ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ชีวา คล้ายกสิกรรม : กาพย์ฉบัง ๑๖



ชีวา คล้ายกสิกรรม : กาพย์ฉบัง ๑๖

       ชีวาคล้ายกสิกรรม................เป็นงานประจำ
ต้องทำชั่วนาตาปี

       กสิกรรมหลามหลากมากมี................ต่างตามพื้นที่
ชีวีก็แตกต่างกัน

       จะต้องทำงานทุกวัน...............ด้วยความขยัน
หมั่นคิดหมั่นแก้แลดู

      เพียรเสาะแสวงหาความรู้...............ประสบการณ์เป็นครู
อย่าอู้เกียจคร้านมานเมา

      เพื่อสร้างสรรค์ชีวันเรา...............สุขสราญพานเพรา
ต้องเอาใจใส่ให้ระวัง

      สรรพสิ่งอิงอนิจจัง................ธรรมชาติทรงพลัง
อย่าหวังอะไรแน่นอน

      น้ำท่วม-ฝนแร้น..แคลนคลอน.............เดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อน
ยอกย้อนคาดการณ์ปานไฉน

      ชีวีมิต่างอย่างไร................เปลี่ยนแผลงแปลงไป
ธรรมชาติพิสัยสัจจา

      ต้องเตรียมพร้อมน้อมปัญญา.............บริหารชีวา
จงอย่าประมาทอาจระทม

      อย่าทำตามใจ-อารมณ์...............ยากฝืนขื่นขม
จ่อมจมซมเศร้าเขลาทรวง ฯ

๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ภาพขำขำ ๑๙




ภาพขำขำ ๑๙




อย่าถ่าย...

ไม่ถ่าย นะ...

กำลังอารมณ์ไม่ดี.....

แฟนหนี ลูกหนี้หาย เจ้านายด่า ค่าโทรฯหมด รถพัง ฯลฯ

มาพร้อมกันแบบนี้...

เซ็ง !

พูดได้คำเดียว...

เซ็ง !




เฮ้ย !

ปล่อยจรวจ ทำไม ฟ่ะ ?

ชั้นส่งสัญญาณให้บิน โว๊ยยยยย

เบื่อ พวกมือใหม่หัดขับ ที่สุดเล้ยยยย

ดัน ปล่อยจรวจ บน เรือบรรทุกเครื่องบิน

ทำไปได้.....

ตัวใคร ตัวมัน ละเว๊ยยยย....






ธ่อ....

วันนี้ ชั้นต้องมารอเธอ เป็นชั่วโมงอีกแระ

นัดแนะกันทีไร....

ทำไมชั้นต้อง มานั่งจ๋อง รอเธอทู๊กที....?

เฮ้อ.....

ให้มันได้อย่างงี้สิน่า....

( บ่นในใจไปงั้นเอง ไม่กล้าพูดหรอก....อิ อิ อิ )






อืม.....

สูเจ้า ถามข้าฯว่า

ปีนี้ น้ำจะท่วม กทม. ไม๊ ?...

อืม....

ข้าฯรู้...

ข้าฯเห็น...

แหม...ว่าไปแล้ว เมื่อคืนนี้

แมนยูฯ เกือบเอาตัวไม่รอด

โดนนำไปก่อน ตั้ง 3 ลูก....

ดีว่า มาไล่ตีเสมอได้ แบบเฮงๆ

เจ๊ากันไป....

แต่ก็โดน ทีมเรือใบ ทิ้งไปอีกแระ

ของเค้า แน่จริงๆ

อืม....

เมื่อกี้ เจ้าถามอารายนะ...?

ข้าฯ ลืมไปแระ....



๏ นี่แน่ะ ! แตะเข้าให้...............แย่งของใคร ให้มันรู้ (ซะมั่ง)

คิดหรือว่า ข้าฯเอ็นดู...............มันต้องสู้ กู้ศักดิ์คืน

๏ แค่เบาะๆ ออเซาะเล่น...........อยากทะเล้น เป็นไม่ฝืน

อย่าคิดว่า จะให้ยืน.................อัดติดพื้น ค่อยชื่นใจ ฯ














♫ ♫ ♫ ♫ ♫ ♫

ไม่ มี วัน ที่ เรา จะพราก จาก กัน.....

ไม่ มี วัน ที่ เรา จะพราก จาก กัน.....

ไม่ มี วัน ที่ ฉัน จะขาดเธอ.......

รัก เธอเสมอ จิตใจ.....

ตัดน้ำ ไม่ขาด ฉันท์ใด......

เยื่อใย ความรัก ไม่ขาดกัน......

♫ ♫ ♫ ♫ ♫ ♫

อยู่ แดน ดิน ถิ่นไหน ไม่เปลี่ยนแปลง.....

รัก เธอไม่แล้ง จากฉัน.....

ชุ่ม รัก ชื่นฉ่ำ ทุกวัน .....

