ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

พึงพิศ พึงทำ : กลอนเปล่า



พึงพิศ พึงทำ : กลอนเปล่า


อันที่จริง
การละเลยไม่คำนึงถึง
อายุขัยของเรา(อายุขัย=เขตอายุสูงสุด)
ก็นับเป็นการดี

เพราะเราจะได้ทุ่มเทเวลา
ให้กับเรื่องที่สนใจ
ให้กับสิ่งที่อยากทำ
ไปจนกว่าจะประสบความสำเร็จ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เมื่อสิ่งที่อยากทำให้สำเร็จ
มีมากมายหลายอย่าง
ทั้งที่ทำไปแล้ว
และที่ยังไม่ได้
แม้แต่เริ่มต้นลงมือทำ

แต่กระนั้นก็ตาม
การคำถึงถึงอายุขัยที่เหลืออยู่
โดยเฉพาะ
กับผู้ล่วงเข้าสู่ความเป็นผู้สูงวัย
กลับเป็นสิ่งที่พึงควร
และพึงทำเป็นอย่างยิ่ง

เพราะจะได้หยุดทบทวน
อย่างละเอียดถี่ถ้วน
ถึงชีวิตจริงที่เป็นมา
และชีวาที่จะเป็นไป

เพื่อว่าจะได้ตัดสินใจ
ยุติการกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด
ไม่ว่าจะทำไปมากน้อยเพียงใด
ไม่ว่าใกล้ความสำเร็จเพียงใด
ไมว่าจะเคยมีความสำคัญเพียงใด
มาก่อนก็ตามที

เพราะเราไม่มีเวลาเหลือมากพอ
เพื่อที่จะทำต่อให้สำเร็จ
เพื่อชื่นชมความสำเร็จ

หรือในเมื่อทบทวนแล้วว่า
สิ่งนั้น ไม่มีประโยชน์มากพอ
ไม่มีความสำคัญเพียงพอ
ต่อบั้นปลายชีวิตของเราอีกต่อไป

สำหรับอายุขัย
ที่ได้เหลืออยู่เพียงน้อยนิด
ยังมีสิ่งอื่น ซึ่งยังไม่เคยพินิจ
ไม่เคยสนจิตสนใจใฝ่กระทำ
ด้วยไม่เคยเห็นเป็นสิ่งสำคัญ
เพราะมัวแต่พิจารณา
นำชีวาไปสู่อนาคตที่ไม่มีวันหมดสิ้น

แต่บัดนี้ ณ เวลาที่อายุขัย
เหลืออยู่อีกไม่มาก
ไม่มีสิ่งใด สำคัญนอกเหนือไปจาก
การได้ทุ่มเท ทำสิ่งดีๆ
ให้กับคนที่รักเรา
เพื่อคนที่ดูแลเรา
มอบแด่คนที่ช่วยเหลือเรา

ไม่มีสิ่งใดที่ทำแล้ว
จะนำพาจิตใจ ให้สงบสุขสันติ์
ผ่อนคลาย ตื้นตัน เท่า
กับการได้กตัญญู กตเวที
ต่อแผ่นดินที่เราถือกำเนิด
ตอบแทนโลกที่เราได้อาศัยมาตลอดชีวิต

ด้วยจิตใจที่ไม่ทะยานอยาก
หยุดการกระทำที่คอยคิดเอาแต่ได้
เลิกคำนึงถึงแต่ประโยชน์พวกพ้อง
และที่สำคัญที่สุด
ไม่เห็นแก่ตัว

ด้วยหัวใจที่ใสสะอาด
ปราศจากมลทิน ราคินใดๆ
ไร้ความกระหาย
ไร้ความรู้สึกขาดแคลน

เป็นหัวใจที่เต็มเปี่ยม สมบูรณ์
เป็นดวงจิตที่อบอุ่น
ละมุนละไม ไม่แบ่งแยก
ไม่เสียเวลาไปขัดแย้งกับใครๆในโลก
ที่เราจะต้องวิโยคจากไป
ณ วันหนึ่งข้างหน้า
ในเวลาอีกไม่นาน ฯ


๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๖

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น