ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558

จึงมั่นใจในบาปกรรม : กาพย์ยานี๑๑



จึงมั่นใจในบาปกรรม : กาพย์ยานี๑๑

    ราตรี มีพายุ.........................พัดประทุ สู่ไพรสัณฑ์
ฝนโถม ราวโรมรัน.....................สะบั้นทิ้ง ทึ้งกิ่งใบ

    (ฤดูฝน)ผักปราบ กลับมาครอง....หญ้าต่างต้อง ล่องหนไร้
(ฤดู)หนาวมา หญ้ากลับไกร.........ผักปราบไซร้ ไร้ร่องรอย

    มิเพลี่ยง แต่เพียงผัก..............สัตว์ประจักษ์ ตั้งหลัก-ถอย
ป่าพง-ธาร-ดงดอย.....................กาลผ่านพลอย มากน้อยแปร

    ไม่อยู่ ค้ำคู่ฟ้า........................อนิจจตา ตามกระแส
ผวนผัน ลาญรวนแล....................เป็นแต่ว่า มายาการ

    สุรีย์ (ยัง)มีวันดับ....................ทุกสิ่งสรรพ (ย่อม)ลับอวสาน
ข้องแวะ แม้จักรวาล.....................มลายมลาน สักวันเป็น

    ตัวตน-ของตนส่อ.....................สาเหตุก่อ กรรมทำเข็ญ
ตัณหา พาบำเพ็ญ........................สร้างเวรบาป อัประไมย(อัประไมย=นับไม่ได้)

    ความยึด มั่นถือมั่น....................อัตตขันธ์ ดันเงื่อนไข
กิเลสกล้า อาชาไนย......................ไม่สลด กฎแห่งกรรม

    หลงผิด นิมิตชอบ......................ทุจริตนอบ มโนค้ำ
มั่นใจ ใน(การ)กระทำ.....................มีความสุข สนุกเอยฯ

๗ สิงหาคม ๒๕๕๘

วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2558

หมดห่วง : กาพย์ฉบัง๑๖



หมดห่วง : กาพย์ฉบัง๑๖

    หยาดฝนบนกลีบบุษบา..................ราวเม็ดเพชรา
พราวประภาสาดส่องต้องแสง

    หลังฝนล้นหลามสำแดง.................ทุกหนท้นแห่ง
เปลี่ยนแปลงเป็นชื้นรื้นสมัย

    ฝนละอองล่องรินกลิ่นไอ.................หอมประทับใจ
เสมือนล่วงไปในแดนสวรรค์

    ตรึกตรองคติชีวัน.................อย่างมิยึดมั่น
บังเกิดสันตินิรัติศัย(นิรัติศัย=ประเสริฐยิ่ง)

    โลกธรรมร่ำลามิอาลัย...............สามารถปราศไป
เป็นไทอิสรเสรี

    ห่วงใดๆเมื่อไม่มี..................ปลดเปลื้องเคืองคลี่
โลกีย์มิครั่นสั่นคลอน

    หลับสบายเมื่อหัวถึงหมอน................(ยาม)ตื่นมิอาทร
ผ่อนคลายไปตามชะตา

    ดำเนินชีวีวิริยา.................สาธุอุตสาห์
ไม่ว่าเหนื่อยยากแค่ไหน

    ต่อเมื่อหมดปราณลาญไป..................มิเหลือเยื่อใย
อาลัยอัตตาละใหลหลง

    สุคติสิริล้ำจำนง.................สมาทานมั่นคง
วรงค์สถิตนิมิตเอยฯ

๖ สิงหาคม ๒๕๕๘

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

โปรดเลือกพ่อแม่ที่ดี ให้หนูหน่อย : กลอนเปล่า



โปรดเลือกพ่อแม่ที่ดี ให้หนูหน่อย : กลอนเปล่า

    ได้ยินใครหลายคนพูดว่า
พ่อแม่เลือกลูกที่เกิดมาไม่ได้
แสดงว่าพวกเขาไม่เข้าใจ
ต่อเงื่อนไขของหลักพันธุกรรม

    "ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น"
สุภาษิตของคนโบราณอันลึกล้ำ
เตือนสติให้ใส่ใจในการเลือกคู่ อย่าสู่ทำ
คว้าเอาคนระยำ ต่ำช้ามาครองเรือน

    ลูกต่างหาก ที่เลือกพ่อแม่ไม่ได้
บ่อยครั้งยังสงสัย อาจเลือกเกิดไม่ได้ด้วยซ้ำ
เด็กในครรภ์ไม่น้อยถูกคนถ่อยกระทำ
ไม่ให้ดำรงชีพ ถูกรีดถูกบีบออกมา
ตอกย้ำคุณธรรมของคำว่า "บิดามารดร"

