ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ยินดีต้อนรับอาคันตุกะทุกท่าน
ขอขอบคุณที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่ท่านประสงค์
ผลงานเหล่านี้ ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่
( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด
ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า โดยไม่คิดมูลค่า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆท่านเทอญ
ขออภัยถ้าเห็นโฆษณาที่น่ารำคาญ เป็นการดำเนินการของ Blogger เอง
ผมไม่มีต้องการและไม่ได้รับประโยชน์อะไร ผมสร้างเว็ปนี้เพื่อการกุศล ไม่ใช่เพื่อหารายได้

วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

กฎแห่งกรรมเกินคาดเดา : กลอนหก



กฎแห่งกรรมเกินคาดเดา : กลอนหก

    ตอนบ่าย ภายใต้ เมฆหม่น...............หากไร้ สายฝน หล่นฝอย
เมฆเทา เอาแต่ เลื่อนลอย...................เคลื่อนคล้อย ผ่านไป ผ่านไป

    นายัง ขาดน้ำ ย้ำขัง........................ข้าวยัง มิรู้ (จะ)รอดไหม ?
ทุนรอน ทอนแรง ลงไป.......................จะได้ หรือไร้ ผลคืน ?

    เสียงดัง ข้างบ้าน ด่าทอ..................ผัวหนอ บ้าบอ ระรื่น
เล่นพนัน บั้งไฟ ไม่ฟื้น........................ลูกขม เมียขื่น กลืนกิน

    รวยหลาย ใครเร่า เฝ้ารอ.................สุขใจ ใครก็ ถวิล
แต่การ ชาญมี ชีวิน............................เกินลิ้น จินดา อาลัย

    ที่ว่า ชะตา ลิขิต............................ถูก-ผิด จริงแท้ แค่ไหน ?
ผลกรรม ทำเรา เท่าไร ?.....................ผลใด มิใช่ เพราะเรา(ทำเอง) ?

    คิดใคร่ ไม่แคล้ว เป็นบ้า..................ธรรมชาติ สัจจา อย่าเฝ้า
เกินจะ สามารถ คาดเดา......................ของคน มนเมา มายา

    กิเลส ตัณหา ขจัด..........................สมาบัติ ขัดสี พิษฐาน์(พิษฐาน=มุ่งหมาย)
เบื้องต้น ดลดาล ปัญญา......................แก่กล้า ปรากฏ พรตพร

    เมื่อยัง โง่เขลา เบาสติ....................ควรสิ เชื่อศาสน์ ปราชญ์สอน
บาปชั่ว หยาบช้า ละทอน.....................ไร้เหือด เดือดร้อน บวรเอย ฯ

๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ณ วัฏฏสังสาร นิรันดร : กาพย์สุรางคนางค์๒๘



ณ วัฏฏสังสาร นิรันดร : กาพย์สุรางคนางค์๒๘

    ..............................เขียดร้อง หลังฝน
ในคืน มืดมน.................เสกสณฑ์ สดใส
หยดน้ำ ยังค้าง..............อยู่กลาง ไม้ใบ
สะท้อน แสงไฟ.............พิไล ไพรวัน

    ..............................หายใจ (เอา)ไอเย็น
มองคืน มืดเร้น...............มองเห็น สุขสันติ์
ในความ สงัด.................ทัศนีย์ ชีวัน
ที่ไม่ ยึดมั่น....................บันเทิง โลกีย์

    ...............................อุระ สงบ
สะคราญ พานพบ............ประสบ สุขศรี
ตัณหา ระหาย.................เมื่อไร้ ไม่มี
อิ่มเอม เปรมปรีดิ์.............สติ วิกรม

    ...............................วิตก วิจารณ์
โทสะ ประหาร................ศึกศานติ์ สุขสม
เยือกเย็น เป็นอยู่.............ระลึกรู้ ระดม
คติ ภิรมย์.......................ชโลม ชีวา

    ...............................โมหะ ปราชัย
ปัญญา ไสว...................ในห้วง นิศา(นิศา=กลางคืน)
นิพิท อนิจจัง..................ทุกขัง อนัตตา(นิพิท=ให้รู้ชัด)
โลกเยี่ยง มายา...............จงอย่า อาวรณ์

    ...............................วัฏฏะ สังสาร
ดำรง บงการ...................สำราญ/ทุกข์ร้อน
คล้องกฎ แห่งกรรม..........ทำมา แต่ก่อน
คู่นิ รันดร.........................มิคลอน แคลนเอย ฯ

๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ความงามภายนอก-ความงามภายใน : โคลงสี่สุภาพ



ความงามภายนอก-ความงามภายใน : โคลงสี่สุภาพ

. ดูแลเรือนรักให้..................ปัดกวาด
ถูหมั่นขยันขนาด...................ค่ำ-เช้า
ทุกซอกทุกมุมสะอาด.............หมดจด
อาศัยอยู่ออก-เข้า..................ช่างแม้นสุขศานติ์ ฯ

