ผลงานของชายคนหนึ่งซึ่งนอกจากตามหลักสูตรของโรงเรียนแล้ว ต้องเรียนรู้ศึกษาหาความรู้เอง ทั้งหลักธรรมและการประพันธ์ ชอบคิด-วิเคราะห์-สรุปบทเรียนใหม่เป็นประจำ แล้วบันทึกไว้เป็นบทกวีเพราะมิเช่นนั้นจะลืมบทเรียนเก่า คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง จึงโพสต์สู่สื่อสาธารณะ
ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน
สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้
วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
หากชาติหน้าเราพบกัน เธอจะยังจำฉันได้ไหม? : กลอนรัก
หากชาติหน้าเราพบกัน เธอจะยังจำฉันได้ไหม? : กลอนรัก
๏ หากชาติหน้า เรามาพบกัน...............เธอจะยัง จำฉันได้ไหม?
ชาติหน้าที่ ไม่รู้อยู่ที่ใด......................ฉันจะพยายามไป ค้นหาเธอเสมอ
ถึงจะมี ทะเล-ภูเขา...........................ก็มิอาจกั้นเรา ให้พบเจอ
ฉันขอสัญญา จะรอเธอ......................แม้ต้องชะเง้อ พันหมื่นปี
๏ ความรัก ที่เธอมอบให้......................ความใส่ใจ ที่เธอปฏิบัติ
ฉันจดจำ ความงาม-ชัด.....................ขอยกดาวเจิดจรัส เป็นสักขี
เราเคียงคู่ อยู่ข้างกัน.........................เธอและฉัน ทุกสถานที่
สิ่งใดที่ฉัน และเธอมี.........................เราต่างยินดี มีร่วมกัน
๏ คนชื่นชู คอยดูแล............................(ฉัน)จะชะเง้อชะแง้ จากที่ไหน?
ความซื่อสัตย์ และจริงใจ....................(ต่อจากนี้ไป)คงจะหาได้ แค่ในฝัน
เพียงเธอ เท่านั้นที่............................ทำให้เรามี กันและกัน
มโนธรรม แทนคำมั่น.........................คำสัญญา ว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง
๏ ชาติหน้า ฉันจะไปหาเธอ....................ไม่ว่าเธอ จะอยู่บนสวรรค์
หรือกลับมาเกิด บนโลกอัน..................คนขยัน หมั่นเสแสร้ง
(ชาติหน้า)เมื่อใดที่ เธอเห็นฉัน.............แม้ต่างชนชั้น อย่าปั้นแต่ง
ยกเป็นเงื่อนไข ให้ขัดแย้ง....................โปรดแสดงสัญลักษณ์ แห่งรักเทอญฯ
๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
R.I.P.พี่หูพับของงาจิ๋ว ของขวัญจากธรรมชาติ : กลอนเปล่า
ผู้เขียนขอเรียนด้วยความสัตย์ว่า
เกิดมาเพิ่งเคยเห็นพฤติกรรมที่ลูกช้างดูแลกันฉันพี่น้อง
ความรักความผูกพันที่หาได้ยากในหลายๆครอบครัวคน
ความรักความผูกพันที่หาได้ยากในหลายๆครอบครัวคน
R.I.P.พี่หูพับ ของขวัญจากธรรมชาติ : กลอนเปล่า
๏ ผืนป่าเล็กๆ ณ แผ่นดินทองของไทย
เธอพอจะมองเห็นบ้างไหม?
ธรรมชาตินั้นแสนยิ่งใหญ่
มีดวงใจน้อยๆ ที่คอยดูแลซึ่งกันและกัน
๏ ความคิดของพวกเขาช่างยาว....ไกล....
ไม่มีอะไรสำคัญกว่าเสรี
มีอิสระ ที่จะเดินไปในทุกที่(ในป่า)
ขอเพียงแค่มีความใฝ่ฝัน
๏ แผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาล
แต่ช้างไม่ต้องการเป็นเจ้าของ(ไม่หวงแหน)
ขอเพียงมีอาหารเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
และได้ท่องเที่ยวไปใต้แสงอาทิตย์
๏ การเบียดเบียนมิใช่เป้าหมาย
ของดวงใจที่ไร้ความอำมหิต
ความเยือกเย็นและเป็นมิตร
เสมือนผลผลิตจากสรวงสวรรค์
๏ แบ่งปันกันบ้าง....ได้ไหม?
