ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ยินดีต้อนรับอาคันตุกะทุกท่าน
ขอขอบคุณที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่ท่านประสงค์
ผลงานเหล่านี้ ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่
( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด
ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า โดยไม่คิดมูลค่า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆท่านเทอญ

*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ


วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558

ผิดหวังเพราะหวังผิด : กลอนเจ็ด



ผิดหวังเพราะหวังผิด : กลอนเจ็ด

    ใบไม้ แห้งหล่น บนลานบ้าน...............หลังจาก คืนวาน ฟั่นลม-ฝน(ฟั่น=มืดมัว)
เช้านี้ ฟ้ายัง ร้างสุริยน...........................นภดล กล่นเกลื่อน เมฆเชือนชุม

    ลมเย็น เช่นรื่น ชื่นอากาศ...................แม้ขาด แสงทอง สาดส่องสุม
อโณทัย ใสสด หมดจดมุม......................เสมอขุม สมบัติ ธรรมชาติมี

    เปิดหู เปิดตา ปัญญาเปิด...................ประเสริฐ สิ่งสรร จรรโลงศรี
ความอยาก ผลักไส ไม่รอรี.....................โลกมี หลากการ บันเทิงใจ

    ถึงสิ่ง ที่คิด ผิดหวังคาด.....................ความปรารถ (ถะ)นา หาสมไม่
เรื่องดี มิเป็น เช่นดั่งใจ...........................เรื่องไร้ ประโยชน์ โทษยาตรา

    ปล่อยให้ มันเป็น เช่นปรากฏ...............ปลงปลด กิเลส เจตน์ตัณหา
ขันติ หทัย ไม่นำพา...............................รักษา กมล กุศลมาน

    พอใจ ในสิ่ง ที่จริงเป็น........................จะเห็น หนทาง สว่างศานติ์
ปราศจาก ทุกข์ใจ ให้เบิกบาน..................เมื่ออุ ปาทาน ปวงบรรลัย

    แม้มิ สมหวัง ในบางสิ่ง.......................ทุกสิ่ง จักทราม ตาม(ก็)หาไม่
สิ่งอื่น ชื่นตา มองหาไป..........................จักให้ ได้เห็น มิเว้นวาง

    ดวงจิต ผิดหวัง เพราะหวังผิด..............ชีวิต คิดใคร่ ใสกระจ่าง
หวังสู่ กุศล ถูกหนทาง............................อยู่อย่าง เป็นสุข สิ้นทุกข์เทอญ ฯ

๒๖ มีนาคม ๒๕๕๘

วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2558

งดงามน้ำใจ : กาพย์ยานี๑๑



งดงามน้ำใจ : กาพย์ยานี๑๑

    ฟ้าครึ้ม อึมครึมฝน...................แลนภดล ดูหม่นหมอง
เมฆา มาครอบครอง.....................แสงสูรย์ต้อง พร่องแผ่วตาม

    ลมพัด อากาศพบ....................หนาวเลี่ยงหลบ ฤดูข้าม
รอยต่อ(ฤดู) รอร้อนตาม.................มาทำให้ พงไพรพี

    ดอกไม้ แม้นได้ฝน...................เกสรปน เป็นผล(ไม้)ศรี
(หาก)ขัดสน ฝนไม่มี.....................หน้าร้อนนี้ สิขาดแคลน(ผลไม้)

    น้ำใจ เนื่องในจิต......................ทรงประสิทธิ์ สฤษฏ์แสน
ขับเดช ทุกเขตแดน.......................แร้นแค้นให้ สลายดล

    เปรียบเสมือน สุธาทิพย์..............ได้ดื่มจิบ ดับขัดสน
ชุ่มล้ำ ฉ่ำกมล..............................ดุจชลธิศ นิมิตมี(ชลธิศ=ชลธี)

    งดงาม น้ำใจเปี่ยม.....................ไรเทียบเทียม เรี่ยมเท่านี้
ทุกชาติ ทุกชีวี..............................ล้วนยินดี ร่วมปรีดา

    ให้อย่าง ไม่หวังผล....................น้ำใจยล ล้นผลา
เพิ่มพูน เป็นปุญญา........................สูงส่งค่า เสริมบารมี

    เอกองค์ อลงกต........................ยังหมดจด ยศสักขี
โดดเด่น เห็นโสภี...........................สิริพัฒน์ สวัสดิ์เอย ฯ

๒๕ มีนาคม ๒๕๕๘

วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2558

ใส่ร้ายป้ายสี : กลอนปัญหาสังคม



ใส่ร้ายป้ายสี : กลอนปัญหาสังคม

    ประวัติศาสตร์ ชาติไทย..................ย้อนไกล กลับไป ในอดีต
เส้นทาง ถูกขีด.................................นครา จารีต นิจฉล
คนดี ศรีสยาม...................................หลากหลาม ถูกทำ ร้ายจน
กระเสือก กระสน...............................ลี้ภัย ไร้ผล จน...มรณา

