ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ยินดีต้อนรับอาคันตุกะทุกท่าน
ขอขอบคุณที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่ท่านประสงค์
ผลงานเหล่านี้ ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่
( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด
ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า โดยไม่คิดมูลค่า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆท่านเทอญ
ขออภัยถ้าเห็นโฆษณาที่น่ารำคาญ เป็นการดำเนินการของ Blogger เอง
ผมไม่มีต้องการและไม่ได้รับประโยชน์อะไร ผมสร้างเว็ปนี้เพื่อการกุศล ไม่ใช่เพื่อหารายได้

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ฝนทำน้ำท่วม ? : ภุชงคประยาตฉันท์๑๒



ฝนทำน้ำท่วม ? : ภุชงคประยาตฉันท์๑๒

    ระลอกฝน ระรนฟาด...................พนาสาด มิขาดสาย
ระทึกเสียง กระเกรียงกราย...............ประหนึ่งหมาย มลายราน

    ณ ราตรี มิมีแสง.........................ตระหนักแรง พระพายผ่าน
ณ มืดมน ผจญมาน.........................สะทกการณ์ สะท้านกาย

    กระแสน้ำ กระหน่ำเนื่อง...............ประจักษ์เบื้อง ธราหาย(ธรา=แผ่นดิน)
กระแสชล ยุบลชาย.........................อุทกผาย อบายพรู(ยุบล=เรื่องราว,อบาย=ความฉิบหาย)

    ทะลักขอน และท่อนไม้................ศิลาไส ไศลซู่
ทะลึ่งโคลน กระโจนจู่......................ระห่ำสู่ ณ ชุมชน

    ละอ่อน-เฒ่า นิทราหลับ................ก็ถูกทับ ขยับท้น
ทะลายบ้าน ทะยานบน.....................ผลิตผล เกษตรกรรม

    มิเพียงแค่ พนัสคาม....................กระแสน้ำ สิลามล้ำ
ลุเมืองใหญ่ ละม้ายย่ำ......................พิบัติพร่ำ พยานภัย

    เพราะความโลภ ละโมบมาก..........ซิเกิดจาก มนุษย์ไซร้
กระทำตาม กระสันไตร.....................เลาะป่าไม้ และธรรมชาติ

    อุบัติเภท เทวษเพิ่ม.....................จิซ้ำเสริม มิเติมขาด
สนองกรรม ริยำยาตร.......................มนุษย์ชาติ วินาศเอย ฯ

๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

จารีตประเพณี : กาพย์สุรางคนางค์๒๘



จารีตประเพณี : กาพย์สุรางคนางค์๒๘

    ...................................วัสสะ จารีต
เมฆหลาย กรายกรีด.............ประดิษฐ์ น้ำฝน
หล่อเลี้ยง โลกา..................วนา ชระชล(ชระ=บริสุทธิ์)
สมบูรณ์ พูนผล...................สกล กระจาย

    ...................................ฝนพร่าง ทั้งคืน
ไพรสณฑ์ ผลชื้น.................รื้นสม ร่มสยาย
ลมรำ เพยแผ่ว....................เสพแล้ว สบาย
จรรโลง ส่งท้าย...................ก่อนสาย กรายมา

    ....................................จารีต ประเพณี
สนับสนุน ชีวี.......................ลดมี ปัญหา
คลองกรรม์ สันติ..................โสตถิ กติกา(โสตถิ=ความสวัสดี)
สังคม รมยา........................ชีวา สถาพร(รมยา=รมย์)

    ....................................เลยละ จารีต
ปราชญา อดีต......................คิดใคร่ ไถ่ถอน
กระทำ ตามใจ......................อย่างไม่ อาวรณ์
ผลขื่น คืนย้อน......................เดือดร้อน ยากเย็น

    .....................................หลงตน คนฉลาด
เริงร่า ประมาท .....................ผิดพลาด พบเห็น
แทนที่(จะ)มีสุข.....................กลับทุกข์ ลำเค็ญ
ยุ่งยาก ลำบากเป็น.................อยู่เร้น รุ่งเรือง

    .....................................รักษา ประเพณี
ขจัด บัดสี............................ความดี ฟุ้งเฟื่อง
ศีลธรรม กำกับ......................อัประมาณ์ ประเทือง(อัประมาณ=กำหนดไม่ได้)
เกื้อกูล หนุนเนื่อง..................เบื้องหน้า สุขสบาย ฯ

๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗

วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ใจสะอาด : กลอนเจ็ด



ใจสะอาด : กลอนเจ็ด

    หลังฝน หล่นริน (ผืน)ดินสะอาด.............น้ำพัด ปัดกวาด ผุดผาดให้
สวยสัน สดสี แลพิไล...............................เหมือนเป็น เช่นใหม่ ไร้ราคี

