ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

หัวใจไร้บ้าน : กลอนจรรโลงใจ



หัวใจไร้บ้าน : กลอนจรรโลงใจ

    ดารกา สายัณห์ จันทร์กระจ่าง...............................สาดถ่อง ส่องทาง สว่างไสว
แด่ผู้ มาดมั่น สัญจรไพร....................................หัวใจ ไร้บ้าน จองสัญญา

    หลีกลี้ หนีเงา ความเศร้าโศก................................รกรุม คลุมโลก จรดขอบหล้า
ตัดขาด ชีวัน พันธนา........................................มุ่ง โล กุตรา นิรพาน

    หมดเรื้อ อาลัย ในรสชาติ.....................................แสวงหา นฤนาท สงบศานติ์(ความสงบกิเลสตัณหา)
เลิกหวน รำพึง ถึงวันวาน...................................ทรัพย์สิน ศฤงคาร สิ้นภารไคล

    กินแค่ อยู่รอด ปลดปลอดโรค...............................บริโภค เพื่อสาน สังขารศรัย
กิจคือ อบรม บ่มจิตใจ.......................................ขับไล่ อกุศล ส่ำมลทิน

    ระหว่าง ทางแล้ แม้เดียวดาย................................ขาดเพื่อน(ร่วมทาง) เคียงกาย คลายถวิล
เด่นเดือน ดารา สุรทิน.......................................แผ่นดิน พฤกษา ชลธาร(เป็นเพื่อน)

    ผู้ไม่ หวงแหน แม้นชีวา.......................................ภพชาติ ปราศค่า (ย่อม)แกร่งกล้าหาญ
เมินลาภ-ยศ-รัก และสักการ................................ฤดี ปณิธาน ย่อมชาญชัย

    หนทาง ห่างไกล ไม่แท้ท้อ..................................เพียงขอ รอแค่ มานแก้ไข
หมดสิ้น อุปาทาน ณ วันใด.................................เป้าหมาย ปลายทาง ดั่งใจปอง

    มิวิตก หมกมุ่น คุณวิเศษ.....................................กิเลส ตัณหา ขยาดผยอง
สติ ปัญญา อาภากรอง......................................ขจัด ความขัดข้อง พร่องวิญญาณ

    ปราศปวง ห่วงใย ในชีวิต.....................................ประสิทธิ์ วิชชา ธรรมสาร
จบจินต์ ดิ้นรน ดลบันดาล..................................นิพพาน ศานติ์เสร็จ สำเร็จเทอญฯ

๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓

*

ท่านพระรัฐปาละถวายพระพรว่า มีอยู่แล มหาบพิตร
พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ทรงรู้ ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงธัมมุทเทส ๔ ข้อ ที่อาตมภาพ
รู้เห็นและได้ฟังแล้ว จึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต. ธัมมุทเทส ๔ ข้อเป็นไฉน? คือ
             ๑. ดูกรมหาบพิตร ธัมมุทเทสข้อที่หนึ่งว่า โลกอันชรานำเข้าไป ไม่ยั่งยืน ดังนี้แล
อันพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงแล้ว ที่อาตมภาพรู้เห็นและได้ฟังแล้ว จึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต.
             ๒. ดูกรมหาบพิตร ธัมมุทเทสข้อที่สองว่า โลกไม่มีผู้ต้านทาน ไม่เป็นใหญ่เฉพาะตน ดังนี้แล 

อันพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว ที่อาตมภาพรู้เห็นและได้ฟังแล้ว จึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต.
             ๓. ดูกรมหาบพิตร ธัมมุทเทสข้อที่สามว่า โลกไม่มีอะไรเป็นของตน จำต้องละสิ่งทั้งปวงไป ดังนี้แล 

อันพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงแล้ว ที่อาตมภาพรู้เห็นและได้ฟังแล้ว จึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต.
             ๔. ดูกรมหาบพิตร ธัมมุทเทสข้อที่สี่ว่า โลกบกพร่องอยู่เป็นนิตย์ไม่รู้จักอิ่ม เป็นทาสแห่งตัณหา ดังนี้แล 

อันพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงแล้ว ที่อาตมภาพรู้เห็นและได้ฟังแล้ว จึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต.
             ดูกรมหาบพิตร ธัมมุทเทส ๔ ข้อนี้แล อันพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็นเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงแล้ว ที่อาตมภาพรู้เห็นและได้ฟังแล้ว จึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต.
จาก <https://84000.org/tipitaka/pitaka_item/item.php?book=13&item=446&items=1&preline=9&pagebreak=0>

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น