ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ยินดีต้อนรับอาคันตุกะทุกท่าน
ขอขอบคุณที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่ท่านประสงค์
ผลงานเหล่านี้ ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่
( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด
ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า โดยไม่คิดมูลค่า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆท่านเทอญ

*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ


วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2558

ภัยคน-ภัยธรรมชาติ : กลอนคติเตือนใจ



ภัยคน-ภัยธรรมชาติ : กลอนคติเตือนใจ


    ปีนี้ มี(ผล)มะ ม่วงน้อย.........................ผู้เฒ่า เฝ้าคอย เก็บไข่-
มดแดง (ขาย)แพงล้ำ กำไร......................ปรับให้ ไปทัน การณ์เป็น

    วันนี้ ยังดี มีเมฆ..................................สรรค์เสก ร่มเงา เบาเข็ญ
ฝนดาล วานย้อน ผ่อนเย็น.........................หลังเป็น สถิติ (ร้อน)มีมา

    คนยัง ต่างอยาก กระสัน.......................เหมือนไม่ สำคัญ ปัญหา
ประหวัด ตัดไม้ ทำลายป่า.........................มุ่งหา ประโยชน์ โจทย์แจง

    สมดุล ธรรมชาติ ขาดหาย.....................ถูกล้ำ ทำลาย (แทบ)ทุกแห่ง
พิบัติ พัฒน์ภัย ร้ายแรง.............................บทเรียน ราคาแพง แบ่งปัน

    เงินที่ ได้มา ดารดาษ...........................ไม่อาจ ทำให้ หทัยหรรษ์
เมื่อมี วิถี ชีวัน.........................................เสมือน โลกันตร์ อันตราย

    ต่างคน ต่างเห็น แก่ตัว..........................ต่างทำ ความชั่ว ทั่วสยาย
ต่างสิ้น ศีลธรรม กำจาย.............................ต่างคล้าย คลึงสัตว์ ประหลาดเป็น

    ใจบาป หยาบช้า กระด้าง. .....................ทุกอย่าง หวังผล ประโยชน์เฟ้น
ทุจริต คิดร้าย ใจเย็น.................................ว่างเว้น สำนึก มโนธรรม

    ภัยคน ปนภัย ธรรมชาติ.........................เพิ่มพี ชีวาตม์ อนาถพล้ำ
สัมพันธ์ สรรพา ระกำ................................ระส่ำ สังคม โทรมทราม ฯ


๒๖ เมษายน ๒๕๕๘ 

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2558

เดินทางกุศล : กาพย์สุรางคนางค์๒๘



เดินทางกุศล : กาพย์สุรางคนางค์๒๘


    .......................................ลมผ่าว เป่าปัด
พฤกษา สะบัด........................ขจัด ใบหล่น
ส่วนใบ ใดยัง..........................เหี่ยวดัง แดดดล
รังสี สุริยน..............................บ่ายล้น ระอา

    .......................................เดือนเพ็ญ เย็นพร่าง
นิศา สว่าง..............................แทบทั้ง เวหา(นิศา=กลางคืน)
ทว่า อากาศ............................ขาดพระ พายพา
อาบน้ำ อาบท่า........................ออกมา เหงื่อริน

    ........................................เป็นเรื่อง ธรรมดา
ดำรง ชีวา...............................ปัญหา ไม่สิ้น
ประดิษฐ์ กิจกรรม.....................ทำมา หากิน
อดทน รนดิ้น...........................สร้างถวิล จินต์จล

    ........................................ศึกษา ชีวิต
กำกับ ความคิด........................ปิดทาง โฉดฉล
เข้าใจ สัจจา............................มุ่งหน้า นิรมล
จึงจะ ประสบผล.......................เลิศล้น ยั่งยืน

    ........................................มิควร เยื้องย่าง
นอกลู่ นอกทาง........................(ที่)สังคม อุดมดื่น
ผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี.........................มีสำ นึกมืน(มืน=แย้ม)
ระเบียบ เรียบรื่น........................แช่มชื่น วินัย

    .........................................เดินทาง กุศล
ฝึกหัด ดัดกมล..........................บ่พ้น พิสัย
ชีวิต ก้าวหน้า...........................ปัญญา ก้าวไกล
ทั่วทุก เพศวัย...........................สุขไสว ได้ดี

    .........................................เส้นทาง กุศล
ไร้เร่า ร้อนรน............................ดลสง่า ราศี
อยู่เย็น เป็นสุข..........................ในทุก นาที
พิพัฒน์ สวัสดี...........................โสภี ชีวีเอยฯ

๒๕ เมษายน ๒๕๕๘ 

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2558

อยู่เย็นเป็นสุข : โคลงสี่สุภาพ



อยู่เย็นเป็นสุข : โคลงสี่สุภาพ

. คิมหันต์ม่านเมฆไร้................ลอยบัง
ตามถนนหนทางดัง...................เตาร้อน
ซุกตัวซ่อนเรือนยัง...................ระอุ
สุริยนรนสะท้อน.......................แดดจ้าระอาเหลือฯ

