ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

อย่ามาบอกว่า "รัก " : กาพย์ยานี ๑๑



อย่ามาบอกว่า "รัก " : กาพย์ยานี ๑๑

      อย่ามาบอกว่า " รัก "..............ไม่รู้จัก เพิ่งทักทาย
ลมปาก มีหลากหลาย...................บอกรักง่าย ใจรวนรัน

      อย่ามาบอกว่า " รัก "..............วางกับดัก กักขังฉัน
แค่ดู ก็รู้ทัน.................................หมายผูกมัด สมบัติตน

      อย่ามาบอกว่า " รัก "..............ไม่ใฝ่ฝัก จากคนฉล
ลวงพราง วางเล่ห์กล.....................ประสงค์ผล สนสิ่งใด ?

      อย่ามาบอกว่า " รัก "...............ง่ายดายนัก ชักสงสัย
คนพาล คิดจัญไร..........................เห็นแก่ตัว ชั่วอุรา

      อย่ามาบอกว่า " รัก  "...............เคยปกปัก หรือรักษา ?
ใจแคบ แนบมารยา........................สมใจอยาก ทิ้งจากกัน

      อย่ามาบอกว่า " รัก "...............คนมากมัก ขอผลักไส
พาลเขลา เอาแต่ใจ........................เที่ยวทำร้าย ใครโอดโอย

      อย่ามาบอกว่า " รัก "...............แค่คิดจัก "ลักขโมย "
หัวใจ ให้หิวโหย...........................ระหายหา ราคีเอย ฯ

๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

หนุ่มสาว อย่าเอาแต่เล่น : กลอนคติเตือนใจ



หนุ่มสาว อย่าเอาแต่เล่น : กลอนคติเตือนใจ

      หนุ่มสาว อย่าเอา แต่เล่น........โลกใช่ ไร้เช่น สรวงสวรรค์
ปัญหา หนักหนา สารพัน...............ต้องหมั่น ฟันฝ่า ท้าทาย

      ทำเป็น ไม่เห็น ไม่รู้................ปัญหา ย่อมอยู่ มิหาย
ยิ่งผลาญ โลกพร่ำ ทำลาย.............ยิ่งกราย ใกล้ยับ อับจน

      โลกมาก หลากคน ฉลจิต.........เห็นผิด คิดสู่ อกุศล
สันดาน พาลฉุ ทุรชน.....................แสวงผล ประโยชน์ จากเรา

      สร้างสิ่ง บันเทิง เริงรมย์............โสมม มอมจิต ติดเขลา
ลวงล่อ ฉ้อฉล มนเมา.....................หลอกเร่า กามา ราคิน

      ชีวิต คิดจัก มักง่าย..................สุดท้าย ได้ตรม ซมถวิล
ชีวี มิง่าย ให้ชิน............................ตั้งจินต์ ศีลสัตย์ วัฒนา

      อดทน อดกลั้น จรรย์กฤตย์........ฝึกจิต คิดตรึก ศึกษา
สัจจ์จริง สิ่งสรรค์ ปัญญา.................นำพา ประจญ พ้นภัย

      สุภาษิต สิทธา สดับ.................น้อมรับ ปรับเปลี่ยน นิสัย
อย่าคบ คนพาล จัญไร....................ตั้งใจ ใฝ่ดี ค่านิยม

      มักง่าย ให้สุข ชั่วคราว..............ระยะยาว เศร้ากลืน ขื่นขม
รักดี นิสัย ใจข่ม.............................สุขสม รมย์ชื่น รื่นเอย ฯ

๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ใช้เน็ต ให้ปลอดภัย : กลอนคติเตือนใจ (กลอนแปด)


                                                                       
ใช้เน็ต ให้ปลอดภัย : กลอนคติเตือนใจ (กลอนแปด)

      เหล่าพืชพันธุ์ ลานป่า พนาศัย.........แตกต่างใบ-ต้น-ดอก ออกฝักผล
คุณประโยชน์-โทษภัย-พิไล-มล.............ความทานทน-ฝน-แล้ง-แกร่ง-อ่อนแอ

      เปรียบเหมือนคน กมลต่าง ห่างนิสัย..ความจริงใจ/สอพลอ/พาล/ตอแหล
ใจงามดี มีเมตตา ปราณีแด...................หรือคิดแต่ แก่ตัว ชั่วราคี ?

