ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

บุญคล้อยลอยคว้างกลางอากาศ : กลอนคติเตือนใจ

 


บุญคล้อยลอยคว้างกลางอากาศ กลอนคติเตือนใจ

    สวนหย่อม ข้างบ้าน บันดาลสุข.................ทุกๆ เวลา สามารถเห็น
ดูแล งอกงาม ยามเช้า-เย็น........................จำเป็น อะไร ไป(สวน)สาธารณ์

    ไม่ค่อย เข้าใจ คนไปวัด(ไกลๆ).................(เพื่อ)ปฏิบัติ ธรรมะ อธิษฐาน
รับศีล รับพร ว่อนอาคาร.............................สวดมนต์ บนบาน มั่นบุญญา

    หากแต่ ชีวิต ประจำวัน.............................ดันไม่ เข้าใจ ในสาสนา(คำสอนพุทธองค์)
ทำตาม ชอบใจ ไม่นำพา............................ปล่อยกิเลส ตัณหา พาเป็นไป

    แนวคิด เข้าวัด ปรารถนาบุญ......................ประจักษ์ มักคุ้น (ในคน)เชื่อคุณไสย
(ร่วม)พิธีกรรม ทำทาง สร้างโชคชัย..............(เพิ่ม)ไม่ใช่ ลดตัณหา อุปาทาน

    (ความจริง)ทำบุญ ไม่ต้อง ข้องวัดวา............รักษา ศีลได้ แม้ในบ้าน
เริ่มต้น กุศลง่าย แค่ให้ทาน.........................อบรม กมลมาน ฝึกชาญชัย(ทุกหนแห่ง)

    (อุปมา)บุญคล้อย ลอยคว้าง กลางอากาศ.....ดวงฤดี ที่สะอาด สามารถไขว่-
คว้าเป็น ของตน จนชื่นใจ............................ที่ไหน ก็ได้ ในโลกา

    สำคัญ(คือ) ซื่อตรง ไม่หลงผิด...................ก้าวข้าม ความคิด เชื่อมิจฉา
ไสยศาสตร์ ขจัดสิ้น หมดจินดา.....................เมินค่า นิยม สังคมทราม

    อย่ามอบ หัวใจ ให้เขาหลอก......................เขาบอก อะไร ไม่กล้าถาม(เชื่อทุกอย่าง)
เห็นคน เขาทำ ก็ทำตาม..............................หมดความ เป็นคน กุศลครองฯ

๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ความคิด-ความจริง : กาพย์ยานี๑๑

 












ความคิด-ความจริง กาพย์ยานี๑๑


    ตัวแล้ว ตัวเล่าเลี้ยง......................ลูกแมว(วัด)เพี้ยง คงสังขาร
อยู่ได้ ไม่กี่กาล............................ส่วนใหญ่พาน ยมบาลภัย

    (เหมือน)ลงทุน แล้วสูญเปล่า.........ชวนจิตเรา เศร้าโศกไหม
ความจริง (กับ)ความตั้งใจ..............เป็นอะไร ที่ไกลกัน

    ความอยาก มักยิ่งใหญ่..................ทุกคนใคร่ สร้าง(ความ)ใฝ่ฝัน
อยู่ทุก เมื่อเชื่อวัน.........................(กับ)ทุกกิจกรรม์ อันหมายปอง

    แต่เมื่อ ลงมือทำ..........................พบประจำ (คือ)ความขัดข้อง
สุดท้าย ได้แต่มอง........................ผลลัพธ์ผอง ผิด(ความ)ต้องการ

    ความคิด กับความจริง...................จึงเป็นสิ่ง คู่ขนาน
(ที่)มักพบ ประสบพาน...................(สร้างความ)ทุกข์-รำคาญ อยู่ร่ำไป

    สาเหตุ เพราะวาดหวัง(สูง).............(แต่)บ่จริงจัง เอาใจใส่-
กล้าหาญ สร้างสรรค์ไกร.................ทำมักง่าย ไม่ทุ่มเท(ผักชีโรยหน้า)

    ความรู้ ความสามารถ.....................ที่แคลนขาด (จึง)พลาดหักเห
ฤดี ที่โลเล(ไม้หลักปักขี้เลน)...........ทำโอ้เอ้ เสเพลพาลฯลฯ 