. การสวมใส่เสื้อผ้า...............แพรพรรณ
ควรย่อมพิถีพิถัน....................เลือกเฟ้น
งดงามสะอาดสรรค์.................สวยเด่น
เป็นปกติมิเว้น........................ว่างแท้ทุกคราว ฯ

. ชนเอาใจใส่หน้า.................ตาเสมอ
ตกแต่งทุกแห่งเจอ.................แว่นจ้อง
เครื่องสำอางไป่เผลอ..............พกติด ตัวตน
ชีวิตวนเวียนข้อง....................แต่ให้งามศรี ฯ

. คนดีคอยจับจ้อง.................นิสัย
อารมณ์แลจิตใจ.....................ไม่เว้น
พบความชั่วขับไส...................ไกลส่ำ
เพิ่มความดีพลีเร้น...................ไขว่ข้องหมองทราม ฯ

. ศีลธรรมนำจิตให้..................ใสสะอาด
พฤติกรรมสำรวมปราศ..............ชั่วช้า
ละอายในบาปขลาด.................ทุจริต
สุจริตสฤษฏ์กล้า......................เกริกพ้องกรรมภักดิ์ ฯ

๖ บุคลิกลักษณะผู้...................งามจิต
กรรมสะอาดมีความคิด...............ผ่องแผ้ว
มิหวาดหวั่นความผิด.................ซุกซ่อน
ทอนทุกขา ทแกล้ว..................อยู่ยั้งยืนนาน ฯ

. ปัจจุบันผลย่อมได้.................ผดุงเห็น
อนาคตประโยชน์เป็น.................ประเสริฐแท้
กุศลกรรมบำเพ็ญ......................เพียรหมั่น
สุขศานติ์สวรรค์แล้....................ภพหน้าผลานิสงส์ ฯ

๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สังคมแห่งการข่มขืน : กาพย์ยานี ๑๑



สังคมแห่งการข่มขืน : กาพย์ยานี ๑๑

    (ข่าว)ข่มขืน ขืนข่มจิต.............ให้ขบคิด วิกฤติขัน
รอบกาย เกิดรายวัน....................ชีวานั้น ช่างอันตราย

    โรงเรียน โรงพยาบาล.............ล้วนสถาน รานเสียหาย
นักเรียน เพียร(เป็น)ผู้ร้าย.............เจ้าหน้าที่กลาย(เป็น) อาชญากร

    ความดี กี่คนใคร่ ?..................ความชั่วไซร้ ไม่ต้องสอน
ข่าวขรม สังคมสะท้อน.................ขืนนิ่งนอน คงร้อนรน

    กลียุค ทุกข์สมัย.....................คนสาไถย ไร้เหตุผล
คิดคล้าย ไม่ใช่คน......................ยลเยี่ยงสัตว์ ชอบอาชญา

    รู้หน้า หารู้ใน(ใจ)...................อย่าไว้ใจ ใครแปลกหน้า
เพื่อนฝูง จูงมือมา.......................มันยังกล้า ก่อฆาตกรรม

    เตือนใจ ไม่ประมาท................เพียงผิดพลาด อาจถลำ
ถึงตาย ไร้ถ้อยคำ.......................มาปรักปรำ จำเลยจร

    (มี)กฎหมาย เหมือนไร้กฎ........พิพากษ์บท ลงโทษอ่อน
เงินคัด ตัดสินคลอน....................ฐานันดร ทอนยุติธรรม

    คนชั่ว ปกครองบ้าน................อันธพาล การเมืองพล้ำ
ราชการ ระรานกรรม....................เกิดซ้ำซาก ทุกข์ยากเอย ฯ

๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗

รวบแล้ว!! จนท.ห้องเอ็กซเรย์หื่น! ข่มขืนคนไข้วัย 70 คารพ.ดัง หลังเผ่นหนีกบดานhttp://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1406391678



ตร.รวบ 4 นร.ชาย ข่มขืนเด็กหญิงม.1 คาบ้านพักครูร.ร.ดัง จ.ชัยนาทhttp://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1406374234


ขับรถเฉี่ยวให้ล้ม
แล้วฉุดสาวไปข่มขืนhttp://bit.ly/1nOgk3h

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

มาทำความดีกันเถิด : กาพย์ฉบัง๑๖



มาทำความดีกันเถิด : กาพย์ฉบัง๑๖

    ทำดีให้เป็นนิสัย............ไม่ว่าเรื่องอะไร
ตั้งใจใฝ่แค่ความดี

    ละเว้นบาปวัชบัดสี.............ดำเนินชีวี(วัช=โทษ)
บนวีถีแห่งศีลธรรม

    ระลึกตรึกตรองคลองกรรม.............ที่ประเสริฐเลิศล้ำ
อย่าทำความชั่วมั่วหาญ

    กุศลจะดลบันดาล.............ประสบสุขสำราญ
พบพานศานติพิชยา(พิชย-=ความชนะ)

