ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569

การรับ-การให้ ที่ไม่บริสุทธิ์: กลอนคติธรรม





การรับ-การให้ ที่ไม่บริสุทธิ์: กลอนคติธรรม

    สงกรานต์ กับงานวัด.....................พุทธบริษัท ขาดไม่ได้
สาดน้ำ ก็ทำไป.............................แต่ยังไง (ก็)ต้องทำบุญ

๏    พระ(หลอก)ล่อ ชวนบริจาค............เงินมากๆ ถ้าอยากหนุน
(ความ)พร้อมเพรียง เสบียงตุน.........ให้ชาติหน้า ประสบชัย

๏    บริจาคร้อย จะได้ล้าน....................สุขสำราญ สร้างสรรค์ให้
ทำ(บุญ)ล้าน บันดาลไป.................จุติใน สวรรค์วิมานฯลฯ(ได้ยินประจำ)

    อยากได้ กำไรมากๆ......................จึงบริจาค อย่างอาจหาญ
ทั้งพระ ทั้งชาวบ้าน........................สมัครสมาน งานบุญไทย
                                               (ที่ไม่ถูกหลักศาสนาพุทธ)

    (แต่)ส่วนใหญ่ ไม่เคยคิด.................(ด้วย)สภาวะจิต มิจฉาไซร้
ผลดี ที่จะได้.................................อาจจะไม่ เหมือนใจปอง

๏    ความโลภ ความหลอกลวง...............คือตัวถ่วง ผลคืนสนอง
อกุศล ล้นเนืองนอง(จิตใจ)...............ทำให้ต้อง ขัดข้องตน

    จาคะ=สละให้(ไม่ใช่หากำไร)...........(การ)ทำบุญไซร้ ไม่(ควร)หวังผล*     
เมตตา=หวังว่าคน-.........................อื่นพ้นทุกข์ เป็นสุขมี
                                                (ไม่ใช่เพื่อตัวเองได้ดีมีความสุข)

๏    เป็นพระ อย่าโลภมาก......................ลดความอยาก(ตัณหา) คือศักดิ์ศรี(ของพระ)
มุสา เท็จพาที.................................(เท่ากับ)ไม่มีศีล ปลิ้นปล้อนเอยฯ

๑๑ เมษายน ๒๕๖๙

*ธรรมชาติมีกฎแห่งกรรม ควบคุมดูแลทุกชีวิตทุกกิจกรรมอยู่แล้ว
ทำอะไรก็ได้อย่างนั้น ไม่ใช่จะได้น้อยกว่า-มากกว่าที่ทำ
เพราะฉะนั้น ทำบุญทำทานไม่ต้องหวังผล หวังไปก็ไม่ได้ตามใจตัวเองหรอก.
ให้ด้วยความโลภ หวังผลคืน=จิตเป็นอกุศล สิ่งที่ให้จะได้รับ แต่จิตใจเสื่อมถอย ชีวิตเสื่อมทราม
ให้ด้วยใจเสียสละ ไม่หวังผลคืน=จิตเป็นกุศล สิ่งที่ให้ก็ได้รับ จิตใจเจริญก้าวหน้า ชีวิตรุ่งเรือง
เห็นตามอย่างนี้จะแยกแยะได้ว่า การให้สิ่งเดียวกัน แต่จะได้รับผลไม่เท่ากัน เพราะความแตกต่างทางใจ.

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๓ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต
๘. ทักขิณสูตร
ว่าด้วยความบริสุทธิ์แห่งทักษิณา
[๗๘] ภิกษุทั้งหลาย ความบริสุทธิ์แห่งทักษิณา๑- (ของทำบุญ) ๔ ประการนี้ ความบริสุทธิ์แห่งทักษิณา ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ทักษิณาที่บริสุทธิ์ฝ่ายทายก(ผู้ให้) แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก(ผู้รับ) ๒. ทักษิณาที่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายทายก ๓. ทักษิณาที่ไม่บริสุทธิ์ ทั้งฝ่ายทายกและฝ่ายปฏิคาหก ๔. ทักษิณาที่บริสุทธิ์ ทั้งฝ่ายทายกและฝ่ายปฏิคาหก ทักษิณาที่บริสุทธิ์ฝ่ายทายก แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก เป็นอย่างไร คือ ทายกในโลกนี้เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ปฏิคาหกเป็นผู้ทุศีล มีธรรม เลวทราม ทักษิณาที่บริสุทธิ์ฝ่ายทายก แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก เป็นอย่างนี้แล ทักษิณาที่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายทายก เป็นอย่างไร คือ ทายกในโลกนี้เป็นผู้ทุศีล มีธรรมเลวทราม ปฏิคาหกเป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ทักษิณาที่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายทายก เป็นอย่าง นี้แล ทักษิณาที่ไม่บริสุทธิ์ทั้งฝ่ายทายกและฝ่ายปฏิคาหก เป็นอย่างไร คือ ทายกในโลกนี้เป็นผู้ทุศีล มีธรรมเลวทราม แม้ปฏิคาหกก็เป็นผู้ทุศีล มีธรรมเลวทราม ทักษิณาที่ไม่บริสุทธิ์ทั้งฝ่ายทายกและฝ่ายปฏิคาหก เป็นอย่างนี้แล ทักษิณาที่บริสุทธิ์ทั้งฝ่ายทายกและฝ่ายปฏิคาหก เป็นอย่างไร คือ ทายกในโลกนี้เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม แม้ปฏิคาหกก็เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ทักษิณาที่บริสุทธิ์ทั้งฝ่ายทายกและฝ่ายปฏิคาหก เป็นอย่างนี้แล ภิกษุทั้งหลาย ความบริสุทธิ์แห่งทักษิณา ๔ ประการนี้แล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น