ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569

เหตุแห่งทุกข์และทางดับทุกข์ มีมากกว่าหนึ่ง : กลอนธรรมะ

 











เหตุแห่งทุกข์และทางดับทุกข์ ในโลกนี้มีมากกว่าหนึ่ง กลอนธรรมะ

๏    ผลการเรียน ย่ำแย่ พ่อแม่ด่า......................เหตุทุกข์นั้น เพราะตัณหา ก็หาไม่
(โทษ)ความยึดมั่น ถือมั่น ยิ่งบรรลัย.............ต้องตั้งใจ เล่าเรียน เพียรวิทยา(จึงพ้นทุกข์)

๏    ยามเจ็บไข้ ไม่สบาย ไร้ความสุข.................เกิดเป็นทุกข์ มิใช่เพราะ ก่อตัณหา
หรือว่ามี อุปาทาน มาน อวิชา......................ไปหาหมอ ขอรักษา ผาสุกมี

๏    อ่านข่าวคราว สงคราม แสนกำสรด..............(ข่าว)น้ำมันหมด ไม่มีเติม เสริมโศกศรี
เลิกอ่านข่าว เศร้าคลาย หายทันที.................(เพราะ)ไม่ใช่มี ตัณหา อุปาทาน

๏    คนเผาป่า (ก่อ)มลพิษ ชีวิตเสื่อม.................รู้สึกเอือม ระอา มหาศาล
ความโฉดชั่ว หัวใจคน ดลบันดาล..................มลายลาญ ศานติสุข ทุกข์ระทม

๏    ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง สร้าง(เรื่อง)ยุ่งยาก.......ต้องลำบาก ช่วยเหลือ เบื่อสะสม
ปลีกตัวบอก ออกห่าง ไม่สังคม(ด้วย).............มิได้บ่ม เพาะตัณหา อุปาทาน(ซะหน่อย)

๏    มีปัญหา ลูกค้าหาย กำไรหด......................มัวแต่จด จ้องจิตใจ(ดับทุกข์) ไร้แก่นสาร
ปัจจัย๔ มิเพียงพอ สร้าง(ความ)ทรมาน...........ลุ่มหลงการ ปฏิบัติ ธรรมปราศดี(วิธีแก้ปัญหา?)

๏    ศึกษาธรรม+มองความจริง(ด้วย) หาสิ่งสัจ....อย่ายืนหยัด มุ่ง(แต่)ศรัทธา บ้าวิถี
    (อย่าคิดเองเออเอง เพ้อฝัน หลุดโลก งมงายฯลฯ)
เสริมทักษะ ความสามารถ (วิสัย)ทัศนะดี..........จึงจะมี ชีวีมุ่ง ความรุ่งเรือง

๏    คนเข้าใจ ในสัจจา ทุกขาคู่(ชีวิต)................เพราะเกิด-อยู่ อาศัย ในโลกเยื้อง
(ตราบใดที่ยังเกิดบนโลกแบบนี้ ในภพภูมิแบบนี้ ไม่มีทางไม่ทุกข์)
จึงใฝ่ฝัน สวรรค์วิมาน สานประเทือง................ไม่ใช่เรื่อง ของความเขลา โง่เมามาย
        (รวมทั้งนิพพานฯลฯ)

๏    หาหนทาง ทำอย่างไร จะไม่เกิด(อีก)?..........ผู้ประเสริฐ เปิดปัญญา มรรคา(ขวน)ขวาย
วังวนแห่ง วัฏสงสาร แสนอันตราย...................จนเบื่อหน่าย ตาย-เกิดเข็ญ เว้นว่างเอยฯ

๒๘ มีนาคม ๒๕๖๙


พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๑ [ฉบับมหาจุฬาฯ] สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค
๔. ภวสูตร
ว่าด้วยภพ
[๑๖๔] ภิกษุทั้งหลาย ภพ ๓ ประการนี้ ภพ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. กามภพ (ภพที่เป็นกามาวจร)  
๒. รูปภพ (ภพที่เป็นรูปาวจร)
๓. อรูปภพ (ภพที่เป็นอรูปาวจร)
ภพ ๓ ประการนี้ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละภพทั้ง ๓ ประการนี้ ฯลฯ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ นี้ ฯลฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น