    โปรดเลือกพ่อแม่ที่ดี ให้หนูหน่อย
หากทารกน้อยๆ จะสามารถทำให้เกิดลางสังหรณ์   
เลือกพ่อแม่ผู้มีใจเอื้ออาทร
อาวรณ์-พยายามตั้งใจทำอะไรๆ ให้งาม-ดี

    คนที่เข้าใจธรรมชาติของชีวิต
ตั้งจิตรับผิดชอบต่อหน้าที่
กตัญญูต่อบุพการี
มีมโนธรรมค้ำจุนจิตใจ

    ผู้ที่พร้อมจะถ่ายทอด
คุณลักษณะอันเยี่ยมยอดวิเศษให้
ผู้ที่มีสามัญสำนึกใน
การรู้จักวิธีใช้ชีวิต
ไม่หลงผิด-ออกนอกลู่นอกทาง

    ผู้ที่มีทักษะ
ประกอบอาชีวะและรอบรู้หลายอย่าง
ผู้ที่จะไม่ปล่อยให้หนู
ต่อสู้กับปัญหาชีวิตแค่เพียงลำพัง
ได้แต่เพียงเฝ้าหวัง
ว่าพ่อแม่(ในอนาคต)จะมีจิตใจที่แน่วแน่
และมีสติวิจารณญาณ ฯ

๕ สิงหาคม ๒๕๕๘

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วิชาชีวิต : กลอนหก



วิชาชีวิต : กลอนหก

    เสียงสายฝน โดนใบไม้...................ดังสดใส ในนิศา(นิศา=กลางคืน)
อบอุ่นรื้น ชื่นอุรา...................................เหมือนพนา มโหรี

    เสียงหยาดฝน รินรดหญ้า....................กล่อมนิทรา น่าสุขี
เรไรร้อง พ้องดนตรี................................หลับฝันดี นะดาริกา

    วันพรุ่งนี้ ยังมีกิจ................................วิชาชีวิต ชิดศึกษา
เกิดตังแต่ แก่ชรา...................................ใหม่เนื้อหา มาเรื่อยมี

    เฝ้าฝึกฝน ทนอุตส่าห์..........................เพียรพัฒนา ประเสริฐศรี
รู้จักใช้ ให้ถูกวิธี......................................จึงจะมี สุขชีวา

    ประสบการณ์ ย่อมผันเปลี่ยน.................ต้องรู้เรียน เชียรชอบหา
มิประมาท มาด รั้งรา................................ตลอดชีวา ตลอดไป

    ผันเวลา มาเนรมิต..............................ลับความคิด เสริมนิสัย
อบรมจิต ปิดป้องใจ.................................อย่าให้เขลา เบาปัญญา

    มีวิชชา เหมือนมีทรัพย์ ........................ทุกสิ่งสรรพ ประสงค์หา
ต้องพึ่งพิง อิงวิทยา.................................สมปรารถนา จึงจะเป็น

    หน้าตาดี มิเทียบเท่า............................ปัญญาเชาว์ เพราเพริศเห็น
ปัญญาเชาว์ ไม่เท่าเช่น.............................เป็นคนดี มีศีลธรรม ฯ

๔ สิงหาคม ๒๕๕๘

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ความสำเร็จที่ไร้ประโยชน์ : กลอนแปด



ความสำเร็จที่ไร้ประโยชน์ : กลอนแปด

    นกนางแอ่น แล่นลม ชมอุษา...................เคียงเมฆา ร่าเริง บันเทิงไฉน
นภาครึ้ม ดูซึมเซา กลับเร้าใจ..........................ชักจูงให้ ฝูงนก วกหากิน

    ใต้เมฆา สีคล้ำ ซ่อนความลับ......................แมลงสรรพ ขับสู้ อยู่โผผิน
เมฆเลือนราง ทางเปิด เทิดสุทิน......................(นก)นางแอ่นยัง ตั้งจินต์ บินเรื่อยไป

    ลองย้อนดู ประดา มวลมนุษย์......................มิเคยหยุด ตัณหา อยากคว้าไขว่
ผลสนอง ต้องตาม อำเภอใจ...........................ที่คอยให้ คุณค่า น่านิยม

    มากยิ่งกว่า เพื่อสู่ อยู่อาศัย..........................มากมุ่งหา มาให้ หมายสะสม
มากมองเห็น เป็นเรื่อง เฟื่องชื่นชม....................มากปรารมภ์ มีใคร่ ไม่เคยพอ

    คิดบรรเจิด เลิศล้ำ (คือ)ความสำเร็จ...............ปราศผลเหตุ เท็จ/จริง อ้างอิงส่อ
ประโยชน์ใด ในชีวิต คิดเฝ้ารอ?........................อย่างจดจ่อ ขอให้ ได้สมปอง

     เบียดเบียนกัน และกัน ผลาญชีวิต.................เยี่ยงพิชิต ศัตรู สู่สนอง
ภาคภูมิใจ ในตน กมล ตรอง.............................โฉดฉลข้อง ความคิด จิตวิญญาณ