ป่าดงพงไพรของไทยนั้น
ยิ่งผ่านวารนานนับวัน
ยิ่งถูกทอนบั่นบุกรุกทำลาย(จากคน-จนแทบไม่เหลือ)
๏ ของขวัญจรรโลงโลกฤา คือความรัก
ของสัตว์น่ารักที่มีอยู่หลากหลาย
ธรรมชาติสร้างสรรพสิ่งงามพริ้งพราย
อย่าทำร้าย....ทำลาย....กลายเป็นธุลี
๏ มีป่าไม้ จึงจะมีชีวิต
อย่าคิดแค่เป็นเป้าหมายเพื่อไขว่คว้า(เป็นเจ้าของ)
การเกิดเป็นคนที่สร้างปัญหา(ให้โลก)
อับอายสัตว์ป่าที่อนุรักษ์(ธรรมชาติ)
๏ โลกนี้ไม่มีป่าเสื่อมโทรม(มีแต่ป่าที่ถูกคนทำลายเพื่อจับจอง)
เพียงลมและฝน ก็ดลบันดาล
ให้ป่างามบริสุทธิ์ดุจสรวงสวรรค์
ขอแค่คนนั้นอย่าก้าวก่าย
๏ ประโยชน์ของสาธารณะ
แม้จะไม่หวานรส....แต่สดศรี
ร่วมรักษาสมบัติส่วนรวมที่
หากสาบสูญแล้วจะไม่มีวันหวนคืนฯ
๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
"อลัชชีไม่มีวันตาย : กลอนคติเตือนใจ
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 นกนางแอ่นที่พบในประเทสไทย มีทั้งกลุ่มที่อพยพเข้ามาพักพิงในช่วงฤดูหนาว และกลุ่มที่เริ่มเตรียมตัวอพยพกลับไปผมพันธุ์ทางตอนเหนือ
1. สถานภาพการอพยพในเดือนกุมภาพันธ์
- ช่วงปลายฤดูพักพิง: เดือนกุมภาพันธ์ถือเป็นช่วงท้ายของฤดูกาลที่นกอพยพ (Winter visitor) อาศัยอยู่ในไทย โดยนกนางแอ่นบ้าน (Barn Swallow) ที่อพยพมาจากไซบีเรียหรือจีนจะยังคงรวมฝูงหนาแน่นตามสายไฟในเขตเมืองหรือพื้นที่เกษตรกรรม
- การเริ่มเดินทางกลับ (Spring Migration): นกนางแอ่นบางกลุ่มที่อาศัยอยู่ในแถบเขตร้อนจะเริ่มออกเดินทางอพยพกลับขึ้นเหนือเพื่อไปผสมพันธุ์ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป
- การทำรังในพื้นที่: มีรายงานว่านกนางแอ่นบ้านบางส่วนเริ่มสร้างรังและวางไข่ในพื้นที่ภาคเหนือของไทย (เช่น เชียงราย) ได้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์
"อลัชชีไม่มีวันตาย : กลอนคติเตือนใจ
๏ เหล่านก นางแอ่น บินแล่นลิ่ว.................โฉบฉิว ต่ำเตี้ย เรี่ยดินผืน
ก่อนยาม เย็นย่าง สู่กลางคืน..................รมย์รื้น ครื้นเครง เร่งกินแมลง
๏ แมวจ้อง แปลกใจ ไม่เคยพบ..................หมอบหลบ นิ่งงัน ไหวหวั่นแฝง
ทุกครั้ง ที่เกิด การเปลี่ยนแปลง..............(จะ)มิแสดง ความกล้า บ้าบิ่นปอง
๏ ครั้งแล้ว ครั้งเล่า มีข่าวคาว.....................พระฉาว ฉ้อฉล หลอกคนผอง
จะมี คำเตือน อย่าเบือนมอง...................ถูกต้อง (ตาม)หลักธรรม (มะ)วินัย?
