ผลงานของชายคนหนึ่งซึ่งนอกจากตามหลักสูตรของโรงเรียนแล้ว ต้องเรียนรู้ศึกษาหาความรู้เอง ทั้งหลักธรรมและการประพันธ์ ชอบคิด-วิเคราะห์-สรุปบทเรียนใหม่เป็นประจำ แล้วบันทึกไว้เป็นบทกวีเพราะมิเช่นนั้นจะลืมบทเรียนเก่า คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง จึงโพสต์สู่สื่อสาธารณะ
ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน
สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้
วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
บุญคล้อยลอยคว้างกลางอากาศ : กลอนคติเตือนใจ
บุญคล้อยลอยคว้างกลางอากาศ : กลอนคติเตือนใจ
๏ สวนหย่อม ข้างบ้าน บันดาลสุข.................ทุกๆ เวลา สามารถเห็น
ดูแล งอกงาม ยามเช้า-เย็น........................จำเป็น อะไร ไป(สวน)สาธารณ์
๏ ไม่ค่อย เข้าใจ คนไปวัด(ไกลๆ).................(เพื่อ)ปฏิบัติ ธรรมะ อธิษฐาน
รับศีล รับพร ว่อนอาคาร.............................สวดมนต์ บนบาน มั่นบุญญา
๏ หากแต่ ชีวิต ประจำวัน.............................ดันไม่ เข้าใจ ในสาสนา(คำสอนพุทธองค์)
ทำตาม ชอบใจ ไม่นำพา............................ปล่อยกิเลส ตัณหา พาเป็นไป
๏ แนวคิด เข้าวัด ปรารถนาบุญ......................ประจักษ์ มักคุ้น (ในคน)เชื่อคุณไสย
(ร่วม)พิธีกรรม ทำทาง สร้างโชคชัย..............(เพิ่ม)ไม่ใช่ ลดตัณหา อุปาทาน
๏ (ความจริง)ทำบุญ ไม่ต้อง ข้องวัดวา............รักษา ศีลได้ แม้ในบ้าน
เริ่มต้น กุศลง่าย แค่ให้ทาน.........................อบรม กมลมาน ฝึกชาญชัย(ทุกหนแห่ง)
๏ (อุปมา)บุญคล้อย ลอยคว้าง กลางอากาศ.....ดวงฤดี ที่สะอาด สามารถไขว่-
คว้าเป็น ของตน จนชื่นใจ............................ที่ไหน ก็ได้ ในโลกา
๏ สำคัญ(คือ) ซื่อตรง ไม่หลงผิด...................ก้าวข้าม ความคิด เชื่อมิจฉา
ไสยศาสตร์ ขจัดสิ้น หมดจินดา.....................เมินค่า นิยม สังคมทราม
๏ อย่ามอบ หัวใจ ให้เขาหลอก......................เขาบอก อะไร ไม่กล้าถาม(เชื่อทุกอย่าง)
เห็นคน เขาทำ ก็ทำตาม..............................หมดความ เป็นคน กุศลครองฯ
๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ความคิด-ความจริง : กาพย์ยานี๑๑
ความคิด-ความจริง : กาพย์ยานี๑๑
๏ ตัวแล้ว ตัวเล่าเลี้ยง......................ลูกแมว(วัด)เพี้ยง คงสังขาร
อยู่ได้ ไม่กี่กาล............................ส่วนใหญ่พาน ยมบาลภัย
๏ (เหมือน)ลงทุน แล้วสูญเปล่า.........ชวนจิตเรา เศร้าโศกไหม
ความจริง (กับ)ความตั้งใจ..............เป็นอะไร ที่ไกลกัน
๏ ความอยาก มักยิ่งใหญ่..................ทุกคนใคร่ สร้าง(ความ)ใฝ่ฝัน
อยู่ทุก เมื่อเชื่อวัน.........................(กับ)ทุกกิจกรรม์ อันหมายปอง
๏ แต่เมื่อ ลงมือทำ..........................พบประจำ (คือ)ความขัดข้อง
สุดท้าย ได้แต่มอง........................ผลลัพธ์ผอง ผิด(ความ)ต้องการ
๏ ความคิด กับความจริง...................จึงเป็นสิ่ง คู่ขนาน
(ที่)มักพบ ประสบพาน...................(สร้างความ)ทุกข์-รำคาญ อยู่ร่ำไป
๏ สาเหตุ เพราะวาดหวัง(สูง).............(แต่)บ่จริงจัง เอาใจใส่-
