ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2557

ม็อบเสียเงิน ไม่ใช่ม็อบเติมเงิน : กลอนการเมือง



ม็อบเสียเงิน ไม่ใช่ม็อบเติมเงิน : กลอนการเมือง

๏  (เมื่อ)คนมีเงิน มีปัญญา มาเป็นม็อบ.....โค่นระบอบ ทักษิณ จินต์อุตสาห์
ทั้งหญิง-ชาย-วัยเยาว์-เฒ่าชรา.................รวมพลา ท้าไล่ ไพร่รัฐบาล

   ม็อบเสียเงิน เมินภัย หมายช่วยชาติ......สู้ทรราช ฉกาจไกร ใจอาจหาญ
ร่วมยั้งหยุด ทุจริต วิกฤติการณ์..................อย่าให้หลาน ลูกผอง ต้องรับกรรม

   ทิ้งบ้านช่อง ห้องแอร์ แช่น้ำอุ่น..............มาคลุกฝุ่น (หัว)หนุนถนน ทนเช้า-ค่ำ
ใช้สันติ วิธี วีระทำ...................................สร้างศุภบท จดจำ ตำนานไทย

   แม้ถูกยิง ทิ้งระเบิด ยังเกิดกล้า...............แม้ถูกขู่ จะถูกฆ่า หากลัวไม่
แม้ถูกกีด กั้นเดินทาง ยังจะไป....................เพื่อขับไล่ เผด็จการ พาลพิกล

   จะไม่ยอม เสียชาติ (เป็น)ทาสทักษิณ.......จะปกปัก รักษ์แผ่นดิน จวบสิ้นหน
จะไม่ยอม แพ้ขี้ข้า ทรชน...........................จะสู้จน พ้นจากแอก มาแลกกัน

    ถ้าไม่ได้ ชัยชนะ จะไม่เลิก.....................ปิดกรุงเทพฯ ป้ายเบิก ทางสร้างสรรค์
ปฏิรูป ประเทศไทย ให้เทียมทัน..................อารยะ ประเทศอัน (เป็น)ประชาธิปไตย

    ปฏิวัติ ด้วยมหา ประชาชน...................... เสรี มน คนดี มิสาไถย
เงินทักษิณ มิอาจยื้อ ซื้อหัวใจ.....................เพราะม็อบนี้ มิไร้ทรัพย์ ระยับปัญญา ฯ


๑๔ มกราคม ๒๕๕๗

คิดหวัง กังวล : กาพย์สุรางคนางค์๓๒



คิดหวัง กังวล : กาพย์สุรางคนางค์๓๒

    เสียงนก ขับขาน...................ดังปาน ขันแข่ง
ต่างตัว ต่างแย่ง........................แกร่งเสียง เกรียงใส
เสมือน สัญญาณ.......................กาล รา ตรีไตร
หลีกทาง ห่างให้.......................อโณทัย ใหม่มา

    ดูเหมือน ดั่งไร้......................ไม่หวัง กังวล
วิหค ยกพ้น..............................กมล ทุกขา
ไม่ห่วง อนาคต.........................ไม่จด(จำ) อตีตา(อตีตา=อดีต)
คิดแค่ ต่อหน้า..........................สัจจา ปัจจุบัน

    พบได้ ในเด็ก.......................ตัวเล็ก ตัวน้อย
วันๆ หมั่นคอย..........................แค่เล่น เห็นหรรษ์
แต่ว่า ผู้ใหญ่............................ใส่ใจ ชีวัน
สู้ฝ่า สู้ฟัน................................สู้สรรค์ มั่นคง

    กลัวความ อดอยาก................ลำบาก ขัดสน
คิดหวัง กังวล............................จนลืม จนหลง
ห่วงหลาก ห่วงหลาย..................สุดท้าย ไสส่ง
สาบใจ ให้จง............................คงเครียด เสียดแทง

    เห็นแค่ แต่คน.......................ทำตน พ้นคิด
กับคน วิกลจริต..........................และจิต กล้าแกร่ง
จึงไม่ กังวล..............................อับจน เจตแจง(เจต=ใจ,แจง=ขยาย)
อุปสรรค หนักแฝง......................ไม่แหนง อุรา

    ความไม่ ประมาท...................ชีวาตม์ สุจริต
วิถี ชีวิต....................................พิชิต พิษฐาน์(พิษฐาน์=มุ่งหมาย)
ละบาป หลาบบ่ง........................ยรรยง พัฒนา(ยรรยง=งามสง่า)
กุศล กลพา...............................เอื้ออิษ ฐารมณ์ ฯ


๑๔ มกราคม ๒๕๕๗

วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557

รักเหลวไหล หัวใจเหลวแหลก : กลอนเจ็ด



รักเหลวไหล หัวใจเหลวแหลก : กลอนเจ็ด

    มารัก กันไหม ? นัยน์ตาเอ่ย.............หัวใจ ผายเฉลย เผยเช่นนี้
เพิ่งจะ พบกัน รักทันที........................อยากมี สัมพันธ์ สันทนา

