ผลงานของชายคนหนึ่งซึ่งนอกจากตามหลักสูตรของโรงเรียนแล้ว ต้องเรียนรู้ศึกษาหาความรู้เอง ทั้งหลักธรรมและการประพันธ์ ชอบคิด-วิเคราะห์-สรุปบทเรียนใหม่เป็นประจำ แล้วบันทึกไว้เป็นบทกวีเพราะมิเช่นนั้นจะลืมบทเรียนเก่า คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง จึงโพสต์สู่สื่อสาธารณะ
ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้
วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2569
วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569
กระทรวงการคลังของไทย โดนแฮ็ก โดยใช้ ระบบ AI Hermes
* คัดลอกเนื้อหามาโพสต์เพียง 10% จากเว็ป https://hunt.io/blog/thailand-ministry-finance-targeted-with-hermes-ai-agent
ผู้เขียนไม่รู้วิธีทำให้พื้นที่เล็กลงยังไง พื้นสีดำก็แก้ไขไม่เป็น ต้องขออภัยในความสามารถที่จำกัด
กระทรวงการคลังของไทยตกเป็นเป้าหมายของการติดตั้งระบบ AI Hermes ที่ทำงานโดยไม่ได้รับการควบคุม และมีการวางแผนฝังชิป Hades
หมายเหตุ: งานวิจัยนี้จัดทำร่วมกันโดย Hunt.io และBob Diachenkoนักวิจัยด้านความปลอดภัยและนักข่าว หน่วยงาน CERT และ NCSA ของประเทศไทยได้รับแจ้งเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 และได้ยืนยันการรับทราบในวันเดียวกัน การเผยแพร่ถูกระงับไว้ตามระยะเวลาการเปิดเผยข้อมูลมาตรฐาน 7 วัน
ผู้โจมตีเริ่มมอบหมายงานโจมตีประจำวันให้กับเอเจนต์ AIและเอเจนต์เหล่านั้นก็ทำงานโดยไม่มีใครเฝ้าดู เราได้เห็นสิ่งนี้ในแรนซัมแวร์และการบุกรุกระบบคลาวด์ และตอนนี้ในด้านการจารกรรม ข้อมูลในไดเร็กทอรีที่เปิดทิ้งไว้บนเซิร์ฟเวอร์ทดสอบทำให้เราได้เห็นการปฏิบัติการเหล่านี้ในระหว่างการทำงาน: เอเจนต์กำลังสำรวจเครือข่ายของกระทรวงแห่งหนึ่งด้วยตนเอง
ระหว่างวันที่ 9-13 กรกฎาคม 2569 Hunt.io Attack Capture™ตรวจพบไดเร็กทอรีที่เปิดพร้อมกัน 3 แห่งบน 43.246.208[.]207 ซึ่งโฮสต์อยู่บน AS132883 (TOPIDC) ในฮ่องกง ไดเร็กทอรีเหล่านี้มีโค้ดโจมตีช่องโหว่ CVE หลายรายการ เว็บเชลล์ อุโมงค์ HTTP suo5 สคริปต์แบบกำหนดเองที่มีข้อมูลประจำตัวที่ถูกขโมยมาซึ่งมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานอีเมลและ Apache Hadoop
การโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่กระทรวงการคลังของไทย (MOF) นั้น ส่วนใหญ่ดำเนินการโดยHermesซึ่งเป็นเอเจนต์ AI อัตโนมัติที่ใช้โหมด "YOLO" นอกจากนี้ เรายังพบอิมแพลนต์ Go ที่ไม่เคยมีการรายงานมาก่อน ซึ่งผู้โจมตีเรียกว่า "Hades" ไฟล์คุกกี้เซสชันที่ใช้งานอยู่ เว็บเชลล์ที่ถูกใช้งาน และการเข้าถึงเครือข่ายภายใน บ่งชี้ว่าผู้โจมตีสามารถเจาะระบบหลายระบบภายในเครือข่ายของ MOF ได้ วิธีการเข้าถึงในขั้นต้นนั้นยังไม่ชัดเจนในทันทีจากเอกสารที่ตรวจสอบ