กล้าหาญ สร้างสรรค์ไกร.................ทำมักง่าย ไม่ทุ่มเท(ผักชีโรยหน้า)
๏ ความรู้ ความสามารถ.....................ที่แคลนขาด (จึง)พลาดหักเห
ฤดี ที่โลเล(ไม้หลักปักขี้เลน)...........ทำโอ้เอ้ เสเพลพาลฯลฯ
๏ ปัจจัย จากภายนอก.......................มักย้อนยอก มหาศาล
อุปสรรค พรากผลงาน.....................เหมือนต่อต้าน บั่นทอน(กำลัง)ใจ
๏ หลังจาก รู้ผลลัพธ์.........................(ควร)กลับมาคิด วินิจฉัย
ผิดพลาด ตรงจุดใด?.......................(หา)ทางแก้ไข ให้บทเรียน
๏ ชีวิต (ต้อง)ดำเนินต่อ......................มิอาจรอ(เวลา) ขอผัดเพี้ยน
(ทำ)ครั้งใหม่ ให้พากเพียร................อย่าผิดซ้ำ พยายามเทอญฯ
๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
กำจัดทุกข์ที่ต้นเหตุ-ปลายเหตุ : กลอนธรรมะ
ในทางพุทธศาสนามหายาน โดยเฉพาะนิกายเซน (Zen) หรือฉาน (Chan) คำว่า "จิตว่าง" ไม่ได้หมายถึงความว่างเปล่าแบบไม่มีอะไรเลย แต่หมายถึง "สุญญตา"(Sunyata) ซึ่งมีประเด็นสำคัญดังนี้:
- ว่างจากตัวตน (Selfless): คือการตระหนักว่าสรรพสิ่งไม่มีสภาวะถาวรในตัวเอง แต่เกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยหนุนเนื่องกัน
- ว่างจากการปรุงแต่ง: จิตที่เข้าถึงสภาวะเดิมแท้ จะไม่ถูกครอบงำด้วยอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง หรือการแบ่งแยกขั้วตรงข้าม (Dualism) เช่น ดี-ชั่ว, สุข-ทุกข์
- สุญญตาคือรูป: ตามหลัก ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร ของมหายาน "รูปคือความว่าง ความว่างคือรูป" หมายความว่าความว่างไม่ได้แยกออกจากชีวิตประจำวัน แต่ปรากฏอยู่ในทุกขณะที่เราดำรงอยู่
- จิตเดิมแท้ (Buddha Nature): มหายานเชื่อว่าทุกคนมี "จิตประภัสสร" หรือพุทธภาวะที่บริสุทธิ์อยู่แล้ว เพียงแต่ถูกเมฆหมอกแห่งกิเลสบดบัง การทำจิตให้ว่างคือการขจัดเมฆเหล่านั้นเพื่อให้ปัญญาภายในฉายแสงออกมา
สรุปสั้นๆ: จิตว่างในแบบมหายานคือ "การรู้อยู่กับปัจจุบันโดยไม่ยึดติด" ทำงานทุกอย่างด้วยใจที่ปล่อยวาง แต่เปี่ยมไปด้วยเมตตาและปัญญา
กำจัดทุกข์ที่ต้นเหตุ-ปลายเหตุ : กลอนธรรมะ
๏ พุทธสอนว่า "อกุศล (ละ)มูลเหตุ".................คือ"กิเลส" เจตนา ปัญหาสร้าง
ผลลัพธ์คือ ทุกขภัย ณ ปลายทาง..................เกิดท่ามกลาง สังสาร วัฏดาลดล
๏ ทั้งยังสอน สาธารณ์ เรื่อง"ตัณหา".................(เป็น)ต้นเหตุแห่ง ทุกขา หาเหตุผล
(การ)ขจัดกิเลส ตัณหา พานรชน....................ให้หลุดพ้น ต้นเหตุ ทุกขเวทนา
๏ แล้วยังสอน ต่างแง่ และต่างมุม.....................การประชุม ความยึดมั่น ในขันธ์๕
เป็นสาเหตุ แห่งทุกข์ รุกอุรา..........................แสดงว่า (มี)หลายสาเหตุ สร้างเภทภัย
๏ (คำ)ประกาศว่า พระองค์ ทรงตรัสรู้.................หลักการอยู่ ที่"ตัณหา" อย่าหลงใหล
อริยมรรค จักขจัด ปัดเป่าไป...........................จึงจะไม่ โดนทุกข์ บุกโจมตี
๏ ทรงเชื่อมโยง สังสาร(วัฏ) บันดาลทุกข์............คนทุกยุค ต่างเข้าใจ ในข้อนี้
ว่าความทุกข์ ผูกพัน ทันชีวี.............................บ่แม่นมี ความหลงผิด หลงคิดไป(เอง)
๏ เพราะ"ฉันคิด ฉันจึงมี"วิถีปราชญ์....................ใครเล่าอาจ ตัดขาด"กู ของกู"ได้?
