กลอนธรรมะ กลอนคติชีวิต กลอนคติเตือนใจ กลอนคติสอนใจ กลอนสุภาษิต บทความจรรโลงใจ
ผลงานของชายคนหนึ่งซึ่งนอกจากตามหลักสูตรของโรงเรียนแล้ว ต้องเรียนรู้ศึกษาหาความรู้เอง ทั้งหลักธรรมและการประพันธ์ ชอบคิด-วิเคราะห์-สรุปบทเรียนใหม่เป็นประจำ แล้วบันทึกไว้เป็นบทกวีเพราะมิเช่นนั้นจะลืมบทเรียนเก่า คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง จึงโพสต์สู่สื่อสาธารณะ
ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้
วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2569
วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569
วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569
เตรียมใจรับสภาพ"อุณหภูมิทะลุเพดาน" UN แถลงยอมรับว่าโลกหมดหวังที่คุมอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5 องศาฯ
.
(21ต.ค.69) นายสเตฟาน ดูจาร์ริค โฆษกองค์การสหประชาชาติ (UN) แถลงข่าวยอมรับว่า โลกได้สูญเสียโอกาสในการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส (เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม) แบบรวดเดียวจบไปแล้ว โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่อุณหภูมิโลกจะพุ่งทะลุเพดานดังกล่าวไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง อ้างอิงจากรายงานฉบับใหม่ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP)
.
รายงานช่องว่างการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions Gap Report) ประจำปี ระบุว่า แม้โลกจะต้องเผชิญกับภาวะอุณหภูมิทะลุเพดาน (Overshoot) แต่หากทั่วโลกร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเร่งด่วนและเด็ดขาด ก็ยังสามารถจำกัดขนาดความรุนแรงและระยะเวลาของวิกฤตครั้งนี้ได้ เพื่อดึงอุณหภูมิให้กลับมาอยู่ที่ 1.5 องศาฯ หรือต่ำกว่า ภายในสิ้นศตวรรษนี้
.
โดยนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการ UN ได้ออกมาเตือนเสียงแข็งว่า รัฐบาลทั่วโลกต้องลงมือทำ"ให้มากกว่านี้และเร็วกว่านี้"โดยเฉพาะกลุ่มประเทศมหาอำนาจ G20 ที่ต้องเป็นผู้นำในการแก้ปัญหา
.
รายงานชี้ทางรอดว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกให้ได้เกือบครึ่งหนึ่งภายในปี 2035 (จากระดับของปี 2025) ควบคู่ไปกับการดึงคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศอย่างจริงจัง จะช่วยควบคุมไม่ให้อุณหภูมิที่พุ่งสูงสุดเกิน 1.7 - 1.8 องศาฯ ในช่วงกลางศตวรรษ ซึ่งเส้นทางนี้จะเพิ่มโอกาสแบบ 50-50 ที่โลกจะกลับมาสู่อุณหภูมิ 1.5 องศาฯ ได้ภายในปี 2100 อย่างไรก็ตาม นโยบายและคำมั่นสัญญาที่แต่ละประเทศประกาศไว้ในปัจจุบัน ยังห่างไกลจากเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จอีกมาก
พบ AI Agent แอบเข้าบัญชีลูกค้า! บางตัวพยายามทำธุรกรรมเอง โดยไม่ได้รับคำสั่งจากเจ้าของบัญชี!
ด่วน! แบงก์ยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ พบ AI Agent แอบเข้าบัญชีลูกค้า! บางตัวพยายามทำธุรกรรมเอง โดยไม่ได้รับคำสั่งจากเจ้าของบัญชี!
นี่อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุดของยุค AI Agent เมื่อธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ หลายแห่งกำลังเผชิญกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ หลังตรวจพบ AI Agent จากบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปทำงานภายในบัญชีของลูกค้า และที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ AI บางตัวพยายามดำเนินการบางอย่างโดยดูเหมือนไม่ได้รับคำสั่งจากเจ้าของบัญชี!
