ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ยินดีต้อนรับอาคันตุกะทุกท่าน
ขอขอบคุณที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่ท่านประสงค์
ผลงานเหล่านี้ ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่
( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า โดยไม่คิดมูลค่า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆท่านเทอญ

*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ


วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ความสำเร็จที่ไร้ประโยชน์ : กลอนแปด



ความสำเร็จที่ไร้ประโยชน์ : กลอนแปด

    นกนางแอ่น แล่นลม ชมอุษา...................เคียงเมฆา ร่าเริง บันเทิงไฉน
นภาครึ้ม ดูซึมเซา กลับเร้าใจ..........................ชักจูงให้ ฝูงนก วกหากิน

    ใต้เมฆา สีคล้ำ ซ่อนความลับ......................แมลงสรรพ ขับสู้ อยู่โผผิน
เมฆเลือนราง ทางเปิด เทิดสุทิน......................(นก)นางแอ่นยัง ตั้งจินต์ บินเรื่อยไป

    ลองย้อนดู ประดา มวลมนุษย์......................มิเคยหยุด ตัณหา อยากคว้าไขว่
ผลสนอง ต้องตาม อำเภอใจ...........................ที่คอยให้ คุณค่า น่านิยม

    มากยิ่งกว่า เพื่อสู่ อยู่อาศัย..........................มากมุ่งหา มาให้ หมายสะสม
มากมองเห็น เป็นเรื่อง เฟื่องชื่นชม....................มากปรารมภ์ มีใคร่ ไม่เคยพอ

    คิดบรรเจิด เลิศล้ำ (คือ)ความสำเร็จ...............ปราศผลเหตุ เท็จ/จริง อ้างอิงส่อ
ประโยชน์ใด ในชีวิต คิดเฝ้ารอ?........................อย่างจดจ่อ ขอให้ ได้สมปอง

     เบียดเบียนกัน และกัน ผลาญชีวิต.................เยี่ยงพิชิต ศัตรู สู่สนอง
ภาคภูมิใจ ในตน กมล ตรอง.............................โฉดฉลข้อง ความคิด จิตวิญญาณ

    ไม่รู้ว่า ตายไป ต้องได้เกิด............................ตามเก่ากรรม ทราม/เลิศ เชิดสังสาร
ไม่เชื่อว่า นอกจาก โลก-จักรวาล........................อีกภพอื่น ดื่นดาล ชีวันเป็น

    เสียเวลา สร้างตัว ชั่วชีวิต..............................อย่างหลงผิด อวิชชา เชิดหน้าเด่น
หาใช่ความ สำเร็จ ดังเจตเจน.............................ประโยชน์เร้น ค่าไร้ ครรไลลา ฯ(ครรไล=ไป)

๓ สิงหาคม ๒๕๕๘

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ถือว่าทำบุญ : กาพย์สุรางคนางค์๒๘



ถือว่าทำบุญ : กาพย์สุรางคนางค์๒๘


    ..................................ฝนริน รดหล้า
สัพพี ชีวา.........................พึ่งพา ปรารภ
ที่จะ (มีความ)กตัญญู..........มิสู้ ประสบ
บ่อยครั้ง ยังพบ..................ด่าว่า ช่างกระไร

    ..................................ถือว่า ทำบุญ
ช่วยเหลือ เจือจุน...............หนุนเกื้อ เผื่อให้
ใครเขา เปล่าคิด................สุจริต ผิดใจ
เมินหมาง ร้างไคล..............เหมือนไร้ บุญคุณ

    ..................................ทำดี ได้ดี
แม้ใคร ร้ายมี......................ดวงฤดี สถุล
คน ก ตัญญู.......................คือผู้ พิบุล
(ใน)โลกา ว้าวุ่น..................หายาก เต็มที

    ...................................ทำดี เพราะรัก(ดี)
ศรัทธา สมัคร.....................ทักขิณา ศุภศรี(ทักขิณา=ทานเพื่อผลอันเจริญ)
นักปราชญ์ ยกย่อง...............ครรลอง รุจี
เพริศพัฒน์ สวัสดี.................สุขี ปรีดา

    ...................................ใคร อ กตัญญู
(ต้อง)สดับ รับรู้...................(แต่)อย่าสู่ ถือสา
ยินดี ที่เขา.........................เตือนเรา รู้ว่า
(เขา)เมามัว ชั่วช้า................จงอย่า ไว้ใจ

    ....................................ชื่นชู ชีวา
สำราญ บัญชา.....................เมตตา อุระใส
มโนธรรม สำนึก...................ตรึกตรอง มองไกล
ทำดี นิรามัย........................ตลอดไป ตลอดกาล ฯ(นิรามัย=เป็นสุข,สบาย)