. เมื่อไม่มีป่าไม้......................ปัน(ร่ม)เงา
ป่าคอนกรีตสีเทา.....................แทบไหม้
ถนนดินยังแบ่งเบา...................เย็นหย่อน
ถนนยาง-คอนกรีตให้................แต่ร้อนทอน(แรง)ทวีฯ

. กามคุณมีสุขเคล้า.................ระคน
ปลุกปั่นดวงกมล......................รุ่มร้อน
รูป-รส-กลิ่น-เสียงจน................สัมผัส
ประหวัดใจใฝ่ป้อน....................อิ่มไร้ระหายเหมือนฯ

. บริโภคโดยไม่ข้อง................คุณกาม
เพื่ออยู่รอดปลอดความ..............ทุกข์ร้อน
มิหลงใหลในกาม.....................สัมผัส
อย่าตกเป็นทาสย้อน..................ยับยั้งเจตจินต์ฯ

. กิน-อยู่อย่างล่วงรู้.................เท่าทัน
เพื่อดำรงชีวัน..........................ผ่านได้
อยู่เย็นเป็นสุขสันติ์....................ปกติ
มิลำบากยากไร้........................เพราะได้(รู้จัก)เพียงพอฯ

. ต่อการชีวันใช้......................เชิดชู
กุศลสรรค์ถวัลย์ดู.....................เลิศล้ำ
เห็นชัดสัจจาหู........................ตาสว่าง
สร่างเมากามคุณค้ำ..................จุนให้ใจสงบฯ

. พบพานเพียงแค่ผู้................ประเสริฐ
บุญทำนำมาเกิด.......................เพื่อรู้
เท่าทันปัญญาเปิด....................โลกสัจ
ฝึกหัดพิพัฒน์สู้........................สลัดพ้นมลทินฯ

๒๔ เมษายน ๒๕๕๘ 

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558

สุขสัมพันธ์ : กาพย์ยานี๑๑



สุขสัมพันธ์ : กาพย์ยานี๑๑

     ริ้วปอย รอยปุยเมฆ.....................รจเรข เสกอัศดง
รองสี สุรียง.......................................อลงกต เรืองสดใส

    ความร้อน เร่าระอุ............................รอประทุ พายุภัย
ตกค่ำ มิร่ำไร......................................สายฝนพรำ กระหน่ำริน

    ความดี มีแก่กัน..............................ทุกชีวัน มั่นถวิล
ยิ่งกว่า อยากหากิน..............................ต่างจินดา เอื้ออาทร

    สัจจะ ความจริงใจ...........................สัมพันธ์ไถ่ ไร้ทุกข์ร้อน
สุขะ สถาพร.......................................เมื่อทอนฉล มนคลางแคลง

    ความรัก จักไร้โทษ..........................ถ้าผลประโยชน์ ปลดเปลื้องแฝง
รักมั่น มิผันแพลง.................................เป็นแหล่งพรั่ง พลังใจ

    แม้นว่า มีอุปสรรค............................ความเหนื่อยยาก หนักแค่ไหน
เพียงคน ปรนน้ำใจ..............................อุปสรรคไซร้ กลายเบาพลัน

     แม้นว่า ปัญหามี...............................เหมือนชีวี แทบอาสัญ
เผื่อแผ่ พลีแก่กัน................................ความโศกศัลย์ พร้อมบรรลัย

    ปัญหา โลกสารพัด...........................จริงใจจัด อาจแก้ไข
ร่วมกัน ประสานไกร..............................ทำให้โลก สิ้นโศกเทอญ ฯ

๒๓ เมษายน ๒๕๕๘ 

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

ความละอายใจ : กลอนแปด



ความละอายใจ : กลอนแปด

     หัวจิตของ คนใด ไคลหยาบด้าน....................ทรงสันดาน สุจริต พิสมัย
เมื่อทำผิด พลาดพลั้ง ครั้งคราใด.........................ละอายใจ ในกมล ถกลมี

    ใช่เพียงแต่ ชั่วทำ กรรมวาจา..........................แค่ความคิด พิจารณา ถ้าบัดสี
(จะ)รู้สึกผิด จิตคล้าย ใจราคี...............................ไม่ยินดี ปรีดา ปราโมทย์ดล

    ความละอาย ในบาป กำราบจิต........................ให้ยั้งคิด หยุดทำ กรรมอกุศล
ภูมิคุ้มกัน พาลช่อง ผองพีรชน.............................ให้หลุดพ้น มลทิน ภินท์พิลัย

