ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ยินดีต้อนรับอาคันตุกะทุกท่าน
ขอขอบคุณที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่ท่านประสงค์
ผลงานเหล่านี้ ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่
( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า โดยไม่คิดมูลค่า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆท่านเทอญ

*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ


วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

อยากจะมีรักอย่ามักง่าย : กลอนวาเลนไทน์



อยากจะมีรักอย่ามักง่าย : กลอนวาเลนไทน์

    หม้อข้าว ไม่ทันจะดำ....................คือถ้อยคำ โบร่ำโบราณ
สะท้อน ถึงอวสาน............................ของรักหวาน แหลกบรรลัย

    เปรียบเสมือน การเตือนตัก.............ว่าความรัก มักเที่ยงไม่
ธรรมชาติ มนัสไซร้...........................เปลี่ยนแปลงได้ ไม่ยากเย็น

    จึงพอ จะเข้าใจ............................ว่าทำไม หญิงใคร่เห็น
ค่าสินสอด ยอดจำเป็น.......................ดั่งเฉกเช่น หลักประกัน

    ครรลอง การครองคู่......................หญิงเป็นผู้ เสียมหันต์
เลิกรา ล้วนจาบัลย์............................เยี่ยงชีวัน บรรลัยลง(จาบัลย์=สะอึกสะอื้น)

    อยากจะรัก อย่ามักง่าย...................ผลสุดท้าย (อาจ)กลายผุยผง
จะอกหัก? พะวักพะวง........................ความมั่นคง ไม่เคยมี

    มากมายข่าว เล่าไม่หมด................รักทรยศ โดนกดขี่
เลิกกันแล้ว ไม่แคล้วกลี.....................ตามราวี เบียนบีฑาฯลฯ

    หรือนิยาม (ของ)ความรัก;ที่แท้........คือดวงแด แส่ปัญหา?
ประจญภัย ไปจนกว่า.........................มรณา มาประเชิญ

    จงเยือกเย็น (หาก)ยังเป็นโสด..........มิไร้ประโยชน์ อย่าเก้อเขิน
โลกไม่มี สิ่งบังเอิญ...........................ชีพดำเนิน ตามชะตา(กรรม)ฯ

๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

จะได้ดีต้องมีบุญ : กาพย์ฉบัง๑๖



จะได้ดีต้องมีบุญ : กาพย์ฉบัง๑๖

    คนเราล้วนอยากได้ดี....................สนุกสุขี
เกษมเปรมปรีดิประสงค์

    มีไหมใครพร่ำจำนง..................ระกำดำรง?
อาชีวะพะวงหลงใหล?

    แต่จะ(ได้)ดีได้อย่างไร?................พื้นฐานนั้นไซร้
พึงพาอาศัยวาสนา

    กรรมเก่าที่เราทำมา..................อดีตชาติครา
สะสมบ่มเพาะบารมี

    บันดาลดลให้ชาตินี้.................เฉกเช่นเป็นมี
ได้ดีหรือมากยากเข็ญ

    แต่ว่าอย่าได้ใจเย็น.................กรรมใหม่ก็เป็น
สิ่งต้องบำเพ็ญผลักดัน

    ขจัดทุกข์รุกสร้างสุขสันติ์.................ณ ปัจจุบัน
และกาลภาคหน้าอดิศัย

    ทำดีได้ดีมีชัย.................ทำชั่วพัวภัย
อย่าได้ประมาทสัจธรรม

    เข้าใจในกฎแห่งกรรม..................ระลึกตรึกจำ
อย่าทำหยาบช้าสาไถย

    ชีวีย่อมมีต่อไป................ชาติหน้าอย่าให้
ทุกข์กายทุกข์ใจใดเทอญฯ

๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

กำไรชีวิต? : กลอนหก



กำไรชีวิต?  : กลอนหก

    ลมหนาวมา ระลอกใหม่....................โพแกว่งไกว ใบเปลี่ยนสี
ทยอยร่วง ด้วยท่วงที............................งามโสภี สู่พสุธา

    เกิดกับดิน กินแต่น้ำ.........................ตั้งต้นล้ำ ค้ำเวหา
(เป็น)ที่พิงพึ่ง ซึ่งนกกา........................กิน-อยู่อา ศัยดำรง

    ให้ร่มเงา เลี้ยงเหล่าสัตว์...................มนุษยชาติ มนัสสม
พุทธองค์ ทรงวิกรม.............................ตรัสรู้บ่ม ใต้บริบาล

    ความคิดข้อง ของหลายคน...............เห็นแก่ตน หาหนหาญ
กอบโกยสรรพ อัประมาณ......................กิน-ใช้-ผลาญ สำราญใจ