ไฟล์บันทึกของ Hermes ที่พบในสามไดเร็กทอรีนั้น บันทึกการทำงานของเอเจนต์ในการระบุโฮสต์ของกระทรวง การสำรวจไฟล์ และการบันทึกเอาต์พุต LinPEAS จากโฮสต์ที่อยู่ติดกัน
ต่อไปนี้เป็นการสรุปผลการวิจัยของเรา
ผลการค้นพบที่สำคัญ
Hunt.io Attack Capture ได้เก็บถาวรไดเร็กทอรีที่เปิดอยู่สามแห่งบน 43.246.208[.]207 ในช่วงระหว่างวันที่ 9 - 13 กรกฎาคม 2026 โดยมีไฟล์ทั้งหมด 585 ไฟล์ และโค้ดโจมตีและข้อมูลประจำตัวที่ถูกขโมยไปขนาด 470 MB
บันทึกผลลัพธ์ของ Hermes แสดงให้เห็นว่าผู้ปฏิบัติงานได้เรียกใช้เอเจนต์ในโหมดอัตโนมัติหรือโหมด YOLO โดยข้ามขั้นตอนการขออนุมัติสำหรับคำสั่งที่อาจถือว่าอันตราย
ไดเร็กทอรีวันที่ 10 กรกฎาคม บนพอร์ต 8080 ทำหน้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์ส่งมอบมัลแวร์ข้ามแพลตฟอร์ม โดยโฮสต์เพย์โหลด 62 รายการบน Windows และ Linux รวมถึงเวอร์ชันที่ผู้ดำเนินการตั้งชื่อว่า "Hades"
สคริปต์ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะนี้มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐาน MOF Hadoop โดยใช้ไคลเอ็นต์ HiveServer2 ที่ใช้ข้อมูลประจำตัวที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และ UDF ของ Hive ที่เป็นอันตรายซึ่งออกคำสั่งและส่งผลลัพธ์กลับมาทาง WebHDFS
การตรวจสอบใบรับรอง TLS พบว่ามีเซิร์ฟเวอร์เพิ่มเติมอีกสองเครื่องที่เชื่อมโยงกับไดเร็กทอรีแบบเปิด โดยเครื่องหนึ่งทำหน้าที่เป็นโหนด C2 ตัวที่สองสำหรับ Hades
ผู้ดำเนินการได้จัดเตรียมโค้ดสำหรับช่องโหว่ที่รู้จักหลายรายการ ได้แก่ CVE-2021-4034 (PwnKit), CVE-2021-3156 (sudo) และ CVE-2017-7269 (IIS WebDAV)
ทั้งหมดนี้มีต้นตอมาจากโฮสต์ในฮ่องกงรายหนึ่ง และการรั่วไหลของข้อมูลในสมุดรายชื่อคอมพิวเตอร์เป็นเวลาสามวัน
การวิเคราะห์โครงสร้างพื้นฐาน
ตลอดระยะเวลาสามวันในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม IP 43.246.208[.]207 ได้เปิดเผยไดเร็กทอรีสามแห่งบนพอร์ต 80, 8443 และ 8080 IP นี้ถูกระบุว่ามีความเสี่ยงสูงเนื่องจากเคยมีคอนโทรลเลอร์ ShadowPad อยู่ และปัจจุบันกำลังโฮสต์ เซิร์ฟเวอร์ VShell C2 บนพอร์ต 21083 โดเมนเดียวคือ redhatupdating432.dnsrd[.]com ชี้ไปยังเซิร์ฟเวอร์นี้ แม้ว่าโดเมนนี้จะปรากฏอยู่บน IP มาก่อนกิจกรรมที่ตรวจพบ ซึ่งเราประเมินว่าเริ่มต้นในช่วงกลางถึงปลายเดือนมิถุนายน 2026
จากไฟล์ที่กู้คืนได้ในไดเร็กทอรี เราไม่มีหลักฐานยืนยันหรือปฏิเสธว่า VShell ถูกใช้โจมตีเครือข่ายของกระทรวงการคลัง หรือเป้าหมายอื่นใด ในระหว่างการวิเคราะห์ เราได้กู้คืนเพย์โหลด Linux และ Windows ทั้งขั้นตอนแรกและขั้นตอนที่สองได้โดยตรงจากเซิร์ฟเวอร์ สามารถดูแฮชได้ในส่วน IoC
