ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

กามฉันทะละวางเป็นทางประเสริฐ : กลอนคติธรรม





กามฉันทะละวางเป็นทางประเสริฐ : กลอนคติธรรม


๏    หมู่ผกา หน้าหนาว พราวผุดผ่อง........................แข่งแสงเงิน แสงทอง ครองสีสัน

ประเชิญโชค โรคแมลง แปลงชีวัน....................สวนดอกไม้ (หา)ใช่สวรรค์ ดั่ง(กวี)พรรณนา


๏    อุปกา ระแมวจร จนอ่อนจิต................................ยงชีวิต ให้อยู่รอด (เป็น)ยอดปัญหา

เดี๋ยวประสบ ป่วยไข้ วายชีวา............................ค่ารักษา(โรค) อาหาร บานตะไท(เสียเวลามาก)

 

๏    เศรษฐกิจ อิดหนา ค่าครองชีพ...........................คนปากกัด ตีนถีบ (ความหวัง)ริบหรี่ไฉน

(แม้)กระทั่งเศรษ ฐียัง กังวลใจ.........................ยอดรายได้ หายหด (ต้อง)ปลดคนงาน


๏    (การ)มีชีวิต คิดให้ดี มิใช่อื่น...............................ธรรมชาติผืน พสุธา ปราศปาฏิหาริย์

หากจะมี พิภพใด ในจักรวาล............................บ่แคล้วพาน ปัญหา(นานา) เป็นอาจิณ


๏    เพียงกามคุณ หนุนนำ ความสุขี...........................ชวนอยากมี ชีวิต เฉกนิจสิน

กลัวความตาย คล้ายวิกล จนเคยชิน..................หวงชีวิน (ดุจ)หินหุ้มไข่(ไข่ในหิน) ความหมายมอง


๏    (แท้จริง)การเวียนว่าย ตายเกิด ประเสริฐไม่..........(การ)มีร่างกาย หนีไม่พ้น วังวนสนอง

สงสารวัฏ (ฏะ)จักรไซร้ ไร้เรืองรอง.....................คือครรลอง ของไตรลักษณ์ ประจักษ์เจน

 

๏    กามคุณ ก็ไม่เที่ยง เมียงมองเถิด.........................มี(การ)เวียนว่าย ตายเกิด(เกิด-ดับ) เลอเลิศเร้น

การได้(กามคุณ)มา มีอุปสรรค ยากใช่เล่น...........สมควร(ละ)เว้น รักเอ็นดู ชูเชิดชัย

 

๏    กามฉันทะ ละวาง เป็นทางประเสริฐ......................ตัดต้นสาย อยาก(เวียนว่าย)ตายเกิด เลยเถิดได้

(มีแต่)อริยะ บุคคล จึงสนใจ...............................พากเพียรให้ ไม่(เวียนว่าย)ตายเกิด บรรเจิดเอยฯ


๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖


*พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๕

อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต
กามคุณสูตร
[๒๖๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ รูปที่จะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เป็นที่รัก ยั่วยวน ชวนให้กำหนัด เสียงที่จะพึงรู้แจ้งด้วยหู ฯลฯ กลิ่นที่จะพึงรู้แจ้งด้วย จมูก ฯลฯ รสที่จะพึงรู้แจ้งด้วยลิ้น ฯลฯ โผฏฐัพพะที่จะพึงรู้แจ้งด้วยกาย อันน่า ปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เป็นที่รัก ยั่วยวน ชวนให้กำหนัด ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ ประการนี้แล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ เพื่อละ กามคุณ ๕ ประการนี้แล ฯ
พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
ภพ 3 (ภาวะชีวิตของสัตว์, โลกเป็นที่อยู่ของสัตว์)
       1. กามภพ (ภพที่เป็นกามาวจร, ภพของสัตว์ผู้ยังเสวยกามคุณคืออารมณ์ทางอินทรีย์ทั้ง 5 ได้แก่ อบาย 4 มนุษยโลก และกามาวจรสวรรค์ทั้ง 6)
       2. รูปภพ (ภพที่เป็นรูปาวจร, ภพของสัตว์ผู้เข้าถึงรูปฌาน ได้แก่ รูปพรหมทั้ง 16 )
       3. อรูปภพ (ภพที่เป็นอรูปาวจร, ภพของสัตว์ผู้เข้าถึงอรูปฌาน ได้แก่ อรูปพรหม 4)

หมายเหตุของผู้เขียน : 
ปุถุชนคนทั่วไป ย่อมติดใจ-มีความสุขกับกามคุณ๕ 
กามคุณ๕ เป็นปัจจัยแห่งความสุขในกามภพ 
การขาด-ลดละกามคุณ๕ ทำให้เกิดความทุกข์ 
แนวทางพ้นทุกข์ของคนทั่วไปจึงแตกต่างจากวิถีของพุทธศาสนา.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น