ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ยินดีต้อนรับอาคันตุกะทุกท่าน
ขอขอบคุณที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่ท่านประสงค์
ผลงานส่วนใหญ่ ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นจากประสบการณ์ชีวิตทั้งของตัวเองและคนอื่นที่นำมาเป็นบทเรียน พร้อมทั้งเอาหลักศีลธรรมมาประยุกต์ใช้ เพื่ออบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่
( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องดัดแปลงชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด
ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า โดยไม่คิดมูลค่า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆท่านเทอญ
ขออภัยถ้าเห็นโฆษณาที่น่ารำคาญ เป็นการดำเนินการของ Blogger เอง
ผมไม่มีต้องการและไม่ได้รับประโยชน์อะไร ผมสร้างเว็ปนี้เพื่อการกุศล ไม่ใช่เพื่อหารายได้

วันศุกร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2557

ความพยายาม จะไม่สูญเปล่า : กลอนกำลังใจ



ความพยายาม จะไม่สูญเปล่า : กลอนกำลังใจ

    เมื่อได้พากเพียรพยายาม.....................เพื่อสร้างความก้าวหน้าของชีวิต
ทุ่มเทไปทั้งดวงจิต.................................มุ่งประสิทธิ์พิชิตเป้าหมาย
เป้าหมายที่น่าปรารถนา............................แม้ว่ามันจะไม่ง่ายดาย
รวบรวมศักยภาพทั้งหลาย.........................เพื่อทลายอุปสรรคขวากหนามนานา

    อุตส่าห์ตั้งความหวังไว้.........................ด้วยดวงใจใคร่ไขว่คว้า
เป้าหมายมากอดไว้แนบอุรา......................เพื่อนำชีวาประสบสุขเขษม
หวังว่าจะได้ลิ้มรส....................................แสนสวยสดให้อิ่มเอม
หวังว่าชีวีจะปรีดิ์เปรม...............................เติมเต็มปฏิทินวิญญาณ์

    ผลคราครั้นปรากฏ...............................ล้มเหลวหมดไม่เป็นท่า
อดไม่ได้ไห้ครวญคร่ำน้ำตา........................พรรณนาว่าเป็น " ความพยายามที่สูญเปล่า "

    " สูญเปล่า " คำกล่าวถูกจริงหรือ ?..........ใยใสซื่อฤดีเช่นนี้เล่า
จริงอยู่ว่าผลไม่ได้ดั่งใจของเรา....................พลาดเป้า อาจไม่ " สูญเปล่า " เสมอไป

    ระหว่างทางที่เธอเพียรพยายาม...............ได้สร้างความสามารถเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?
เธอได้เรียนรู้ ได้เห็นได้ดูอะไรใหม่ๆ..............ประสบการณ์มากมายที่ได้มา

    ล้วนเป็นสิ่งที่วิเศษ................................เลอเลิศเวทจำรูญคุณค่า
เสมอกับทรัพย์นานับอัปมาณ์.......................จะหามาจากไหน หากไม่ใช่เพราะพยายาม ?

    ความรู้คือทรัพย์อันประเสริฐ....................บ่อเกิดพลังแห่งการสร้างสรรค์
ผลงานแสนอัศจรรย์..................................บันดาลบรรลุเป้าหมายใหม่ครั้งต่อไป

    การได้ทำในสิ่งที่ควรทำ.........................คือความถูกต้องผ่องผุดพิสุทธ์ใส
ยังประโยชน์ให้เวลาชีวีที่ล่วงเลยไป..............ไม่ใช่อะไรที่ผ่านไปอย่างไร้สาระ

    หนทางแห่งความหวังยังคงไม่รางเลือน......ตราบเท่าที่หัวใจไม่ละวาง ไม่เลิกตั้งความปรารถนา
จงเอาอย่างมวลหมู่สกุณา..................ที่ไม่ท้อถอย คอยบินสู่ฟากฟ้า จนกว่าจะหมดแรง

    ใครเล่าจะรู้ว่าอนาคตเปิดกว้างเพียงไร........หากไม่พยายามทำให้สำเร็จ ปฏิเสธการเสแสร้ง
" ความสูญเปล่า " อย่ายกเอามาแถลง............จงกล้าแกร่ง พยายามต่อไปให้สุดแรง จนกว่าจะหมดลมหายใจ ฯ

๑๘ เมษายน ๒๕๕๗

วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2557

โลกนี้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง : กลอนคติชีวิต



โลกนี้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง : กลอนคติชีวิต

    พรุ่งนี้...........................................ดวงสุรีย์ ย่อมขึ้นทางทิศตะวันออก
แลมิต้องบอก.....................................จะค่อยๆออก จากขอบฟ้าไปในคราปัจฉิม

