ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569

อยู่ว่างๆก็คิดไปเรื่อย : กลอนคติสอนใจ

 





อยู่ว่างๆก็คิดไปเรื่อย กลอนคติสอนใจ

    ลืมตาตื่น ขึ้นจากฝัน...........................ที่พัลวัน จนหวั่นไหว
จากข่าวคราว ที่เข้าใจ.........................จนเข้าไป ในนิทรา

๏    หลับสมปอง(นอนอิ่ม) สมองแล่น...........ขยับแขน ขยับขา(ยืดกล้ามเนื้อ)
มี"ตัวกู(ของกู)" อยู่นี่นา.......................ใครเล่าหนา ว่าไม่มี?

๏    คนอิหร่าน(มีสงคราม) ยังอยู่ได้..............ประเทศไทย ไกลเพียงนี้
เราต้องรู้(จัก) อยู่ได้ซี..........................อย่าโศกี มีกังวล

    (ข่าวสาร)ข้อมูลสู่ รู้สังเกต.....................(รู้จัก)ปฏิเสธ ตามเหตุผล
มีสิ่งใด ไม่ชอบกล(ไม่จริง)....................จงเตือนตน อย่าสนใจ

    พระมากมาย(อยู่ว่างๆก็) คิดไปเรื่อย.........มิเคยเมื่อย เพ้อฝันใฝ่
พอพูดตาม อำเภอใจ............................จึง(มักจะ)เหลวไหล ไร้สาระ

๏    ถ่ายทอดธรรม ตามความคิด(กู)...............ที่เนรมิต(ขึ้น) ผิดสัจจะ
ใครเชื่อคำ(เหลวไหล) นำชีวะ.................ย่อมประสบ ทุกข์ซบเซา

๏    ประพฤติตาม คำสั่งสอน(พุทธเจ้า)...........ให้ได้ก่อน (ค่อย)มาสอนเขา
ยังมิจฉา(ทิฏฐิ) อย่ามัวเมา......................สั่งสอนเขา เอาตามใจ(ตน)*

๏    โลกุตตระ พระบ่สน(ใจแล้ว)...................ชอบสอนคน(อื่น) กระมลใคร่
(เพื่อ)ลาภสักการ (สุข)สำราญไง..............หมดสมัย ไปนิพพานฯ

๘ เมษายน ๒๕๖๙

*พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนว่า "ไม่มีตัวกู-ของกู"เลย 
อนัตตา ไม่ได้แปลว่า "ไม่มี"ตัวตน แต่แปลว่า "ไม่ใช่"ตัวตน 
คือ มีตัวตน แต่ไม่ใช่สิ่งถาวร มีความไม่เที่ยง อยู่แค่ชั่วคราว
ลองถามคนที่พูดว่า "ไม่มีตัวกู-ของกู" ว่า แล้วอะไรที่พูด? อะไรที่เถียงอยู่นี่? ไม่ใช่ตัวกูแล้วเป็นอะไร?

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น