    ใส่ร้าย ป้ายสี................................คนดี คล้ายเป็น คนผิด
คดี วิกฤติ.........................................อาชญ์ติด เป็นผู้ ต้องหา
ความ อ ยุติธรรม................................ดำ-ด่าง อย่างไม่ นำพา
ถูก/ผิด คิดว่า....................................มิใช่ ปัญหา ของตน

    สังคม สาไถย.............................มือยาว สาวได้ สาวเอา
เห็นแก่ตัว มัวเมา................................รุ่มเร่า เขลาโฉด ฉ้อฉล
อามิส สินจ้าง....................................เข้าข้าง ทางให้ ประโยชน์ยล
สังคม สับสน.....................................อลหม่าน พาลชั่ว ได้ดี

    ปัจจุบัน การณ์คง...........................ดำรง กงเดิม เกริมแกร่ง
คนดี โดนแกล้ง.................................พลิกแพลง ใส่ร้าย ป้ายสี
คนชั่ว สาไถย....................................พวกมาก ลากไป พิไลมี
จารีต ประเพณี...................................ที่ทำ ให้ไทย ไม่เจริญ

    ถือเป็น กรรมเก่า............................ของเหล่า คนดี (คงเคย)ทำไว้
แต่ก่อน แต่ไร....................................ยังไม่ (เป็นคน)ดีเช่น เห็นเหิน
เวรกรรม ตามสนอง.............................จึงต้อง ทุกขา ประเชิญ
ไม่ขาด ไม่เกิน...................................ดำเนิน ตามกฎ แห่งกรรม

    ดูกรรม ของเขา..............................เอามา อบรม ข่มจิต
โลกีย์ ชีวิต........................................วิปริต วิกล ล้นล้ำ
ถ้าถูก ทำร้าย.....................................ใส่ร้าย ป้ายสี ฤดีตรำ
กำหนด จดจำ.....................................จงทำ ใจให้ สงบเทอญ ฯ

๒๔ มีนาคม ๒๕๕๘

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2558

สุคนธ์กุศลจิต : กลอนหก



สุคนธ์กุศลจิต : กลอนหก

    ราตรีนี้ มีสุคนธ์.....................กำจรจล ล้นไพรสัณฑ์
จากบุปผา นานาพันธุ์.................เข้าประชัน รัญจวนใจ

    ต้องพึ่งพา มวลอากาศ...........ที่สะอาด บริสุทธิ์ใส
กลิ่นหวนหอม พร้อมแพร่ไป.........ไกลแสนไกล ไร้มลทิน

    คะนึงนั่ง สังเกตว่า.................ผองบุปผา ขจรกลิ่น
ล้วนขาวมี สีประทิน....................โศภินพร่ำ เสกค่ำคืน

    เหมือนความดี ที่ขจร..............งามสุนทร ป้อนโลกรื่น
ไม่แต่ตน แม้คนอื่น.....................ต่างแช่มชื่น ครื้นความดี

    จิตต้องใส ใจบริสุทธิ์...............จึงผ่องผุด จรูสศรี(จรูส=สูง)
ปวงคุณธรรม ความพฤติธีร์............งอกงามมี คู่ศีลธรรม

    อกุศล มลทินเจต....................สามานย์เลศ เศลษส่ำ(เศลษ=การเกาะ,การติด)
เป็นอุปสรรค ประจักษ์จำ...............มืดมนดำ ค้ำครองใจ

    ความโฉดฉล คนชั่วช้า.............มากมารยา อย่าฝันใฝ่
รู้รสธรรม ล้ำลึกใน.......................ปรมัตถ์ศรัย ใคร่ศรัทธา

    ครวญลึกซึ้ง คำนึงคิด..............ใจสุจริต วิจิกิจฉา
จึงสรรค์สร้าง จ่างปัญญา..............พิสุทธา สถาพร ฯ

๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘

วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2558

ทำดีมีกำไร : กลอนแปด



ทำดีมีกำไร : กลอนแปด

    การค้าขาย หมายที่ มีส่วนต่าง...............อยู่ระหว่าง ราคา ซื้อกะขาย
ราคาซื้อ  สูงกว่า น่าเสียดาย.....................สัญญาณหมาย ขายมาด แล้วขาดทุน

    (ธุรกิจ)หากไม่ทำ กำไร..อะไรเหลือ ?....ยิ่งขายเนา เข้าเนื้อ เอื้อขาดสุญ
ทำธุรกิจ ผิดพลาด ก็ปราศทุน...................มิสมดุล ทุนหมด กำสรดจินต์