๏ พุทธ(ะ) ศาสนา ไม่หาเงิน......................อย่าเพลิน ทางผิด วินิจฉัย
ปัจจัย ทั้ง ๔ ดำริไป..............................(แต่)อย่าให้ เงินพระ (เพราะเป็น)อกุศลธรรม
๏ สร้างวัด สร้างวา (มิ)ใช่หน้าที่..................พระที่ ดีไซร้ ไม่เพียรพร่ำ
วัดร้าง ล้นเหลือ ; ไม่เบื่อทำ....................(ชวน)สร้างซ้ำ วัดใหม่ ยิ่งใหญ่โต
๏ บทสวด มนต์เก่า ชาวบ้านเบื่อ?................แต่งใหม่ ให้เฝือ เพื่ออวดโอ้(เฝือ=รก)
บทแผ่ ส่วนบุญ หนุนเดโช.......................โลภะ โมหะ อนาถเป็น
๏ ขอเชิญ ร่วม"ป ฏิบัติธรรม"......................คล้ายคำ ศักดิ์สิทธิ์ อิทธฤทธิ์เห็น
ทิ้งงาน บ้านช่อง จองวัดเบน.....................แฝงเร้น เป้าหมาย เพื่อได้บุญ(บารมี)
๏ (แล้วใน)ชีวิต ประจำวัน หมั่นปฏิบัติ(ธรรม)...เมตตา ต่อสัตว์ สวัสดิหนุน?
แมว-หมา(วัด) พระไล่ ไม่ทำบุญ?...............เคยคุ้น บอกเขา ให้เรามา(แต่พระไม่ให้)
๏ ศีลสมา ธิปัญญา ปฏิบัติ...........................นอกวัด สำคัญ กว่ากันหนา
ทุกเวลา สถานที่ เพียรปรีชา.......................ไม่เข้าวัด เข้าวา สามารถ(ทำ)เทอญฯ
๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
พบเพื่อพราก "หูพับ"และ"งาจิ๋ว" : อินทรวิเชียรฉันท์๑๑
ผู้เขียนได้คุยกับสัตวแพทย์ที่มีประสบการณฺมากว่า 35 ปี
กรณีสัตวแพทย์ยิงยาซึมให้ช้างพลาย"หูพับ"ที่กำลังกินอ้อย จนสำลักอ้อยตายโดยที่ยังมีลำอ้อยที่กินค้างอยู่คาปาก.
สัตวแพทย์บอกว่า "เขาคงคิดว่า รีบทำให้มันเสร็จๆ ช้างจะตายก็ช่างหัวมัน"
กิจกรรมงี่เง่าของพวกปัญญาอ่อน
การเงิน-การศึกษา ไม่เคยยกระดับความคิดของคนเห็นแก่ตัว
พบเพื่อพราก "หูพับ"และ"งาจิ๋ว" : อินทรวิเชียรฉันท์๑๑
๏ "หูพับ" ดรุณวัย..............................คชไพร ณ ภูเวียง
"งาจิ๋ว" จะข้างเคียง..........................ทวิจร จรัญรมย์(จรจรัญ=เที่ยวไป)
๏ แต่ว่า พนาดง................................นรคง ละเมิดสม
ครอบครอง มิต้องชม.........................คติบ้าน ระบิลเมือง
๏ คนเกลียด กระทั่ง(ลูก)ช้าง...............มิละวาง จะหาเรื่อง
ขับไส วิลัยเคือง...............................ทุรมอบ บ่ปราศรัย(วิลัย=การทำให้สลาย-ตาย,ทุร-=ชั่ว)
๏ "หูพับ" สดับสิ้น..............................ธรณิน สะเทือนใจ
โหยหา และอาลัย.............................ชลเนตร ทะลักนอง
๏ เศร้าจิต ระทมใจ.............................พิศภัย พิภพจอง
สิ่งที่ ประสบปอง................................มิสถิต สถาพร
๏ พบเพื่อ จะพลัดพราก.......................อุระยาก อนาทร
สรรพ์สิ่ง มินิ่งนอน..............................นิรมิต อนิจจัง
๏ จำใจ เผชิญชัด................................พลวัต อุบัติฝัง
