ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560

โลกของสัตว์ : กลอนคติชีวิต



โลกของสัตว์ : กลอนคติชีวิต

๏    โลกนี้ มิใช่สรวงสวรรค์
หากแต่เป็นสถาน ซึ่งพืชและสัตว์อาศัย
ต่างกินกันและกัน เพื่อยังชีพ
ต่างถูกบีบคั้น จากธรรมชาติปัจจัย

๏    ปลาใหญ่กินปลาเล็ก
เด็กๆ โดนรังแกโดยผู้ใหญ่
เหตุผลที่คน ถูกคนทำร้าย
คิดดูก็คล้ายๆ ไร้เหตุผล

๏    คนไม่ต้องกินคน เป็นอาหาร
แต่ยังต้องการ แก่งแย่งของคนอื่น
ใครจะเป็นจะตาย กูไม่สน
ความเห็นแก่ตน ล้นไหลในอุรา

๏    เปรียบได้ดั่งสัตว์นักล่ากินเนื้อ
คนมองคนเป็นเหยื่อ มานานนักหนา
ใช้เล่ห์กล ฉลฉ้อมารยา
เพื่อความสมปรารถนา ในฤดี

๏    ถึงต้องประเชิญ กับสถานการณ์เลวร้าย
แต่อย่าปล่อยให้ความตระหนก-โศกเศร้า ปรากฏบนใบหน้า
เพราะสวะสังคม คอยตามดมกลิ่นความอ่อนแอในอัตตา
แล้วแห่แหนกันมา กลุ้มรุม กัดกินเอา

๏    คนดี ต้องมีสติปัญญา-ความรอบรู้
ชีวีมิอาจดำรงอยู่ ด้วยความอ่อนแอและโง่เขลา
การกระทำ ด้วยประมาทและใจเบา
จะชักพาไปสู่ความโศกเศร้า-มรณา

๏    วิถีศีลธรรม
จำเป็นต่อการเป็นอยู่อย่างสงบ
หมั่นอบรมจิตใจ ให้มีคุณธรรมที่ล้ำค่า
จริยธรรม จะนำพาคนพ้นวิสัยสัตว์ป่า
ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังใบหน้า มารยาของคนฯ

๖ มีนาคม ๒๕๖๐

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น