ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

บงการชีวิต : กลอนคติสอนใจ



บงการชีวิต : กลอนคติสอนใจ


๏      ดูแสงดาว สกาวใส...................ในราตรี ที่ไร้เดือน
เปล่งประกาย คล้ายเสมือน...............ทักทายเพื่อน เตือนรำพึง

๏      ดูแสงเทียน เจียรจุดไว้..............กลางพงไพร ใจส่องถึง
กุศลธรรม ที่คำนึง..........................ตรองลึกซึ้ง ตรึงสัญญา

๏      ความคิดเห็น เช่นหางเสือ..........บงการเรือ เอื้อทิศา
เรือชีวิต ความคิดพา.......................สู้ชะตา จรลี

๏      พึงเรียนรู้ สิ่งที่ถูก.....................พึงพันผูก สิ่งที่ดี
ดำเนินตาม ธรรมวิถี.........................สติมี ใฝ่วิชา

๏      พึงหลีกเลี่ยง เรื่องเสี่ยงภัย..........อย่าเหลวไหล ใคร่ปัญหา
อย่าประมาท อาชญา.......................คนชั่วช้า กล้ามากมาย

๏      อย่าปล่อยใจ ไร้สาระ.................อุตสาหะ ทมะหลาย
ชีวิตนี้ มิง่ายดาย..............................พึงขวนขวาย ให้จริงจัง

๏      อย่ามัวเมา เจ้าอารมณ์................จะระทม ซมสิ้นหวัง
อารมณ์รวน ป่วนการย์พัง...................สงบรั้ง ยับยั้งใจ

๏      อย่าฟุ้งซ่าน รำคาญคิด...............งานพาลผิด จิตเหลวไหล
สมาธิ สติไตร.................................เสริมส่งให้ ก้าวไกลเอย ฯ

๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

วังวนแห่งการเบียดเบียน : กาพย์ยานี ๑๑



วังวนแห่งการเบียดเบียน : กาพย์ยานี ๑๑


๏       ลมโกรก กระโชกกราก...................ฉุดกระชาก พรากพฤกษา
สะบัดไหว ส่ายไปมา............................ไร้เมตตา ไม่ปราณี

๏      เสียงใบ ไม้ส่ายซ่า.........................ประหนึ่งว่า โดนขยี้
กิ่งก้าน ไม่พรั่นพี..................................ดั่งปรีดี รี่เล่นลม

๏      ฟ้าใส ไร้เมฆา...............................สะอาดตา พาสุขสม
ฟ้าสี น่านิยม.......................................บริสุทธิ์ ผุดผ่องพราว

๏      เย็นเยือก เสือกแทรกผิว..................จนกายกิ่ว นิ่วเหน็บหนาว
แดดผิง อิงไอผ่าว................................ผ่อนบรรเทา แรงหนาวเย็น

๏      การเบียด เบียนบีฑา......................ก่อกรรมา ทุกขาเข็ญ
เอารัด เอาเปรียบเป็น...........................วิหิงสา เวราทราม

๏      พาลเห็น เป็นประโยชน์..................มิรู้โทษ อุโฆษขาม
วิบาก จักติดลาม.................................ตอบสนอง ตามคลองธรรม

๏      ภพนี้ เป็นภพแห่ง..........................สัตว์ขันแข่ง แย่งยีย่ำ
เวียนว่าย ชดใช้กรรม...........................ที่ทำไว้ ในวังวน

๏      แม้นมาด ปรารถนา.......................มุ่งอมรา ละอกุศล
ทำดี ให้พิมล.....................................หยุดเบียดเบียน เพียรธรรมา

๏       ไปเกิด ประเสริฐภพ......................มิรู้จบ สบสุขา
พรหมินทร์ ถิ่นเทพา............................อุตะส่าห์ สาธุเทอญ ฯ

๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง : กาพย์สุรางคนางค์๓๒

                                                                   

ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง : กาพย์สุรางคนางค์๓๒


๏      ไก่งาม เพราะขน.................คนงาม เพราะแต่ง
โบราณ จานแจง.......................สำแดง สัจจ์หมาย
เพ่งเพียง ภายนอก....................บอกเพียง รูปกาย
เศษเสี้ยว เฉี่ยวฉาย...................สายตา สากล