มั่นรัก เธอนั้น ตลอดมา .....

♫ ♫ ♫ ♫ ♫ ♫






  หลับสบาย ยามได้กอด........

หมอนข้างสอด ลอดหว่างขา

ฝันดี ยามนิทรา

อย่าอิจฉา ว้าวุ่นใจ

  เกิดมา ต่างระดับ

ต้องยอมรับ กับวิสัย

พวกชั้น มัน So hjgh .

ส่วนพวกนาย แค่ High so .

(O ^ ~ ^ O) 

ไม่มีสิ่งใดบังเอิญ : กลอนคติชีวิต


                                                                     
ไม่มีสิ่งใดบังเอิญ : กลอนคติชีวิต

      สรรพสิ่ง ในโลกนี้...............ล้วนไม่มี ที่ " บังเอิญ "
ธรรมชาติ มิขาดเกิน...................ดำเนินอย่าง พร่างเหตุผล

      มีพืช และมีสัตว์..................มีอุบัติ มนุษย์ชน
มีฟ้า และมีฝน..........................พสุธา-ดารา-เดือน

      มีมืด และสว่าง...................มีแตกอย่าง-ต่างดูเหมือน
คงที่ - คลี่คลายเคลื่อน...............และเกิดดับ สรรพสลาย

      สิ่งที่ มี-อยู่-เป็น..................สิ่งที่เห็น-ลับเร้นหาย
ปรากฏ-หมดกลับกลาย................ตามปัจจัย ให้เป็นมี

      สุข/ทุกข์/มิตร/ศัตรู..............เข้ามาสู่-อยู่-จากหนี
ลาภ-ยศ-โทษ-ได้ดี....................ตามวิถี กฎแห่งกรรม

      ปัญหา อุปสรรค...................ความจงรัก-ภักดิ์อุปถัมภ์ ฯลฯ
เป็นผล ตนก่อทำ........................บาป/บุญไว้ ในก่อนกาล

      ทำใจ ให้สงบ......................ตัณหาลบ จะสบศานติ์
เลิกละ อุปาทาน.........................ความยึดมั่น อันตรธานไป

      ตั้งจิต สุจริตมั่น....................สู้ฝ่าฟัน มิหวั่นไหว
ปรับตัว และหัวใจ.......................คล้อยชะตา ประจัญจล

      ลำบาก ยากแค่ไหน..............จงแกร่งไกร ในกุศล
สติ+ปัญญา+อดทน....................จะพาพ้น ขัดสนเอย ฯ

๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ความมืดงาม ยามราตรี : กาพย์ฉบัง ๑๖


                                                                         
ความมืดงาม ยามราตรี : กาพย์ฉบัง ๑๖

      ความมืดดำยามราตรี..............สนเท่ห์เสน่ห์มี
แผกวิถีทิพาวัน

      เดียวดายภายใต้เพ็ญจันทร์.............แสนสงบสันติ์
คืนวันแห่งปัณรสี

      ค้างคาวเนาดงพงพี................เสียงเขษมเปรมปรีดิ์
หาเลี้ยงชีวีราตรีวาร

      เงาพฤกษาสง่ากาฬ...............พุ่งนภาทะยาน
ต้องการลูบดาวราวไฉน

      ชีวีมิแตกต่างไกล................ปัญหาน้อยใหญ่
กดดันจิตใจให้พะวง

      ต้องตั้งสติมิงวยงง..............ปัญญาพลานิสงส์
ธำรงคงความสุขุม

      แม้ปัญหาหนักจักรุม..............ริปูมาประชุม
อย่ารุ่มร้อนอ่อนอกใจ

     ดูความมืดดำอำไพ..............ราตรีมีไตร
ยอดไม้นภามุ่งทะยาน

      มองปัญหาเป็นประสบการณ์..............เรียนรู้ดูงาน
สงบศานติฤดีตรง

      เกื้อกูลคุณธรรมดำรง................สุจริตจิตจง
จะส่งเสริมเฉลิมศรีเอย ฯ

๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำ ยามเย็น : โคลงสี่สุภาพ

                                                                   

ธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำ ยามเย็น : โคลงสี่สุภาพ

. ภาสกรอ่อนแรงแล้ว.................รอนเห็น
ริมอ่างขามยามเย็น.....................เวิ้งว้าง
แสงทองส่องกระเซ็น..................สีสาด
ทาบทั่วนภดลสร้าง....................สรรค์พร้อยพราวพราย ฯ

. ผิวชลยลสะท้อน....................เวหน
ปานดั่งกระจกดล.......................ยุคลฟ้า
ระลอกคลื่นสับสน......................เรือก่อ
กระเพื่อมเลื่อมแสงจ้า.................ระยับแย้มละไม ฯ

