ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ยินดีต้อนรับอาคันตุกะทุกท่าน
ขอขอบคุณที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่ท่านประสงค์
ผลงานเหล่านี้ ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่
( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด
ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า โดยไม่คิดมูลค่า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆท่านเทอญ

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วิธีกำจัด Omiga-Plus และ Malware ที่แอบแฝงก่อความรำคาญในคอมฯ โดยไม่ต้องไปลงโปรแกรม Windows ใหม่



วิธีกำจัด Omiga-Plus และ Malware ที่แอบแฝงก่อความรำคาญในคอมฯ โดยไม่ต้องไปลงโปรแกรม Windows ใหม่

-เป็นประสบการณ์ส่วนตัว ผมไปให้ร้านลงวินโดว์ 8.2
ร้านเขาลง Baidu , PC Fast ,โปรแกรมแต่งภาพของจีน ฯลฯ ซึ่งแอบก็ยัด Omiga-Plus และ Malware แถมมาด้วย
ผมพยายามลบโดย Uninstall ก็ไม่หาย
สแกนด้วย Antivirus, ใช้ Anti Malware ชื่อดัง ก็ยังอยู่
พยายามหาคำแนะนำจากเน็ตแล้วทำตามก็ยังไม่ได้ผล 


-ผมจึงลองสืบค้นหาวิธีเอาเอง จนสามารถหยุดการรบกวนได้ในระดับที่น่าพอใจ(ผมไม่ได้เรียนจบด้านคอมพ์)


1.ต้องหาชื่อของ Malware ที่รบกวนเราให้ได้ก่อน Uninstall ให้หมด


2.กรณี Windows เข้าไปที่ ปุ่ม สามเหลี่ยมเล็กๆตรงแถบด้านล่างขวามือเลือกกด Hide icon and notificatons หลังโปรแกรมที่รบกวนเรา มันจะหยุดกวนเรา


3.ไปที่ File Explorer เข้า Drive/:C
หาใน File ที่ชื่อ Program พบชื่อโปรแกรมรบกวนแล้วให้ลบทิ้ง


4.คลิกในช่อง Search ซึ่งอยู่มุมบนขวามือ
พิมพ์์ คำว่า Omiga-Plus
รอระบบหามาให้จนหมด แล้ว delete ลบทิ้ง
อันไหนที่ระบบบอกว่า ลบไม่ได้ ก็ให้คลิกขวา แล้วเข้าไปใน Property แล้วเลือก Hidden ทิ้ง
(และค่อยทำกับโปรมแกรม Malware ที่ละตัว )
ลอง Search หาอีกที จะเห็นว่าหายไปหมด (ซึ่งอาจจะไม่หมดไปจริงๆ แต่ไม่รู้มันอยู่ไหน)


5.สำหรับ Google Chrome ไปที่ปุ่มรูปเส้น 3 เส้นซ้อนกันมุมบนขวามือ
เข้าไปหา More Tool เลือก Extension หาโปรแกรมเสริมที่รบกวนเรา คลิกรูปถังขยะ ลบทิ้งไป
ไปที่ Setting ตั้งค่า Set page หน้าแรกใหม่
และระบบ Search ต้องลบ Search engine ที่ไม่ต้องการทิ้ง ตั้ง Make Default ที่ต้องการ


6.สำหรับ Firefox ไปที่ปุ่มรูปเส้น 3 เส้นซ้อนกันมุมบนขวามือ
เลือก Option(ส่วนเสริม) แล้วกด "เอาออก" ลบโปรมแกรมที่รบกวนเรา


7.สำหรับ IE จนปัญญาครับ แก้ยังไงก็ไม่หาย Omiga-Plus ยึดหน้าแรกอย่างถาวร
ปกติผมก็ไม่ใช้ IE อยู่แล้ว เลยปล่อยมันไป


-ลองดูนะครับ ใครมีวิธีอื่นๆที่ได้ผลก็เชิญนำมาเล่าสู่กันฟัง ขอให้แก้ปัญหากวนใจได้สำเร็


๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

วิกฤติศีลธรรม : กลอนสะท้อนสังคม




วิกฤติศีลธรรม : กลอนสะท้อนสังคม

    ตีห้า..........................ฟ้าเริ่ม กระจ่าง
ส่ำสัตว์ ต่างๆ...................สร้างเสียง เรียงใส
เสน่หา............................ป่าดง พงไพร
ไม่มีสิ่งใด........................พิไล เทียบทาน

    อากาศ........................สะอาด หน้าหนาว
ประดุจ ผุดราว...................พิมาน สถาน
อายเย็น...........................เช่นฝัน บันดาล
อุระ สะคราญ.....................ณ วาร ใหม่มี

    วัดวา...........................คอยหา แค่เงิน
เณรพระ ก็เพลิน.................วัตถุ วิถี
รถยนต์.............................สมาร์ทโฟน ดนตรี
เล่นเกม เปรมปรีดิ์...............ทุกวี่ ทุกวัน

    ศีลธรรม........................คำนึง ที่ไหน ?
มารยา สาไถย....................ไสยศาสตร์ ผาดผัน
เลิกยึด..............................ประพฤติ พรหมจรรย์
โลกีย์ สีสัน.........................หรรษา อาวรณ์

    ดวงแด...........................มีแต่ ตัณหา
กิเลส เจตนา........................พูดจา สั่งสอน
อาสวะ................................(คือ)อาชีวะ บัญชร
สติปัญ ญาอ่อน....................ซ่อนเลศ เปรตหทัย

    สงฆ์เป็น..........................เสื่อมเช่น อัปรีย์
ผู้นำ ความดี.........................หามี ที่ไหน ?
เด็กน้อย...............................คล้อยตาม ผู้ใหญ่
จิตรั้น จัญไร..........................แพร่ไว ภัยทวี

    สังคม..............................สั่งสม ความชั่ว
คนเห็น แก่ตัว........................เมามัว บัดสี
อยู่ห่าง.................................สรรทาง สุทธี
วิเวก วิถี................................สวัสดี มีเอย ฯ

๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ความจนความรวย : กลอนคติสอนใจ



ความจนความรวย : กลอนคติสอนใจ

    ใต้ร่มไม้ ชายทะเล คลื่นเห่ซัด....................เงียบสงัด สัตว์-คน คำรนเสียง
ที่เสนาะ เพราะหู อยู่ก็เพียง...........................พระพายเรียง แรงชื่น รื่นแผ่วเบา

    สองตา-หลาน หรรษา ริมทะเล...................ชมคลื่นเห่ ฟ้าคู่ เคียงภูเขา
สนทนา ภาษิต จิตใจเกลา.............................คลายความเขลา เข้าใจ ในสัจจา

    คำบอกเล่า เยาว์ยาม (คุณ)ตาลำบาก...........พ่อแม่จาก ยากจน ยอมทนหา
ขายแรงงาน ขันเพียง เลี้ยงชีวา.......................สู้อุตส่าห์ ฝ่าทำ ผลร่ำรวย

    หลานฉงน จน-รวย วัดด้วยอะไร ?...............ใครต่อใคร อ้างความจน จึงฉลฉวย
หลายคนมุ่ง ฟุ้งเฟ้อ เห่ออวดรวย....................คุณตาช่วย ตอบหนู ให้รู้ที

    (คุณตาตอบ)ขัดสนสิ่ง ต้องมี ที่ต้องใช้.........เพื่อคงไว้ ความปกติ ชีวะนี้
คือยากจน ข้นแค้น แร้นฤดี............................มิใช่มี เงินน้อย ด้อยทรัพยา

    มีสิ่งที่ ต้องมี ที่ต้องใช้..............................ธำรงไว้ ชีวี รี่รักษา
ไม่เดือดร้อน ขัดสน จนอุรา...........................ย่อมนับว่า ร่ำรวย อำนวยพอ

    ความพอใจ เท่าที่ เรามี-เป็น......................เพียรบำเพ็ญ หาได้ ไม่ย่อท้อ
คือความเป็น คนมี เศรษฐีส่อ..........................และเกิดก่อ เพาะสุข ทุกวี่วัน

