ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

อิสระ ของกวี มีค่ากว่าฉันทลักษณ์ : กาพย์ยานี ๑๑



อิสระ ของกวี มีค่ากว่าฉันทลักษณ์ : กาพย์ยานี ๑๑


๏      ศิลปิน ระบิลชื่อ.............ไม่ยึดถือ ตามอดีต
สร้างสรรค์ บรรจงขีด...........อย่างมีอิส (สะ)รเสรี

๏      จริตใคร จริตมัน............ไม่สำคัญ มั่นวิถี
อย่าทอด ทิ้งความมี............สิ่งดีงาม จำดวงใจ

๏      วิจารณ์ งานคนอื่น...........หลงชมชื่น รื่นรมย์ใหล
แต่ทำ งามยังไง ?...............ไร้สติ ไม่มีปัญญา

๏      ตำรา ฉันทลักษณ์..........ต้องตระหนัก หลักสิกขา
อ้างพิง อิงอาจา-.................รยะเก่า ตามเล่าเรียน

๏      แต่รจน์ บทกวี...............อิสระมี มิใช่เพี้ยน
รู้ปรับ รับปรุงเปลี่ยน.............ย่อมเป็นเฉก เอกกวี ฯ

๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

หมายเหตุ : 
 ใน หนังสือ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต ๒๕๕๔
อธิบาย อินทรวิเชียรฉันท์๑๑ ไว้
โดยยก ตัวอย่าง บทสวดมนต์....

๏ องค์ใดพระสัมพุทธ..... สุวิสุทธสันดาน 
ตัดมูลเกลศมาร............ บ มิหม่นมิหมองมัว 
๏ หนึ่งในพระทัยท่าน..... ก็เบิกบานคือดอกบัว 
ราคี บ พันพัว............... สุวคนธกำจร 
๏ องค์ใดประกอบด้วย ....พระกรุณาดังสาคร 
โปรดหมู่ประชากร ..........มละโอฆกันดาร 
๏ ชี้ทางบรรเทาทุกข์ .......และชี้สุขเกษมสานต์ 
ชี้ทางพระนฤพาน........... อันพ้นโศกวิโยคภัย 
๏ พร้อมเบญจพิธจัก-.......ษุจรัสวิมลใส 
เห็นเหตุที่ใกล้ไกล.......... ก็เจนจบประจักษ์จริง 
๏ กำจัดน้ำใจหยาบ........ สันดานบาปแห่งชายหญิง 
สัตว์โลกได้พึ่งพิง...........มละบาปบำเพ็ญบุญ 
๏ ข้าขอประณตน้อม...... ศิรเกล้าบังคมคุณ 
สัมพุทธการุญ-.............. ญภาพนั้นนิรันดรฯ

 ท่านแต่งผิดฉันทลักษณ์ (ที่ยึดถือในปัจจุบัน)ของ อินทรวิเชียรฉันท์๑๑ หลายแห่ง
ผู้ประพันธ์บทสวดมนต์นี้เป็นถึงนักปราชญ์ราชบัณฑิตในรัชกาลที่ ๕ 
นามของท่านคือ พระยาศรีสุนทรโวหาร
เป็นองคมนตรี และ เจ้ากรมพระอาลักษณ์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

กฤษณาสอนน้อง 

สัทธราฉันท์ ๒๑
๏ เอกองค์อนงค์นุชนงคราญ
กลศศิชัชวาล
เมฆ บ่ พ้องพาน
ก็ผ่องพิศ
เป็นพงศ์ขัตติยาวราฤทธิ์
วุบุลธนสมิทธิ์
อัครราชิศ
รบดี
รักศักดิ์สุริย์วงศ์กษัตรี
กลมิคจมรี
เสน่หอินทรีย์
สงวนพาล
ไป่ได้อาลัยในชนมาน
บ่มลสัตยปาน
เปรียบก็ปูนประมาณ
ดั่งยองยง
บริรักษ์ภักดีบาทบงสุ์
นฤบดิศรทรง
คุณคือองค์
พระภรรดา...

อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
๏ ตื่นก่อนเมื่อนอนหลัง
พึงเฝ้าฟังบรรหารแสดง
ตรัสใช้ระไวระแวง
ระวังศัพท์รับสั่งสาร
ยามไท้ธิเบศทรง
ประชวรองค์บ่สำราญ
อย่าคลาพยาบาล
บำเรอรักษ์ภักดีตระโบม
ปางท้าว ธ ไสยา
อย่าลีลาให้เครงโครม
อำรุงฤทัยประโลม
บพิตรผู้อย่าดูเบา
ที่สูงที่ไสยาสน์
อย่าอุกอาจจักเอื้อมเอา
สิ่งใดบ่ได้เคา
รพไท้ ฤ ไป่ควร
ยามเอื้อนโองการตรัส
สนองอรรถอย่าลามลวน
ยามท้าว ธ เชยชวน
บันโดยชอบในเชิงสม
ยามร้อนพึงไกวกวัด
รำพายพัดรำเพยลม...


....พฤษภกาสร
อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง
สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย
มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี
ประดับไว้ในโลกา...


อิลราชคำฉันท์
พระราชนิพนธ์คำนำ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ผู้แต่ง: พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ)

วสันตติลกฉันท์ ๑๔
....๏ ปราบได้ณไกวลประเทศ .......ทศทิศก็เกรงแกลน
กลอกเกล้าและหนาวภยมิแคลน..... วรฤทธิเรืองรณ...(เว้น)
.....๏ เบื้องบรรจถรณทิพอาส-....... นก็เอี่ยมอุไรไพ-
จิตรลายจำหลักฉลุพิไล- ..............ยพิลาสลดามาลย์...(เว้น)
....๏ พลคชก็คือสุรคเชน- ............ทรไอยราอินทร์
ชำนนชำนาญชำนะอริน- ...............ทรล้วนชโลมมัน....

อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
๏ ภาคพื้นพนารัญ .........จรแสนสราญรมย์
เนินราบสลับสม........... พิศเพลินเจริญใจ...(เว้น)
....๏ อวยพรพิพัฒน์พ้น.... ภยเวทวราคม
นอกนี้่ฤเปรียบสม.......... ศิขรินทรงามงอน....

อนิรุทธคำฉันท์.... (ยิ่งเก่า..ยิ่งยุ่ง)
ผู้แต่ง: ศรีปราชญ์

วสันตติลกฉันท์๑๔
๏ ก้มเกล้าก็ทูลทุกขทุกขา......... ดุรความอันแค้นเคือง
ใจรักบำราสนฤบดีเปลือง........... จิตตข้าทุราทวา
๏ น้ำหน้าสรสรกคือชลพรร ..........ษแลพาษปะธารา
อ้าพ่อมาจำทุกขทุกขา............... ดุรเดือดฤดับคง
๏ แต่ก่อนบเคยนฤบดีจาก........... จิตตเท่าธุลีผง
ฤาพ่อบเอื้อฤทยทรง ..................ทุกขข้ากำศรวญศัลย์....

สรุปให้ว่า : ฉันทลักษณ์ มีการปรับปรุง-เปลียนแปลงไปตามยุคสมัย ตามใจกวี
มิได้ยึดติดตายตัว .... แล้วแต่ความนิยม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น