ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

คิดให้เป็น รักให้เป็น : กลอนคติสอนใจ



คิดให้เป็น รักให้เป็น : กลอนคติสอนใจ
(ฉันทลักษณ์ที่ผมคิดประดิษฐ์ขึ้นมาไหม่ สัมผัสเน้นที่เสียงไม่ใช่รูปสระ ต้องการเน้นเนื้อหา จึงมีบางวรรคที่มีจำนวนคำมากเกินไปหน่อย)


๏    ในความ มืดดำ ของค่ำคืน............ยินเพียง เสียงสะอื้น อันขื่นเศร้า
ครวญใจ ความยวด แสนปวดร้าว.......ดุจจะ ด่าวดิ้น สิ้นอาสัญ(ยวด=เป็นที่สุด)
เมื่อคน ที่ตน ปรนเปรอรัก.................หมายสมัคร ภักดี ปรีดิ์เปรมหรรษ์
พร้อมร่วม ฤดี ร่วมชีวัน.....................เสมอ สวรรค์ พิมานแมน

๏    มากลับ มากลาย ทำร้ายตน..........มากลาย เป็นคน ทรยศหักหลัง
รุกราน พิมาน พาลจนพัง..................ไม่ใช่ เช่นหวัง เคียงข้าง-หวงแหน
คอยทำ ให้แต่ แค่เป็นทุกข์...............ไม่ใช่ ศรีสุข ปรีดาแสน
คอยมอบ ให้สรรพ ซวนคับแค้น..........อัดแน่น สุมไฟ ในอุรา

๏    ในความ มืดดำ ของค่ำคืน.............ยังไม่ ทะมื่น เท่าใจมืดมน
หทัย วายวุ่น ครุ่นคิดสับสน................ใยต้อง ทุกข์ทน ? กมลกังขา
เราเฝ้า ทุ่มเท ทุกอย่างสิ่ง.................รักเขา ยิ่งชีวี ดวงชีวา
แต่ผล ของความ คร่ำอุตสาห์............คืออาช (ชะ)ญา น้ำตานอง

๏    หากไม่ บอกเธอ คงไม่รู้................เธอแหละ คือผู้ ที่ทำผิด
คอยวาด คอยฝัน ปั้นนิมิต..................ประดิษฐ์ เลิศรัก อยากจับจอง
ฝันว่า จะได้ เพียงรักแท้.....................เธอจึง ไม่แล คนทั้งผอง
พินิจ พิศใคร่ ครวญไตร่ตรอง..............น้อยคน ผุดครอง ผ่องนิรมล

๏    เธอพร้อม รับรัก อย่างมักง่าย..........เพราะกลัว เดียวดาย ไม่อยากเปลี่ยวเปล่า
ความคิด ของเธอ พร่ำเพ้อเข้า.............ไม่เอา(ใจ) ใส่เหตุ อาเพศผล
เธอรับ คนทราม ตามเคียงคู่................จึงอยู่ คู่เคียง เพียงทุกข์ท้น
การไม่ เลือกคบ เลือกรักคน................คือทาง ขัดสน แสนจนใจ

๏    หากต้อง ทุกข์ข้อง เพราะครองคู่......การอยู่ คนเดียว เทียวดีกว่า
มิควร เทวษ สมเพชหา.......................เสาะว่า เนื้อคู่ อยู่หนไหน
เมื่อขาด คนดี ที่ควรคู่.........................ยามอยู่ คนเดียว เปลี่ยวเหงาใย ?
สุขกว่า เคียงคน มนสาไถย..................เหยียบย่ำ ทำร้าย จนตายเอย ฯ

๗ กันยายน ๒๕๕๖

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น