    ครั้งแล้ว ครั้งเล่า เร้าดวงจิต.............บรรลุ อุกฤษฏ์ สิเน่หา
เก่าเบื่อ เรื้อใจ รอใหม่มา.....................กระสัน ซาบซ่า อภิรมย์

    ตั้งแต่ เยาว์วัย ริใจแตก...................เหลวแหลก ราคะ ร่านสะสม
ปล่อยตัว ปล่อยใจ เมามายจม..............ปลักตม ปมหื่น รื่นราคี

    มีคู่ กี่คน จนเกินนับ.......................ใจกลับ ไม่อิ่ม กริ่มบัดสี
สับสน อนธการ ดาลฤดี......................ไม่มี สันติ สุขิตา

    แม้มี รูปงาม หากทรามจิต...............ตะกลาม ลามผิด หลงมิจฉา
กระเสือก กระสัน เสพมารยา................รักไร้ สาระ ค่านิยม

    จึงมี ชีวิต ที่ผิดพลาด.....................ฤดี วิปลาส อุบาทว์ถม
ขาดคน จริงใจ ใคร่ชื่นชม....................ร่วมอยู่ คู่สม รมย์รื่นรัก

    เปลี่ยนคู่ กี่ครั้ง ก็ยังขาด..................หัวใจ ไหวหวาด ขนาดหนัก
เคว้งคว้าง ร้างหน มืดมนนัก.................กว่าจัก รู้ตน ก็จนจินต์

    คนดี ที่ไหน ใคร่ของเดน ?...............รักเล่น เป็นของ ต้องติฉิน
หลายคู่ สู่ค่า เลว-ราคิน.......................อาจิณ กลิ่นตลบ เหม็นอบอวล ฯ


๑๓ มกราคม ๒๕๕๗    

วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2557

ดอกซากุระ เมืองไทย : กลอนหก





ดอกซากุระ เมืองไทย : กลอนหก

    เมื่อความหนาว เข้าครองดอย.............ตั้งตาคอย อย่างแข็งขัน
เมื่อไรหนอ สิ่งรอกัน.............................จะรังสรรค์ เลิศหรรษา

    ขุนคีรี สีชมพู..................................สุดลูกหู สุดลูกตา
คือพิสุทธิ์ แห่งบุษบา............................เลื่องสมญา ซากุระไทย

    พรรณพิราม์ พญาเสือโคร่ง................งามจรรโลง พงพิสมัย(พิราม=งาม)
กิ่งยาวเรียว ไร้เสี้ยวใบ..........................เพียงดอกไสว ใสถกล

    พวง(สี)ชมพู ชูเฉียดฟ้า.....................ชวนเริงร่า อุระล้น
เหล่าภุมริน บินว่อนวน...........................เย้ายวนยล จนลืมกาล

    อากาศเย็น ร่วมเป็นใจ.......................เหมือนอยู่ใน ไกวัลสถาน(ไกวัล=สวรรค์ )
สองสัปดาห์ โดยประมาณ......................ร่วงหล่นลาน อันตรธานกลาย

    เปรียบเสมือน ความโชคดี...................ใช่สิ่งที่ มีมากหลาย
แลเคราะห์เข็ญ เร้นทำนาย.....................ผลสุดท้าย ร้ายฤาดี ?

    เหตุฉะนี้ ชีวันใช้..............................จงอย่าได้ ไคลวิถี
จริยธรรม สำคัญมี.................................ก่อกรรมดี สุจริตดล

    อย่ามัวรอ โชคมาหา.........................มินำพา ละเหตุ-ผล
อย่าประมาท ดัดกมล............................ไปจวบจน ชนม์ชีพวาย ฯ


๑๒ มกราคม ๒๕๕๗

วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2557

ละกิเลสตัณหา ปัญญาเกิด : โคลงสี่สุภาพ



ละกิเลสตัณหา ปัญญาเกิด : โคลงสี่สุภาพ

. แรมสิบค่ำล่วงแล้ว.......................ราตรี
โพยมาน(อ่าน พะโยมาน)เหมันต์มี.....เมฆน้อย(โพยมาน=ท้องฟ้า)
ความหนาวเหน็บค่อยทวี..................เนื่องค่ำ
ในคืนดำมืดคล้อย...........................อก ว้าเหว่ไหว ฯ

. ทิศตะวันตกเฉียงใต้.....................สะดุดตา
มีมวลหมู่ดาริกา..............................ดื่นฟ้า
ประหนึ่งธารเพชรา..........................ประกิด(ประกิด=ประดับ)
พิชิตความเหว่ว้า.............................พารื้นอารมณ์ ฯ

. นภาใสสิจึ่งได้.............................ยลดาว
ไกลสุดไกลไปราว...........................หลุดพ้น
แสงสีแห่งนครพราว.........................ผินห่าง
กระจ่างแสงสวรรค์ล้น.......................เลิศหล้า นภาลัย ฯ