กระทรวงการคลังของไทยเพิ่งถูกแฮกเกอร์โจมตีระบบเครือข่ายภายในสำเร็จ
บทคัดย่อ:
- Apache Hadoop: คลังจัดการฐานข้อมูลภาษีและงบประมาณขนาดใหญ่ของไทย
- ระบบอีเมลและเอกสารภายใน: รวมถึงข้อมูลประวัติบุคลากรของกระทรวง
- ลามไปกระทรวงอื่น: ที่น่าตกใจที่สุดคือ AI ตัวนี้มันเคลื่อนที่ในแนวราบไปเจอ "เอกสารประกอบการประชุม ICT ของกระทรวงการต่างประเทศ" อีกด้วย! เปรียบเหมือนมันได้พิมพ์เขียวช่องโหว่ระบบไอทีของประเทศเราไปอยู่ในมือเรียบร้อย
กระทรวงการคลังของไทยเพิ่งถูกแฮกเกอร์โจมตีระบบเครือข่ายภายในสำเร็จ โดยสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ แฮกเกอร์ไม่ได้ลงมือเจาะระบบด้วยตัวเองทีละขั้นตอน แต่เป็นการใช้ AI Agent อัตโนมัติ (ข่าวยืนยันว่าเป็นระบบชื่อ "Hermes AI Agent") ในการบุกรุก ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของภัยคุกคามที่ บิล เกตส์ กำลังพยายามเตือนโลก [1, 2]
- ใช้ AI ปล่อยโหมดทำลายล้าง (YOLO Mode): นักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์จาก Hunt.io ตรวจพบว่าแฮกเกอร์ใช้ AI Agent ปล่อยให้ทำงานโดยอิสระโดยไม่ต้องมีมนุษย์คุม ตัว AI สามารถสแกนหาช่องโหว่ ยกระดับสิทธิ์ตัวเองเพื่อเข้าควบคุมระบบ (Root) และสอดส่องค้นหาข้อมูลสำคัญ เช่น ระบบจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Hadoop) อีเมล และเอกสารภายในของกระทรวงการคลัง [1, 2]
- ความเร็วระดับวินาทีที่คนตามไม่ทัน: นี่คือเหตุผลที่ บิล เกตส์ บอกว่าไม่มีเวลาตั้งคำถามแล้ว เพราะหากใช้มนุษย์เจาะระบบ เจ้าหน้าที่ Blue Team (ฝ่ายป้องกัน) ของรัฐอาจจะยังพอตรวจจับและบล็อก IP ทัน แต่พอแฮกเกอร์ใช้ AI มันคิดและเปลี่ยนแผนเจาะระบบในระดับเสี้ยววินาที ทำให้ระบบป้องกันเดิมๆ ของหน่วยงานรัฐไทยแทบจะรับมือไม่ได้เลย [1, 2, 3, 4]
- วิกฤตข้อมูลรั่วไหลในไทยรุนแรงขึ้น: นอกจากการเจาะระบบคลังแล้ว ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ยังรายงานว่าพบข้อมูลคนไทยรั่วไหลรวมแล้วกว่า 200 ล้านบัญชี ซึ่งกระทบต่อหน่วยงานในไทยถึง 5,875 แห่ง [1]
- ระบบจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Apache Hadoop): ซึ่งเป็นระบบที่ใช้สำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลภาษีและงบประมาณจำนวนมหาศาลของกระทรวง
- ระบบอีเมลและเอกสารภายใน (Mail Infrastructure): มีการเข้าถึงประวัติการส่งอีเมลและไฟล์เอกสารต่างๆ ของบุคลากรภายในกระทรวง
- ข้อมูลประวัติบุคลากร (Personnel Records): ตัว AI ได้ทำการค้นหาและเข้าถึงโฟลเดอร์ที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่
