ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ยินดีต้อนรับอาคันตุกะทุกท่าน
ขอขอบคุณที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่ท่านประสงค์
ผลงานส่วนใหญ่ ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นจากประสบการณ์ชีวิตทั้งของตัวเองและคนอื่นที่นำมาเป็นบทเรียน พร้อมทั้งเอาหลักศีลธรรมมาประยุกต์ใช้ เพื่ออบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่
( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เลยใช้ชื่อนั้นไม่ได้อีก ต้องดัดแปลงชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด
ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า โดยไม่คิดมูลค่า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆท่านเทอญ
ขออภัยถ้าเห็นโฆษณาที่น่ารำคาญ เป็นการดำเนินการของ Blogger เอง
ผมไม่มีต้องการและไม่ได้รับประโยชน์อะไร ผมสร้างเว็ปนี้เพื่อการกุศล ไม่ใช่เพื่อหารายได้

วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554

โคลงสี่สุภาพ : ธรรมชาติ คือ ผู้มีพระคุณ

               
                                             ภาพจาก la-forum.org


โคลงสี่สุภาพ : ธรรมชาติ คือ ผู้มีพระคุณ


๑. นอนเดียวดายในห้อง              คล่องคืน

สงัดเงียบเชียบกลืน                     กล่อมเกล้า

ห่างไกลสายฟ้าครืน                    แปลบปลาบ

ลมกวาดใบไม้เข้า                       หมุนคว้างกลางสนามฯ


๒. ดอกโมกข์ดกดื่นต้น                 คนธ์ขจร

สีขาวดุจดาวซอน                        แซมฟ้า

คืนค่ำยามเข้านอน                       กรุ่นกลิ่น

หลับรื่นชื่นแช่มอ้า                       เอิบเอื้ออภิรมย์ ฯ


๓. ลำดวนอวลกลิ่นกล้ำ                กล่อมกลอย

หอมหวนชวนเลื่อนลอย                ล่องแล้ว

กลีบเหลืองประเทืองคอย              คนชื่น

งุ้มหนารูปเพริศแพร้ว                   ค่อนคล้ายบัวหลวงฯ


๔. กลางดึกในหน้าร้อน                อ่อนกาย

คอยลมชโลมพาย                      พัดต้อง

นอนเดี่ยวคิดเปลี่ยวอาย               ใครเล่า ?

ธรรมชาติเป็นเพื่อนพ้อง               สุขให้หฤหรรษ์ ฯ


๕. หากว่าธรรมชาติสิ้น                สมดุล

โลกคงยุ่งชุลมุน                        แน่แท้

ความแส่อยากกักตุน                  โลภมาก

ทำลายธรรมชาติแม้                    ดั่งผู้มีพระคุณ ฯ


๖. เวรกรรมตามสนองได้              ลำเค็ญ

ธรรมชาติวิบัติเป็น                       โทษไท้

สรรพโรค-พิบัติเข็ญ                      ถาโถม

อดอยากทุกข์ลากไร้                     สุขสิ้นสันติ ฯ

๘ มีนาคม ๒๕๕๔


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น