เรื่อง"จิตว่าง จากตัวกู" (ฟัง)ดูวิไล....................แต่ว่าใคร (เริ่ม)ใช้ความคิด ย่อมติด"กู(คิด)"
๏ ไร้"ของกู" คู่เงื่อนไข ไร้"ของเขา"(ด้วย)...........โลก"ของเรา"คงวุ่นวาย ใครก็รู้(คิดออก)
เรื่อง"กรรมสิทธิ์-เจ้าของ" ต้องเชิดชู..................ป้องกันผู้ อนารยะ อธิปไตย
(ทำตามอำเภอใจ-ไม่เคารพกฎกติกาสังคม)
๏ (สรุป)ก็เพราะมี กิเลส และตัณหา.....................จึงต้องมา ประสบ "ภพ"สมัย
"ชาติ-ชรา-มรณะ" ทุกขภัย...............................อยู่ร่ำไป ไม่สิ้น ชีวินจร(สังสารวัฏ)
๏ "ไม่ยึดมั่น" นั้นแก้ไข ที่ปลายเหตุ.....................เมื่อต้นเหตุ ยังพร้อม ย่อมเดือดร้อน
แก้ปัญหา "ต้น-ปลาย"(เหตุ) ตรงไหนก่อน?..........จึงลาญรอน ทุกข์ได้ สบายดี?
๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
*นักปรัชญาที่พูดว่า "เพราะฉันคิด ฉันจึงมี" (หรือ ฉันคิด ฉันจึงมีอยู่) คือ เรอเน เดการ์ต (René Descartes) นักปรัชญา นักคณิตศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 17 วลีภาษาละตินที่เป็นอมตะของเขาคือ "Cogito, ergo sum" ซึ่งเป็นรากฐานของปรัชญาเหตุผลนิยมและได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งปรัชญาตะวันตกสมัยใหม่
การตั้งข้อสงสัยอย่างเป็นระบบ: เดการ์ตสงสัยทุกสิ่งอย่างถึงที่สุด แม้กระทั่งการมีอยู่ของตัวเองหรือร่างกายของตนเอง เพื่อหาความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้
- จุดที่ไม่สามารถสงสัยได้: เขาพบว่าแม้เขาจะสงสัยอะไรก็ตาม แต่สิ่งที่เขาสงสัยไม่ได้คือ "การที่เขากำลังคิด"
- ความหมาย: การที่เขากำลังคิดหรือสงสัย แสดงว่าต้องมีตัวตนของเขาที่กำลังทำกิจกรรมนั้นอยู่ ดังนั้น "การคิด" จึงเป็นข้อพิสูจน์ที่แน่นอนที่สุดของการมีอยู่ของ "ตัวตน" .
วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
หากชาติหน้าเราพบกัน เธอจะยังจำฉันได้ไหม? : กลอนรัก
หากชาติหน้าเราพบกัน เธอจะยังจำฉันได้ไหม? : กลอนรัก
๏ หากชาติหน้า เรามาพบกัน...............เธอจะยัง จำฉันได้ไหม?
ชาติหน้าที่ ไม่รู้อยู่ที่ใด......................ฉันจะพยายามไป ค้นหาเธอเสมอ
ถึงจะมี ทะเล-ภูเขา...........................ก็มิอาจกั้นเรา ให้พบเจอ
ฉันขอสัญญา จะรอเธอ......................แม้ต้องชะเง้อ พันหมื่นปี
๏ ความรัก ที่เธอมอบให้......................ความใส่ใจ ที่เธอปฏิบัติ
ฉันจดจำ ความงาม-ชัด.....................ขอยกดาวเจิดจรัส เป็นสักขี
เราเคียงคู่ อยู่ข้างกัน.........................เธอและฉัน ทุกสถานที่
สิ่งใดที่ฉัน และเธอมี.........................เราต่างยินดี มีร่วมกัน
๏ คนชื่นชู คอยดูแล............................(ฉัน)จะชะเง้อชะแง้ จากที่ไหน?