    หลังฝน หล่นริน ก้อนหินแห้ง.................กลับแปลง เป็นสด ปรากฏศรี
พื้นผิว สะอาด ปราศธุลี.............................สะท้อน แสงสี สุริยน

    หลังฝน หล่นริน เหล่าติณชาติ................วิลาศ วาดใบ ไวเหิมหรรษ์
ขจี สีเขียว เรี่ยวแรงรัน..............................กลับฟื้น คืนฝัน บันเทิงไท

    กิเลส เฉทไร้ ใจสะอาด.........................ปราศจาก มลทิน จินดาไถย
งดงาม ความคิด และจิตใจ........................ประเทือง เรืองไร ในกมล

    ตัณหา คลาไคล ใจสงบ........................พานพบ พสุ แห่งกุศล
เคลื่อนไหว (แต่)ไร้ร่าน การดิ้นรน...............อยู่บน โลกา (แต่)ละโลกีย์

    มลทิน สิ้นไป ใจพิสุทธิ์.........................ประดุจ หลังฝน ถกลศรี
ธรรมชาติ พงไพร ใสโสภี..........................ธรรมชาติ ฤดี สิโสภา

    อย่าปล่อย ใจลาม ตามอารมณ์...............โสมม กิเลส กับตัณหา
อย่าจับ ดวงจิต อวิชชา.............................เป็นที่ ปรารถนา ประสันนาการ(ประสันนาการ=อารมณ์เลื่อมใส)

    จิตใจ ได้รับ การดูแล............................จะไม่ พ่ายแพ้ และสุขศานติ์
กุศล ผลดี จิบันดาล.................................ประสบ พบพาน พิมานเอย ฯ

๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๗

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ฝนมาเมื่อต้นกล้าตายหมด : กลอนหก



ฝนมาเมื่อต้นกล้าตายหมด : กลอนหก

    ฝนมา เมื่อ(ต้น)กล้า ตายหมด............ปรากฏ ในนา ปีนี้
เพาะไว้ ไม่เหลือ เรื้อมี..........................เห็นที ต้องหว่าน ธัญญา

    นาดำ เมื่อทำ ไม่ได้.........................น้ำไร้ ตาย(ตั้ง)แต่ เป็นกล้า
นาหว่าน ต้องการ พ่นยา.......................ฆ่าหญ้า ล่วงหน้า กระทำ

    ฝนฟ้า มามี วิกฤติ............................ชีวิต ชาวนา ระส่ำ
ลูกหลาน คร้านการ กสิกรรม...................เลือกร่ำ เลือกเรียน เพียรลา

    มุ่งใช้ ชีวา ทันสมัย...........................แต่งกาย วิไล ไขว่หา
วัตถุ นิยม รมยา....................................เริงร่า โลกีย์ ปรีดิ์เปรม(รมยา=รมย์)

    เช่าหอ ฉ้อจิต ชิดไพร่........................กระทำ ตามใจ ใคร่เขษม(ไพร่=คนเลว)
ริรัก หลากแฟน แสนเอม.........................อิ่มกาย ในเกม กามกม(กม=กุม)

    เกิดท้อง ก็ต้อง ทำแท้ง......................เหือดแห้ง แล้งธรรม ค้ำข่ม
วิถี โลกีย์ นิยม......................................ยโส โง่งม จมจินต์

    กู้เงิน เพื่อการ ศึกษา..........................กลับมา เพาะมี หนี้สิน
การเรียน เพียรไร้=ไพริน.........................ชีวิน ชะงัก ดักดาน(ไพริน=ข้าศึก)

    วิถี ชีวิต ผิดพลาด..............................(เพราะ)ประมาท หัดชั่ว มั่วหาญ
ย่ำบาป หยาบช้า สามานย์.......................(จึง)ทุกข์ท้อ ทรมาน ดาลดล

    คิดได้ ก็สาย เสียแล้ว..........................ต้องแคล้ว ต้องคลาด พลาดผล
เวียนวก ตกต่ำ จำทน..............................เหมือนฝน (หล่น)มา เมื่อกล้าตาย ฯ

๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เสือ-สิงห์-กระทิง-แรด : กาพย์ฉบัง๑๖



เสือ-สิงห์-กระทิง-แรด : กาพย์ฉบัง๑๖

    เขาว่ายุงร้ายกว่าเสือ................แต่ที่ร้ายเหลือ
กว่ายุงและเสือก็คือ " คน "

    ผู้มีดวงฤดีฉ้อฉล................เปี่ยมด้วยเล่ห์กล
อกุศลมลทินจินดา

    โดยเฉพาะผู้ที่โสภา................รูปร่างหน้าตา
แต่ทว่าใจดำอำมหิต

    พูดจาปราศรัยคล้ายมิตร.................แต่ในดวงจิต
คอยคิดมิจฉาสาไถย

    ลวงหลอกให้เราตายใจ.................ตีสนิทชิดใกล้
ก่อนจะทำร้ายในภายหลัง

    ท่าทีมีความจริงจัง...............คอยให้ความหวัง
กลับสร้างแต่ความเสื่อมเสีย

    ไม่เลือกตัวผู้-ตัวเมีย................มาก ล้วนชวนละเหี่ย
ไว้ใจได้เสียที่ไหน ?