    ปัจจัย จากภายนอก.......................มักย้อนยอก มหาศาล
อุปสรรค พรากผลงาน.....................เหมือนต่อต้าน บั่นทอน(กำลัง)ใจ

    หลังจาก รู้ผลลัพธ์.........................(ควร)กลับมาคิด วินิจฉัย
ผิดพลาด ตรงจุดใด?.......................(หา)ทางแก้ไข ให้บทเรียน

    ชีวิต (ต้อง)ดำเนินต่อ......................มิอาจรอ(เวลา) ขอผัดเพี้ยน
(ทำ)ครั้งใหม่ ให้พากเพียร................อย่าผิดซ้ำ พยายามเทอญฯ

๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

"เงินเฟ้อ" ทางการแพทย์ไทยพุ่งกว่า 15 เท่า | เศรษฐกิจInsight

 

คุมก่อนจะสาย! ผู้นำ "OpenAI" เตือน AI โตเร็วเกิน |

 

กำจัดทุกข์ที่ต้นเหตุ-ปลายเหตุ : กลอนธรรมะ






ในทางพุทธศาสนามหายาน โดยเฉพาะนิกายเซน (Zen) หรือฉาน (Chan) คำว่า "จิตว่าง" ไม่ได้หมายถึงความว่างเปล่าแบบไม่มีอะไรเลย แต่หมายถึง "สุญญตา"(Sunyata) ซึ่งมีประเด็นสำคัญดังนี้:
  1. ว่างจากตัวตน (Selfless): คือการตระหนักว่าสรรพสิ่งไม่มีสภาวะถาวรในตัวเอง แต่เกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยหนุนเนื่องกัน 
  2. ว่างจากการปรุงแต่ง: จิตที่เข้าถึงสภาวะเดิมแท้ จะไม่ถูกครอบงำด้วยอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง หรือการแบ่งแยกขั้วตรงข้าม (Dualism) เช่น ดี-ชั่ว, สุข-ทุกข์
  3. สุญญตาคือรูป: ตามหลัก ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร ของมหายาน "รูปคือความว่าง ความว่างคือรูป" หมายความว่าความว่างไม่ได้แยกออกจากชีวิตประจำวัน แต่ปรากฏอยู่ในทุกขณะที่เราดำรงอยู่
  4. จิตเดิมแท้ (Buddha Nature): มหายานเชื่อว่าทุกคนมี "จิตประภัสสร" หรือพุทธภาวะที่บริสุทธิ์อยู่แล้ว เพียงแต่ถูกเมฆหมอกแห่งกิเลสบดบัง การทำจิตให้ว่างคือการขจัดเมฆเหล่านั้นเพื่อให้ปัญญาภายในฉายแสงออกมา 
สรุปสั้นๆ: จิตว่างในแบบมหายานคือ "การรู้อยู่กับปัจจุบันโดยไม่ยึดติด" ทำงานทุกอย่างด้วยใจที่ปล่อยวาง แต่เปี่ยมไปด้วยเมตตาและปัญญา
กำจัดทุกข์ที่ต้นเหตุ-ปลายเหตุ กลอนธรรมะ

    พุทธสอนว่า "อกุศล (ละ)มูลเหตุ".................คือ"กิเลส" เจตนา ปัญหาสร้าง
ผลลัพธ์คือ ทุกขภัย ณ ปลายทาง..................เกิดท่ามกลาง สังสาร วัฏดาลดล

    ทั้งยังสอน สาธารณ์ เรื่อง"ตัณหา".................(เป็น)ต้นเหตุแห่ง ทุกขา หาเหตุผล
(การ)ขจัดกิเลส ตัณหา พานรชน....................ให้หลุดพ้น ต้นเหตุ ทุกขเวทนา

    แล้วยังสอน ต่างแง่ และต่างมุม.....................การประชุม ความยึดมั่น ในขันธ์๕
เป็นสาเหตุ แห่งทุกข์ รุกอุรา..........................แสดงว่า (มี)หลายสาเหตุ สร้างเภทภัย

    (คำ)ประกาศว่า พระองค์ ทรงตรัสรู้.................หลักการอยู่ ที่"ตัณหา" อย่าหลงใหล
อริยมรรค จักขจัด ปัดเป่าไป...........................จึงจะไม่ โดนทุกข์ บุกโจมตี 

