ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566

โลกนี้มิใช่ของเรา : กลอนคติเตือนใจ





โลกนี้มิใช่ของเรา : กลอนคติเตือนใจ


๏    โลกนี้ มิใช่ ของเรา...................................อย่าเอา แต่ใจ ใฝ่ประสงค์

(มี)กฎเกณฑ์ เวรกรรม ดำรง.......................มั่นคง ธรรมชาติ ปัจจัย(บงการ)ฯลฯ


๏    สรรพสิ่ง แวดล้อม พร้อมด้วย.....................เหตุนำ อำนวย ป่วยไข้ฯลฯ

ยิ่งคน โลภมาก เท่าไร...............................(ยิ่งมีความ)อยากไม่ สิ้นสุด จุดชนวน(ปัญหา)

 

๏    ไม่ว่า (สภาพ)อากาศ เศรษฐกิจฯลฯ...........(ต่าง)วิปริต แปรปั่น(ป่วน) ผันผวน

โลกทัศน์ พัดเพ เรรวน...............................เจียนจวน แตกแยก แปลกปาน


๏    (ชีวิต)เป็นอยู่ อย่างไร ไม่วิตก(กังวล)?........กลุ้มอก กลุ้มใจ ไร้(สะทก)สะท้าน

(คงต้อง)ปรับใจ ไปตาม สถานการณ์............พยายาม ทำงาน(หน้าที่ให้ดีที่สุด) ฟันฝ่าไป


๏    (จำไว้ว่า)โลกนี้ มิใช่ ของเรา......................แค่เรา เข้ามา(เกิดมา) อาศัย

รับผล ของ(เวร)กรรม ที่(เคย)ทำไว้..............และสร้าง กรรมใหม่ ให้เวียนวน(สนอง)


๏    สิ่งที่ มิสม อารมณ์คิด................................(หรือ)เลิศล้ำ สัมฤทธิ์ ผลิตผล

ล้วนมี(ปัจจัย) สิ่งเอื้อ นอกเหนือตน.............มหาศาล ดาลดล กลไก

 

๏    จะเอา มาสุข ทุกข์สร้าง.............................อวดอ้าง(เป็นฝีมือตน) ทั้งมวล หาควรไม่

ผู้รู้ คิดขบ (ย่อม)สงบใจ..............................ปล่อยวาง ช่างปะไร ในโลกีย์

 

๏    เว้น-หลาบ บาปธรรม ทั้งมวล.....................ขวายขวน กุศล กมลศรี

(ขัดเกลา)ทำใจ ให้สะอาด สวัสดี.................สุจริต จิตมี ปรีชา


๏    (อะไร)จะเป็น(ไป) ยังไง ก็ช่าง...................ลอยตัว เหนือ-ห่าง (พ้น)ปัญหา

(คนเรา)ควบคุม อะไรได้? ในโลกา*..............(เหมือนมี)ดินฟ้า (ควบ)คุมหมด ปรากฏเอยฯ


๒๐ เมษายน ๒๕๖๖


*วิถีชีวิต ร่างกาย จิตใจ สติปัญญาฯลฯของเราเอง ยังคาดเดาได้ยาก-ควบคุมลำบาก

จะกล่าวไปใยกับการกำหนดสถานการณ์นอกตัว.


พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต

โลกวิปัตติสูตร
[๙๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย โลกธรรม ๘ ประการนี้แล ย่อมหมุนไป ตามโลก และโลกย่อมหมุนไปตามโลกธรรม ๘ ประการ ๘ ประการเป็นไฉน คือ ลาภ ๑ ความเสื่อมลาภ ๑ ยศ ๑ ความเสื่อมยศ ๑ นินทา ๑ สรรเสริญ ๑ สุข ๑ ทุกข์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย โลกธรรม ๘ ประการนี้แล ย่อมหมุนไป ตามโลก และโลกย่อมหมุนไปตามโลกธรรม ๘ ประการนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภก็ดี ความเสื่อมลาภก็ดี ยศก็ดี ความเสื่อมยศก็ดี นินทาก็ดี สรรเสริญก็ดี สุขก็ดี ทุกข์ก็ดี ย่อมเกิดขึ้นแก่ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ย่อมเกิดขึ้นแม้แก่อริยสาวก ผู้ได้สดับ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในข้อนี้จะมีอะไรแปลกกัน มีอะไรผิดกัน มีอะไร เป็นข้อแตกต่างกัน ระหว่างอริยสาวกผู้ได้สดับกับปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ฯ
........ฯลฯ.........
                          ธรรมในหมู่มนุษย์เหล่านี้ คือ ลาภ ๑ ความเสื่อมลาภ ๑
                          ยศ ๑ ความเสื่อมยศ ๑ นินทา ๑ สรรเสริญ ๑ สุข ๑ ทุกข์ ๑
                          เป็นสภาพไม่เที่ยง ไม่แน่นอน มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา
                          แต่ท่านผู้เป็นนักปราชญ์ มีสติ ทราบธรรมเหล่านั้นแล้ว
                          พิจารณาเห็นว่า มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ธรรมอันน่า
                          ปรารถนา ย่อมย่ำยีจิตของท่านไม่ได้ ท่านย่อมไม่ยินร้ายต่อ
                          อนิฏฐารมณ์ ท่านขจัดความยินดีและยินร้ายเสียได้จนไม่เหลือ
                          อยู่ อนึ่ง ท่านทราบทางนิพพานอันปราศจากธุลี ไม่มีความ
                          เศร้าโศกเป็นผู้ถึงฝั่งแห่งภพ ย่อมทราบได้อย่างถูกต้อง ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น