๏      จรรยา มารยาท..................มองปราด มาดเห็น
งามพริ้ง ยิ่งเพ็ญ.......................เป็นเนื้อ ในหน
เดิน-นั่ง-พูด-กินฯลฯ..................บอกจินต์ ใจคน
หยาบมี/พิมล...........................ยากพ้น ปิดบัง

๏      รูปงาม กรรมเง่า.................มักเอา แต่ใจ
มารยา สาไถย..........................ปากร้าย ไม่ยั้ง
โมโห โทสา............................กล้าด่า บ้าดัง
ใครพาน หันหลัง......................สิ้นหวัง สร่างงาม

๏      ความรู้-สามารถ.................ชาญฉลาด ปราชญา
คุณธรรม ล้ำค่า........................น่าดู สู่ขาม
ศีลสัตย์ วัตรพรต......................หมดจด ยศนาม
ขาดแคลน แสนทราม................เหยียดหยาม ต่ำยล

๏      นิสสัย ใจคอ......................งามก่อ จ่อเกิด
สร้างสรรค์ บรรเจิด....................ล้ำเลิศ เทิดสถล
รู้จัก รักคิด...............................สุจริต สิทธ์คน
เปรมเห็น เป็นหน......................จ่างผล ปรนเอย ฯ

๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ปฏิบัติ ปฏิเวธ : กลอนสุภาพ (กลอนเจ็ด)



ปฏิบัติ ปฏิเวธ : กลอนสุภาพ (กลอนเจ็ด)

       เสียงฆ้อง ก้องดัง กังวานทุ้ม...........ผ้านุ่ม หุ้มไม้ ให้ตีถนอม
เสียงฆ้อง พ้องเพียง เสียงสวดออม........นอบน้อม พร้อมนลาฏ พาทนะโม ฯ

       กชกร วอนไหว้ พุทไธศวรรย์..........พักตร์อัน เอิบอิ่ม ปริ่มสุโข
เนตรเปี่ยม เมตตา เดชาโชต์.................พุทโธ โอฬาร์ ปฏิมากร

       วิหาร การกิจ พาณิชย์ก่อ...............ผู้ขอ(ภิกษุ)/พ่อค้า? นั่งสลอน
ขายบุญ คุณไสย ไม่อาทร....................หน้าอ่อน หน้าแก่ แส่โลกธรรม

       โลภมี กิเลส เจตนา......................ห่มผ้า กาสาฯ อุปถัมภ์
คิดฉล กมลชั่ว มิกลัวกรรม....................แสร้งทำ วิเศษ เทศนา

       ทานให้ ไม่ลง ประจงจิต...............เชาวลิต พิศตาม ธรรมสิกขา
พึ่งตน กลเลิศ เกิดบุญญา.....................ธรรมา ศีลวัตร ฝึกหัดตน

       จำรัส ทัศนา ละกิเลส.....................ปฏิบัติ ปฏิเวธ เจตน์กุศล
อธิมรรค จักดาล จานกมล.....................สันติ์ผล สนธิ นิรพาน ฯ

๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

จรรโลงโลก : อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

                                                                          Flickr

จรรโลงโลก : อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

      รุกขชาติ ระดาษชัฏ..................คละสะพัด สะพรั่งแผก
จนนาม จะจำแนก..........................อนุกู ละโลกา

      บ้างสี ขจีสวย.........................ทละนวย ฉลวยหนา (ทละ=ใบไม้)
ดกคลุม ชอุ่มพา............................มรสุม พิรุณริน

      บ้างกลิ่น จรุงกล่อม..................กุสุม์หอม และพร้อมสิน
สีสัน สนานจินต์.............................ขจิต์ดา พนาดร

      ไม่ว่า ชลาสินธุ์........................ธรณิน ฤ สิงขร
พฤกษา จะอาทร............................คุณะเกื้อ พิภพกูล

      แตกต่าง สล้างต้น....................ตละคน ระคนคูณ (ตละ=เช่นเดียวกัน)
เชื้อสาย นิสัยสูน............................พิทยา ประสบการณ์ฯลฯ (สูน=เป็นขึ้น)

      ต่างนา มะสามารถ....................สุระพาส สะอาดสาน (พาส=อยู่)
ก่อกรรม กระทำงาน........................บพิธา เจริญเธียร