    ส่วนใครที่ มีเท่าไร ไม่พอจิต......................คอยโลภคิด ริษยา ใคร่กระสัน
ไม่พอใจ ในสิ่งมี มิแบ่งปัน.............................ควรโจษจัน ยากจน ขัดสนจริง ฯ

๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๗    

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สามัญสำนึก : โคลงสี่สุภาพ



สามัญสำนึก : โคลงสี่สุภาพ

. ทะเลหมอกล่วงล้ำ.....................ชโลทร
อรุณรุ่งอร่ามรอน...........................เอิบหล้า
เหมือนม่านแห่งบัญชร....................ศักดิ์สิทธิ์
นิรมิตเหมันต์หน้า..........................หลุดห้วงสรวงสวรรค์ ฯ

. อายเย็นโอบกอดเอื้อ..................อุ่นอบ
เป็นหนึ่งกับผืนพิภพ.......................ป่าไม้
ติณชาติ-สัตว์สงบ..........................อาบแดด
แวดเวลาสละไร้.............................เชื่องช้าชัวชมฯ(แวด=รักษา,ชัวชม=รื่นรมย์ )

. แสงสุรีย์ส่องล้ำ..........................ยามสาย
หมอกม่านพลันสลาย......................เสื่อมเร้น
ทัศนียะขยาย................................สุดขอบ นภา
รายรอบราวเลือกเฟ้น......................แต่ล้วนพรรณรายฯ(พรรณราย=งามผุดผ่อง)

. ม่านหมอกของจิตใต้...................สำนึก
ครอบครองความรู้สึก......................ลึกล้ำ
บงการมานตรองตรึก.......................ตัดสิน(ใจ)
ตราบชีวินคาดค้ำ............................ชั่วฟ้าวิญญาณ์สลาย ฯ

. ขวนขวายใคร่ความรู้....................คุณธรรม
สติสัมปชัญญะนำ...........................ปลุกสร้าง
จิตสำนึกตรึกตรำ............................กำหนด
ไพโรจน์จินดาสล้าง.........................ส่องแท้ธีรธรรม ฯ

. สามัญสำนึกใช้............................ตัดสิน
สุขุมาล/มลทิน...............................ชาติเชื้อ
พฤติกรรมพร่ำถวิล..........................ตีแผ่
ดวงแดแลชัดเรื้อ.............................ยากป้องปิดบัง ฯ

. ทรัพย์สิน-(การ)ศึกษาไร้...............ประโยชน์
หากสันดานมานโฉด........................ชั่วช้า
พยาบาทอาฆาตโกรธ.......................อำมหิต
ทุจริตทำผิดท้า................................แถกหน้าประจาน ฯ(แถก=กางออก)

๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ริมทางรางที : กลอนหก



ริมทางรางที : กลอนหก

    เอนกาย ได้หลัก พักพิง..................กระดิ่ง สายลม พรมเสียง
ศาลา ริมทาง ดั่งเพียง........................เพื่อนเคียง คลายเหงา เข้าใจ

    เดินทาง กลางแดด แผดเผา............แค่เรา เท่านั้น ขันไขว่
รถรา ผ่านมา ผ่านไป..........................ยังไร้ เงารถ ประจำทาง

    รถเรา จอดไว้ ในบ้าน.....................ต้องการ ประหยัด ทุกอย่าง
โลกร้อน ย้อนร้าย วายวาง...................ต้องสร้าง สำนึก ตรึกตน

    เศรษฐกิจ ติดๆ ขัดๆ.......................ผลชัด ของความ ฉ้อฉล
ปัญหา ไม่เปลี่ยน เวียนวน....................เพราะคน มนมาร พาลมี

    ทั้งๆ พรั่งดา ประกาศ.......................ธรรมชาติ วิกฤติ ทิศถี่
ผู้คน รณรงค์ บ่งชี้...............................ชาติมี ปัญหา อันตราย

    แต่มอง ทางใด ในโลก....................ล้วนบ้า บริโภค มิหาย
ทรัพยา(กร)ธรรมชาติ วอดวาย..............ละลาย เยี่ยงไร้ ราคา

    ราชการ พ่อค้า ประชาชน.................ยังฉ้อ ห้อฉล หนหา
โกงชาติ กาจกิน ชินชา........................ภายหน้า พากัน บรรลัย