    ไม่รู้ว่า ตายไป ต้องได้เกิด............................ตามเก่ากรรม ทราม/เลิศ เชิดสังสาร
ไม่เชื่อว่า นอกจาก โลก-จักรวาล........................อีกภพอื่น ดื่นดาล ชีวันเป็น

    เสียเวลา สร้างตัว ชั่วชีวิต..............................อย่างหลงผิด อวิชชา เชิดหน้าเด่น
หาใช่ความ สำเร็จ ดังเจตเจน.............................ประโยชน์เร้น ค่าไร้ ครรไลลา ฯ(ครรไล=ไป)

๓ สิงหาคม ๒๕๕๘

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ถือว่าทำบุญ : กาพย์สุรางคนางค์๒๘



ถือว่าทำบุญ : กาพย์สุรางคนางค์๒๘


    ..................................ฝนริน รดหล้า
สัพพี ชีวา.........................พึ่งพา ปรารภ
ที่จะ (มีความ)กตัญญู..........มิสู้ ประสบ
บ่อยครั้ง ยังพบ..................ด่าว่า ช่างกระไร

    ..................................ถือว่า ทำบุญ
ช่วยเหลือ เจือจุน...............หนุนเกื้อ เผื่อให้
ใครเขา เปล่าคิด................สุจริต ผิดใจ
เมินหมาง ร้างไคล..............เหมือนไร้ บุญคุณ

    ..................................ทำดี ได้ดี
แม้ใคร ร้ายมี......................ดวงฤดี สถุล
คน ก ตัญญู.......................คือผู้ พิบุล
(ใน)โลกา ว้าวุ่น..................หายาก เต็มที

    ...................................ทำดี เพราะรัก(ดี)
ศรัทธา สมัคร.....................ทักขิณา ศุภศรี(ทักขิณา=ทานเพื่อผลอันเจริญ)
นักปราชญ์ ยกย่อง...............ครรลอง รุจี
เพริศพัฒน์ สวัสดี.................สุขี ปรีดา

    ...................................ใคร อ กตัญญู
(ต้อง)สดับ รับรู้...................(แต่)อย่าสู่ ถือสา
ยินดี ที่เขา.........................เตือนเรา รู้ว่า
(เขา)เมามัว ชั่วช้า................จงอย่า ไว้ใจ

    ....................................ชื่นชู ชีวา
สำราญ บัญชา.....................เมตตา อุระใส
มโนธรรม สำนึก...................ตรึกตรอง มองไกล
ทำดี นิรามัย........................ตลอดไป ตลอดกาล ฯ(นิรามัย=เป็นสุข,สบาย)

๒ สิงหาคม ๒๕๕๘

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558

คนคบ? : โคลงสี่สุภาพ



คนคบ? : โคลงสี่สุภาพ

. คนที่บกพร่องรู้....................ชั่ว-ดี
กิเลสตัณหามี.........................รกเรื้อ
อกุศลกมลพี...........................ทุจริต
จิตใจจักยากเคื้อ......................ยากคล้อยสุทธิธรรม์ ฯ

. ชีวันแวดล้อมเร่า...................โลกีย์
เสมอมาตรสัตว์วิถี.....................แส่ส้อง
พอใจใคร่ยินดี..........................กิเลส
เป็นเหตุเจตนาข้อง....................แค่พ้องคนพาล ฯ

. รำคาญบัณฑิตค้อม.................กุศล
จริยะสาละวน............................นอบให้
ฝักใฝ่ในเหตุผล.........................กิจก่อ
บ่ยอมอยู่ภายใต้.........................แห่งห้วงอกุศล ฯ

. คนคบคนเนื่องด้วย..................อัชฌาสัย
รสนิยมสมใจ.............................เอื้อเฟื้อ
ผลประโยชน์เป็นเงื่อนไข..............พิเศษ
(ความ)ชั่ว-ดีมีเหตุเกื้อ.................แต่น้อยตรึกตรอง ฯ

. มองมุมที่รุ่มเร้า.......................หฤทัย
รูป-ทรัพย์ประทับใจ.....................รักเรื้อ
ส่วนสันดานนิสัย.........................เมินส่อง
ครรลองสังคมทึ้ง........................ถ่ายสะท้อนโลภาฯ(โลภา=โลภ)

. ประชาชมคลั่งไคล้...................คนดัง
พูดจาพากันฟัง...........................เชื้อพร้อม
ถูก/ผิดไม่คิดหวัง........................ยึดมั่น
บันเทิงเริงร่วมห้อม......................ร่วมให้สาธุการ ฯ

. พบพานสะท้านทั่ว....................สังคม
นราพากันนิยม............................ยึดยั้ง
จริยามิปรารมภ์............................ปฏิบัติ
ประหวัดชีวาตม์ตั้ง........................แต่เพี้ยงสนุกสนาน ฯ

๑ สิงหาคม ๒๕๕๘