ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

มโนธรรมสำนึกในมนุษย์ : กลอนเปล่า



มโนธรรมสำนึกในมนุษย์ : กลอนเปล่า

๏    เคยเชื่อตลอดมาว่ามนุษย์
มีมโนธรรมสำนึกที่จะทำสิ่งที่ดีที่สุด
ด้วยจินตนาการอันเรืองรองผ่องผุด
ประดุจดอกไม้ที่ใคร่เบ่งบาน

๏    หากแต่นับวันนับการณ์ที่ผ่านพบ
ประสบกับเหตุ-ผล อันสับสนอลหม่าน
ในระดับโลก ประเทศ ภูมิภาค และแม้แต่ในบ้าน
จึงประจักษ์กับหลักฐานว่าสิ่งที่เชื่อนั้น
หาได้มีอยู่จริง

๏    สิ่งของเครื่องใช้ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อการค้าหากำไร
หลายสิ่งมากมายมุ่งหมายทำลายชีวีหน
เพียรผลาญสิ่งแวดล้อม เพื่อห้อมหาวัตถุดิบ
เพิ่มการผลิต ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าสุดท้ายจะให้มลพิษ
ก่อวิกฤติแก่สรรพชีวิตและโลกา

๏    นโยบายรัฐทั่วโลกในการจัดสรรทรัพยากร
มิได้สะท้อนอุดมการณ์อันสูงค่า
ผลประโยชน์ของกลุ่มทุนและผู้หนุนหลังยังคงนำมา
เป็นหลักพินิจพิจารณา
นโยบายทั้งหลาย คล้ายเป็นแค่เครื่องมือแสวงหา
ผลประโยชน์ส่วนรวมถ่ายเทมา เป็นของส่วนตน

๏    กระบวนการยุติธรรม เปรียบได้ดั่งกระบวนการสร้างภาพ
มนุษยธรรม ถูกใช้สำหรับเป็นข้ออ้าง เพื่อตั้งตัวเองเป็นผู้ประเสริฐเลิศล้น
การศึกษา มุ่งหาแรงงานป้อนอุตสาหกรรม อย่างยอมจำนน
ล้วนทำลายมโนธรรมสำนึกในใจคน
ให้เสื่อมสูญ มืดมน อนธการ

๏    คนธรรมดาสามัญ จะทำตามความอยาก
อยากได้ อยากมี อยากเป็น อยากไม่ให้เป็น คือพื้นฐาน
เมื่อปราศจากซึ่งความอยาก กลับรู้สึกอ้างว้าง ระคนรำคาญ
ความอยาก จึงเปรียบเสมือนเป็นพลังงาน
ผลักดันความเคลื่อนไหวให้ชีวิต

๏    เพราะมีกิเลสตัณหามาเกี่ยวข้อง
ครรลองของความดี ความถูกต้อง
จึงบกพร่อง บิดเบือน เบี่ยงเบน และไม่สุจริต
กระบวนการตัดสินใจ การใช้ดุลยพินิจ
จึงเกิดพลาดผิด ทุจริตผิดครรลองคลองธรรม

๏    ผู้มุ่งหมายจะไปให้ถึงซึ่งจุดหมายปลายทางแห่งความดีงาม
ต้องการบรรลุสู่ความประเสริฐเลิศล้ำ
จึงต้องเอาใจใส่ในการกำจัดกิเลสตัณหา
ลดละชำระล้างธุลี ให้พ้นไปจากฤดีเป็นประจำ
อย่าปล่อยกิเลสตัณหาให้เข้ามาครอบงำ
ความคิด การตัดสินใจ ย่อมบริสุทธิ์สดใสสวยงาม
ประดุจมีแสงสว่างส่องทางกระจ่างจินต์ ฯ

๑ สิงหาคม ๒๕๕๙

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น