ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ยินดีต้อนรับอาคันตุกะทุกท่าน
ขอขอบคุณที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่ท่านประสงค์
ผลงานเหล่านี้ ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่
( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด
ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า โดยไม่คิดมูลค่า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆท่านเทอญ

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ธรรมรักษา : กาพย์ยานี๑๑



ธรรมรักษา : กาพย์ยานี๑๑

    ข้างแรม สิบห้าค่ำ..................ความมืดดำ ค้ำไพรสณฑ์
ราตรี แสนวิมล..........................เกื้อสุคนธ์ กลิ่นสัตตบรรณ(ต้นตีนเป็ด)

    หรีดหริ่ง เรไรเร่า...................สังคีตเท่า เสียงสวรรค์
จับเจต วิเศษจรร-......................โลงจิตมั่น มโหรี

    ราคะ เมื่อละคลาย.................เบาสบาย ไทวิถี
โทสะ ระงับมี............................ดวงฤดี นิรามัย(นิรามัย=เป็นสุข)

    โมหะ มิปรากฎ.....................จินดาจรด แจ้งสดใส
คุณธรรม คืออำไพ.....................แห่งจิตใจ วิสัยทัศน์

    ธรรมะ จะรักษา.....................ผู้สัทธา และปฏิบัติ
สอดคล้อง ครรลองวัตร...............สุขสวัส ดิวัฒนา

    ธรรมแล กระแสล่อง...............ชีวาป้อง พร่องปัญหา
สันติ์สู่ เอมอุรา..........................ทุกทิวา แลรัตติกาล

    มีได้ หากใจรัก......................หายากนัก หากหักหาญ
ทำดี ธรรมอภิบาล......................ทำสามานย์ มลานมลาย

    เงินซื้อ หรือจะสม ?................มิชื่นชม มักล่มสลาย
คู่ใจ ใช่คู่กาย............................รับไม่ได้ โดยใช้มือ

    ธรรมะ ต้องปฏิบัติ..................สุจริตสัตย์ มนัสซื่อ
จึงงาม ดั่งร่ำลือ.........................คือจรูญ คุณค่าเอย ฯ

๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๗

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บุญบำเพ็ญเป็นที่พึ่งพา : กลอนหก



บุญบำเพ็ญเป็นที่พึ่งพา : กลอนหก

    เมฆค่อยสืบ ค่อยคืบคลาน................คลุมคคนานต์ โอฬารสูญ
อโณทัย ให้อาดูร................................มิบริบูรณ์ จรูญจินต์

    นกเอี้ยงไกร ไม่นึกกลัว....................บินร้องยั่ว แมวเจ้าถิ่น
แมวเมินใส่ เหมือนไม่ยิน......................ดียินร้าย กรายจากกัน

    สักครู่ครา ท้องฟ้าเปิด......................สูรย์บรรเจิด เพริศแสงสรรค์
อุ่นไอหลาก จากตาวัน..........................จรรโลงหล้า และธาษตรี

    บุญบำเพ็ญ เป็นที่ตั้ง........................สุขสะพรั่ง บังเกิดศรี
จริยธรรม คุณความดี............................เป็นที่พึ่ง ซึ่งอุดม

    การศึกษา หาความรู้........................นำไปสู่ ประสิทธิ์สม
ชีพก้าวหน้า ประชานิยม........................วิกรมกล้า ชีวากล

    ขัดเกลาใจ ให้วิจิตร.........................กล่อมเกลาจิต กฤดกุศล(กฤด-=ที่ทำแล้ว)
เครื่องลดทอน คลายร้อนทน..................ความโฉดฉล คนราคิน

    ชำนะใจ หยุดใคร่อยาก.....................ความยุ่งยาก พลันพรากสิ้น
สันติภาพ ฉาบชีวิน...............................ปานปิ่นปราชญ์ โชติชัชวาล

    บุญบำเพ็ญ เป็นที่พึ่ง........................เป็นสิ่งซึ่ง สร้างหลักฐาน
ชนม์ชีวี อภิบาล...................................สุขสำราญ นิรันดร ฯ

๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๗

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อยู่ดีกินดี : กลอนคติสอนใจ



อยู่ดีกินดี : กลอนคติสอนใจ

    ฝนมาย้ำ ว่ายัง ไม่ห่างหาย.......................ตกโปรยปราย ตอนเช้า ราวสนาน
รดผืนดิน หินแล้ง แห้งกันดาร........................แล้วตกพร่ำ ซ้ำวาร สายัณห์เย็น

    ณ ปลายฝน ต้นหนาว คราวเปลี่ยนผ่าน........วิปริต พิสดาร อาการเห็น
ร้อนสลับ กับฝน ปนหนาวเย็น........................พาลำเค็ญ เป็นไข้ ป่วยหลายคน

    หยาดน้ำใส ใสยล บนใบหญ้า....................เป็นสัญญาณ์ ว่าเมื่อคืน ร่ำรื่นฝน
ผีเสื้อกลาง คืนซ่อน นอนบ้านคน....................สุริยน สาดแสง ยังแฝงกาย