    ดารา-เดือน ลอยเคลื่อนคลุมฟ้า..........ณ ราตรี และมีรังสีงามพริ้ม
มองเท่าไรก็ไม่เคยอิ่ม...........................เปรมปริ่มหฤทัย ไร้ธุลี

    บุปผายังจะเบ่งบาน..........................ฤดูกาลใหม่ผ่านมา เก่าคลาไคลหนี
ความเลวยังคงจะมี...............................แลความดี...ยังคงจะสะคราญ

    คนทุจริตคิดชั่ว................................ถ่ายทอดชั่ว ทั่วไปให้ลูกหลาน
คนซื่อสัตย์อัชฌาชาญ...........................ต้องส่งผ่านจรรยา มิละลดไป

    อาหารเหลือล้น โดนทิ้งเพราะกินไม่หมด.....ขณะที่มีคนเหลือล้านอดอยาก ตายจากโลกไซร้
ความจริงจะดำดิ่งต่อไป..................................ไม่สิ้นสุด ตราบเท่าที่มีมนุษยชน

    อย่าต้องเดือดเนื้อร้อนจิต.....................เมื่อชีวิตมี ย่อมหนีจากสิ่งเหล่านี้ไม่พ้น
ปล่อยวาง....อย่าไปกังวล.........................ต่อให้เหนือกว่าคน ก็จนใจ ไม่อาจเปลี่ยนแปลง

    ชีวิตต้องเป็นไปตามกรรม......................สัจจธรรมสัมฤทธิ์สิทธิแผลง
กฎแห่งกรรมเก็บงำจำแลง.........................ไม่แสดงเด่นชัดทัศนีย์

    คือโลกที่เราเนาอยู่..............................สู้ประจญผลกรรมตามวิถี
ใจสงบเย็น...ย่อมเป็นผลดี.........................อย่าร้อนเร่าเศร้าโศกี ตั้งสติเถิดสาธุชน ฯ

๑๗ เมษายน ๒๕๕๗

วันพุธที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2557

บุญมัยให้ผลมาก : กาพย์ยานี ๑๑



บุญมัยให้ผลมาก : กาพย์ยานี ๑๑

    เมื่อได้ ยินใครว่า........................ขอเชิญมา ร่วมทำบุญ
คนไทย ใจจักคุ้น............................การเจือจุน บริจาคเงิน

    วาดแผน เพื่อแดนสวรรค์..............ด้วยพลีทาน อันผิวเผิน
หวังผล กล่นเกลื่อนเกิน....................จำเริญใจ จาก(วิธี)ง่ายทำ

    (เพราะ)เชื่อตาม คำฉ้อบอก..........คนโลภหลอก กลอกหูร่ำ
ไม่ฝัก ใฝ่หลักธรรม..........................คำพระพุทธ พิสุทธา(ในพระไตรปิฎก)

    (อันว่า)สภา วะจิตใจ....................คือเงื่อนไข ไปเกิดกล้า
ไม่ใช่ ใช้เงินตรา..............................ซื้อปุญญา แลกมาเป็น

    คนโลภ ละโมบมาก......................(ใจ)โหดเหี้ยมหาก หลง(โมหะ)หลากเห็น
ไม่มี คติเกณฑ์................................เป็นเทพี เทพพิบูล

    มีแต่ จะตกต่ำ..............................สู่(ภพ)สัตว์ส่ำ ล้ำเลิศสูญ
เปรต-นรก เศร้าโศกพูน......................เฝ้าอาดูร ปูนอุรา

    เงินทอง ของบริจาค......................ต่อให้มาก หากฉลหา
คดเมา โกงเขามา.............................ย่อมปราศค่า ปุญญาไคล

    จิตที่ มีธรรมา...............................ศีลจรรยา โอฬาร์ใส
(แม้)เป็นคน จนเข็ญใจ.......................ก็ได้เกิด ประเสริฐเป็น

    บุญมัย ให้ผลมาก..........................ศีลวัตรหลาก อุปสรรคเร้น
สู่สวรรค์/อรหันต์เป็น...........................(เพราะ)เข่นกิเลส อุจเฉทเอย ฯ

๑๖ เมษายน ๒๕๕๗

วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

ความสูญเสีย=ธรรมชาติของชีวิต : กลอนคติชีวิต



ความสูญเสีย=ธรรมชาติของชีวิต : กลอนคติชีวิต

    รอบต้นคูน บูรณ์หลาย ล้นใบหล่น.............(ส่วน)กิ่งก้านกล่น ดอกย้อย ห้อยระย้า
สีเหลืองอ่อน ผ่อนคลาย ร้อนไคลคลา...........ดลมีนาฯ เมษาฯ น่าอัศจรรย์