    ซุ่มรอก่อการจัญไร................ยามเราเผลอไผล
(คำกล่าวนี้)มิได้ใส่ร้ายป้ายสี

    ยากหาคนใดใจดี...............ในทุกวันนี้
มีเฝือ " เสือ-สิงห์-กระทิง-แรด " เอย ฯ

๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗

วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ละมุนฤดีชีวิน : กลอนจรรโลงใจ



ละมุนฤดีชีวิน : กลอนจรรโลงใจ

    ..................................เราเลือก ที่จะรับรู้
และปฏิเสธ การรับรู้.............สิ่งที่มีอยู่ ในโลก

    ..................................เราเลือก ที่จะบริโภค
และปฏิเสธ การบริโภค........สิ่งที่โลกย์สร้าง ทั้งหลาย

    ..................................ขึ้นอยู่กับ ความงมงาย
การดิ้นรน ขวนขวาย............และความมักง่าย ในแต่ละคน

    ..................................อาศัยความ มีเหตุมีผล
แลจิต อันเป็นกุศล..............เกื้อหนุนกมล ดลบันดาล

    ..................................ฝ่าวิถีทาง แห่งวัฏฏสงสาร
ที่ยังคงสับสน อลหม่าน........เพราะมายาการ ของจิตใจ

    ..................................ทัศนคติที่สัตย์ตรง จำนงใน
แก้ความคดโกง หลงใหล.....ให้ห่างหาย ไปจากฤดี

    ..................................มองเห็นความเป็น สัจวิถี
มรรคา ประจญชีวี................อย่างมีสันติ และอิสระ

    ...................................พ้นล่วงบ่วงทัณฑ์ พันธะ
ของราคะ-โลภะ-โทสะ..........แลโมหะทั้งหลาย ในปัจจุบัน

    ...................................ดำรงชีวี ที่สร้างสรรค์
บริบูรณ์ คุณอนันต์...............ไม่ฮึกเหิมหรรษ์ ร่านราคิน

    ...................................เป็นหนึ่งเดียว กับธรณิน
กระแสลม กระแสกระสินธุ์......ละมุนฤดีชีวิน จวบสิ้นวาร ฯ

๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗

วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อยากได้รัก อย่ามักง่าย : กาพย์ยานี๑๑



อยากได้รัก อย่ามักง่าย : กาพย์ยานี๑๑

    นี่หรือ คือคนซึ่ง..................เธอติดตรึง พึงปรารถนา
มอบกาย ถวายชีวา..................ให้ชื่อว่า ได้มาครอง ?

    ร่างเปล่า รอเน่าเปื่อย...........ทำเรื่อยเฉื่อย เนือยงานผอง
ระหาย หลายสิ่งปอง................ต้องรักษา อย่างระวัง

    ทรงสัญ ชาตญาณ...............คอยบงการ กระสันสั่ง
เกิดผุด ยากหยุดยั้ง..................ดังเฉกสัตว์ เดรัจฉาน

    ไม่มี มโนธรรม.....................คอยจุนค้ำ จำดวงมาน
ทำตาม ใจต้องการ...................พ้นพื้นฐาน ชอบ-ชั่ว-ดี

    พูดจา สัจจะไร้.....................กรรมสาไถย ไคลธรรมศีล์
กลิ้งกลอก หลอกลวงมี..............เป็นนิสัย ไม่ผันแปร

    เห็นแก่ ก็แต่ตน....................คิดโฉดล้น ฉลชั่วแล้
ทุจริต เป็นกิจแด.......................ไม่มีแม้ แต่ละอาย

    คบคน มาล้นหลาก................หลอกซ้ำซาก มามากหลาย
เลิกรา มากรีดกราย....................หมายเพียงเธอ เพ้อรำพัน

    เอาใจ ในวันนี้.......................จะไม่หนี วันหน้านั้น
เชื่อได้ เช่นใดกัน ?....................จงเท่าทัน ภยันตราย

    รักใคร่ ความประมาท..............จะประสาท ความเสียหาย(ประสาท=โปรดให้)
อยากรัก มักง่ายดาย...................จักแพ้พ่าย ใจทุกข์เอย ฯ

๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