    ซื้อกับข้าว ก้าวไว ไปตลาด.......................ยูรยาตร บ้านย้อน ก่อนจะสาย(ยูรยาตร=เดิน)
เวลาสั้น มีค่า น่าเสียดาย...............................เร่งขวนขวาย กรรมา การหากิน

    ตราบเท่าที่ หัวใจ ไม่หยุดเต้น....................ความจำเป็น จับจ่าย จึงไม่สิ้น
ตราบเท่าที่ ต้องการ ศานติ์ชีวิน......................วัฒนา อาจิณ จงดิ้นรน

    ประกอบการ งานไกร อย่าได้ขลาด.............เพิ่มทักษะ ความสามารถ พิลาสผล
เรียนความรู้ ใหม่ๆ ในสากล...........................อย่าเป็นคน มนมิจฉา อันธพาล

    อยากได้ดี (เป็นคน)มีค่า (จง)ศึกษาปราชญ์...ผู้ประสาธน์ ปรัชญา พิทยฐาน
มิใช่เร่า เมาร่ำ หาสำราญ...............................รังเกียจการ งานกิจ อวิชชา

    อยากทำงาน ง่ายๆ ได้เงินหลาก..................จะลำบาก อภิรมย์ สมปรารถนา
อยากอยู่ดี กินดี มีทรัพยา...............................โดยไม่แกร่ง แสวงหา อย่าฝันไป

    ความพยายาม คือทาง สร้างโอกาส..............ความไม่ขาด สัทธา อุราใส่
ความอดทน ประสิทธิ์ พิชิตชัย.........................สมดั่งหมาย ได้ดี สิริวิบูล ฯ

๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๗

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ธรรมชาติชีวี : กลอนคติชีวิต



ธรรมชาติชีวี : กลอนคติชีวิต
(ฉันทลักษณ์ที่ผมคิดประดิษฐ์ขึ้นเอง)


    ฝนตก เอาตอน ก่อนรุ่ง................จรุง อากาศ สะอาดเห็น
นาแล้ง ระกำ ลำเค็ญ.......................ค่อยเย็น ขยับ ข้าว(ฟื้น)กลับคืน

    (ข้าว)ที่เริ่ม ออกรวง พวงใหญ่.......รอให้ สุกพรั่ง ทั่วทั้งผืน(นา)
มี(ฝูง)นก ผกผิน กินกลืน..................ต้องฝืน เฝ้าไล่ ให้พ้นนา

    ศัตรู อยู่คู่ ชีวิต...........................(เห็นใคร)ดีกว่า จะคิด จ้องริษยา
(เห็น)ใครด้อย(กว่า)คอยชิน นินทา.....เป็นกรรม ธรรมดา สามานย์ชน

    หมายเก็บ เต็มเม็ด เต็มหน่วย.........รุ่มรวย ความคิด พิชิตผล
สมดั่ง ฤดี กี่คน ?.............................หลากล้น พลาดหวัง ซังกะตาย

    ธรรมชาติ ขาดแคลน แสนสลด.......ต้องอด ต้องทน ด้นขวนขวาย
ผู้ที่ ปรีดา รักสบาย...........................เกียจคร้าน บั้นปลาย (จะ)ทุรายทุรน

    เชื่อใจ ใครได้ ลำบาก...................โลกหลาก (ผู้)มักรอ โฉดฉ้อฉล
เห็นหน้า ตาดี พิมล..........................ใจล้น โจรกรรม์ แจ้งมารยา

    สิ่งสรรพ ขับดัน ชีวิต.....................เช่นฤทธิ์ สัญชาต ญาณปรารถนา
ประสม ปมสัตว์ อัตตา.......................แกร่งกล้า เกินกว่า จะท้าทาน ?

    จึงยล คนเป็น ส่วนใหญ่.................ชอบทำ ตามใจ ให้เหิมหาญ
ไม่มี จริยา อาจาร.............................คอยคัด คอยค้าน มานคะนอง(อาจาร=หลัก)

    ต่างคน ต่างสำ ความสุข................กระตุก วิตก ตรึกบกพร่อง(สำ=ซับซ้อนกัน)
เห็นแต่ แก่ตัว ทั่วตรอง......................มองข้าม ความเชื่อ เอื้ออารี

    เมตตา กรุณา ปรากฏ....................จะลด จรดทุกข์ ทางสุขี
รสชาติ อัศจรรย์ กรรม์ดี.....................สุทธี รสใด เทียบได้เอย ฯ(สุทธิ=แท้)

๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วัฒนธรรมทรามเสื่อม : กาพย์ฉบัง๑๖