    ไม่ทำบาปทรามสำหา..............ก็ไม่ต้องมา
ทนทระอาภัพอับจน(ทุร-=ยากลำบาก)

    ทำดีได้ดีมีผล............ร่มรื่นคืนตน
เสาวคนธ์ถกลวิถี

    ไม่ทำความชั่วทั่วมี..............สุขเขษมเปรมปรีดิ์
ห่างไกลไพรีนิรมล

    พิทักษ์รักดีสิดล..............ไม่เพียงแต่ตน
หากคนอื่นชื่นสุขี

    มาเถิดเพื่อนพ้องน้องพี่............มาทำความดี
ให้โลกนี้น่าอยู่เอย ฯ

๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗   

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

นางงามทรามนัย : กลอนคติเตือนใจ



นางงามทรามนัย : กลอนคติเตือนใจ

    ตำแหน่ง " นาง งาม " ใน สมัยนี้........ใยจึงมี ราคีฉาว คาวโฉ่ฉาน ?
สร้างบัดสี วีรกรรม ทำอาการ.................ทรามชั่วช้า สามานย์ สันดานมล

    ไม่อับอาย กายเปลือย เมื่อยมือปิด......ดัดจริต ประดิษฐ์ท่า ราคะล้น
ทำยั่วยวน ชวนชาย หมายเมียงตน..........อ้างเหตุผล คืองาน จรรโลงใจ

    เหล่าสัตว์ปา หน้ามืด กามยึดติด.........ต่างสรรเสริญ เจริญจิต พิสมัย
ยกย่องเป็น " นางฟ้า " สุราลัย...............มาโปรดให้ ได้เห็น เช่นบุญตา

    พวกขายรถ ขายสุรา ล้วนมาจ้าง........เครื่องสำอาง ต่างรัก หนุนนักหนา
อยากบรรลุ ธุรกิจ คนติดตา...................เร่โฆษณา ราคิน อาจิณมี

    พอเงินมา ผ้าหลุด ฉุดไม่อยู่..............เลิกรับรู้ อกุศล กลบัดสี
ภาพพจน์ทราม เสียหาย กลายเห็นดี.......รจเรข เซ็กซี่ หลงนิยม

    ชอบคบชู้ สู่ชาย คล้ายปกติ...............เป็นสิทธิ ส่วนตัว มัวเมาสม
เลิกคนนู้น รักคนนี้ รี่โสมม....................เป็นข่าวขรม สังคมด่า หน้าไม่อาย

    ศัลยกรรม ทำปลอม พร้อมโอ้อวด......งามยิ่งยวด ทรวดทรง อนงค์หมาย
คนโง่เขลา เบาปัญญา ต่างตาลาย.........น้อมถวาย ดวงจิต คิดเทิดทูน

    เป็น " นางงาม " ทรามนัย ใจสกปรก...ปริวิตก บกพร่อง คลองธรรมสูญ
ใครจับเป็น คู่จอง ต้องอาดูร...................เสมือนมี ปฏิกูล พูนพอกเอย ฯ

๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ฝนทำน้ำท่วม ? : ภุชงคประยาตฉันท์๑๒



ฝนทำน้ำท่วม ? : ภุชงคประยาตฉันท์๑๒

    ระลอกฝน ระรนฟาด...................พนาสาด มิขาดสาย
ระทึกเสียง กระเกรียงกราย...............ประหนึ่งหมาย มลายราน

    ณ ราตรี มิมีแสง.........................ตระหนักแรง พระพายผ่าน
ณ มืดมน ผจญมาน.........................สะทกการณ์ สะท้านกาย

    กระแสน้ำ กระหน่ำเนื่อง...............ประจักษ์เบื้อง ธราหาย(ธรา=แผ่นดิน)
กระแสชล ยุบลชาย.........................อุทกผาย อบายพรู(ยุบล=เรื่องราว,อบาย=ความฉิบหาย)

    ทะลักขอน และท่อนไม้................ศิลาไส ไศลซู่
ทะลึ่งโคลน กระโจนจู่......................ระห่ำสู่ ณ ชุมชน

    ละอ่อน-เฒ่า นิทราหลับ................ก็ถูกทับ ขยับท้น
ทะลายบ้าน ทะยานบน.....................ผลิตผล เกษตรกรรม

    มิเพียงแค่ พนัสคาม....................กระแสน้ำ สิลามล้ำ
ลุเมืองใหญ่ ละม้ายย่ำ......................พิบัติพร่ำ พยานภัย

    เพราะความโลภ ละโมบมาก..........ซิเกิดจาก มนุษย์ไซร้
กระทำตาม กระสันไตร.....................เลาะป่าไม้ และธรรมชาติ

    อุบัติเภท เทวษเพิ่ม.....................จิซ้ำเสริม มิเติมขาด
สนองกรรม ริยำยาตร.......................มนุษย์ชาติ วินาศเอย ฯ

๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