ยูเอ็นประกาศ “ภาวะล้มละลายทางน้ำ” ชี้แหล่งน้ำทั่วโลกวิกฤติเกินฟื้นฟู
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ว่ารายงานของยูเอ็นระบุว่า การใช้น้ำเกินขนาด มลพิษ การทำลายสิ่งแวดล้อม และแรงกดดันจากสภาพภูมิอากาศมานานหลายทศวรรษ ได้ผลักดันระบบน้ำหลายแห่งให้อยู่ในจุดที่เกินจะฟื้นตัวได้
รายงานโดยสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยสหประชาชาติ (ยูเอ็นยู-ไอเอ็นดับเบิลยูอีเอช) ระบุว่า ภาวะขาดแคลนน้ำและวิกฤติน้ำไม่เพียงพอที่จะอธิบาย “ความเป็นจริง” ของสถานการณ์น้ำบนโลกได้อีกต่อไป ทั้งนี้ คำเหล่านี้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณเตือน เกี่ยวกับอนาคตที่ยังสามารถหลีกเลี่ยงได้ ในขณะที่โลกได้ก้าวเข้าสู่ระยะใหม่
รายงานเสนอคำว่า “ภาวะล้มละลายทางน้ำ” ซึ่งเป็นสภาวะที่การใช้น้ำในระยะยาวเกินกว่าปริมาณที่เติมเต็มได้ และทำลายธรรมชาติอย่างรุนแรง จนไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาเป็นระดับเดิมได้ในทางปฏิบัติ โดยสะท้อนให้เห็นได้จากการที่ทะเลสาบขนาดใหญ่ของโลกหดตัวลง และจำนวนของแม่น้ำสายหลักไม่มีน้ำไหลลงสู่ทะเล ในบางช่วงของปี ซึ่งพบมากขึ้นเรื่อย ๆ
โลกสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำไปเป็นสัดส่วนมหาศาล ประมาณ 410 ล้านเฮกตาร์ หรือราว 4.1 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดเกือบเท่ากับสหภาพยุโรป หายไปในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา
การลดลงของน้ำบาดาลเป็นอีกสัญญาณหนึ่งของวิกฤติดังกล่าว โดยประมาณ 70% ของแหล่งน้ำบาดาลหลัก ใช้สำหรับน้ำดื่มและการชลประทาน ขณะที่ “เดย์ซีโร” หรือวันที่ความต้องการเกินกว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่ ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ....
สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/5521445/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น