UN แถลงยอมรับว่าโลกหมดหวังที่คุมอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5 องศาฯ
เตรียมใจรับสภาพ"อุณหภูมิทะลุเพดาน"
จี้ชาติมหาอำนาจ G20 เร่งลดก๊าซเรือนกระจก
.
(21ต.ค.69) นายสเตฟาน ดูจาร์ริค โฆษกองค์การสหประชาชาติ (UN) แถลงข่าวยอมรับว่า โลกได้สูญเสียโอกาสในการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส (เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม) แบบรวดเดียวจบไปแล้ว โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่อุณหภูมิโลกจะพุ่งทะลุเพดานดังกล่าวไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง อ้างอิงจากรายงานฉบับใหม่ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP)
.
รายงานช่องว่างการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions Gap Report) ประจำปี ระบุว่า แม้โลกจะต้องเผชิญกับภาวะอุณหภูมิทะลุเพดาน (Overshoot) แต่หากทั่วโลกร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเร่งด่วนและเด็ดขาด ก็ยังสามารถจำกัดขนาดความรุนแรงและระยะเวลาของวิกฤตครั้งนี้ได้ เพื่อดึงอุณหภูมิให้กลับมาอยู่ที่ 1.5 องศาฯ หรือต่ำกว่า ภายในสิ้นศตวรรษนี้
.
โดยนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการ UN ได้ออกมาเตือนเสียงแข็งว่า รัฐบาลทั่วโลกต้องลงมือทำ"ให้มากกว่านี้และเร็วกว่านี้"โดยเฉพาะกลุ่มประเทศมหาอำนาจ G20 ที่ต้องเป็นผู้นำในการแก้ปัญหา
.
รายงานชี้ทางรอดว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกให้ได้เกือบครึ่งหนึ่งภายในปี 2035 (จากระดับของปี 2025) ควบคู่ไปกับการดึงคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศอย่างจริงจัง จะช่วยควบคุมไม่ให้อุณหภูมิที่พุ่งสูงสุดเกิน 1.7 - 1.8 องศาฯ ในช่วงกลางศตวรรษ ซึ่งเส้นทางนี้จะเพิ่มโอกาสแบบ 50-50 ที่โลกจะกลับมาสู่อุณหภูมิ 1.5 องศาฯ ได้ภายในปี 2100 อย่างไรก็ตาม นโยบายและคำมั่นสัญญาที่แต่ละประเทศประกาศไว้ในปัจจุบัน ยังห่างไกลจากเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จอีกมาก
.
(21ต.ค.69) นายสเตฟาน ดูจาร์ริค โฆษกองค์การสหประชาชาติ (UN) แถลงข่าวยอมรับว่า โลกได้สูญเสียโอกาสในการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส (เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม) แบบรวดเดียวจบไปแล้ว โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่อุณหภูมิโลกจะพุ่งทะลุเพดานดังกล่าวไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง อ้างอิงจากรายงานฉบับใหม่ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP)
.
รายงานช่องว่างการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions Gap Report) ประจำปี ระบุว่า แม้โลกจะต้องเผชิญกับภาวะอุณหภูมิทะลุเพดาน (Overshoot) แต่หากทั่วโลกร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเร่งด่วนและเด็ดขาด ก็ยังสามารถจำกัดขนาดความรุนแรงและระยะเวลาของวิกฤตครั้งนี้ได้ เพื่อดึงอุณหภูมิให้กลับมาอยู่ที่ 1.5 องศาฯ หรือต่ำกว่า ภายในสิ้นศตวรรษนี้
.
โดยนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการ UN ได้ออกมาเตือนเสียงแข็งว่า รัฐบาลทั่วโลกต้องลงมือทำ"ให้มากกว่านี้และเร็วกว่านี้"โดยเฉพาะกลุ่มประเทศมหาอำนาจ G20 ที่ต้องเป็นผู้นำในการแก้ปัญหา
.
รายงานชี้ทางรอดว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกให้ได้เกือบครึ่งหนึ่งภายในปี 2035 (จากระดับของปี 2025) ควบคู่ไปกับการดึงคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศอย่างจริงจัง จะช่วยควบคุมไม่ให้อุณหภูมิที่พุ่งสูงสุดเกิน 1.7 - 1.8 องศาฯ ในช่วงกลางศตวรรษ ซึ่งเส้นทางนี้จะเพิ่มโอกาสแบบ 50-50 ที่โลกจะกลับมาสู่อุณหภูมิ 1.5 องศาฯ ได้ภายในปี 2100 อย่างไรก็ตาม นโยบายและคำมั่นสัญญาที่แต่ละประเทศประกาศไว้ในปัจจุบัน ยังห่างไกลจากเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จอีกมาก

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น