ความซื่อสัตย์ และจริงใจ....................(ต่อจากนี้ไป)คงจะหาได้ แค่ในฝัน
เพียงเธอ เท่านั้นที่............................ทำให้เรามี กันและกัน
มโนธรรม แทนคำมั่น.........................คำสัญญา ว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง
๏ ชาติหน้า ฉันจะไปหาเธอ....................ไม่ว่าเธอ จะอยู่บนสวรรค์
หรือกลับมาเกิด บนโลกอัน..................คนขยัน หมั่นเสแสร้ง
(ชาติหน้า)เมื่อใดที่ เธอเห็นฉัน.............แม้ต่างชนชั้น อย่าปั้นแต่ง
ยกเป็นเงื่อนไข ให้ขัดแย้ง....................โปรดแสดงสัญลักษณ์ แห่งรักเทอญฯ
๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
R.I.P.พี่หูพับของงาจิ๋ว ของขวัญจากธรรมชาติ : กลอนเปล่า
ผู้เขียนขอเรียนด้วยความสัตย์ว่า
เกิดมาเพิ่งเคยเห็นพฤติกรรมที่ลูกช้างดูแลกันฉันพี่น้อง
ความรักความผูกพันที่หาได้ยากในหลายๆครอบครัวคน
ความรักความผูกพันที่หาได้ยากในหลายๆครอบครัวคน
R.I.P.พี่หูพับ ของขวัญจากธรรมชาติ : กลอนเปล่า
๏ ผืนป่าเล็กๆ ณ แผ่นดินทองของไทย
เธอพอจะมองเห็นบ้างไหม?
ธรรมชาตินั้นแสนยิ่งใหญ่
มีดวงใจน้อยๆ ที่คอยดูแลซึ่งกันและกัน
๏ ความคิดของพวกเขาช่างยาว....ไกล....
ไม่มีอะไรสำคัญกว่าเสรี
มีอิสระ ที่จะเดินไปในทุกที่(ในป่า)
ขอเพียงแค่มีความใฝ่ฝัน
๏ แผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาล
แต่ช้างไม่ต้องการเป็นเจ้าของ(ไม่หวงแหน)
ขอเพียงมีอาหารเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
และได้ท่องเที่ยวไปใต้แสงอาทิตย์
๏ การเบียดเบียนมิใช่เป้าหมาย
ของดวงใจที่ไร้ความอำมหิต
ความเยือกเย็นและเป็นมิตร
เสมือนผลผลิตจากสรวงสวรรค์
๏ แบ่งปันกันบ้าง....ได้ไหม?
ป่าดงพงไพรของไทยนั้น
ยิ่งผ่านวารนานนับวัน
ยิ่งถูกทอนบั่นบุกรุกทำลาย(จากคน-จนแทบไม่เหลือ)
๏ ของขวัญจรรโลงโลกฤา คือความรัก
ของสัตว์น่ารักที่มีอยู่หลากหลาย
ธรรมชาติสร้างสรรพสิ่งงามพริ้งพราย
อย่าทำร้าย....ทำลาย....กลายเป็นธุลี
๏ มีป่าไม้ จึงจะมีชีวิต
อย่าคิดแค่เป็นเป้าหมายเพื่อไขว่คว้า(เป็นเจ้าของ)
การเกิดเป็นคนที่สร้างปัญหา(ให้โลก)
อับอายสัตว์ป่าที่อนุรักษ์(ธรรมชาติ)
๏ โลกนี้ไม่มีป่าเสื่อมโทรม(มีแต่ป่าที่ถูกคนทำลายเพื่อจับจอง)
เพียงลมและฝน ก็ดลบันดาล
ให้ป่างามบริสุทธิ์ดุจสรวงสวรรค์
ขอแค่คนนั้นอย่าก้าวก่าย
๏ ประโยชน์ของสาธารณะ
แม้จะไม่หวานรส....แต่สดศรี
ร่วมรักษาสมบัติส่วนรวมที่
หากสาบสูญแล้วจะไม่มีวันหวนคืนฯ
๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
อลัชชีไม่มีวันตาย : กลอนคติเตือนใจ