. ขัดเกลาจิตใจให้..........................วิสุทธิ์
ละค่านิยมโลกย์หลุด........................หลงล้วน
กิเลสตัณหากุด...............................กำจัด
ศีลวัตร สัทธรรมถ้วน.........................ถ่องแท้ศรัทธา ฯ(สัทธรรม=ธรรมของคนดี)

. จิตจึงจะล่วงรู้..............................สัจจา
เสริมสติมีปัญญา.............................ปกเกล้า
บาปกรรมมินำพา.............................ปฏิบัติ
สะอาดทำทุกค่ำเช้า.........................ก่อเกื้อสุขสม ฯ

. สุจริตยังจิตไร้..............................มลทิน
ศุภผล ดลชีวิน................................รุ่งเรื้อง
อาชญาแหล่งราคิน..........................งดเกี่ยว ข้องการ
นำเหนี่ยวชะตาเยื้อง.........................อยู่ด้วยสงบสันติ์ ฯ

๑๑ มกราคม ๒๕๕๗

(หมายเหตุ : แต่งตอนต้นเดือนธันวาคม ตามที่เห็นกลุ่มดาวตอนหัวค่ำ 
ภาพประกอบ เป็นข้อมูลกลุ่มดาวที่ค้นหาผ่านเน็ต 
หากผิดพลาด ผู้เขียนต้องขออภัย เนื่องจากไม่มีความรู้เรื่องดาราศาสตร์)

วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2557

มิใช่ไร้วาสนา : กาพย์ยานี๑๑



มิใช่ไร้วาสนา : กาพย์ยานี๑๑

    เงาไม้ ลวดลายร่าง................พรรณรายพร่าง พื้นปฐพิน
แสงทอง ส่องประทิน.................ประทับจิต พิสมัย

    น้ำค้าง ยังประดิษฐ์................หยาดเพชรพิศ พิจิตรไพร
วับวาว สกาวไกร.......................ให้อรุณ อร่ามศรี

    หมอกบาง ลางเลือนราว.........รังสรรค์ด้าว เยาวดี
เย็นชื้น รื้นชีวี...........................ทั่วพงพี พนาสัณฑ์

    ความงาม ของความหนาว......ผุดผาดพราว ทุกเช้าวัน
ธรรมชาติ พิลาสปัน..................เป็นของขวัญ จรรโลงใจ

    ประสงค์(ดู) จงตื่นรับ.............อย่านอนพับ เมาหลับใหล
ของดี มิคอยใคร.......................พอคล้อยสาย คลายสวยงาม

    โชคลาภ ก็เช่นกัน.................โลกไพศาล นั้นล้นหลาม
คอยผู้ พยายาม........................ไม่ครั่นคร้าม ลำเค็ญครอง

    คิดใคร่ แค่ใฝ่ฝัน...................ไม่มีวัน สุขสันติ์สนอง
โฉดพร่ำ หยิ่งลำพอง.................มีแต่ต้อง เศร้าเสียใจ

    จะโทษ โชคชะตา.................ไร้วาสนา หาควรไม่
เหตุล้น (เพราะ)คนจัญไร............จึงยากไร้ ได้ทุกข์เอย ฯ


๑๐ มกราคม ๒๕๕๗

วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557

ทำใจให้สงบเย็น : กาพย์ฉบัง๑๖



ทำใจให้สงบเย็: กาพย์ฉบัง๑๖

    รอนๆอ่อนแสงสุรทิน................ไร้ลับกับดิน
จนสิ้น คคนางค์ รังสี(คคนางค์=ฟ้า)

    เคลื่อนขจรต้อนรับราตรี...............คือสุคันธมาลี
พญาพงพีสัตตบรรณ

    อวล อบ พลบค่ำจำนรรจ์...............เคล้าลมเหมันต์
ถึงความฝันใฝ่ไกลพ้น

    ปรารถนาฟ่องฟ้า นภดล.............ทั่วหล้าสากล
เลิศล้นสุคนธ์มณฑา(มณฑา=ต้นไม้ในสวรรค์)

    พ้องพจน์บทเพลงดาริกา..............รับขวัญจันทิมา(ดาริกา=ดาว,จันทิมา=จันทร์)
โสภาสถิตพิสมัย

    ล้วนของกำนัลอันวิไล..............เลิศล้ำอำไพ
มอบให้โดยไม่หวงแหน

    แด่ชนพ้นชั่วทั่วแดน..............จงอย่าแร้นแค้น
สุขใจได้แม้นยากเข็ญ

    ขัดสนเพียงใดให้เย็น..............ทำใจให้เป็น
เฉกเช่นเพ็ญพรรณจันทรา

    ไร้มลทินพินทุพา................พิสุทธิ์อุตส่าห์(พินทุ=จุด)
อย่าโศกาอุราศัลย์

    ชีวิตใครไม่ต่างกัน..............ช่างแม้นแสนสั้น
อย่ายึดมั่น..ขันติเทอญ ฯ


๙ มกราคม ๒๕๕๗