ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

กลอนแปด : คติชีวิต

       


กลอนแปด : คติชีวิต

      กุสุมาลย์ กรรณิกา บุปผชาติ             งามพิลาศ ทัศนีย์ ศรีสมัย
สมควรอยู่ คู่ต้น วิมลมัย                         สาธารณ์ให้ ได้เห็น เป็นบุญตา

      รัตนา สุวรรณ อัญมณี                     รัศมี ศรีไสว ประกายสา
ควรประดับ กับแหล่ง แต่งโลกา               คงคุณค่า สากล จลขจร

   พฤกษชาติ สัตว์ป่า สารพันธุ์                  พนาสัณฑ์ ธารนที คีรึสร
มหาสมุทร มัจฉา ทรัพยากร                    อนุสรณ์ คอนค่า ธรรมวัฒน์

      อุปโภค บริโภค วิโยคไข                  เพื่อสังขาร ทำงานได้ ไม่ติดขัด
ต่อชีวา อายุวัย ให้ประพัทธ์                    ช่วยขจัด ความขัดสน ทุกข์พ้นไป

      คำสรรเสริญ เยินยอ ไม่ขอรับ            ดั่งสดับ สายลม ชโลมไหล
เกียรติยศ ชื่อเสียง ศัพท์เกรียงไกร            ต่างอะไร กับดนตรี ที่พรั่งพรู

      อันอำนาจ ยศฐาน์ บรรดาศักดิ์           ไม่ต่างนัก นภดล ยลสวยหรู
ไป่จีรัง ยั่งยืน หาชื่นชู                            แค่เคยอยู่ ดูได้ ไม่เนิ่นนาน

      ความรักอัน โชติช่วง ล้ำดวงจิต          นิรมิต งดงาม เหมือนความขาน
ดั่งสายรุ้ง หลังฝน ยลชื่นบาน                   อันตรธาน หายทั่ว ชั่วพริบตา

      คู่ชีวิต พิจารณา เช่นสหาย                 ครอบครัว...เพือน แก่-เจ็บ-ตาย ในสังสาร์
ร่วมทางไกล ใช้กรรม ตามวัฏฏา                 ก่อนอำลา จากกัน สักวันไป

      ซึ้งในสัจจ์ ปรารถนา อะไรในโลกย์?        ซึ่งโสโครก เหม็นสาบ บาปวิสัย
วิหิงสา ทุจริต เลวจิตใจ                             มุ่งปองร้าย ใฝ่ทราม ทำร้ายราญ

      ศีลบำเพ็ญ เป็นนาวา พาหนะ                โลกุตตระ ธรรมส่อง ผ่องไพศาล
สารถี คือสติ วิจารณญาณ                          บุญกุศล ดลบันดาล สรรค์พลา

      ขอประสบ พบสันติ์ มานวิสิทธิ์               สุจริต ศีลธรรม ล้ำรักษา
สุขนิเวศน์  เมตตา กรุณา                           มุทิตา สาธุการ นิรันดร์เทอญ ฯ


๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๔

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น