      คนได้เห็น เป็นตน ยังล้นเล่ห์...........พูดจาฉล กมลเฉ เสแสร้งศรี
ใส่หน้ากาก หลอกลวง ดวงฤดี...............ไร้ธรรมศีล์ ไม่มีสัตย์ ทัศนา

      กล่าวไปใย สายนันท์ สัมพันธ์เน็ต.....หลากเรื่องเท็จ เม็ดหมก ยกมุสา
คนเจ้าเล่ห์ เพทุบาย ร้ายมารยา..............ต่างเข้ามา หาเน็ต เขตอันตราย

      ไม่รู้จัก มักคุ้น สกุลชาติ.................ไม่รู้ปราชญ์ หรือพาล สันดานผาย
ไม่รู้หน้า-ตา-จิต-นิสสัย-กาย..................อย่าใจง่าย ใคร่คบ -> -> จบไม่ดี

      ใช้เน็ตให้ ถูกทาง ไม่วางจิต............คนทุจริต คิดพาล มนมานผี
ใช้เน็ตหา ความรู้ สู่ความดี....................ประโยชน์มี ศรีสุข สิ้นทุกข์เทอญ ฯ

๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ธรรมครอง ครรลองสุข : วสันตดิลกฉันท์ ๑๔



ธรรมครอง ครรลองสุข : วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

      เข้าสู่ฤดูอุษณกาล......................รุกข์บาน ผลิใบ (อุษณกาล=ฤดูร้อน)
เขียวอ่อนขจีประวิตระใส....................สุวไตร สบายตา

      อากาศจิแล้งและระอุร้อน.............ทละอ่อน บ่ห่อนล้า (ทละ=ใบไม้)
สู้แดดประจญสุระภยา........................ถิระกล้า พลาไกร

      ฟ้าไร้วลาหกะละล่อง...................ผุดะผ่อง ลำยองใย (วลาหก=เมฆ)
แต่รงคะฟ้าบ่ปริใส.............................ดุจะสู้ ฤดูหนาว

      ธรรมาพิจารณะประจำ..................อุระพร่ำ สำราญพราว
รักษากุศลกมละขาว..........................ภระสันติ์ สราญสร (ภร=ค้ำจุน,สร=แกล้วกล้า)

      ครรลองระบิลกุศละธรรม...............พสุล้ำ ระกำรอน (พสุ=สมบัติ)
ปกป้องภยันตระพะจร........................ทุกข์ถอน สมรไท

      สิทธาสุภาษิตะวิทูร.....................อนุกูล จรูญไกร (สิทธา=ฤษี , วิทูร=ฉลาด)
นอบน้อมประพฤติพิริยะให้..................สรณา สุภาภรณ์ (สุภาภรณ์=สุภ+อาภรณ์)

      ทานศีละภาวนะประกอบ...............ปุญะชอบ อุปกรณ์
ศีลาสมาธิอติสร................................มุนิปัญ ญะสิกขา (อติ=พิเศษ)

      โลกาประเชิญวรประสิทธิ์..............สุวิชิต วณิชชา (วณิชชา=ค้าขาย)
สรรพภาระบูรณะนิศา.........................ทิวะสิ้น อรินทร์เอย ฯ (นิศา=กลางคืน , ทิวา=กลางวัน)

๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

คอยเธอ : กลอนรัก (กลอนหก)

                                                                                  Flickr

คอยเธอ  : กลอนรัก (กลอนหก)

      ฉันคอยเธออยู่ตรงนี้.................ตรงที่แรกพบสบเห็น
วันพระสายัณห์จันทร์เพ็ญ................เธอเป็นดั่งเดือนเกลื่อนดาว

      ฉันคอยเธออยู่รู้ไหม ?..............ด้วยใจใฝ่หาญฝันหาว
อยากรู้จักเธอเพ้อราว.....................ทานข้าวเปล่ารู้รสใด

      ฉันคอยเธออยู่สู้คิด..................ประดิษฐ์จิตราวาทะไหล
อยากกล่าวเล่าคำอำไพ..................ชื่นชูอยู่ใกล้ชิดกัน

      ฉันคอยเธออยู่สู้ทน.................เวียนวนยลหาหน้าหัน
คอยมาคลาไคลหลายครัน..............มุ่งมั่นไม่ท้อรอเธอ

      ฉันคอยเธออยู่ผู้เดียว...............เปล่าเปลี่ยวเทียวมาเสมอ
เหตุไฉนจึงไม่ได้เจอ?.....................ต้องเก้อเหม่อมองท้องนภา

      ฉันคอยเธออยู่ครู่ใหญ่..............วันวารผ่านไวใจผวา
ไม่พบสบเนตรเจตนา......................ให้เหว่ว้าละล้าละลัง

      ฉันคอยเธออยู่ตรงนี้.................ด้วยดวงฤดีที่มุ่งหวัง
ใฝ่ฝักอยากเห็นเพ็ญดัง...................ใบหน้าสวยสะพรั่งฝังใจ

