ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

พุทธศาสนาไม่ใช่วิทยาศาสตร์ : บทความ


พุทธศาสนาไม่ใช่วิทยาศาสตร์* : บทความ**

        มีใครที่ตั้งเงื่อนไขว่า อาหารต้องแสดงองค์ประกอบทางเคมีก่อน จึงจะยอมรับประทาน?
        ใครใส่ใจว่า ดนตรีต้องมีการบรรเลงอย่างสอดคล้องตามทฤษฎีฟิสิกส์?
        ใครที่ยอมอยู่อาศัยในบ้าน-ห้อง ก็หลังจากเมื่อได้ตรวจสอบความสมดุลสภาพแวดล้อมด้วยหลักชีววิทยา?

        การทำมาหากินของคนส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้หลักวิทยาศาสตร์ ต้องเลิกให้หมดหรือไม่?
        วิชาด้านภาษา การพูด การเขียน ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ เราต้องเลิกสอน-เลิกเรียนภาษาหรือไม่?
        การเมืองการปกครองห่างเหินความเป็นวิทยาศาสตร์มาก เรายังจะไปลงคะแนนใช้สิทธิ์เลือกตั้งหรือไม่?
        การท่องเที่ยวก็ไม่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ จะเลิกท่องเที่ยวไหม?
        การเสริมสวยยิ่งไม่สัมพันธ์เนื่องด้วยวิทยาศาสตร์ เลิกเสริมสวยไปเลยไม๊?
        เงินที่ไม่ได้หามาจากการทำงานด้านวิทยาศาสตร์ จะทิ้งไปหรือเปล่า?
        ความรัก ที่วัดค่าเป็นตัวเลขทางสถิติไม่ได้ ไม่ใช่ความรัก?
        ความรู้ที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ ไม่ถือว่าเป็นความรู้?
        วัฒนธรรมประเพณีไม่ใช่วิทยาศาสตร์ จึงไม่มีประโยชน์?
        กิจกรรมที่ไม่คำนึงถึงวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ต้องถูกปฏิเสธทั้งหมด?
        ฯลฯ
        ตัวอย่างเหล่านี้ เป็นคำถามต่อคนที่มีความนิยมหลักวิทยาศาสตร์อย่างหัวปักหัวปำ ว่ามีความคิดที่ถูกต้อง-ชอบด้วยเหตุผลหรือไม่?
       
        แล้วเหตุใด
        จึงต้องสร้างเงื่อนไข-ตั้งข้อสงสัย ในความเป็นวิทยาศาสตร์กับศาสนาพุทธ?
        เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ตรวจสอบ-วัดค่าได้ เพียงเฉพาะสิ่งที่มีคุณสมบัติทางกายภาพ/รูปธรรม แต่องค์ประกอบในหลักธรรมคำสอนทางศาสนาพุทธเป็นนามธรรม เช่น ความดี-ความชั่ว ความสุข-ความทุกข์ ความถูก-ความผิดฯลฯ ซึ่งตรวจสอบ-วัดค่าไม่ได้ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ การจะศึกษา-พิสูจน์ข้อเท็จจริงของศาสนาด้วยวิธีวิทยาศาสตร์จึงเป็นไปไม่ได้
        ศาสนาพุทธ ไม่ได้เป็นหลักสูตรวิชาที่สังกัดในคณะวิทยาศาสตร์
        ศาสนาพุทธถูกจัดไว้ในคณะสังคมศาสตร์,มนุษยศาสตร์ ภาควิชาจริยศาสตร์และปรัชญา(เป็นต้น)
        ในห้องสมุด หนังสือศาสนาก็มีหมวดต่างหาก แยกจากหมวดวิทยาศาสตร์
        ศาสนาพุทธจึงไม่ใช่วิทยาศาสตร์

        แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญ
        เพราะศาสนาพุทธเป็นความรู้ ที่พระพุทธเจ้ารวบรวมมาจากการได้ศึกษาเล่าเรียนมาจากนักปราชญ์-ผู้รู้หลายๆสำนักหลายสาขาวิชา ผสานร่วมกับประสบการณ์การปฏิบัติจริงด้วยพระองค์เองจนบรรลุสัมฤทธิผล ก่อนจะสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ใหม่และประกาศเป็นศาสนาพุทธ
        เนื้อหาสาระของศาสนาพุทธ มีความสอดคล้องกับความเป็นจริงในชีวิต-ธรรมชาติของโลก มีความเป็นเหตุเป็นผล ประกอบด้วยการค้นหา-วิเคราะห์-ถ่ายทอดความรู้ด้วยวิธีการทางตรรกะ มีความถูกต้อง สามารถพิสูจน์ได้ด้วยการประพฤติปฏิบัติ(เฉพาะหลักใหญ่ใจความ-แก่นสาร-สาระสำคัญ ไม่นับรวมส่วนที่เป็นเรื่องปลีกย่อย-เบ็ดเตล็ด ที่่มักสอดแทรกจินตนาการ)***
        คุณค่า-ประโยชน์ของศาสนาพุทธมีอยู่ เมื่อบุคคลใดสามารถศึกษาให้เข้าใจ นำไปใช้ประพฤติปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน จะบังเกิดผลลัพธ์ด้านดีๆมีสติ-สมาธิ-ปัญญา  หลักธรรมใช้เป็นแนวทางในการวางแผนดำเนินชีวิตและกิจกรรมสังคม ซึ่งจะส่งผลให้คนมีศีลธรรม จิตใจซื่อสัตย์สุจริต มีน้ำใจต่อคนอื่น ลด-ระงับการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน ขจัดความทุกข์โศกเดือดร้อนส่วนตัว ทำให้สังคมประสบกับความสงบสุข เกิดความมีระเบียบเรียบร้อย-ไม่สับสนวุ่นวาย
        หลักธรรมคำสอนของศาสนาพุทธ ช่วยแก้ปัญหาและลดอุปสรรคในการประกอบกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล สามารถนำไปใช้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อด้อย-ข้อบกพร่องของตัวเอง พัฒนานิสัยใจคอ-ความประพฤติ-บุคลิกภาพของคนให้ดีขึ้นได้
        ปรัชญาของศาสนาพุทธ ช่วยชี้แนะแนวทาง-ทิศทาง-เป้าหมายชีวิต ทั้งในปัจจุบันและอนาคตให้แก่ผู้ศรัทธา การทำตามค่านิยมของศาสนาพุทธ จะส่งเสริม-พัฒนาคุณภาพของคนให้สูงขึ้น ก่อเกิดความมั่นใจ ทำให้มีสุขภาพกายสุขภาพใจที่เข้มแข็ง มีวิถีชีวิตที่เป็นปกติสุข ประสบกับความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน-มั่นคง

        ความสำคัญและคุณค่าของศาสนาพุทธ จึงอยู่เหนือค่านิยมด้านวิทยาศาสตร์ของใครบางคน ศาสนาพุทธมีประโยชน์กับทั้งเฉพาะตัวบุคคลและมนุษยชาติ 
        โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการยอมรับว่า เป็นวิทยาศาสตร์หรือไม่ฯ

๓ พฤษภาคม ๒๕๖๓
 
*
วิทยาศาสตร์ 
หมายถึง ความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต รวมทั้งกระบวนการประมวล
ความรู้เชิงประจักษ์ ที่เรียกว่า กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และกลุ่มขององค์ความรู้ที่ได้จากกระบวนการดังกล่าว
จาก <https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C>

**
บทความนี้ไม่ใช่บทความวิชาการ

***
ผู้เขียนหมายถึงหลักพุทธศาสนาที่ปรากฎในพระไตรปิฎก นิกายเถรวาท เท่านั้น
ไม่นับรวมนิกายอื่นๆ และไม่ได้รวมถึงพุทธศาสนาที่ถูกบิดเบือน/เปลี่ยนแปลงหลักธรรม หลักประพฤติปฏิบัติ ตามอำเภอใจของเจ้าสำนัก-วัดต่างๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น