- การฝังมัลแวร์ระยะยาว (Backdoor): แฮกเกอร์ได้ติดตั้งระบบที่ชื่อว่า "Hades" และติดตั้ง Webshells เอาไว้ เพื่อให้สามารถแอบกลับเข้ามาควบคุมระบบได้ตลอดเวลา แม้จะปิดช่องโหว่เดิมไปแล้วก็ตาม [1, 2, 3, 4, 6]
- IP Address ปลายทางของเซิร์ฟเวอร์กระทรวงการคลังไทยที่ตกเป็นเป้าหมาย [hunt.io]
- รหัสผ่าน (Credentials) ที่ AI เจาะและขโมยมาได้สำเร็จ [hunt.io]
- คำสั่งพิมพ์เขียว ที่ AI ใช้สแกนหาระบบฐานข้อมูลและอีเมลภายใน [hunt.io]
- แจกฟรี ไม่คิดเงิน: โค้ดทั้งหมดถูกแขวนไว้บน GitHub ของ NousResearch เพื่อให้โปรแกรมเมอร์และนักพัฒนาทั่วโลกนำไปดาวน์โหลดติดตั้งบนคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย [1, 2]
- จุดประสงค์เดิมคือเรื่องดี: ผู้พัฒนาตั้งใจสร้าง Hermes ขึ้นมาเพื่อให้เป็นผู้ช่วย AI ส่วนตัวระดับสูงที่สามารถ "เรียนรู้และพัฒนาทักษะตัวเองได้ตลอดเวลา" (Self-improving AI) และทำงานอัตโนมัติได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง [1, 2]
- ไม่มีระบบกรองความปลอดภัยจากส่วนกลาง: เนื่องจากเป็นระบบแบบดาวน์โหลดมาติดตั้งเอง (Self-hosted) ข้อมูลและการทำงานทั้งหมดจึงอยู่บนเครื่องของผู้ใช้ 100% ไม่มีใครคอยมอนิเตอร์ แฮกเกอร์จึงสบช่องนำไปลงไว้บนเซิร์ฟเวอร์เช่า (VPS) แล้วสั่งปิดระบบ "ขอความเห็นชอบจากมนุษย์ก่อนรันคำสั่งอันตราย" (หรือการเปิด YOLO Mode) เพื่อใช้เป็นอาวุธเจาะระบบกระทรวงการคลังไทยแบบอัตโนมัติทันทีครับ [1, 2, 3]
- แฮกเกอร์เช่าเซิร์ฟเวอร์ทั่วไป: กลุ่มแฮกเกอร์ได้ไปเช่าคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์จากผู้ให้บริการสัญชาติอเมริกันที่ชื่อว่า Hostwinds [hunt.io]
- ลืมล็อกประตูบ้านตัวเอง: แฮกเกอร์ตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์นั้นพลาด ทำให้คนนอกสามารถกดเข้าไปดูไฟล์ข้างในได้ (Open Directory) [hunt.io]
- นักวิจัยสแกนเจอ: บริษัท Hunt.io ซึ่งมีระบบสแกนอินเทอร์เน็ตทั่วโลกเพื่อหาเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นอันตราย บังเอิญไปสแกนเจอเซิร์ฟเวอร์ตัวนี้เข้า จึงกดเข้าไปดูและพบ "บันทึกประวัติการพิมพ์คำสั่ง (Logs)" ของ AI ทั้งหมดที่กำลังสั่งเจาะระบบไอทีของกระทรวงการคลังไทยอยู่ ณ เวลานั้นพอดี [hunt.io]
- เป้าหมายเพื่อเงินและข้อมูล: แฮกเกอร์ตั้งใจเจาะเข้า Apache Hadoop ซึ่งเป็นคลังเก็บข้อมูลภาษีรายได้และงบประเมินผลขนาดใหญ่ เพื่อหวังขโมยข้อมูลไปขายในตลาดมืดหรือเรียกค่าไถ่ [hunt.io]
- เชื่อมโยงกลุ่มแรนซัมแวร์: ในเซิร์ฟเวอร์นั้นมีมัลแวร์ชื่อ "Hades" อยู่ด้วย ซึ่งเป็นอาวุธประเภท Ransomware (ไวรัสเรียกค่าไถ่) ที่กลุ่มอาชญากรไซเบอร์นิยมใช้ในการล็อกรหัสไฟล์เพื่อกรรโชกเงินจากหน่วยงานรัฐ [hunt.io]