    กลางเมษาฯ ดอกบาน ดาลเต็มที่..............ก่อนถ้อยที ร่วงหล่น จนสิ้นสรรค์
สีเหลืองครา หน้าร้อน จรจรัล.......................ค่อยแปรผัน เป็นฝัก ประจักษ์ตา

    ใบขจี สีเขียว ปราดเปรียวผลิ....................ตามวิถี ธรรมชาติ ปรารถนา
ฤดูกาล ลานผวน ล้วนนำพา..........................ปวงพฤกษา ประพฤติกรรม ตามครรลอง

    ชะตาพรำ นำพา ชีวาให้...........................เป็น-มี-ได้ ประสบ พบสนอง
วิบากกรรม นำพราก จากสิ่งครอง...................ทุกคนต้อง เป็นไป ไม่ต่างกัน

    หาใช่แค่ เงินทอง ของภายนอก.................เท่านั้นดอก ที่ได้ แล้วกลายผัน
แม้ร่างกาย-ชีวิต ที่ติดพัน..............................ยลสักวัน ย่อมไร้ มิใช่เรา

    สรรพสิ่ง ทั้งปวง=ภาพลวงตา....................ลวงกิเลส ตัณหา ปัญญาเขลา
กระตุ้นจิต คิดใคร่ ใจมัวเมา...........................อารมณ์เร้า ปริเยศ เวทนา(ปริเยศ=ที่รัก)

    ความสูญเสีย=ธรรมชาติ ของชีวิต...............คลายยึดติด คิดเห็น เร้นปัญหา
สิ่งใดที่ ควรมี-ได้ (ย่อม)มิไคลคลา..................ทุกสิ่งที่ (เคย)มีมา ล้วนคลาไคล

    มีลาภย่อม->เสื่อมลาภ สรรพสิทธิ์...............คือโลกธรรม สัมฤทธิ์ สถิตใส
เปิดปัญญา จะเห็นแจ้ง แสงอำไพ....................หยุดหวั่นไหว ได้-เสีย เจียรนัยเอย ฯ

๑๕ เมษายน ๒๕๕๗

วันจันทร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2557

ชีวิตนี้มีความสุข : กลอนคติชีวิต



ชีวิตนี้มีความสุข : กลอนคติชีวิต
(ฉันทลักษณ์ที่ผมคิดประดิษฐ์ขึ้นเอง)

    ก็เพราะ ชีวิต มันยาก...............มันลำบาก จึงภาค ภูมิใจ
ทนมี ชีวิต อยู่ได้.........................ด้วยหัวใจ ยิ่งใหญ่ เข้มแข็ง
มิได้ โรยกลีบ กุหลาบ..................หนทางหยาบ คับเครียด เสียดแทง
ศัตรู อุปสรรค หลากแฝง...............ต้องกล้าแกร่ง แรงกาย แรงใจ

    ก็เพราะ ขาด วาสนา.................เมื่อเกิดมา ยากจน โง่เขลา
เรียน(รู้)จาก ประสบ การณ์เอา........สู้ขัดเกลา สติ นิสัย
ละทิ้ง สิ่งที่ ไม่ดี..........................ทำให้มี สิ่งที่ ขาดไป
พยายาม เท่าที่ ทำได้...................โดยที่ไม่ ยอมแพ้ แก่ชะตา

    ก็เพราะ ว่ามัน ไม่ง่าย................จึงขวนขวาย ทายท้า พยายาม
ชีวิต อย่าคิด เหยียดหยาม..............ใครก็ตาม ข้องพาน ปัญหา
ความรู้+อุตส่าห์+สามารถ...............เมื่อไม่ขาด(จึงจะ) สวัสดี ชีวา
ความดี+ศีลธรรม+สัมมา................สิ่งนำพา ประสบสุข ทุกข์ทอน

    เพราะเอื้อ สร้างบุญ กุศล............ชีวิตคน จึงล้น คุณค่า
ละลด โฉดบาป หยาบช้า................คือมรรคา สุคติ อดิศร
งดงาม ความคิด จิตใจ...................บันดาลให้ เกิดก่อ บวร
ธรรมะ ระงับ ดับร้อน......................คุณขจร อ่อนโยน ดลมี

    ก็เพราะ คอยหัด พัฒนา..............วันเวลา จึงไม่ สูญเปล่า
ถึงกาย เริ่มแก่ แลเฒ่า....................จิตใจเล่า เยาว์วัย ใสศรี
คอยสั่ง สมบุญ คุณธรรม.................รสเลิศล้ำ ข้ามรส โลกีย์
อิ่มใจ ได้ทำ ความดี.......................ชีวิตนี้ ช่างมี สุขเอย ฯ