๒ สิงหาคม ๒๕๕๘

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558

คนคบ? : โคลงสี่สุภาพ



คนคบ? : โคลงสี่สุภาพ

. คนที่บกพร่องรู้....................ชั่ว-ดี
กิเลสตัณหามี.........................รกเรื้อ
อกุศลกมลพี...........................ทุจริต
จิตใจจักยากเคื้อ......................ยากคล้อยสุทธิธรรม์ ฯ

. ชีวันแวดล้อมเร่า...................โลกีย์
เสมอมาตรสัตว์วิถี.....................แส่ส้อง
พอใจใคร่ยินดี..........................กิเลส
เป็นเหตุเจตนาข้อง....................แค่พ้องคนพาล ฯ

. รำคาญบัณฑิตค้อม.................กุศล
จริยะสาละวน............................นอบให้
ฝักใฝ่ในเหตุผล.........................กิจก่อ
บ่ยอมอยู่ภายใต้.........................แห่งห้วงอกุศล ฯ

. คนคบคนเนื่องด้วย..................อัชฌาสัย
รสนิยมสมใจ.............................เอื้อเฟื้อ
ผลประโยชน์เป็นเงื่อนไข..............พิเศษ
(ความ)ชั่ว-ดีมีเหตุเกื้อ.................แต่น้อยตรึกตรอง ฯ

. มองมุมที่รุ่มเร้า.......................หฤทัย
รูป-ทรัพย์ประทับใจ.....................รักเรื้อ
ส่วนสันดานนิสัย.........................เมินส่อง
ครรลองสังคมทึ้ง........................ถ่ายสะท้อนโลภาฯ(โลภา=โลภ)

. ประชาชมคลั่งไคล้...................คนดัง
พูดจาพากันฟัง...........................เชื้อพร้อม
ถูก/ผิดไม่คิดหวัง........................ยึดมั่น
บันเทิงเริงร่วมห้อม......................ร่วมให้สาธุการ ฯ

. พบพานสะท้านทั่ว....................สังคม
นราพากันนิยม............................ยึดยั้ง
จริยามิปรารมภ์............................ปฏิบัติ
ประหวัดชีวาตม์ตั้ง........................แต่เพี้ยงสนุกสนาน ฯ

๑ สิงหาคม ๒๕๕๘

วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ไม่ได้ดั่งใจ : กลอนคติสอนใจ



ไม่ได้ดั่งใจ : กลอนคติสอนใจ

    ฝนตก ต่อเนื่อง..................เป็นเรื่อง เหล่าชน สนทนา
บางคน บ่นว่า.........................ตากผ้า ไม่แห้ง แช่งสวรรค์
บางคน สนใจ.........................ข้าวไม่ ตายแล้ว แวววัน
อกใคร อกมัน.........................หมายมั่น ฝันเฟื่อง เนื่องมี

    อันความ ปรารถนา...............(ของ)อุรา สารพัด เกิดผุด
ธรรมดา มนุษย์........................ไม่หยุด คิดใคร่ ไล่บี้
สุขสันติ์ หรรษา........................แปลกใหม่ ให้มา พามี
สัมผัส สวัสดี............................สุขี ชีวะ ประชัย

    แต่เคย พบใคร.....................ที่ได้ ดั่งใจ ไปหมด?
ความเศร้า สลด........................หดหู่ คู่ฤดี พิสัย
ทุกคน เคยพบ..........................เคยประสบ (สิ่ง)ไม่ได้ ดั่งใจ
แต่จะ มีใคร..............................เข้าใจ ทำใจ เท่าทัน?

    ไม่ได้ ดั่งใจ..........................ไม่ใช่ ไม่ได้ ทุกอย่าง
มีสม หวังบ้าง............................ไม่สม ใจบ้าง สังสรรค์
ถ้าพึง พอใจ..............................เท่าที่ มี-ได้-เป็นกัน
จะมี ชีวัน..................................อัศจรรย์ หรรษา ชาตรี

    ทำนุ สุจริต...........................ทำจิต ทำใจ ให้ประเสริฐ
กุศล กลเกิด.............................บรรเจิด เจตนา จลศรี
บรรลุ สุขะ................................บรรจุ ศุภะ สวัสดี
ชีวัน สั้นนี้.................................ทำให้ มีค่า สาธุเทอญ ฯ

๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ปณิธานเข้าพรรษา : กาพย์ยานี๑๑



ปณิธานเข้าพรรษา : กาพย์ยานี๑๑

    เทียนจุด ประดุจเจ้า....................ศิระเกล้า ขอ ษมา
ต่อองค์ พระปฏิมา.............................คุณพระรัต (ตะ)นตรัย

    โสภา แสงประทีป........................ปลายเปลวลีบ สะบัดไหว
ยามต้อง ลมล่องไล้...........................คล้ายวิจิตร ชีวิตมี

    แสงธรรม ที่นำส่อง........................ชีวาท่อง คล่องวิถี
ปลอดภัย พิไลพี................................สุคติ สุขิตา