ชีวา ชะตาดัง.....................................ทรภิน ทะสิ้นสูญ(ภินท์=แตกหัก,ทำลาย)
๏ พากเพียร พยายาม...........................วิระตาม กุศลมูล(วิระ=กล้าหาญ)
สัญญา มิอาดูร...................................สละทุก อุปาทาน(อุปาทาน=ความยึดมั่นถือมั่น)
๏ สรรพ์สิ่ง สิ(ผ่าน)เข้ามา......................คณนา ประสบพาน
วันหนึ่ง จะพึงผ่าน...............................จิรล่วง ละลับเลยฯ(จิร=นาน,ช้า)
๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
จัดลำดับความสำคัญ : กาพย์ฉบัง๑๖
จัดลำดับความสำคัญ : กาพย์ฉบัง๑๖
๏ แมวนอนอาบแดดยามเช้า....................ไม่รู้เรื่องเศร้า
ข่าวคราวน้ำเน่าฯลฯของคน
๏ กิน-นอน-เล่นไปไร้กังวล.........................ปราศความขัดสน
เหตุผลเพราะคนเลี้ยงดู
๏ ไม่เคยต้องเพียรเรียนรู้(หนังสือ)...................(ค้นข้อมูล)ไหลหลั่งพรั่งพรู
คุดคู้อยู่ไปวันๆ
๏ แต่คนไซร้ไม่เหมือนกัน.......................หากไม่ใคร่ขยัน(การศึกษา)
เพียรหมั่นทำมาหากิน
๏ (จะ)พบความยากไร้ในชีวิน.....................ปราศจากทรัพย์สิน
ความหวังพังภินท์สิ้นสลาย
๏ ต้องหาความรู้มากมาย......................จวบจนวันวาย
และรู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์( ความรู้ที่ไม่ใช้ไม่มีประโยชน์ )
๏ (ความ)ไม่รู้สู่ใช้ให้โทษ.....................(ไม่รู้แล้วยัง)เย่อหยิ่งลิงโลด
ย่อมหมดสุขสมภิรมย์หมาย
๏ จุดประสงค์จำนงใจกาย.......................(ทุกคน)มีอยู่มากมาย
หาได้(มีความสำคัญ)หนัก-เบาเท่ากัน
๏ รู้(จัก)จัดลำดับความสำคัญ.......................สูง-ต่ำตามชั้น
ชีวันจรรโลงส่งเสริม
๏ พัฒนาทักษะ(ความสามารถ)เพิ่มเติม....................อย่าย่ำ(อยู่)ที่เดิม
เติมแต่งแสวงผลพิมลเทอญฯ
๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
คนสร้างปัญหา ไม่ใช่ช้าง : กลอนสิ่งแวดล้อม
เจ้าหน้าที่ทำงานไม่รอบคอบ-ไม่ถูกต้องตามหลักการแพทย์-ไม่เป็นมืออาชีพ
ผู้เขียนได้คุยกับสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 35 ปี กรณีสัตวแพทย์ยิงยาซึมให้ช้างพลาย"หูพับ"ที่กำลังกินอ้อย จนสำลักอ้อยตายโดยที่ยังมีลำอ้อยที่กินค้างอยู่คาปาก. สัตวแพทย์บอกว่า "เขาคงคิดว่า รีบทำให้มันเสร็จๆ ช้างจะตายก็ช่างหัวมัน"
- กรมป่าไม้เผย พื้นที่ป่าไม้ไทยปี 66 ลดลงเหลือ 101,818,155.76 ไร่
- คิดเป็นร้อยละ 31.47
- ลดลงจากปี 65 ....3 แสนกว่าไร่
- ลดลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี
- สาเหตุจากไฟป่าและและการเปลี่ยนพื้นที่ป่า ไปเป็นพื้นที่การเกษตร
