ผลงานของชายคนหนึ่งซึ่งนอกจากตามหลักสูตรของโรงเรียนแล้ว ต้องเรียนรู้ศึกษาหาความรู้เอง ทั้งหลักธรรมและการประพันธ์ ชอบคิด-วิเคราะห์-สรุปบทเรียนใหม่เป็นประจำ แล้วบันทึกไว้เป็นบทกวีเพราะมิเช่นนั้นจะลืมบทเรียนเก่า คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง จึงโพสต์สู่สื่อสาธารณะ
ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน
สมัคร Blogger.com ตั้งแต่ยังเป็นเว็ปอิสระ ต้องสร้างรหัสผ่าน แต่ตอนนั้นเพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์จึงทำผิดพลาดตอนสร้างรหัส ทำให้บล็อก avijjabhikkhu เข้าไม่ได้ ต้องสร้างบล็อกใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้
วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เพื่อก้าวผ่านกาลเวลา : กาพย์ยานี๑๑
เพื่อก้าวผ่านกาลเวลา : กาพย์ยานี๑๑
๏ ต้นองุ่น แตกยอดอ่อน...................สื่อสะท้อน ฤดูหนาว
(ใกล้)สิ้นสุด ดุจเรื่องราว.................เพื่อก้าวผ่าน กาลเวลา
๏ ใยต้อง มองย้อนหลัง....................เมื่อความหวัง อยู่ข้างหน้า
ฝึกหัด เฝ้าพัฒนา..........................เชิดชู(คุณ)ค่า ชีวาตน
๏ เคยยาก ลำบากพี.........................แต่บัดนี้ บ่มีผล(สิ้นสุดไปแล้ว)
เมื่อเรา ก้าวผ่านพ้น........................แยกแยะยล ปรนบทเรียน
๏ โลกนี้ ที่ตั้งอยู่..............................ไม่อุ้มชู ผู้ผัดเพี้ยน*
หนุนเอื้อ เพื่อพากเพียร....................เปลี่ยนแปลงให้ ไปพัฒนา
๏ (มี)หน้าที่=มีภาระ..........................คือทัศนะ แห่งปัญหา
(ทำให้ใจ)อ่อนเปลี้ย เสียเวลา............ไร้(ความ)อุตสาห์ หาจำเริญ
๏ ผู้ใคร่ ในสัจจะ...............................(พึง)ทอดธุระ คำสรรเสริญ(ยกยอ)
ที่มัก จักกล่าวเกิน(จริง)....................หลอกเพลิดเพลิน แบบ(เอาอก)เอาใจ
๏ กรรมเท็จ ที่เจตนา(ไม่สุจริต)............ย่อมไร้ค่า อย่าหลงใหล
สิ่งที่ มิจริงใจ(หลอกลวง)..................เสมอภัย ให้ระวัง
๏ เตือนตน (ถึงจะเป็น)คนฉลาด...........แม้ประมาท อาจพลาดพลั้ง
(คำ)สัจจา (อาจจะ)ไม่น่าฟัง...............(แต่)ประดุจดั่ง แสงสว่างเอยฯ
๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
*"ผัดเพี้ยน" หมายถึง การขอเลื่อนเวลาออกไปเรื่อยๆหรือการไม่ทำตามกำหนดเดิม จนผิดไปจากเดิม มักใช้ในความหมายเชิงลบ แสดงถึงความไม่รับผิดชอบในการทำงาน.
วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
โลกที่คนรักดีจึงมีหวัง : กลอนคติสอนใจ
โลกที่คนรักดีจึงมีหวัง : กลอนคติสอนใจ
๏ มวลดอกไม้ มิได้งาม เพราะคำกล่าว
อันดวงดาว หาได้สวย เพราะอวยศรี
บ่มีใคร ได้เด่น เป็นคนดี
เพียงเพราะมี ผู้เอ่ย คำเชยชม
๏ เหล่าบัณฑิต คอยคิดใคร่ ในสัจจะ
พัฒนะ มโนธรรม นำสุขสม
ส่วนไพร่พาล หมั่นประกอบ ชอบโสมม
อภิรมย์ สิ่งสาไถย ในกระมล
๏ หากแม้นเรา คือมัจฉา หามีปีก
ควรเว้นหลีก ปรารถนา คว้าเวหน
อยู่อาศัย ในคงคา อย่าดิ้นรน
ประพฤติตน(เหมือนนก) บนอากาศ ประหลาดปอง
๏ บ่ได้มี ศฤงคาร ปานคหบดี
ไม่ควรมี ความเห็นผิด คิดผยอง
ก่อหนี้สิน มากมาย เหนื่อยหน่ายนอง
ใส่แก้วแหวน เงินทอง อวดผองชน
๏ ทำสิ่งใด ใคร่อุดม สมสถานะ
คิดหยาบย่าง สร้างภาระ จะขัดสน
ทำเกินตัว=แส่ชั่วหา มาสู่ตน
ขาดเหตุผล ย่อมล้นเภท ภัยเวทนา
๏ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ เอาด้วยกล=คนทุจริต
ทำสิ่งผิด เป็นนิสัย ไร้กังขา
มือใครยาว ดึงสาวได้ ไม่นำพา
กฎระเบียบ กติกา หาฝังใจ
๏ สังคมที่ ขาดศีลธรรม ชวนกำสรด
คนคิดคด มดเท็จ เจตสาไถย
ขืนคบหา สมาคม⮕อุดมภัย
รู้แค่หน้า หารู้ใจ ไร้คุณธรรม
๏ (เพียง)โลกที่คน รักดี จึงมีหวัง
จะยับยั้ง ทุกข์เสริม มิเติมซ้ำ
สารพัน ปัญหา โถมระกำ
ก็เพราะคน บ่สนคำ ธรรมะเอยฯ
๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ความจำเป็นที่หลากหลาย : กาพย์สุรางคนางค์๒๘
ความจำเป็นที่หลากหลาย : กาพย์สุรางคนางค์๒๘
๏ ...........................................ร่างกาย ต้องการ
หมู่๕ อาหาร.............................บันดาล ขันแข็ง
(ทานแค่)อย่างหนึ่ง อย่างใด........จะไร้ เรี่ยวแรง
โรคภัย ใกล้แกล้ง......................แหล่งทุกข์ ทรมาน
๏ ............................................การมี ชีวิต
อุตสา หะคิด..............................ทิศทาง สร้างศานติ์
ศีลธรรม์ จรรยา...........................วิชา(ความรู้) สมาทาน
กุศล ดลดาล..............................กล้าหาญ ชาญชัย
๏ .............................................ถือความ ถูกต้อง
เด็ดเดี่ยว เกี่ยวข้อง......................มิต้อง หวั่นไหว
ขจัดความ โง่เขลา.......................บ่เอา แต่ใจ
กิจกรรม ทำอะไร.........................ไม่ออก นอก(ลู่นอก)ทาง
๏ .............................................วิชา อาชีวะ
(แค่) ๑ ไม่ พอละ.........................(ตาม)สถานะ ยุคสมัย
ทำงาน หาเงิน.............................ส่วนเกิน เหลือใช้
เก็บออม พร้อมใคร่.......................ไขว่ขาน การลงทุน
๏ ..............................................ธรรมะ มิต่าง
แค่คอย ปล่อยวาง.........................ทุกข์สร่าง หวังสุญ(ว่างเปล่า)
เท่านั้น ไม่พอ...............................หากบ่ ทำบุญ
เท่าไร้ เสบียงตุน...........................เจือจุน (อนาคต)ต่อไป
๏ ..............................................จึงต้อง ตรองตรึก
หลักธรรม(หลากหลาย) สำนึก..........ฝึกฝน กมลใฝ่
ทนทำ (ให้)ชำนาญ........................ประสาน เป็นนิสัย
ชีวา จะได้....................................ไร้ทุกข์ สถาพรฯ
๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