. กอกกยกยืนต้น.......................ตระการ
สาหร่ายก่ายเกี่ยวลาน..................ลุ่มน้ำ
มัจฉาว่ายแหวกวาร......................สิ้นสุด ทิวา
สนธยาล่วงมืดล้ำ.........................สูรย์ล้าลับสลาย ฯ

. สกุณาบินกลับรั้ง......................รวงรัง
เสียงส่งเพราะเสนาะดัง..................เป็ดน้ำ
อีกาเปลี่ยวละล้าละลัง...................รอหมู่
บินกลับไป-มาซ้ำ.........................ก่อนลี้กายลา ฯ

. บันเทิงธรรมชาติแท้...................สุขสม
รมย์รื่นชวนยวนชม........................ชื่นคว้าง
ขจัดปัดเป่าขม..............................ขื่นจิต
ดุจดั่งเภสัชล้าง.............................โรคไร้รักษา ฯ

. เย็นใจในแห่งห้วง.......................เอกา
เป็นหนึ่งเดียววิรา-..........................คะล้ำ
สุขสงบสบสัญญา...........................เอิบอิ่ม
เหล่าใดในโลกย์ค้ำ.........................ครวญให้ไคลเห็น ฯ

๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

คน คือความแตกต่าง : กลอนคติสอนใจ



คน คือความแตกต่าง : กลอนคติสอนใจ


๏      ผืนพิภพ จบหล้า ปัฏพี.....................แตกต่างมี ชีวาตม์ แร่ธาตุสิน
สัตว์แผกพันธุ์ สัณฑ์พง ยงอยู่กิน..............ตามท้องถิ่น อินทรีย์ มีคุณา

๏      พฤกษชาติ ดาษดื่น ขึ้นหลากหลาม....ที่ดอกงาม น้อยนัก ประจักษ์หา
ยิ่งดอกงาม ล้ำกลิ่น เลิศจินดา..................ยิ่งบางตา ปรากฏ ชดช้อยกานต์

๏      กล่าวไปใย กายคน ยังยลต่าง............ทั้งรูปร่าง หน้าตา สังขาร์ขาน
ยิ่งใจคน ยลคิด ยิ่งพิสดาร.......................แตกต่างปาน พันธุ์ลึก พฤกษามี

๏      ผู้ไร้ศีล หมิ่นธรรม ประจำจิต..............ทุจริต คิดใคร่ ดั่งได้ศรี
ไม่กริ่งกลัว ชั่วสนอง ส้องชีวี....................อุกอาจพีร์ อวิชา หิงสากรรม

๏      ผู้ไม่ซื่อ บื้อบ้า ปัญญาเบา.................สมองเขลา เมามัว ชั่วถลำ
ยิ่งง่ายต่อ ก่ออาชญา นิรยะธรรม...............ยากจนคร่ำ ย้ำคิด ทุจริตที

๏      จงอย่าได้ ไว้ใจ ผู้ไร้ศีล....................ธรณิน ดินกลบ ค่อยสบศรี
ความเชื่อว่า ทุกคน วิมลดี.......................คือราคี วิสัยทัศน์ อุบาทว์เอย ฯ

๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

คนโง่ : กาพย์ยานี ๑๑

                                                                         Flickr

คนโง่ : กาพย์ยานี ๑๑

๏      คนโง่ มักงมงาย.................คนงมงาย ใจโง่เขลา
คนพาล ปัญญาเบา...................มักมัวเมา เอาตามใจ

๏      คนฉล กมลฉ้อ...................ทุจริตก่อ บ่หวั่นไหว
ผิด-ถูก ปลูกฝังไป.....................ไม่งอกงาม อำนวยนนท์

๏      แยกแยะ ใครแลโง่...............ด้วย" โมหะ-อกุศล "
ก่อกรรม ตามกมล......................สม" ศีลธรรม์ " ประการใด ?

๏      คนโง่ แก้ปัญหา..................ใคร่พึ่งพา หาคุณไสย
ทุจริต ผิดวินัย...........................ไม่ซื่อตรง จำนงจินต์

๏      มักง่าย ใช้ทางลัด................ไม่ถือสัตย์ อัชฌาศีล
ฉลฉ้อ ก่อราคิน..........................เป็นมลทิน ชินชาใจ

๏      กรรมสนอง ต้องทุกข์ยาก.......อยู่ลำบาก สุขจากไหล
เศร้าโศก ด้วยโรคภัย...................ไม่สิ้นสุด อุษณา (อุษณะ = ความร้อน )

๏      ชะตา ชีวามืด.......................ขัดเคืองฝืด พาลพงศา
ฉลเลศ เจตนา............................วธกา วงศ์สกุล ( วธกะ = ผู้ฆ่า )

๏      เป็นบุญ กูลเกื้อให้.................หากดวงใจ ไกลสถุล
ทำดี สิริคุณ................................ส่งสวัสดิ วัฒนา ฯ

๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