ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

ชั่ว-ดี วิถีทาง : กลอนเปล่า



ชั่ว-ดี วิถีทาง : กลอนเปล่า

๏    คนที่คบคนชั่วได้ หาใช่คนดี
คนมีปัญญา ก็มีปัญหาที่แก้ไม่ไหว
สมบัติที่อยู่คู่อัตตาเป็นนิจ คือจิตใจ
หากพึ่งตัวเองไม่ได้ ก็อย่าหมายพึ่งใครอื่นเลย

๏    คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิด
คิดว่าการเป็นคนดี สิต้องคบหา
ทั้งคนดี-คนชั่ว-คนมีศีลธรรม-คนต่ำช้าฯลฯ
แต่พุทธองค์ทรงลั่นวาจา 
ว่า "จงบูชาคนที่ควรบูชา และอย่าคบคนพาล"

๏    ผู้มีปัญญา ก็หาไร้ซึ่งเวรกรรม
บาปสนองให้จองจำ ผจญกับอุปสรรคขวากหนาม
กระทบกับความทุกข์โศกวิโยคไห้
จนไร้ปัญญาจะฝ่าฟัน
ผู้ฉลาดจึงไม่พึงก่อเวรกรรม์
เบียดเบียนใครทั้งนั้น ทุกวันคืน

๏    ทำชั่วย่อมได้ชั่ว ทำตัวดีย่อมได้ดี
คนที่กลัวและละอายในบาป
ย่อมกำราบเหตุแห่งทุกข์เข็ญ
คนที่รักและภักดีต่อกุศล
ย่อมอดทนรักษาศีลธรรมบำเพ็ญ
แยกแยะคนชั่วออกจากคนดีจึงมิยากเย็น
สังเกตเห็นได้ ในพฤติกรรมนำพา

๏    คนมักเมามาย ในลาภยศสรรเสริญ
เพลิดเพลินกับปฏิสัมพันธ์ ระหว่างบรรดาญาติมิตรสหาย
คิดว่าเป็นสมบัติส่วนตน จนแม้กระทั่งร่างกาย
หากแต่เมื่อลมปราณลาญสลาย
จิตวิญญาณออกจากร่างไป
จะเข้าใจว่า อะไรที่เป็นสมบัติส่วนตัวที่แท้จริง?

๏    เด็กทารกเกิดมา ก็ต้องพึ่งพาพ่อแม่
แต่ด้วยพัฒนาการ แห่งทักษะ-ความสามารถ-ความรู้ฯลฯสู่สรรพสิ่ง
ทุกเวลา-สถานที่ ไม่อาจมีพ่อแม่ให้พึ่งพิง
ศัตรู-อุปสรรค-ปัญหาสารพัดมีไม่ขาด จึงมิอาจหยุดนิ่ง
ต้องไม่ทอดทิ้ง หนทางที่จะพึ่งพาตนเอง

๏    วิถีทางที่ดี ย่อมมีแสงสว่าง
แตกต่างจากวิถีชั่ว ที่มืดมัวอยู่ทุกหัวระแหง
มองดูด้วยจิตใจ ไม่ใช่แค่ใช้สายตาจึงจะแสดง
ความมีวาสนาของคน จึงดลใจให้เห็นแจ้ง
มิใช่การกลั่นแกล้ง จากทวยเทพเทวาฯ

๒๔ เมษายน ๒๕๕๙

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น