวดในฉันทลักษณ์ มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยนิยม กวี และผู้เขียนตำรา ...ไม่มีความตายตัว 

ในบทประพันธ์ที่มีชื่อเสียงของไทยแต่อดีต นิยมแต่งไม่กี่แบบ อันได้แก่

- อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
- โตฏกฉันท์๑๒
- วสันตดิลกฉันท์๑๔
- มาลินีฉันท์ ๑๕
- สัททลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙
- สัทธราฉันท์ ๒๑
- วิชชุมมาลาฉันท์ ๘
- มาณวกฉันท์ ๘
- ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒
        ฯลฯ

การหัดแต่งฉันท์ ควรเริ่มจากแบบง่ายๆ ไปหายาก
โดยมีฉันท์ ที่เป็นแบบพื้นฐานไม่มากแบบ
หากแต่งจนคุ้นเคย สามารถปรับไปแต่งฉันท์อื่นๆได้ง่ายๆ

การหัดแต่ง
ขอแนะนำให้เริ่มต้นไปตามลำดับ  ดังจะกล่าวต่อไปนี้

๑.วิชชุมมาลาฉันท์ ๘
๒.สาลินีฉันท์ ๑๑
๓.ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒
๔.อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
๕.อินทรวงศ์ฉันท์ ๑๒ 
๖.วสันตดิลกฉันท์ ๑๔
๗.อีทิสังค์ฉันท์ ๒๐

วิชชุมมาลาฉันท์ ๘ แต่งคล้าย กาพย์สุรางคนางค์ ๓๒/กาพย์สุรางคนางค์๒๘
สาลินีฉันท์ ๑๑ , อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ แต่งคล้าย กาพย์ยานี ๑๑
อินทวงศ์ฉันท์ ๑๒ แต่งคล้าย อินทรวิเชียรฉัท์ ๑๑
ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒ แต่งคล้ายกลอนหก


การปูพื้นฐานเพียงเท่านี้ ก็พอแก่การปรับตัวไปสู่การแต่งฉันท์ทั้งหมดได้ ที่เหลือก็คือ หมั่นสร้างประสบการณ์

ความยากของการแต่งฉันท์คือ การรู้ศัพท์ที่เป็นรูป ครุ , ลหุ 
จำเป็นจะต้องรู้จักศัพท์ประเภท คำคล้าย,คำเหมือน,คำไวพจน์ ไว้มากๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นศัพท์บาลี-สันสกฤต ที่ภาษาไทยนำมาใช้
(ผู้เขียนใช้วิธีอ่านพจนานุกรม แล้วจดบันทึกไว้เป็นคำๆ ทำแบบง่ายๆไว้ดูเอง-ไม่ได้มาตรฐาน จึงไม่อยากเผยแพร่)
หากไม่จดบันทึก-ท่องจำไว้ ก็ค้นหาในอินเทอร์เน็ตได้
ข้อจำกัดของศัพท์ ทำให้การแต่งฉันทให้ได้เนื้อหาตามต้องการเป็นเรื่องยาก-ใช้เวลานาน
คนแต่งจึงไม่อยากแต่ง
ความที่มีคำ ลหุ + ศัพท์บาลี-สันสกฤต ทำให้ฉันท์ส่วนใหญ่อ่านยาก-เข้าใจยาก

คนอ่านจึงไม่อยากอ่าน

* บทความที่เกี่ยวข้อง


วิธีแต่งกลอนให้เก่ง....ไพเราะ 

ฉันทลักษณ์-ตัวอย่าง

วิชชุมาลาฉันท์ ๘ 



สาลินีฉันท์ ๑๑
 

 ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒
 

 อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
 

( คำภาษาบาลี อย่าสนใจ เพราะแต่งแบบบาลี ไม่มีสัมผัสใน - สัมผัสนอก )

อินทวงสฉันท์ ๑๒
 

วสันตดิลกฉันท์ ๑๔
 

อีทิสฉันท์ ๒๐
 

ภาพประกอบ จาก  <http://thaiarc.tu.ac.th/poetry/chan/index.html#20etis>
*ในเว็ปข้างบน มีบางฉันท์ ที่สร้างแผนผังผิดหลักฉันทลักษณ์
เมื่อเข้าไปค้นหา ขอให้เปรียบเทียบ กับ ฉันท์ตัวอย่างด้วย

๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

2 ความคิดเห็น:

  1. อาตมาเรียนสายบาลีล้วนๆและอยากจะเป็นตัวอย่างเรื่องรักภาษาไทยทั้งพูด อ่าน เขียนให้เก่งๆครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ยินดีที่ท่านมาร่วมแสดงความคิดเห็นครับ

      คำ ครุ-ลหุ เป็นหลักของภาษาบาลี-สันสกฤต
      คนที่เรียนมาจึงแต่งฉันท์ได้ง่ายกว่าครับ
      แต่ บาลี-สันสกฤต เป็นวิชาที่เรียนยาก อาศัยการท่องจำเป็นหลัก
      สำหรับคนทั่วไป หากคิดจะเรียนเพียงเพื่อแต่งฉันท์ ก็ดูจะเป็นความพยายามที่เกินความจำเป็น
      เพราะหาศัพท์ในพจนานุกรมไทยก็เพียงพอแล้ว

      อีกทั้งการเลือกเอาศัพท์ บาลี-สันสกฤต มาแต่ง
      บทกวีที่ได้อาจไม่ใช่บทกวีไทย
      แต่จะกลายเป็นบทกวี บาลี-สันสกฤต ไป

      ลบ