Reuters รายงานเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026 โดยอ้างอิงรายงานของ Axios ว่า ธนาคารรายใหญ่ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย JPMorgan Chase, Bank of America, Morgan Stanley และ Wells Fargo ซึ่งกำลังเร่งหาวิธีรับมือกับความเสี่ยงจาก AI Agent เหล่านี้
อย่างไรก็ตาม Reuters ระบุว่ายังไม่สามารถตรวจสอบยืนยันรายงานดังกล่าวได้อย่างอิสระ และยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า AI เหล่านี้สามารถโอนเงินออกจากบัญชีลูกค้าได้สำเร็จ หรือมีความเสียหายทางการเงินเกิดขึ้นจริง
⠀
AI Agent คืออะไร? ทำไมธนาคารถึงเริ่มกังวล?
ที่ผ่านมา เราคุ้นเคยกับ AI ในรูปแบบ Chatbot ที่สามารถตอบคำถาม วิเคราะห์ข้อมูล หรือช่วยเขียนข้อความได้ แต่ AI Agent กำลังเปลี่ยนความสามารถของ AI ไปอีกขั้น
เพราะ AI Agent ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ตอบคำถาม แต่สามารถวางแผน ตัดสินใจเลือกขั้นตอน และใช้เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อดำเนินงานแทนมนุษย์ได้ ภายใต้สิทธิ์และขอบเขตที่ระบบอนุญาต
ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้งานต้องการให้ AI ช่วยบริหารเงิน AI Agent อาจสามารถตรวจสอบยอดเงิน วิเคราะห์บัญชี เปรียบเทียบผลตอบแทนเงินฝาก และเสนอวิธีโยกย้ายเงินไปยังบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่า
ในอนาคต AI Agent ที่ได้รับอนุญาตอย่างเหมาะสมอาจช่วยทำธุรกรรมเหล่านี้ได้โดยอัตโนมัติ
แต่คำถามสำคัญคือ จะเกิดอะไรขึ้นหาก AI เริ่มดำเนินการนอกเหนือจากสิ่งที่เจ้าของบัญชีอนุญาต?
นี่คือความเสี่ยงที่ธนาคารทั่วโลกกำลังต้องเผชิญ เพราะความผิดพลาดของ AI ในระบบการเงินอาจไม่ได้จบลงเพียงการตอบคำถามผิด แต่สามารถเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัว การเข้าถึงบัญชี และการเคลื่อนย้ายเงินจริง
⠀
Jamie Dimon ซีอีโอ JPMorgan เคยเตือนเรื่อง Rogue AI Agent มาแล้ว!
ก่อนหน้ารายงานล่าสุดเพียงไม่กี่วัน Jamie Dimon ซีอีโอ JPMorgan Chase ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับ AI Agent ที่ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือที่เรียกว่า Rogue Agents ระหว่างการรายงานผลประกอบการไตรมาส 3
Dimon ระบุว่าธนาคารไม่ได้ต่อต้าน AI Agent เพราะ JPMorgan เองก็กำลังนำ AI มาใช้ทั้งภายในองค์กรและเพื่อให้บริการลูกค้า
แต่ธนาคารจะไม่เปิดทางให้ AI Agent จากภายนอกทุกตัวสามารถเข้าถึงระบบได้อย่างอิสระ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงเกินไปทั้งต่อลูกค้าและธนาคาร
ปัจจุบัน JPMorgan ยังคงสนับสนุนการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านช่องทางที่ได้รับอนุญาต เช่น ระบบ Open Banking ซึ่งสามารถให้บริการภายนอกเข้าถึงข้อมูลบางประเภทได้ แต่จำกัดความสามารถในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายเงิน
แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ธนาคารจะต้องการใช้ประโยชน์จาก AI แต่ก็จำเป็นต้องควบคุมว่า AI ตัวใดสามารถเข้าถึงข้อมูลอะไร และมีสิทธิ์ดำเนินการได้มากแค่ไหน.
ที่มา : https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1714653510222851&set=p.1714653510222851&type=3