    เชื่อว่าดี ชีพวิเศษ............................จำนงเจต (ตะ)นาให้
แสวงห้ำ หา"กำไร"..............................ความสะใจ มาใส่ตัว

    ไม่คิดมี ที่(ตน)เกิดมา.......................ลาญทรัพยา โลกาทั่ว
คอยพะวง หลงเมามัว............................เสียสละกลัว(กลัวการเสียสละ) ชั่วชีวี

    กำเนิดเนา เอาแต่ได้.........................ปราศ"กำไร" (คิด)ให้ถ้วนถี่
ไม่สร้างทำ คุณความดี...........................คือวิถี ของ"ขาดทุน"

    เกิดเป็นคน กลับจนจิต.......................ใช้ชีวิต ชิดสถุล
ไม่บำเพ็ญ เห็นค่าบุญ............................เท่าเสื่อมสุญ อาดุรเอยฯ

๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ขอให้ได้พบคนดี : กลอนคติสอนใจ



ขอให้ได้พบคนดี  : กลอนคติสอนใจ

    หนุ่มสาว ส่วนใหญ่.....................กราบไหว้ คุณพระ อธิษฐาน
โปรดดล บันดาล.............................ขอพาน พบคู่ สู่ประสงค์
ให้เป็น คนดี...................................(ฐานะ)มั่งมี รักกัน มั่นคง
รูปงามฯลฯ จำนง.............................เจาะจง ล้วนสิ่ง สมบูรณ์

    กี่คน จะคิด................................ชีวิต ชะตา ฝ่าฟัน
ตามกฎ แห่งกรรม์.............................นิรัน ดรตราบ สาบสูญ
ทวยสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์.............................ไม่มี อภิสิทธิ์ เกื้อกูล
สิเน่หา/อาดูร...................................ชี้นำ จำรูญ/บรรลัย

    ก่อกรรม ทำดี..............................สร้างบุญ สุนทรีย์ ปรีดา
เว้นบาป หยาบช้า.............................ศรัทธา กุศล กมลศรัย
สะสม บ่มเพาะ.................................สืบเสาะ ศีลธรรม อำไพ
ทางบัน ดาลให้................................ดีได้ ไม่ต้อง กังวล

    รู้จัก ความดี.................................เลือกคบ คนดี ศรีสวัสดิ์
จริยธรรม จำรัส.................................สุทัศน์ วัฒนา สถล
ความเป็น คนดี.................................ถนอม(ไว้) ย่อมมี อิทธิพล
ดึงดูด แต่คน....................................ดีท้น เข้าหา สมาคม

    ผลกรรม ความดี............................ทำให้ ชีวี มีสุข
บรรเทา ความทุกข์.............................ความขลุก ข้องขื่น ดื่นขม
คลาดแคล้ว คนโฉด............................ไคลโทษ มโน โสมม
ระรื่น ชื่นชม.......................................ภิรมย์ ภัทรา อาจิณฯ

๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เข้าใจในความรัก : กลอนวาเลนไทน์(กาพย์ยานี๑๑)



เข้าใจในความรัก  : กลอนวาเลนไทน์(กาพย์ยานี๑๑)

    รักใคร่ (มิ)ใช่ทุกคน....................มานกมล โศภนมี
ต่างแผก แปลกวิถี...........................ดวงฤดี วินิจฉัย

    ยิ่งกว่า รูปลักษณะ.......................คือสภาวะ ของจิตใจ
ต่างคน ต่างกลไก............................อุปนิสัย ทัศนา

    ความรัก จากผู้คน........................จึงหลากล้น จน(น่า)กังขา
ธรรมชาติ มนัสมนา..........................หารู้จัก ความรักจริง?

    หลายหลาม คือความใคร่..............กามวิสัย ไกรสัตว์สิง
รักเหลือ เหนือสรรพสิ่ง.....................ยิ่งนักแล้ แท้คือตน

    เคลือบแคลง แฝงชั่วโฉด..............คือรักโปรด ประโยชน์ผล
แลกรัก ชักนำคน.............................สนใจสร้าง สายสัมพันธ์

    มั่นคง คู่ดวงแด...........................ความรักแท้ คือพรสวรรค์
ทักษะ ศิลปะอัน..............................มีแต่เกิด กำเนิดมา

    เฉพาะราย ในลางคน....................เลิศพิมล ล้นคุณค่า
งดงาม เกินธรรมดา..........................หาได้ยาก ประจักษ์จินต์

    เข้าใจ ในความรัก........................ก่อนสมัคร ฝักถวิล
เข้าใจ ในชีวิน.................................สิ้นเสียก่อน บวรเอยฯ

๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ไขว่คว้าหารัก : กลอนวาเลนไทน์(กาพย์ยานี๑๑)