    ทรงเชื่อมโยง สังสาร(วัฏ) บันดาลทุกข์............คนทุกยุค ต่างเข้าใจ ในข้อนี้
ว่าความทุกข์ ผูกพัน ทันชีวี.............................บ่แม่นมี ความหลงผิด หลงคิดไป(เอง)

    เพราะ"ฉันคิด ฉันจึงมี"วิถีปราชญ์....................ใครเล่าอาจ ตัดขาด"กู ของกู"ได้?
เรื่อง"จิตว่าง จากตัวกู" (ฟัง)ดูวิไล....................แต่ว่าใคร (เริ่ม)ใช้ความคิด ย่อมติด"กู(คิด)"

    ไร้"ของกู" คู่เงื่อนไข ไร้"ของเขา"(ด้วย)...........โลก"ของเรา"คงวุ่นวาย ใครก็รู้(คิดออก)
เรื่อง"กรรมสิทธิ์-เจ้าของ" ต้องเชิดชู..................ป้องกันผู้ อนารยะ อธิปไตย
                                                       (ทำตามอำเภอใจ-ไม่เคารพกฎกติกาสังคม)

    (สรุป)ก็เพราะมี กิเลส และตัณหา.....................จึงต้องมา ประสบ "ภพ"สมัย
"ชาติ-ชรา-มรณะ" ทุกขภัย...............................อยู่ร่ำไป ไม่สิ้น ชีวินจร(สังสารวัฏ)

    "ไม่ยึดมั่น" นั้นแก้ไข ที่ปลายเหตุ.....................เมื่อต้นเหตุ ยังพร้อม ย่อมเดือดร้อน
แก้ปัญหา "ต้น-ปลาย"(เหตุ) ตรงไหนก่อน?..........จึงลาญรอน ทุกข์ได้ สบายดี?

๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙


*นักปรัชญาที่พูดว่า "เพราะฉันคิด ฉันจึงมี" (หรือ ฉันคิด ฉันจึงมีอยู่) คือ เรอเน เดการ์ต (René Descartes) นักปรัชญา นักคณิตศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 17 วลีภาษาละตินที่เป็นอมตะของเขาคือ "Cogito, ergo sum" ซึ่งเป็นรากฐานของปรัชญาเหตุผลนิยมและได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งปรัชญาตะวันตกสมัยใหม่
การตั้งข้อสงสัยอย่างเป็นระบบ: เดการ์ตสงสัยทุกสิ่งอย่างถึงที่สุด แม้กระทั่งการมีอยู่ของตัวเองหรือร่างกายของตนเอง เพื่อหาความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้
  • จุดที่ไม่สามารถสงสัยได้: เขาพบว่าแม้เขาจะสงสัยอะไรก็ตาม แต่สิ่งที่เขาสงสัยไม่ได้คือ "การที่เขากำลังคิด"
  • ความหมาย: การที่เขากำลังคิดหรือสงสัย แสดงว่าต้องมีตัวตนของเขาที่กำลังทำกิจกรรมนั้นอยู่ ดังนั้น "การคิด" จึงเป็นข้อพิสูจน์ที่แน่นอนที่สุดของการมีอยู่ของ "ตัวตน"

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

หากชาติหน้าเราพบกัน เธอจะยังจำฉันได้ไหม? : กลอนรัก

 



หากชาติหน้าเราพบกัน เธอจะยังจำฉันได้ไหม? : กลอนรัก

    หากชาติหน้า เรามาพบกัน...............เธอจะยัง จำฉันได้ไหม?
ชาติหน้าที่ ไม่รู้อยู่ที่ใด......................ฉันจะพยายามไป ค้นหาเธอเสมอ
ถึงจะมี ทะเล-ภูเขา...........................ก็มิอาจกั้นเรา ให้พบเจอ
ฉันขอสัญญา จะรอเธอ......................แม้ต้องชะเง้อ พันหมื่นปี

    ความรัก ที่เธอมอบให้......................ความใส่ใจ ที่เธอปฏิบัติ
ฉันจดจำ ความงาม-ชัด.....................ขอยกดาวเจิดจรัส เป็นสักขี
เราเคียงคู่ อยู่ข้างกัน.........................เธอและฉัน ทุกสถานที่
สิ่งใดที่ฉัน และเธอมี.........................เราต่างยินดี มีร่วมกัน