    (เป็น)คุณสมบัติ คนศรี ที่ประเสริฐ.....................ก่อให้เกิด ดวงฤดี ที่ผ่องใส
ละอายบาป สาปชั่ว กลัวโทษภัย...........................คุ้มครองให้ ไม่เกลียด เบียดเบียนกัน

    เหล่านรา ถ้าไร้ ละอายจิต................................คอยทุจริต คิดร้าย ใคร่โฉดฉันท์
เห็นแก่ตัว ชั่วช้า สารพัน.....................................ชอบดึงดัน นันทะ หน้าด้านทน

    โลกคงมี แต่ทราม กำซาบสิทธ์.........................คนทุจริต คิดชั่ว ทั่วทุกหน
 จิตโหดร้าย เหลือสัตว์ อนาถชน...........................สร้างทุกข์ล้น ท้นโลก โศกเศร้าเยือน

    ครอบครัวคง บ้านแตก สาแหรกขาด...................สังคมปราศ ปลอดภัย ประลัยเหมือน
ประเทศชาติ บัดซบ สงบเชือน..............................มิคสัญญี สิเคลื่อน สะเทือนยิน

    พระคงเป็น เช่นผี ล้นกิเลส...............................ข้าราชการ ปานเปรต ทุเรศสิ้น
เยาวชน สนแค่ แส่ราคิน......................................ทั้งแผ่นดิน ดิ้นเดือด ด้วยเลือดนอง ฯ

๒๒ เมษายน ๒๕๕๘ 

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2558

ด้อยคุณภาพ : กาพย์ยานี๑๑



ด้อยคุณภาพ : กาพย์ยานี๑๑

     เกิดน้อย ด้อยคุณภาพ....................คือสภาพ คนรุ่นใหม่
อนาคต ประเทศไทย............................ฝากชาติไว้ ในกำมือ

    เตี้ย-อ้วน ชวนกังวล.........................ร่างเยาวชน ล้นหลากชื่อ
อีคิว-ไอคิวฤา.....................................ถือว่าต่ำ กว่ากำหนด

    สมาธิ ก็มีสั้น...................................ส่วนศีลธรรม์ แสนรันทด
ชั่ว-ดี มิสลด........................................ความอดสู ดูวังเวง

    ลูก(มี)น้อย พลอยทำให้....................พ่อตามใจ แม่ไม่เคร่ง
วินัย ไร้ยำเกรง....................................ยกตัวเอง ยอดสำคัญ

    จึงเป็น (คน)เห็นแก่ตัว.......................มิเห็นหัว ใครทั้งนั้น
รัก(ละ)เล่น เช่นชีวัน..............................ดื้อดึงดัน มากมารยา

    ผู้ใหญ่ ยังไพร่เป็น.............................ตัวอย่าง(ให้)เห็น เด่นมิจฉา(ไพร่=คนเลว)
บกพร่อง คลองจรรยา.............................ว่าแต่เด็ก ก็เกินไป

    โกงกิน แผ่นดินแม่.............................หมดทางแก้ แพร่นิสัย
ทำงาน เกียจคร้านไกร............................เด็กจึงได้ ใจลอกเลียน

    ศีลธรรม มินำพา................................กิเลสตัณหา กล้าหันเหียน
เยาวชน ย่อมวนเวียน..............................ยากแปลงเปลี่ยน ไปจาก(จารีต)เดิม ฯ

๒๑ เมษายน ๒๕๕๘ 

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2558

กุศลกมลมี : กาพย์ฉบัง๑๖



กุศลกมลมี : กาพย์ฉบัง๑๖

     ฤดูร้อนที่ไร้เมฆา...................สุดรอบขอบนภา
ชักพาหัวใจให้ฉงน

    แสงแดดแผดเร่าเผาจน...................เหลือที่จะทน
ปราศฝนดลดาลศานติ์สุขเย็น

    ความแห้งแล้งระแหงเห็น....................ป่าไม้กลายเป็น
สถานหลีกเร้นเข็ญผ่อนคลาย

    บรรเทาเร่าร้อนทอนกาย..................ร่มเงาเหย้าสยาย
ช่วยให้สบายใจจริงหนอ

    สัทธรรมล้ำเลิศเกิดก่อ...................ร่มเย็นเช่นชะลอ
ชะล้างเศร้าโศกวิโยคถอน

    ประคองใจมิให้แคลนคลอน..................สะท้านบั่นทอน
ในตอนที่ต้องข้องปัญหา

    ศีลจริยวัตรศรัทธา...................เลิศล้ำธรรมา
เป็นปราการป้องกันภัย

    จากบาปหยาบช้าสาไถย.................โฉดฉลกลไก
ที่ใจฝ่ายทรามจำนง

    กุศลกมลมีอานิสงส์..................ระงับดับลง
ซึ่งความหลงใหลในธุลี

    เสริมความงามสง่าราศี................บังเกิดประเสริฐมี
แก่เมธีคนดีเอย ฯ

๒๐ เมษายน ๒๕๕๘