ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ไดอารี่ที่รัก ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕



ไดอารี่ที่รัก ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕
( สิ่งที่จะนำเสนอต่อไปนี้หากเป็นการไม่สมควร ก็เป็นเพราะผมด้อยสติปัญญาความสามารถ และรู้เท่าไม่ถึงการณ์ )

วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๙:๐๐ น.

ไดอารี่ที่รัก....

    วันนี้ คือวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ ฉันได้อ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ออนไลน์ มีข้อความที่ทำให้ฉันรู้สึกสะท้อนใจจนน้ำตาคลอเบ้า
    ".... ขอขอบใจ และขอบพระทัยท่านทั้งหลาย ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคน ที่พรั่งพร้อมกันมาด้วยความปรารถนาดีและไมตรีจิต ความปรารถนาดีและความพร้อมเพรียงกันของทุกท่าน อย่างที่ได้เห็นในวันนี้ ทำให้ข้าพเจ้าปลื้มใจ มีกำลังใจมากขึ้น ...." 
    นี่คือพระราชดำรัสของในหลวง ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ที่ทรงตรัสแก่พระสกนิกรที่เฝ้ารับเสด็จ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา

    ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า จะทรงพระดำรัสเช่นนี้ (...ทำให้ข้าพเจ้าปลื้มใจ มีกำลังใจมากขึ้น ....) เพราะพระองค์ทรงเป็นกำลังใจของคนไทยให้ฝ่าฟันปัญหาสถานการณ์บ้านเมืองที่ผันผวน และอุปสรรคนานัปการมาโดยตลอด พระองค์ทรงเป็นกำลังของแผ่นดินไทย ที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้มั่นคงเป็นปึกแผ่น ไม่แตกแยกแม้จะมีความแตกต่างกันเพียงใดก็ตาม
    พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย เป็นผู้ให้ความหวัง ให้กำลังใจแก่คนไทยเสมอมา แต่วันนี้ เราคนไทย กลับต้องมาเป็นผู้สร้างกำลังใจให้แก่พระองค์  ?

    ฉันสันนิษฐานว่า อาจเป็นเพราะหลายปีที่ผ่านมา มีคนไทยหัวใจชั่วบางคนบางกลุ่มบางพวก ที่มักใหญ่ใฝ่สูง เป็นคนไทยที่ร่ำรวยและเป็นใหญ่เป็นโตมาได้ด้วยการเอารัดเอาเปรียบคนไทย ทำการทุจริต ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย เล่นพรรคเล่นพวก สร้างสถานการณ์รุนแรงต่างๆนานา ยุยงให้เกิดความแตกแยกในหมู่คนไทย เพียงเพื่อให้ตนเองและพวกพ้องได้กุมอำนาจบริหารประเทศไทย และได้กระทำการจาบจ้วงล่วงเกินไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการบ่อนทำลายชาติไทย อย่างที่ไม่เคยมีคนไทยคนใดเคยทำมาก่อน

    โดยล่าสุด ด้วยเพราะเหตุการณ์นี้หรือไม่ ? ก่อนหน้านี้ มีข่าวแพร่สะพัดไปทั่วว่า มีคำสั่งจากนักการเมืองผ่านสำนักนายกรัฐมนตรี มายังข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย จนมีหนังสือซึ่งลงนามโดย นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย  ลงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ส่งไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีเนื้อหาข้อหนึ่งระบุถึงการจัดงานว่า
    ...ให้ทุกจังหวัดงดการจุดพลุในวันเฉลิมพระชนมพรรษา และให้ทำการถ่ายทอดสดพิธีการจุดเทียนชัยถวายพระพรที่มี น..ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานจากส่วนกลางไปยังจังหวัดต่างๆ แทน...
    ทำให้เป็นที่โจษจันไปทั่วถึงความเหิมเกริม บังอาจล่วงเกินต่อในหลวงซึ่งเป็นประดุจพ่อ เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ถึงขนาดว่า นายดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการสำนักพระราชวัง ต้องออกมากล่าวว่า
     "... สำนักพระราชวังไม่ได้ห้าม เราไม่ได้ห้าม ไม่เกี่ยวกับพระราชวังเลย ต้องไปถามกระทรวงมหาดไทย เราไม่รู้ และคณะกรรมการดำเนินงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช 2555 ไม่เคยพูดเรื่องนี้เลย...." 