    ตั้งจิต อธิษฐาน.............................ปณิธาน เข้าพรรษา
ตั้งใจ ใช้เวลา....................................ปฏิบัติบูชา พุทธคุณ

    ก่อการ ทานสุจริต...........................ทำ-พูด-คิด ลิดสถุล
เว้นบาป สำทับบุญ..............................จำรูญผล จำเริญพาน

    เทียนสาด ประกาศส้อง....................จะปกป้อง ครรลองศานติ์
ตัณหา จะระราน..................................กิเลสผลาญ บั่นสิ้นไป

    คนเก่า จะก้าวพ้น............................เพียรพิมล เป็นคนใหม่
พฤติเก่า จะก้าวไกล.............................เปลี่ยนนิสัย ที่ไม่ดี

   ขอเอา เข้าพรรษา...........................ตั้งสัญญา ตราสักขี
มุ่งหมาย ใช้ชีวี...................................มีคุณค่า สาธุเทอญ ฯ

๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๘

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ฟูมฟักรักษากุศลจิต : กาพย์ฉบัง๑๖



ฟูมฟักรักษากุศลจิต : กาพย์ฉบัง๑๖

    หยาดฝนหล่นโรยละออง.....................จรดขอบฟ้าครอง
ชวนมองระรื่นชื่นไฉน

    ปัฏพีมีน้ำอำไพ....................ชลธีปรี่ไป
บอกใบ้พิบูลพูนสม

    แซ่ซ้องสกุณาระงม..................ไพเราะเพาะรมย์
อุดมชมชูแสนสุขี

    มรสุมกุมชะตาธาตรี................แล้ง-ท่วม น่วมฤดี
ชีวีลำบากยากขัดสน

    มิแตกต่างจากจิตใจคน................มโนกรรมนำกล
วนเวียนเปลี่ยนได้ตลอดวัน

    ยามฤดีมีมานกันดาร................บาปเปี่ยมเหี้ยมหาญ
แห้งแล้งห้วงลานพานพบเห็น

    ยามมีน้ำใจใสเย็น................พบรู้ดูเป็น
ประดุจเพ็ญจันทร์อันอาทร

    อกุศลมนมานลาญรอน...............พิบูลสุนทร
ขาดความอ่อนโยนถกลศรี(ถกล=งาม)

    กุศลมนงามความดี................อบอุ่นสุนทรีย์
มีความเอิบอิ่มปริ่มไพศาล

    ฟูมฟักรักษาตลอดกาล................ดวงอุระตระการ
ศานตินิรันดรเทอญ ฯ

๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประสาคน? : กลอนเจ็ด



ประสาคน? : กลอนเจ็ด

    สกุณ สุนทรีย์ เสรีท่อง.......................เพรียกร้อง พร้องรับ ขยับขยาย
ฟ้ารอบ ขอบเร้น เป็นเรือนตาย.................โลกคือ ที่หมาย จุดปลายทาง

    อาศัย ไพรพง ดำรงชีพ......................ไม่รีบ ไม่เร่ง เคร่งเหินห่าง
อยู่วัน วันไป ใจปล่อยวาง.......................เพียรสร้าง รังซ่อน ลูกอ่อนแอ

    กาจก่อ ต่อสู้ เพื่ออยู่รอด.....................จิตปลอด ปรารถนา สะสมแส่
สุขี ชีวัน สันติ์ดวงแด..............................ถึงแม้ (เป็น)แค่สัตว์ ขาดปัญญา

    เสรี มีไหม? ในหมู่ชน..........................ดิ้นรน วนเวียน เจียรจรดหา
สารพัด ทรัพย์สิน (ที่)ดิน-เงินตราฯลฯ.........ยศถา บรรดาศักดิ์ อยากมี-เป็น

    เหมือน(คือ)จุด มุ่งหมาย ใช้ชีวิต............วิจิตร อัศจรรย์ ฉันทาเห็น
พร้อมพลี ชีพไป เพื่อใช้เซ่น.....................สรวงเล่น สังเวย เชลยวาร

    เชิดชู บูชา (ที่)ฐานะคน.......................เหยียดหยาม ความจน พ้นสงสาร
เห็นแต่ แก่ตัว มัวสันดาน..........................สืบสาน พันธุ์เผ่า เพิ่มเท่าไว

    โลกา ระกำ (ถูก)ทำลายล้าง.................เหมือนอย่าง ไม่สู่ อยู่อาศัย
กอบโกย โหยหา มาครองใคร่...................เหมือนไม่ ตายลับ ดับชีวี

    สมเพช เวทนา ประสาคน.....................ทำตน ฉลสัตว์ ตระบัดศรี
หลงใหล ในตัว แม้ชั่วมี............................ทวี บีฑา โลกาเอย ฯ

๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๘