    เหมือนบ่น คนเดียว เปลี่ยวเปล่า.........ต้องเอา ตัวรอด ให้ได้
สติ ปัญญา ประไพ...............................ศีลธรรม นำให้ สุขใจเอยฯ

๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

อิสราอารมณ์ : กาพย์ฉบัง๑๖



อิสราอารมณ์ : กาพย์ฉบัง๑๖

    ลมหนาวเป่าพัดปัฏพี..................ปลุกปั่นธุลี
เกิดกรีฑาฟุ้งคลุ้งเวหน

    พฤกษาแทบจะทั้งต้น.................โยกย้ายส่ายยล
สะบัดใบไหลหล่นอลหม่าน

    ยอดหญ้าระบำสำราญ...............คลื่นลิ่วพลิ้วพาน
สะท้อนพระจันทร์ผันแสง

    เฉกเช่นเป็นการแสดง.................ราตรีตกแต่ง
ฤดูแห้งแบ่งปันหรรษา

    เผื่อแผ่แด่คนธรรมดา.................อาศัยชายป่า
เป็นที่ปรีดาพิสมัย

    สันติสุขปลุกขวัญจรรโลงใจ..............ปริบทสดใส
ยากหาสิ่งใดวิไลเสมือน

    มโหรีเรไรไล่เอื้อน...............คลอ ดาวเคล้าเดือน
กลบเกลื่อน อราดี วิกาล(อราดี=ความไม่ยินดี)

    บังเกิดพิเศษสถาน................เลอล่วงดวงมาน
อภิบาลอิสราอารมณ์

    เพิ่มพูนสุนทรีย์นิยม................ธรรมชาติชื่นชม
ประโคมโลกาคุณากร

    วิถีเรียบง่ายถ่ายถอน.................บรรเทาทุกข์ร้อน
บวรชีวาตม์สะอาดเอย ฯ

๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ความขัดแย้ง : กาพย์สุรางคนางค์๒๘



ความขัดแย้ง : กาพย์สุรางคนางค์๒๘

    .....................................ผิวดิน ผืนว่าง
พฤกษ์สัณฑ์ พันธุ์สร้าง............หยั่งราก ปักฐาน
ผลิยอด สอดใบ.....................ไปหา คคนานต์
แก่งแย่ง แสงปาน..................รณราญ ชาญชัย

    ......................................สารพัด สัตว์ป่า
ธำรง ชีวา.............................พนา อาศัย
หวงแหน แดนดิน...................ถิ่นจอง คล้องใจ
ขัดแย้ง-ขับไล่.......................ไปมา ราวี

    ......................................ประวัติ ศาสตร์คน
ดำเนิน อยู่บน.........................หนทาง ดั่งนี้
แยกเขา แยกเรา.....................ถือเอา วิธี
เข่นฆ่า-อารี............................ปกติ มีเป็น

    .......................................ยังเห็น แก่ตัว
ยังเขลา เมามัว........................(ให้คน)หยุดชั่ว ยากเห็น
กิเลส ตัณหา...........................อัตตา ประเด็น
ขัดแย้ง-แย่ง-เข็ญ.....................เจนชัด ปัถพี

    ........................................ซ้ำบาง ศาสนา
อ้างคำ ศาสดา.........................อาฆาต บัดสี
" ฆ่าเพื่อ พระเจ้า....................เราจะ ได้ดี "
ทั่วโลก (ทุก)วันนี้.....................(จึง)ไม่มี สันติธรรม

    ........................................หากอยาก อยู่รอด
จงอย่า ทิ้งทอด........................" ป้องกัน ตัว "ค้ำ
โลกมาก หลากคน....................กมล ระยำ
คอยจ้อง จะทำ........................ส่ำร้าย ใส่เรา

    ........................................มนุษ (สะ)ยธรรม
ประเสริฐ เลิศล้ำ.......................ทำไป ให้เขา
สิ่งที่ คืนกลับ...........................อาภัพ อับเศร้า
จึงอย่า มัวเมา..........................เอาแต่ ฝันเอย ฯ

๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๗