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 นกนางแอ่นที่พบในประเทสไทย มีทั้งกลุ่มที่อพยพเข้ามาพักพิงในช่วงฤดูหนาว และกลุ่มที่เริ่มเตรียมตัวอพยพกลับไปผมพันธุ์ทางตอนเหนือ
1. สถานภาพการอพยพในเดือนกุมภาพันธ์
- ช่วงปลายฤดูพักพิง: เดือนกุมภาพันธ์ถือเป็นช่วงท้ายของฤดูกาลที่นกอพยพ (Winter visitor) อาศัยอยู่ในไทย โดยนกนางแอ่นบ้าน (Barn Swallow) ที่อพยพมาจากไซบีเรียหรือจีนจะยังคงรวมฝูงหนาแน่นตามสายไฟในเขตเมืองหรือพื้นที่เกษตรกรรม
- การเริ่มเดินทางกลับ (Spring Migration): นกนางแอ่นบางกลุ่มที่อาศัยอยู่ในแถบเขตร้อนจะเริ่มออกเดินทางอพยพกลับขึ้นเหนือเพื่อไปผสมพันธุ์ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป
- การทำรังในพื้นที่: มีรายงานว่านกนางแอ่นบ้านบางส่วนเริ่มสร้างรังและวางไข่ในพื้นที่ภาคเหนือของไทย (เช่น เชียงราย) ได้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์
อลัชชีไม่มีวันตาย : กลอนคติเตือนใจ
๏ เหล่านก นางแอ่น บินแล่นลิ่ว.................โฉบฉิว ต่ำเตี้ย เรี่ยดินผืน
ก่อนยาม เย็นย่าง สู่กลางคืน..................รมย์รื้น ครื้นเครง เร่งกินแมลง
๏ แมวจ้อง แปลกใจ ไม่เคยพบ..................หมอบหลบ นิ่งงัน ไหวหวั่นแฝง
ทุกครั้ง ที่เกิด การเปลี่ยนแปลง..............(จะ)มิแสดง ความกล้า บ้าบิ่นปอง
๏ ครั้งแล้ว ครั้งเล่า มีข่าวคาว.....................พระฉาว ฉ้อฉล หลอกคนผอง
จะมี คำเตือน อย่าเบือนมอง...................ถูกต้อง (ตาม)หลักธรรม (มะ)วินัย?
๏ พุทธ(ะ) ศาสนา ไม่หาเงิน......................อย่าเพลิน ทางผิด วินิจฉัย
ปัจจัย ทั้ง ๔ ดำริไป..............................(แต่)อย่าให้ เงินพระ (เพราะเป็น)อกุศลธรรม
๏ สร้างวัด สร้างวา (มิ)ใช่หน้าที่..................พระที่ ดีไซร้ ไม่เพียรพร่ำ
วัดร้าง ล้นเหลือ ; ไม่เบื่อทำ....................(ชวน)สร้างซ้ำ วัดใหม่ ยิ่งใหญ่โต
๏ บทสวด มนต์เก่า ชาวบ้านเบื่อ?................แต่งใหม่ ให้เฝือ เพื่ออวดโอ้(เฝือ=รก)
บทแผ่ ส่วนบุญ หนุนเดโช.......................โลภะ โมหะ อนาถเป็น
๏ ขอเชิญ ร่วม"ป ฏิบัติธรรม"......................คล้ายคำ ศักดิ์สิทธิ์ อิทธฤทธิ์เห็น
ทิ้งงาน บ้านช่อง จองวัดเบน.....................แฝงเร้น เป้าหมาย เพื่อได้บุญ(บารมี)
๏ (แล้วใน)ชีวิต ประจำวัน หมั่นปฏิบัติ(ธรรม)...เมตตา ต่อสัตว์ สวัสดิหนุน?
แมว-หมา(วัด) พระไล่ ไม่ทำบุญ?...............เคยคุ้น บอกเขา ให้เรามา(แต่พระไม่ให้)
๏ ศีลสมา ธิปัญญา ปฏิบัติ...........................นอกวัด สำคัญ กว่ากันหนา
ทุกเวลา สถานที่ เพียรปรีชา.......................ไม่เข้าวัด เข้าวา สามารถ(ทำ)เทอญฯ
๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)




.jpg)