    ไดอารี่ที่รัก เมื่อตอนที่ได้อ่านข่าวนี้ ฉันต้องคอยระงับใจไม่ให้เกิดโทสะ แต่ก็ไม่อาจบังคับความรู้สึกไม่พอใจ ที่ไอ้/อี หน้าไหน ช่างเหิมเกริมบังอาจกล้ากำแหง มาคิดทำการเหยียบย่ำน้ำใจของคนไทยได้ถึงขนาดนี้
    เพราะวันที่ ๕ ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันที่คนไทยจะรู้สึกมีความสุข แม้จะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์อันเดือดร้อนวุ่นวายจากสถานการณ์ทางการเมืองหรือภัยพิบัติก็ตามที่ เราคนไทยจะร่วมใจกันแสดงออกซึ่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยการแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวง ด้วยการแสดงออกสารพัดวิธีตามแต่ความสามารถ และร่วมใจกันถวายพระพรแด่พระองค์ท่าน
    กิจกรรมอย่างหนึ่งซึ่งถึงเป็นเรื่องปกติคือ จะมีการร่วมตัวกันของคนไทยทุกหมู่เหล่าที่สนามศาลากลางของทุกจังหวัด เพื่อจุดเทียนชัยถวายพระพร ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ร้องเพลงสดุดีมหาราชา และร่วมกันโห่ร้องไชโย ก่อนจะจบลงด้วยการจุดพลุแสงสีตระการตาอย่างยิ่งใหญ่

    ฉันเขียนมาถึงตรงนี้ ก็ได้ยินเสียงพลุ ๙ นัด ที่ถูกจุดโดยประชาชนบางคนห่างจากบ้านฉันไปไม่ไกลนัก และเว้นระยะเวลา-ห่างออกไปก็มีการจุดพลุตามมาอีก ไม่ใช่พลุจากศาลากลางซึ่งจะมีขนาดใหญ่ แต่เป็นพลุขนาดเล็กของชาวบ้าน การจุดพลุของชาวบ้านเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครทำมาก่อน เพราะทุกปีจะมีแต่ทางศาลากลางที่ทำการจุดพลุอย่างยิ่งใหญ่เอิกเกริก
    เท่ากับเป็นการประกาศถึงความไม่พอใจ ไม่เห็นด้วยกับการมีคำสั่งห้ามจุดพลุจากกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว และฉันยังคงเฝ้าคอยฟังว่า ปีนี้จะได้ยินเสียงจุดพลุจากศาลากลางหรือไม่ ? แต่จนป่านนี้ ล่วงเลยเวลา ๒๐ : ๔๐ น.แล้ว ยังเงียบเชียบ...เงียบสนิท ปีนี้ คงจะไม่มีเสียงพลุจากศาลากลางแล้ว
   
    ไดอารี่ที่รัก ฉันขอจบการเขียนในวันนี้ ด้วยการพยายามข่มจิต สงบใจ รวบรวมพลังจิตถวายพระพรแด่ในหลวง ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ มีพระพลานามัย ทรงพระชนมายุยิ่งยืนนาน อยู่เป็นมิ่งขวัญ เป็นกำลังใจให้แก่คนไทยตราบกาลนาน และตั้งใจว่า จะขอเป็นข้ารับใช้พระองค์ ต่อสู้กับบุคคลรวมทั้งการกระทำใดๆที่บังอาจเอื้อมล่วงเกินพระองค์ สุดกำลังแรงกายแรงใจเท่าที่มี...ตราบชีวีจะหาไม่
    แล้วฉันจะขออำลาด้วยการร้องเพลง " สรรเสริญพระบารมี " ตามด้วยเพลง " ต้นไม้ของพ่อ " ที่ทำให้ฉันตื้นตันจนน้ำตาไหลได้เสมอ...                               

                                                                                ฝันดีนะ ไดอารี่ที่รัก


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น