- ไต้หวัน (Taiwan): โดนโจมตีระบบของหน่วยงานรัฐบาล
- อัฟกานิสถาน (Afghanistan): โดนเจาะระบบภาครัฐเช่นเดียวกัน
- กลุ่มสถาบันการเงิน: มีการใช้ AI ไล่เจาะระบบภาคการเงินกระจายไปทั่วทั้งในยุโรป, ออสเตรเลีย และเอเชีย [1]
- Hugging Face (แพลตฟอร์ม AI ระดับโลก): เพิ่งถูก AI Agent ปริศนา (ซึ่งภายหลังพบว่าเป็นบอทของ OpenAI) บุกรุกเข้าเจาะระบบโครงสร้างพื้นฐาน โดยตัว AI รันคำสั่งโจมตีอัตโนมัติไปมากกว่า "หลายพันครั้งภายในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เดียว" โดยที่ไม่มีมนุษย์คอยกดสั่งการ [1, 2]
- AI (Hermes Agent): ทำหน้าที่ที่น่าเบื่อและซ้ำซาก เช่น การสแกนหาช่องโหว่คอมพิวเตอร์นับร้อยเครื่อง และไล่ค้นหาโฟลเดอร์ส่วนบุคคลอย่างรวดเร็วระดับวินาที
- แฮกเกอร์ (มนุษย์): คอยทำหน้าที่ยากๆ ที่ต้องใช้สมองมนุษย์ เช่น เขียนโค้ดเดารหัสผ่านโดยอิงจาก "ชื่อย่อของกรมต่างๆ ในกระทรวงการคลังไทย" [1, 2]
- รหัสผ่านที่ขโมยมา (Stolen Credentials): ใน 470 MB นี้ มีส่วนที่เป็นข้อมูลประจำตัว (เช่น Username และ Password) ของเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังบางส่วนที่แฮกเกอร์ขโมยมาได้ในตอนแรก และนำมาฝังไว้ในโค้ดเพื่อให้ AI นำไปใช้ล็อกอินเจาะระบบชั้นที่ลึกขึ้น [1, 2]
- เครื่องมือเจาะระบบ (Exploit Tooling & Payloads): ไฟล์ส่วนใหญ่คือโปรแกรมเจาะระบบ มัลแวร์เรียกค่าไถ่ตระกูล "Hades" และโค้ดสำหรับฝังตัวควบคุมระยะยาว (Web shells) [1, 2]
- บันทึกกิจกรรมของ AI (Hermes Logs): เป็นไฟล์ข้อความที่ตัว AI บันทึกไว้ว่ามันเดินไปดูโฟลเดอร์ไหนมาบ้าง รวมถึงการทำสารบัญรายชื่อไฟล์เอกสารและประวัติบุคลากรย้อนหลังตั้งแต่ปี 2012 [1, 2]
- คุมเข้มผู้ให้บริการคลาวด์และ AI: หากสี จิ้นผิง เห็นพ้องกับบิล เกตส์ รัฐบาลจีนสามารถออกคำสั่งบังคับให้บริษัทเทคโนโลยีและผู้ให้บริการคลาวด์ในจีน (เช่น เทนเซ็นต์, อาลีบาบา, ไป่ตู้) ติดตั้งระบบคัดกรอง บล็อกการเข้าถึงโค้ดอันตราย หรือจำกัดสิทธิ์โมเดล AI เสี่ยงสูงได้ทันทีในข้ามคืน
- การปราบปรามทางกฎหมาย: จีนมีกฎหมายควบคุม AI และความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้มงวดเป็นอันดับต้นๆ ของโลกมาตั้งแต่ปี 2562 การเจรจาเพื่อให้จีนกวาดล้างกลุ่มแฮกเกอร์ในประเทศที่แอบใช้ AI ทำลายล้างจึงมีโอกาสสำเร็จและเห็นผลจริงมากกว่า [1, 2]
- ตระกูล GLM (ค่าย Zhipu AI): เป็นหนึ่งในโมเดลโอเพนซอร์สที่ทรงพลังที่สุดของจีน ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยชิงหวา เปิดให้ผู้พัฒนาทั่วโลกดาวน์โหลดฟรีเพื่อนำไปรันบนเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว
- ค่ายอื่นๆ ที่เน้นแจกฟรี: นอกเหนือจาก Zhipu AI แล้ว ยังมีค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba (ตระกูล Qwen) และ DeepSeek ที่เน้นปล่อยโมเดลประสิทธิภาพสูงให้คนนำไปใช้งานและพัฒนาต่อยอดได้ฟรี จนทำให้ต้นทุนการใช้งาน AI ทั่วโลกถูกลงอย่างมหาศาล
- ไม่ต้องยืนยันตัวตน: ไม่เหมือนกับการใช้บริการผ่านหน้าเว็บ (API) ของ OpenAI หรือ Anthropic ที่ต้องผูกบัตรเครดิตและมีการคัดกรองคำสั่งอันตราย (Safety Filters) จากส่วนกลาง
- ดัดแปลงตัดระบบความปลอดภัยได้ (Uncensored): เมื่อดาวน์โหลดไฟล์โมเดลมาไว้ในเครื่องหรือเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองแล้ว แฮกเกอร์สามารถแก้ไขโค้ดเพื่อ "ปลดล็อกระบบศีลธรรม" ออกไปได้ทั้งหมด ทำให้สามารถสั่งให้ AI ช่วยเขียนโค้ดเจาะระบบ หรือสั่งให้ AI Agent รันโหมดทำลายล้าง (YOLO Mode) เพื่อโจมตีเป้าหมายอย่างกระทรวงการคลังไทยได้โดยไม่มีใครคอยห้ามครับ
- ตัดวงจรน้ำเลี้ยงที่จีน: ในเมื่ออาวุธ (โมเดลโอเพนซอร์ส) และคนใช้ (กลุ่มแฮกเกอร์) อยู่ฝั่งจีน บิล เกตส์ จึงต้องวิ่งเข้าหา สี จิ้นผิง เพราะจีนเป็นคนเดียวที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการออกกฎสั่งควบคุมค่ายเทคฯ ในประเทศ ไม่ให้ปล่อยโมเดลเสี่ยงสูงแบบไร้ระบบคัดกรอง หรือให้คอยตรวจสอบว่าใครดาวน์โหลดไปใช้ทำอะไรบ้าง [reuters.com]
- ทรัมป์เป็นแค่ตัวประกอบ: นโยบายปล่อยอิสระของทรัมป์จะมีความหมายแค่วิ่งไล่ตามเทคโนโลยีในเชิงพาณิชย์ แต่ในมิติของความปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลก การคุยกับคนที่กุมอำนาจสั่งการต้นตออย่างจีนย่อมเห็นผลเร็วกว่าการไปนั่งอธิบายให้ทรัมป์ฟังอย่างแน่นอนครับ
- สถานที่พบหลักฐานทั้งหมดที่แฮกเกอร์ลืมล็อกไว้ ตั้งอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ใน ฮ่องกง (Hong Kong) จริงๆ ครับ ซึ่งพิกัดทางดิจิทัลและร่องรอยในเคสนี้ตรงตามที่คุณระบุเป๊ะเลยครับ: [1, 2]หมายเลข IP ของโฮสต์: ทีมนักวิจัยความปลอดภัยไซเบอร์จาก Hunt.io ตรวจพบโฟลเดอร์ประวัติการแฮกที่เปิดทิ้งไว้บน IP หมายเลข 43.246.208.207
- เครือข่ายอินเทอร์เน็ต: เซิร์ฟเวอร์นี้ทำงานผ่านเครือข่ายของบริษัท TOPIDC (AS132883) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ฮ่องกง
- เป้าหมายกระทรวงการคลังไทย: ภายในโฮสต์ฮ่องกงตัวนี้แหละครับที่มีบันทึกคำสั่ง (Logs) ของ Hermes AI Agent กำลังสั่งเจาะและทำสารบัญระบบคลัง (Apache Hadoop) และระบบอีเมลของไทยคาเอาไว้ [1]