      ฉันคอยเธออยู่ดูสิ.....................อย่างมิอิดหนามั่นไฉน
เฝ้าคอยร้อยรวงดวงใจ.....................ยามใดสมได้หมายเอย ฯ

๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

" ฉันรักเธอ " : กลอนวันวาเลนไทน์

                                                                               Flickr


" ฉันรักเธอ " กลอนวันวาเลนไทน์

      ดอกกุหลาบ งามงด แทนพจนา                หัวใจว่า"  You  are  my  Valentine "
ได้โปรดรับ กับมือ ถือเอาไว้                             ไม่ขอบใจ ไม่ว่า หาสำคัญ

      ดอกไม้สด หดเหี่ยว เสี้ยวเวลา                  แต่ทว่า รักนี้ มิแปรผัน
มั่นคงอยู่ คู่จิต นิจนิรันดร์                                 ตราบชีวัน จรรโลง จำนงใน

      คนมากมาย ใช้วาจา บอกว่า " รัก "             แต่ฉันจัก ใช้ " ชีวัน " มั่นไฉน
เพื่อบอก " รัก " ภักดี มิเปลี่ยนไป                     มอบดวงใจ หมายดินฟ้า เป็นพยาน

      เธอคือคน กมลฉัน หมั่นคิดถึง                 เธอติดตรึง รึงหทัย ให้สนาน
เธอคือคน ที่สนใจ ในทุกวาร                           เธอคือปราณ ที่ฉันขาด ถึงฆาตตาย

      เธอคือคน กมลปอง ต้องการมี                 ในยามที่ สุขสม ภิรมย์หมาย
เธอคือคน ที่ฉัน ต้องการระบาย                        ยามฟูมฟาย ไห้เศร้า โศกร้าวทรวง

      เธอเป็นภาส (สะ)กร ตอนทิวา                 เป็นจันทรา ราชินี นิศาสรวง
เป็นดวงดาว พราวใน ใจทั้งดวง                        ประดุจห้วง มหรรณพ ซบกายา

      เธอคือสิ่ง ทั้งปวง ดวงชีวัน                     คนในฝัน ฉันละห้อย คอยสรรหา
เธอคือคน หนึ่งของ ผองโลกา                         (แต่)คือโลกหล้า ในคะนึง ฉันหนึ่งคน

      รู้ว่า " รัก " เพราะอยากพลี เธอมีสุข         แม้นในทุก มีสุขนั้น ฉันล่องหน
อาจอกหัก หากเธอไม่ มีใจปรน                        แต่ทุกข์ทน (ถ้า)ไม่เอ่ยปาก " ฉันรักเธอ "  

๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

นาวาชีวิต : กลอนสุภาพ(กลอนเจ็ด)



นาวาชีวิต : กลอนสุภาพ(กลอนเจ็ด)

       เรือรั่ว ลอยบน ชลกระแส.............น้ำแล้ ไหลเร่า เข้าเรือโถม
เวียนนิจ วิดน้ำ วุ่นครามโครม..............ต้องโหม โรมแรง แข่งวารี

       จนกว่า เรือเก่า เข้าถึงฝั่ง..............ทุ่มพลัง ทั้งหมด จรดวิถี
อย่าให้ เรือจม ล่มชลธี.......................ต้องมี ใจมั่น ฟันฝ่าไป

       ฉันใด ใจเรา เอาเรือเปรียบ............น้ำเทียบ บาปธรรม กรรมสาไถย
กิเลส ตัณหา มลาลัย..........................เชี่ยวไฉ ไหลฉล ล้นฤดี(มลาลัย=มล+อาลัย)

       พาชี วีตก วนวกต่ำ.......................เสื่อมส่ำ กำสรด หมดสุขศรี
ทรามถ่อย ด้อยค่า ท้นราคี...................ทุกข์ตรม ถมทวี คติกาฬ

       เพียรหมั่น ฟันฝ่า อุตส่าห์ฝึก...........สำนึก สัมมา เสริมกล้าหาญ
เลิกละ อกุศล พ้นดวงมาน....................ป้องปราน กั้นบาป หยาบใหม่มี

       เกลาใจ ใสสุทธ์ งามผุดผ่อง...........แสงธรรม นำถ่อง ส่องวิถี
บนทาง สว่างสวย ด้วยความดี...............สุขสม รมณีย์ ชีวาวัย

       กุศล ดลสู่ สุคติ............................ดำริ สิทธา อดิศัย
ชำนะ อกุศล มลทินไท.........................จิตใส ใจสงบ สบสันติ์เอย ฯ

๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