      ใช้อา ยุอุตสา-.........................หะพลา มนา-เศียร
สร้างสรร คะหมั่นเพียร.....................อติชาต พิลาศชน (อติชาต=เลิศกว่าเผ่าพันธุ์)

      เปลี่ยนชี วะให้เป็น...................ประดุจเพ็ญ นภาพล
ส่องหล้า อนุสน-............................ธิสราญ พิศาลเทอญ ฯ

๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

นินทา : กาพย์ยานี ๑๑

                                                                             Flickr
                                     
นินทา : กาพย์ยานี ๑๑

       ยอดไม้ ผลิใบอ่อน...............สัญญาณย้อน สุนทรสมัย
ฤดูที่ ไม้ผลิใบ...........................หนาวเหน็บไคล ร้อนใกล้มา

       เมฆา นภาคุ้ม......................แผ่ก้อนกลุ่ม สุมทิศา
บดบัง พรางสุริยา.......................สิ้นอาภา ส่องปถพี

       ฝนริน นองดินลุ่ม..................ป่าฉ่ำชุ่ม นุ่มนวลสี
นกร้อง พ้องยินดี.........................อุดมพี มีเร็ววัน

       หนาวมา คนว่าบ่น..................พอมีฝน มิพ้นผัน
บ่นโทษ เบื่อโจษจัน.....................สารขันธ์ สันดานคน

       จำจินต์ โดนนินทา..................เรื่องธรรมดา อย่าขัดสน
วิสัย ในสากล...............................หนีไม่พ้น ชนประชา

       เมฆคล้ำ ฉ่ำน้ำฝน...................เมฆขาวค้น ฝนยากหา
เมฆบาง กระจ่างตา........................ไม่นำพา ฟ้าฝนพราย

       คนชิน ชอบนินทา....................ดูดวงตา หื่นกระหาย
หน้าดำ คร่ำเครียดดาย....................มองเห็นง่าย ไม่ยากเกิน

       คนรุจน์ สุจริต..........................หน้าผ่องพิศ มิตรสรรเสริญ (รุจน=ความชอบใจ)
คบค้า พาเพลิดเพลิน......................สุขดำเนิน เชื้อเชิญเอย ฯ

๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ขอฝากหัวใจ : กลอนสุภาพ (กลอนเจ็ด)

                                                                             Flickr

ขอฝากหัวใจ : กลอนสุภาพ (กลอนเจ็ด)

       ขอฝาก หัวใจ ไว้กับฟ้า....................เพราะว่า คราใด ใจหม่นหมอง
ได้เห็น ฟ้าสวย ช่วยประคอง....................ผ่อนคลาย ไร้พร่อง ข้องละไม

       ขอฝาก หัวใจ ไว้กับสินธุ์..................ใจถวิล รินเว้า เข้าร่วมไหล
ล่องป่า ฝ่าดง เที่ยวพงไพร......................ท่องไป ทั่วหล้า ธรณิน

       ขอฝาก หัวใจ ไว้กับศิลา...................ใจข้าฯ ใคร่แกร่ง แข็งปานหิน
ปัญหา อุปสรรค หนักชีวิน........................ฝ่าสิ้น คิ่นสันติ์ จรัลจร

       ขอฝาก หัวใจ ไว้กับลม.....................ปานพรม ชมฟ้า ประภัสสร
พาหลบ ภพหล้า พานอมร........................สิงขร ก้อนเมฆ เฉกเทวา

       ขอฝาก หัวใจ ไว้กับธรรม...................โปรดนำ สัมโพ ธิสิกขา
ชื่นจรรย์ บรรเจิด เกิดปัญญา.....................ช่วยพา ข้าฯพ้น วัฏฏ์วนเวียน

       ขอฝาก หัวใจ ไว้กับดิน......................ชีวิน สิ้นวัย ใจเสถียร
มุ่งทำ ความดี มีพากเพียร..........................เพื่อเปลี่ยน ชีวา เป็นค่าคุณ

       ขอฝาก หัวใจ ไว้กับกลอน..................อาทร อ่อนไอ ไล้ใจอุ่น
ร้อยพจน์ รจนา รมย์ละมุน.........................การุญ สุนทร ซอนสุขเอย ฯ

๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