ที่ดินตรงนี้ที่ภูผาม่าน ซึ่งประกาศขาย งานละหลายแสนอยู่ เนี่ยพอได้ที่มา ก็ขายต่อกันแบบนี้อีกหน่อยก็คงไปอยู่กับนายทุนกันหมด กลายเป็นสนามกอล์ฟ กลายเป็นรีสอร์ทกลายเป็นโฮมสเตย์ กลายเป็นสนามวิ่ง อีกหน่อยคนที่ไปเที่ยวป่าจะไม่หลงเหลือสัตว์ป่าให้คุณได้ดูเลย แล้วช้าง ก็ไล่ขึ้นบนเขาหมด สักวันหนึ่งช้างจะต้องหมดป่าแน่ๆ เพราะไม่มีอะไรกิน ตุยอยู่บนเขา ถึงเวลาที่คนไทยจะตื่นตัว อนุรักษ์ป่าเพื่อช้างกันได้หรือยัง มันไม่ใช่เพื่อช้างอย่างเดียว มันคือความสมดุล ของภูมิประเทศ ที่เคยอุดมสมบูรณ์ของไทย (เพจรักช้างรักธรรมชาติ)
คนสร้างปัญหา ไม่ใช่ช้าง : กลอนสิ่งแวดล้อม
๏ ในโลก ของคน เห็นแก่ตัว....................ความชั่ว ความดี ไม่มีความหมาย
เครื่องมือ เข่นฆ่า หาง่ายดาย.................คนโฉด โหดร้าย ไร้เมตตา
๏ บ่มี ที่อยู่ ที่ทำกิน...............................ต้องการ ทรัพย์สิน แสวงหา
ก็ไป บุกรุก ทำลายป่า..........................ละเมิด กติกา(กฎหมาย) มิปรารมภ์
๏ สัตว์ป่า อาศัย ไพรก่อนเก่า...................ถูกเขา เข่นฆ่า ชีวาล่ม
ฆ่ากิน-ฆ่าเล่น เป็นค่านิยม.....................(ของ)สังคม ทุจริต จิตมืดมน
๏ (เมื่อ)ในป่า อาหาร เกิดอัตคัต...............ผองสัตว์(ป่า) ต้องหา(กิน) กระเสือกกระสน
บุกกิน พืชไร่ ที่หลายคน.......................บุกปล้น ถางป่า คร่าทำลาย(บ้านของสัตว์ป่า)
๏ ช้างไทย เพิ่มมี แค่ 4 พัน.....................เร่งรีบ ตีบตัน ทำหมันขวาย
คนแค่ เกิดคล้อย น้อยกว่าตาย................กระวนกระวาย คล้ายว่า จะสูญพันธุ์
(ประชากรไทย มีจำนวนรวมประมาณ 66 ล้านคน ณ กุมภาพันธ์ 2568)
๏ คนทำ ช้างตาย ไม่ถือสา......................คนถูก ช้างฆ่า=สะเทือนขวัญ
ทั้งๆที่ คนบุก รุกไพรวัลย์........................ช้างนั้น แค่ต้อง ป้องกันตัว
(ช้างไม่ได้เข้ามาฆ่าใครในเมือง คนถูกช้างฆ่าเพราะเข้าไปในป่า)
๏ เปลี่ยนแปลง ผืนป่า เป็นโฉนด...............เพื่อผล ประโยชน์(กู) ลิงโลดทั่ว
โลกนี้ มีอะไร ให้ต้องกลัว?......................ยิ่งกว่า ความชั่ว ในตัวคน
๏ สัตว์ป่า สามารถใช้(งาน) เลี้ยงให้เชื่อง.....คนเปรื่อง ปัญญา หาเหตุผล
เลี้ยงใย ไม่เชื่อง เนื่องเพราะคน................เห็นแก่ตน ฉลบาป หยาบช้าเอยฯ
๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
๔. อนาถปิณฑิกเสฏฐิวัตถุ เรื่องอนาถบิณฑิกเศรษฐี (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่อนาถบิณฑิกเศรษฐีและเทวดาผู้สิงสถิต อยู่ที่ซุ้มประตูบ้านของเศรษฐี ดังนี้) [๑๑๙] ตราบใดที่บาปยังไม่ให้ผล ตราบนั้น คนชั่วจะเห็นบาปว่าดี แต่เมื่อใด บาปให้ผล เมื่อนั้น คนชั่วจะเห็นบาปว่าชั่วแท้ [๑๒๐] ตราบใดที่กรรมดียังไม่ให้ผล ตราบนั้น คนดีจะเห็นกรรมดีว่าชั่ว แต่เมื่อใด กรรมดีให้ผล เมื่อนั้นคนดีจะเห็นกรรมดีว่าดีแท้
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)