ไขว่คว้าหารัก  : กลอนวาเลนไทน์(กาพย์ยานี๑๑)

    ไขว่คว้า หาความรัก....................จิตสมัคร จักพิสมัย
เสียง(เรียก)ร้อง ก้องหัวใจ................สั่งให้เหิน เกินต้านทาน

    เมื่อใจ ไม่แจ้งจัด........................(ใน)มนุษย์มนัส ยังอาจหาญ(หารัก)
ไม่คิด พิษภัยพาน...........................ประมาทมาน ปานเล่นลอง

    ใจที่ มิเคยฝึก.............................จรรยาตรึก สำนึก(ความถูก)ต้อง
หุนหัน โลกย์ครรลอง.......................จักท่องทุกข์ ถูกจองจำ

    รักฤทธิ์ ที่ผิดพลาด......................ทิ่มแทงบาด แผลผาดพล้ำ
ปัญหา สารพัดทำ............................ช่ำวิกฤติ ชีวิตวน

    หากแม้น มีปัญญา.......................จงศึกษา ธรรมกุศล
คลายเขลา เข้าใจคน........................ที่ล้นเลศ เจตจำนง

    พบคน กมลมี..............................คุณความดี ค่อยสิประสงค์
คบสู่ ดูเผ่าพงศ์................................ความมั่นคง ของศีลธรรม

    จิตใจ ไม่ย่อหย่อน........................อย่ารีบร้อน ก่อนถลำ
มอบรัก มักลำนำ..............................ชีวิตสู่ มีคู่ครอง

    รัก(คน)ดี ย่อมได้ดี........................ธรรมจารี สุขีสนอง(ธรรมจารี=ผู้ประพฤติธรรม)
รัก(คน)ชั่ว ชั่วจักจอง-........................จำชีวิต รู้คิดเทอญฯ

๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559

พ่อแม่รังแกฉัน : กลอนแปด



พ่อแม่รังแกฉัน  : กลอนแปด

    พฤฒิการณ์ ผ่านไป ให้ตระหนัก....................บางความรัก จากคน กมลเขลา
เป็นอกุศล ผลทราม ทำร้ายเรา..........................สู่เสื่อมเศร้า เสียใจ ในสักวัน

    เพราะความคิด ผิดพลาด อนาถก่อ.................เรื่องบ้าบอ พ่อแม่ รังแกฉัน
ตั้งแต่เด็ก เล็กยัง ดั่งผ้าอัน...............................ขาวผ่องพรรณ บริสุทธิ์ ชุติมา

    ยามเยาว์ฉัน หมั่นเพียร ซนเรียนรู้...................พ่อแม่ขู่ ภูตผี สิมาหา
ให้เก็บตัว กลัวการ เสริมปัญญา.........................แสวงหา สัจจริง สิ่งรอบกาย

    ยามงอแง แม่พ่อ ก็ขู่ว่า................................ตำรวจมา จะจับ เด็กไปขาย
ฉันจึงขลาด หวาดหวั่น ภยันตราย.......................ตำรวจคือ ผู้ร้าย คล้ายคลึงเคียง

    เมื่อไม่มี เวลา มาใส่ใจ.................................พ่อแม่ใช้ เงินทอง สิ่งของเพี้ยง
แทนความรัก จากจิต คิดเอนเอียง.......................วัตถุเยี่ยง เยื่อใย มิตรไมตรี

    พอใกล้วัน หวยออก ให้(ฉัน)บอกเลข..............ทำเหมือน(ฉัน)เสก โชคได้ พิไลศรี
ไม่แต่เพียง แค่นั้น ครั้นบ่อยที............................พาเลือกซื้อ ล็อตเตอรี่ ชี้ชวนเอา

    พ่อแม่(ชอบ)ทำ ตามใจ ให้ตัวอย่าง................ชวนเพื่อต่าง สังสรรค์ สำราญเหล้า
ส่งเสียงดัง เอ็ดตะโร โก้เก๋เมา............................ยิ่งเทศกาล (กิน)ยันเช้า เร้าฤทัย

    ศีลธรรม ความดี มิสอนสั่ง..............................บ่อยๆยัง สอนโกง จงสาไถยฯลฯ
พ่อแม่รู้ จักรัก(ลูก) หรือ? หนักใจ.........................หรือว่าไม่ รู้ตัว หลงชั่ว/ดี?

    คนเช่นพ่อ แม่ฉัน ลานสังคม...........................ช่วยสร้างความ โสมม สมบัดสี
ฉันไม่อาจ พูดดอก บอกท่าน(แทนฉัน)ที...............บุพการี รังแก ลูกแท้เอยฯ

๓๑ มกราคม ๒๕๕๙