ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569

ยูเอ็นประกาศ “ภาวะล้มละลายทางน้ำ” ชี้แหล่งน้ำทั่วโลกวิกฤติเกินฟื้นฟู

 

โลกกำลังเข้าสู่ยุค “ภาวะล้มละลายทางน้ำระดับโลก” 
เนื่องจากแม่น้ำ ทะเลสาบ และแหล่งน้ำใต้ดิน กำลังลดลงเร็วกว่าที่ธรรมชาติจะฟื้นฟูได้

ยูเอ็นประกาศ “ภาวะล้มละลายทางน้ำ” ชี้แหล่งน้ำทั่วโลกวิกฤติเกินฟื้นฟู

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ว่ารายงานของยูเอ็นระบุว่า การใช้น้ำเกินขนาด มลพิษ การทำลายสิ่งแวดล้อม และแรงกดดันจากสภาพภูมิอากาศมานานหลายทศวรรษ ได้ผลักดันระบบน้ำหลายแห่งให้อยู่ในจุดที่เกินจะฟื้นตัวได้

รายงานโดยสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยสหประชาชาติ (ยูเอ็นยู-ไอเอ็นดับเบิลยูอีเอช) ระบุว่า ภาวะขาดแคลนน้ำและวิกฤติน้ำไม่เพียงพอที่จะอธิบาย “ความเป็นจริง” ของสถานการณ์น้ำบนโลกได้อีกต่อไป ทั้งนี้ คำเหล่านี้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณเตือน เกี่ยวกับอนาคตที่ยังสามารถหลีกเลี่ยงได้ ในขณะที่โลกได้ก้าวเข้าสู่ระยะใหม่

รายงานเสนอคำว่า “ภาวะล้มละลายทางน้ำ” ซึ่งเป็นสภาวะที่การใช้น้ำในระยะยาวเกินกว่าปริมาณที่เติมเต็มได้ และทำลายธรรมชาติอย่างรุนแรง จนไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาเป็นระดับเดิมได้ในทางปฏิบัติ โดยสะท้อนให้เห็นได้จากการที่ทะเลสาบขนาดใหญ่ของโลกหดตัวลง และจำนวนของแม่น้ำสายหลักไม่มีน้ำไหลลงสู่ทะเล ในบางช่วงของปี ซึ่งพบมากขึ้นเรื่อย ๆ


โลกสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำไปเป็นสัดส่วนมหาศาล ประมาณ 410 ล้านเฮกตาร์ หรือราว 4.1 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดเกือบเท่ากับสหภาพยุโรป หายไปในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา


การลดลงของน้ำบาดาลเป็นอีกสัญญาณหนึ่งของวิกฤติดังกล่าว โดยประมาณ 70% ของแหล่งน้ำบาดาลหลัก ใช้สำหรับน้ำดื่มและการชลประทาน ขณะที่ “เดย์ซีโร” หรือวันที่ความต้องการเกินกว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่ ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ.... 

สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/5521445/


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น