    คนชื่นชู คอยดูแล............................(ฉัน)จะชะเง้อชะแง้ จากที่ไหน?
ความซื่อสัตย์ และจริงใจ....................(ต่อจากนี้ไป)คงจะหาได้ แค่ในฝัน
เพียงเธอ เท่านั้นที่............................ทำให้เรามี กันและกัน
มโนธรรม แทนคำมั่น.........................คำสัญญา ว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง

    ชาติหน้า ฉันจะไปหาเธอ....................ไม่ว่าเธอ จะอยู่บนสวรรค์
หรือกลับมาเกิด บนโลกอัน..................คนขยัน หมั่นเสแสร้ง
(ชาติหน้า)เมื่อใดที่ เธอเห็นฉัน.............แม้ต่างชนชั้น อย่าปั้นแต่ง
ยกเป็นเงื่อนไข ให้ขัดแย้ง....................โปรดแสดงสัญลักษณ์ แห่งรักเทอญฯ

๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

อีกไม่กี่ปี “AI” ฉลาดแซงคน TNN Tech Report

 

R.I.P.พี่หูพับของงาจิ๋ว ของขวัญจากธรรมชาติ : กลอนเปล่า

ผู้เขียนขอเรียนด้วยความสัตย์ว่า
เกิดมาเพิ่งเคยเห็นพฤติกรรมที่ลูกช้างดูแลกันฉันพี่น้อง
ความรักความผูกพันที่หาได้ยากในหลายๆครอบครัวคน





R.I.P.พี่หูพับ ของขวัญจากธรรมชาติ กลอนเปล่า


    ผืนป่าเล็กๆ ณ แผ่นดินทองของไทย
เธอพอจะมองเห็นบ้างไหม?
ธรรมชาตินั้นแสนยิ่งใหญ่
มีดวงใจน้อยๆ ที่คอยดูแลซึ่งกันและกัน

    ความคิดของพวกเขาช่างยาว....ไกล....
ไม่มีอะไรสำคัญกว่าเสรี
มีอิสระ ที่จะเดินไปในทุกที่(ในป่า)
ขอเพียงแค่มีความใฝ่ฝัน

    แผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาล
แต่ช้างไม่ต้องการเป็นเจ้าของ(ไม่หวงแหน)
ขอเพียงมีอาหารเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
และได้ท่องเที่ยวไปใต้แสงอาทิตย์

    การเบียดเบียนมิใช่เป้าหมาย
ของดวงใจที่ไร้ความอำมหิต
ความเยือกเย็นและเป็นมิตร
เสมือนผลผลิตจากสรวงสวรรค์

    แบ่งปันกันบ้าง....ได้ไหม?
ป่าดงพงไพรของไทยนั้น
ยิ่งผ่านวารนานนับวัน
ยิ่งถูกทอนบั่นบุกรุกทำลาย(จากคน-จนแทบไม่เหลือ)

    ของขวัญจรรโลงโลกฤา คือความรัก
ของสัตว์น่ารักที่มีอยู่หลากหลาย
ธรรมชาติสร้างสรรพสิ่งงามพริ้งพราย
อย่าทำร้าย....ทำลาย....กลายเป็นธุลี

    มีป่าไม้ จึงจะมีชีวิต
อย่าคิดแค่เป็นเป้าหมายเพื่อไขว่คว้า(เป็นเจ้าของ)
การเกิดเป็นคนที่สร้างปัญหา(ให้โลก)
อับอายสัตว์ป่าที่อนุรักษ์(ธรรมชาติ)

    โลกนี้ไม่มีป่าเสื่อมโทรม(มีแต่ป่าที่ถูกคนทำลายเพื่อจับจอง)
เพียงลมและฝน ก็ดลบันดาล
ให้ป่างามบริสุทธิ์ดุจสรวงสวรรค์
ขอแค่คนนั้นอย่าก้าวก่าย

    ประโยชน์ของสาธารณะ
แม้จะไม่หวานรส....แต่สดศรี
ร่วมรักษาสมบัติส่วนรวมที่
หากสาบสูญแล้วจะไม่มีวันหวนคืน

๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

อลัชชีไม่มีวันตาย : กลอนคติเตือนใจ

 





ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 นกนางแอ่นที่พบในประเทสไทย มีทั้งกลุ่มที่อพยพเข้ามาพักพิงในช่วงฤดูหนาว และกลุ่มที่เริ่มเตรียมตัวอพยพกลับไปผมพันธุ์ทางตอนเหนือ
1. สถานภาพการอพยพในเดือนกุมภาพันธ์
  • ช่วงปลายฤดูพักพิง: เดือนกุมภาพันธ์ถือเป็นช่วงท้ายของฤดูกาลที่นกอพยพ (Winter visitor) อาศัยอยู่ในไทย โดยนกนางแอ่นบ้าน (Barn Swallow) ที่อพยพมาจากไซบีเรียหรือจีนจะยังคงรวมฝูงหนาแน่นตามสายไฟในเขตเมืองหรือพื้นที่เกษตรกรรม
  • การเริ่มเดินทางกลับ (Spring Migration): นกนางแอ่นบางกลุ่มที่อาศัยอยู่ในแถบเขตร้อนจะเริ่มออกเดินทางอพยพกลับขึ้นเหนือเพื่อไปผสมพันธุ์ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป
  • การทำรังในพื้นที่: มีรายงานว่านกนางแอ่นบ้านบางส่วนเริ่มสร้างรังและวางไข่ในพื้นที่ภาคเหนือของไทย (เช่น เชียงราย) ได้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์

อลัชชีไม่มีวันตาย กลอนคติเตือนใจ


    เหล่านก นางแอ่น บินแล่นลิ่ว.................โฉบฉิว ต่ำเตี้ย เรี่ยดินผืน
ก่อนยาม เย็นย่าง สู่กลางคืน..................รมย์รื้น ครื้นเครง เร่งกินแมลง

    แมวจ้อง แปลกใจ ไม่เคยพบ..................หมอบหลบ นิ่งงัน ไหวหวั่นแฝง
ทุกครั้ง ที่เกิด การเปลี่ยนแปลง..............(จะ)มิแสดง ความกล้า บ้าบิ่นปอง

    ครั้งแล้ว ครั้งเล่า มีข่าวคาว.....................พระฉาว ฉ้อฉล หลอกคนผอง
จะมี คำเตือน อย่าเบือนมอง...................ถูกต้อง (ตาม)หลักธรรม (มะ)วินัย?

    พุทธ(ะ) ศาสนา ไม่หาเงิน......................อย่าเพลิน ทางผิด วินิจฉัย
ปัจจัย ทั้ง ๔ ดำริไป..............................(แต่)อย่าให้ เงินพระ (เพราะเป็น)อกุศลธรรม 

    สร้างวัด สร้างวา (มิ)ใช่หน้าที่..................พระที่ ดีไซร้ ไม่เพียรพร่ำ
วัดร้าง ล้นเหลือ ; ไม่เบื่อทำ....................(ชวน)สร้างซ้ำ วัดใหม่ ยิ่งใหญ่โต

    บทสวด มนต์เก่า ชาวบ้านเบื่อ?................แต่งใหม่ ให้เฝือ เพื่ออวดโอ้(เฝือ=รก)
บทแผ่ ส่วนบุญ หนุนเดโช.......................โลภะ โมหะ อนาถเป็น

    ขอเชิญ ร่วม"ป ฏิบัติธรรม"......................คล้ายคำ ศักดิ์สิทธิ์ อิทธฤทธิ์เห็น
ทิ้งงาน บ้านช่อง จองวัดเบน.....................แฝงเร้น เป้าหมาย เพื่อได้บุญ(บารมี)

    (แล้วใน)ชีวิต ประจำวัน หมั่นปฏิบัติ(ธรรม)...เมตตา ต่อสัตว์ สวัสดิหนุน?
แมว-หมา(วัด) พระไล่ ไม่ทำบุญ?...............เคยคุ้น บอกเขา ให้เรามา(แต่พระไม่ให้)

    ศีลสมา ธิปัญญา ปฏิบัติ...........................นอกวัด สำคัญ กว่ากันหนา
ทุกเวลา สถานที่ เพียรปรีชา.......................ไม่เข้าวัด เข้าวา สามารถ(ทำ)เทอญฯ

๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