๑๔ เมษายน ๒๕๕๗

วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2557

ไม่ใช่เวลามาไร้สาระ : กาพย์สุรางคนางค์ ๓๒



ไม่ใช่เวลามาไร้สาระ : กาพย์สุรางคนางค์ ๓๒

    อากาศ ก็ร้อน..................นอนแทบ ไม่หลับ
(น้ำ)ประปา ปุบปับ................แหมกลับ ไม่ไหล
ดูข่าว ภาคค่ำ.......................เขื่อนน้ำ รำไร
สำแดง แล้งภัย.....................ทั่วไป ไทยแลนด์

    ประมาณ(การ) เศรษฐกิจ....ไทยติด อันดับ
สุดท้าย ไซร้นับ.....................อาเซียน เวียน(หัว)แสน
ข้าวผอง ของแพง..................ค่าแรง ขาดแคลน
(หวัง)กินน้ำ ทดแทน..............ก็แร้น กันดาร

    การเมือง เรื่องยุ่ง...............อีรุง ตุงนัง
มืดดำ ความหวัง....................สร่างทุกข์ สุขศานติ์
คนชั่ว โฉดฉล.......................รวมพล (เป็น)รัฐบาล
ทุจริต บริหาร........................เที่ยวผลาญ แผ่นดิน

    สังคม สมสั่ง.....................รังสู่ อกุศล
มองดู ผู้คน...........................ล้นหลั่ง กังฉิน
ขาดความ ปลอดภัย................อยู่-ใช้ ชีวิน
รัฐฐะ ระบิล...........................สูญสิ้น สัตยา

    คืนวัน ผ่านไว....................อย่างไม่ น่าเชื่อ
ชีวี ที่เหลือ............................เฝือฟั่น ปัญหา
หลากข้อ บกพร่อง..................ต้องคิด พิจารณา
แก้-ขัด(เกลา) อัตตา...............ก่อนชี วาวาย

    ไม่มี เวลา.........................มาไร้ สาระ
กิจธรรม์ พันธะ.......................มาก-ยาก หลากหลาย
วารวัย ใกล้หมด.....................อนาคต ใกล้ตาย
ไม่อยาก เสียดาย...................ก่อนใย ไม่ทำ ฯ

๑๓ เมษายน ๒๕๕๗

วันเสาร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2557

รักเป็น/รักไม่เป็น ? : โคลงสี่สุภาพ



รักเป็น/รักไม่เป็น ? : โคลงสี่สุภาพ

. คนรักกันจักต้อง..................ตามใจ
อย่างไม่มีเงื่อนไข....................ข้อแม้
(คือความ)เขลาคิดพินิจฉัย........อ่อนหัด
มิจฉาทัศนะแล้.........................จุ่งแก้จิตใจ ฯ

. " รักเป็น "ไม่เว้นว่าง.............ห้าม-ปราม
เตือนตักอย่ารักทราม..............ชั่ว-ร้าย
เอาใจใส่ในความ.....................สุจริต
ฝึกจิต-ชีวิตคล้าย.....................ไล่คว้ารางวัล ฯ

. ติเตียนหากยังข้อง................ความผิด
องอาจโอวาทชิด......................แนะชี้
นำพาสู่สัมฤทธิ์........................ชาติโชติ
ละโทษอกุศลลี้........................อย่าต้องลำเค็ญ ฯ

. " ว่ากล่าว "แผก" ว่าร้าย ".......นะมิ่งขวัญ
" บทเรียน " แด่ชีวัน..................เร่งรู้
เข้มงวดและกวดขัน.................คือ " รัก "
ใฝ่ฝักเฉพาะผู้............................พิศเพี้ยงดวงกมล ฯ

. " ทำโทษ "ต่าง" ทำร้าย ".......ไตร่ตรอง
ลงโทษตามครรลอง..................(สอน)เรียนรู้
หาใช่ทำเพื่อสนอง.....................โทสะ
พึงอย่าพยาบาทผู้.......................รักแท้และหวังดี ฯ

. คติธรรมอย่าได้.......................ขัดขืน
กตเวทิตาคืน..............................ถ่องแท้
ทำนายทั่วพิภพผืน......................แคลนขาด
(คน)มุ่งมาดขัดเกลาแก้...............ผิดแล้แผ่เรา ฯ

. " ให้รัก "ห่าง" ให้ร้าย "...........ให้เห็น
ตระหนัก " รักให้เป็น "...............ถูกต้อง
จริยธรรมหมั่นบำเพ็ญ..................สู่สวัสดิ์
ชีวาสม์พิพัฒน์ก้อง......................เกริกหล้าอดิศัย ฯ

๑๒ เมษายน ๓๕๕๗