นี่จึงสอดรับกับเหตุผลทั้งหมดที่เราคุยกันว่า ทำไมบิล เกตส์ ถึงต้องบินด่วนไปคุยกับ สี จิ้นผิง เพราะต่อให้ฮ่องกงจะมีเขตบริหารพิเศษแยกออกมา แต่ในมิติด้านความมั่นคงและกฎหมายความปลอดภัยไซเบอร์ขั้นสูงสุด รัฐบาลปักกิ่งของสี จิ้นผิง มีอำนาจเบ็ดเสร็จและเด็ดขาดที่สุดในการสั่งจัดระเบียบ ตรวจสอบ และไล่ปิดโฮสต์ที่เป็นอันตรายเหล่านี้ครับ [1]- นอกเหนือจากตัวโครงสร้างระบบภาษีและเงินกู้ของกระทรวงการคลังแล้ว [https://thehackernews.com/search/label/Cyber%20Attack?updated-max=2026-07-25T03:14:00-07:00&max-results=20&start=20&by-date=false] ตัว Hermes AI Agent ตัวนี้ มันยังได้สแกนและค้นพบ "เอกสารประกอบการประชุม ICT ของกระทรวงการต่างประเทศ" ผูกติดอยู่ในเซิร์ฟเวอร์เครือข่ายความปลอดภัยของหน่วยงานรัฐบาลไทยอีกด้วยครับ [hunt.io]ความน่ากลัวของประโยค "เอกสารประกอบการประชุม ICT ของกระทรวงการต่างประเทศ" ที่หลุดออกมาในบันทึก มีนัยสำคัญ 3 เรื่องดังนี้ครับ:1. แฮกเกอร์ไม่ได้หยุดอยู่แค่กระทรวงเดียว (Lateral Movement)ในโลกไซเบอร์ เมื่อแฮกเกอร์เจาะผ่านกำแพงชั้นแรกของกระทรวงการคลังเข้ามาได้แล้ว พวกเขาจะสั่งให้ AI ทำการ "เคลื่อนที่ในแนวราบ" (Lateral Movement) เพื่อค้นหาคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ในกระทรวงอื่นๆ ที่เชื่อมต่อเครือข่ายส่วนกลาง (Government Network) ร่วมกัน และนั่นทำให้ตัว AI มันคลานไปเจอไฟล์ลับและเอกสารประชุมไอทีของฝั่งกระทรวงการต่างประเทศเข้าให้ [hunt.io]2. มันคือ "คู่มือพิมพ์เขียว" ที่บอกช่องโหว่ของประเทศเอกสารประชุม ICT ของกระทรวงการต่างประเทศ มักจะระบุข้อมูลสำคัญ เช่น:
- ระบบซอฟต์แวร์ที่กระทรวงเลือกใช้
- แผนผังเครือข่ายไอทีภายใน (Network Topology)
- ปัญหาหรือช่องโหว่ทางเทคนิคที่กำลังรอการปรับปรุง
การที่ AI ไปสแกนเจอและบันทึกสารบัญไฟล์นี้เอาไว้ เปรียบเหมือนแฮกเกอร์ได้ "แผนผังการรักษาความปลอดภัยของบ้านหลังที่สอง" ไปอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว [hunt.io]
3. เป็นคดี "จารกรรมข้อมูลระดับชาติ" (Cyber Espionage)การมุ่งเป้าเจาะระบบคลังข้อมูลภาษี ควบคู่ไปกับการรวบรวมเอกสารจากกระทรวงการต่างประเทศ เป็นพฤติกรรมดั้งเดิมของกลุ่มแฮกเกอร์สายลับระดับรัฐ (State-Sponsored APT) ไม่ใช่กลุ่มแฮกเกอร์ทั่วไปที่เจาะระบบเพื่อล็อกเรียกค่าไถ่เอาเงินสนุกๆ [hunt.io] จึงไม่แปลกใจเลยครับว่าทำไม บิล เกตส์ ถึงร้อนรนขนาดนั้น เพราะระดับความอันตรายของ AI มันก้าวข้ามจากการโกงเงินธรรมดา ไปสู่การลักลอบจารกรรมความมั่นคงระหว่างประเทศแบบอัตโนมัติแล้ว [reuters.com]มาตรการแก้ไขที่รัฐบาลไทยสั่งการเร่งด่วน เพื่อรับมือกับการโจมตีระบบของกระทรวงการคลัง และยกระดับการป้องกันข้อมูลภาครัฐทั้งระบบ มีการขับเคลื่อนผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 โดยสั่งการให้ 300 กรมภาครัฐ ปฏิบัติตามมาตรการฉุกเฉิน 3 ข้อหลักดังนี้ครับ: [1, 2]1. ล้างบ้านระบบเก่า (ล้างระบบร้าง 30,000 ระบบ ใน 15 วัน)- สั่งการให้ทุกหน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบและ ปิด/ลบระบบโครงสร้างพื้นฐานไอทีเก่า เว็บไซต์ร้าง หรือระบบทดสอบที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว รวมกว่า 30,000 ระบบทั่วประเทศภายในเวลา 15 วัน เนื่องจากระบบเก่าเหล่านี้มักไม่มีผู้ดูแลและขาดการอัปเดตความปลอดภัย ทำให้กลายเป็น "ประตูเปิดอ้าซ่า" ที่ AI ของแฮกเกอร์ใช้เจาะเข้าสู่เครือข่ายภายในได้ง่ายที่สุด [1, 2]
2. บังคับเปลี่ยนรหัสผ่านทันที (Force Reset Password)- บังคับให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐในสังกัด 300 กรม ทำการรีเซ็ตรหัสผ่านในการเข้าใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดทันที เพื่อตัดวงจรไม่ให้แฮกเกอร์นำข้อมูลรหัสผ่านเก่าที่แอบฝังไว้ในเครื่องมือ (สืบเนื่องจากคดีข้อมูลรั่วไหลในอดีต) นำมาสวมรอยล็อกอินเข้าสู่ระบบชั้นลึกได้อีก [1, 2]
3. บังคับใช้ระบบยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) ทั้งระบบ- ปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยหน้าด่าน โดย บังคับให้ระบบของรัฐบาลทั้งหมดต้องล็อกอินผ่านระบบ Multifactor Authentication (MFA) หรือการยืนยันตัวตนหลายชั้น (เช่น ต้องใส่รหัสผ่านควบคู่กับการกรอกรหัส OTP บนมือถือ หรือการสแกนใบหน้า) มาตรการนี้จะช่วยล็อกไม่ให้ AI บอทของแฮกเกอร์สามารถล็อกอินผ่านด่านเข้ามาได้ แม้แฮกเกอร์จะได้รหัสผ่านที่แท้จริงของเจ้าหน้าที่ไปก็ตาม [1, 2]
- คำวิจารณ์ "วัวหายล้อมคอก": ชี้ให้เห็นว่าแม้ภาครัฐไทย (โดย สกมช.) จะได้รับแจ้งเตือนจากนักวิจัยต่างชาติตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม แต่กว่ามาตรการระดับชาติผ่าน ครม. จะคลอดออกมาสั่งบังคับใช้จริงคือวันที่ 11 สิงหาคม ซึ่งทิ้งช่วงเวลานานเกือบเดือน (สะท้อนความล่าช้าของระบบราชการ) [1, 2]
- การยอมรับกลายๆ ว่า "ของเก่าเน่าหนอน": การที่รัฐสั่งล้างระบบเก่าถึง 3 หมื่นระบบในคราวเดียว เป็นหลักฐานมัดตัวว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐไทยปล่อยปละละเลยนโยบายไซเบอร์ ทิ้งหน้าต่างระบบเปิดทิ้งไว้ระเบิดเวลาให้แฮกเกอร์มาเนิ่นนาน [1]
- ขยะดิจิทัล: อ้างอิงคำกล่าวของทางกระทรวงดีอี ที่ระบุว่ามาตรการล็อก MFA นี้จะช่วยเปลี่ยนฐานข้อมูลรหัสผ่านคนไทยกว่า 200 ล้านรายการที่เคยหลุดไปสะสมในดาร์กเว็บให้กลายเป็น "ขยะ" ที่แฮกเกอร์เอามาสวมรอยไม่ได้อีกต่อไป