วัฒนธรรมทรามเสื่อม : กาพย์ฉบัง๑๖

    ความเคยชินจากส่วนตัว................ถ่ายทอดครอบครัว
แพร่หลายไปทั่วสังคม

    จนเป็นประเพณีนิยม................วัฒนธรรมสม-
สั่งบ่มเพาะพฤติสำ

    ครรลองของการกระทำ.................ถูกต้องคลองธรรม
กลายกฎกำหนดยึดถือ

    ใครทำตาม=งดงามคือ.................ขัดขืนขึ้นชื่อ
ดื้อรั้นสามานย์สาไถย

    วัฒนธรรมถ้าดีพิไล................ต้องธรรมอำไพ
ก็ไม่ก่อเกิดปัญหา

    แต่บางวัฒนธรรมต่ำช้า................มากมี อวิชชา
เบาปัญญาบ้าบาปเห็น

    (คน)ทำดีไซร้กลายกลับเป็น..............แกะดำจำเดน
ตามเข่นฆ่าน่าสยอง

    (คน)ทำชั่วโฉดเฟื่องเรืองรอง.................คักคึกคะนอง
ยกย่องแซ่ซ้องสรรเสริญ

    แทนที่จักนำจำเริญ..................(กลับ)ชักทรามต่ำเชิญ
เดินไปในทางเสื่อมเสีย

    อารยธรรมเมโสโปเตเมีย...............บัดนี้ต่ำเตี้ย
เรี่ยราดอุบาทว์ศาสนา

    คอยแต่กดขี่บีฑา...............เคียดแค้นเข่นฆ่า
ความบ้าระห่ำลุกลามเอย ฯ

๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๗

วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ใครชั่วช่างหัวมัน : กาพย์ยานี ๑๑



ใครชั่วช่างหัวมัน : กาพย์ยานี ๑๑

    คุณยาย ขายไม้ดอก..................จากบ้านออก มาแต่เช้า
จิตใส ใจจึงเสาว์...........................จะแก่เฒ่า ก็เพียงกาย

    ถือว่า ทำหน้าที่........................เลี้ยงชีวี รี่ขวนขวาย
เพียรอยู่ อย่าดูดาย........................คือเครื่องหมาย (คน)มีคุณธรรม

    รอบกาย คนหลายหน้า...............เคล้ากรรมา สูงคละต่ำ
คนดี ช่วยชี้(แนะ)นำ.......................คนริยำ ปล่อยตามใจ

    คบหา แค่คนดี..........................คนอัปรีย์ มิกรายใกล้
มิคิด ริษยาใคร..............................หรือใส่ใจ ใครโฉดฉล

    กรรมใด ใช่ดี/ชั่ว........................มิพันพัว กาล/ตัวคน
ชั่ว/ดี ย่อมมีผล..............................ตามกลไก กฎแห่งกรรม

    ใครชั่ว ช่างหัวเขา......................เตือนตัวเรา อย่าเข้าถลำ
ความดี มีศีลธรรม...........................จักจุนค้ำ ล้ำเลิศครอง

    คนดี อย่าวิตก............................สังคมรก คนบกพร่อง
หลักธรรม์ คือครรลอง......................ทำถูกต้อง ป้องกันไตร(ไตร=ไกร)

    ผลกรรม ทำชั่ว/ดี........................เกิดทันที ก็หาไม่
ผู้เฒ่า มิเร่าใจ.................................เพราะรอได้ ไร้ทุกข์เอย ฯ

๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๗

วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557

หนี้(อยู่)นอกระบบ : กลอนคติสอนใจ



หนี้(อยู่)นอกระบบ : กลอนคติสอนใจ

    ไม่ค่อย เข้าใจ.................ข่าวใคร เป็นหนี้
นอกระ บบมี.......................พิไร รำพัน

    สำรวจ ตรวจตรา..............ชีวา ของฉัน
พ่อแม่ เผ่าพันธุ์...................เพียงสา มัญชน

   อดๆ อยากๆ....................ลำบาก หลากล้น
เยาว์ยัง กังวล.....................หนทาง เติบวัย

    จบชั้น มัธยม..................ก้มหน้า กล้าให้
พักเรียน มหา'ลัย.................ตั้งใจ ตรำงาน

    แลกเหงื่อ กับเงิน............เพลินความ ไม่คร้าน
เก็บทรัพย์ ศฤงคาร...............เพื่อกาล แก่ตัว

    รักดี ศีลธรรม..................มิช่ำ กรรมชั่ว
อบายมุข ทุกข์กลัว...............มิกลั้ว พัวพัน

    ใช้(จ่าย)น้อย กว่าหา........บ่บ้า แข่งขัน
สินค้า สารพัน.....................ให้มัน ทันสมัย

    มิคิด ติดคร่ำ....................รวยร่ำ เหนือใคร
พอกิน พอใช้.......................ก็ไม่ กังวล

    ไม่เคย ทุจริต...................ไร้จิต ฉ้อฉล
และไม่ ดิ้นรน.......................จนเกิน กำลัง

    ไม่งอ มือเท้า...................ไม่เฝ้า ฝัน-หวัง
งานหนัก ไม่ชัง.....................เบาไม่ ยั้งมือ

    ตั้งใจ ปฏิบัติ.....................สัทธา สัตย์ซื่อ
บุญ-บาป นับถือ.....................คือ(สิ่งที่)เรา เคารพ

    หนี้สิน ผินออก...................อยู่นอก ระบบ
สุขศานติ์ พานพบ...................ไม่ลบ เลือนเลย ฯ

๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๗