    กิจกรรม ประจำวัน บันดาลสร้าง............บ่แตกต่าง ห่างไกล กำไรถวิล
มิเพียงแต่ แค่ทำ มาหากิน.......................ทุกสิ่งสิ้น ชินชา หาเพิ่มพี

     เป็นธรรมชาติ สัจจา ใจมนุษย์..............ไม่เคยหยุด แสวงหา โลภวิถี
อยากได้มาก ครองมาก หลากทวี...............จึงยินดี ปรีดา สาธุดล

    เมื่อไม่ได้ ด้วยจุด สุจริต.......................ก็คดคิด มิจฉา มรรคาฉล
เมื่อไม่ได้ ด้วยเล่ห์ โฉเกจล......................ก็ใช้กล มลการ สามานย์ไกล

    มโนทัศน์ อัตตา แสนฉลาด..................ที่สามารถ เอาเปรียบ เหยียบเขาได้
จินตนาการ มั่นทำ มีกำไร.........................มิสนใจ ใครทุกข์ (หวัง)สุขแต่ตน

    เมื่อผลกรรม ตามทัน ตามกรรม์กฎ.........จึงสลด อดสู อยู่เหลือล้น
เมื่อต้องทุกข์ ทรมาน อัดอั้นมน.................จึงประจญ กลพลาด ขาดทุนทำ

    ต่างจากการ ทำดี วิเศษดุจ...................ได้ผลดี วิสุทธ์ ผุดเลิศล้ำ
สนองตน ล้นดี วีรตรำ..............................เป็นประจำ กำไร ใช้ชีวา

    เลือกวิธี ที่ถูก จึงสุขสม........................เลือกชื่นชม ภิรมย์ให้ ไร้ปัญหา
เลือกกระทำ กรรมอัน ถ่องจรรยา................จึงเลื่องชื่อ ลือกล้า ปัญญาชน ฯ

๒๒ มีนาคม ๒๕๕๘

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2558

กุศลกลจิต : กลอนจรรโลงใจ



กุศลกลจิต : กลอนจรรโลงใจ

    ฝนตก ไม่นาน....................คืนวาน จึงไม่ ค่อยหนาว
ใบคูน หล่นราว.......................เริ่มก้าวสู่ ฤดูใหม่
ดอก(ตูม)เห็น เป็นพวง.............แทนที่ กิ่งท่วง(ที) ร่วงใบ
อากาศ สดใส.........................รุ่งเช้า วันใหม่ พิไลรมย์

    ซื้อหา อาหาร.....................ทดลองทาน รายการใหม่
รู้สึก แปลกไป.........................จิตใจ ใสสด ปรากฏสม
ลองคิด กิจกรรม......................เปลี่ยนใหม่ ไม่ซ้ำ ทำวิกรม
ระรื่น ชื่นชม............................อุดม ชีวะ สดุดี

    กุศล กลกรรม......................หาได้ ซ้ำซาก น่าเบื่อ
คิดใคร่ ให้เคื้อ.........................เอื้อเฟื้อ บรรลุ สุขี
สุขบ้าง สงบบ้าง......................อยู่อย่าง สันติวิธี
กุศล ผลมี..............................ทุกที่ ที่ทำ จำเริญ

    สุขใด จะสู้..........................ฤดี คงคู่ กุศล
โสภี นิรมล..............................ผู้รู้ ทุกคน สรรเสริญ
ทุกคน ทำได้...........................ทุกคน ผลได้ ให้เพลิน
เลิศล้ำ ดำเนิน..........................เผชิญ ชีวิต วิจิตรา

    ไม่เป็น คนสวย.....................ไม่รวย ก็มี ความสุข
จิตไร้ ไฟรุก.............................ปราศทุกข์ ทะยาน ตัณหา
สงบ สบาย...............................สลาย เทวษ เพทนา
คือสิ่ง สูงค่า.............................แต่ขาด มูลค่า ราคาพลี

    กุศล กลจิต..........................อย่าคิด ว่าอาจ เสแสร้ง
ศีลธรรม สำแดง........................จรัสแจ้ง แกร่งกล้า สง่าศรี
อาการ มารยา...........................หลอกได้ แต่บรรดา ผู้มี
มืดมน ฤดี.................................หาใช่ หทัยที่ พิสุทธ์เอย

๒๐ มีนาคม ๒๕๕๘

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2558

ดอกข้าว : โคลงสี่สุภาพ



ดอกข้าว : โคลงสี่สุภาพ

. แจกันปักดอกไม้.................มาลี
สารพัดสรรพพันธุ์มี..................ชดช้อย
ประกวดประชันพี....................เพิ่มค่า
ยกย่องโสภาพร้อย..................เลิศร้อยรัญจวน ฯ

. ครวญคิดถึงดอกข้าว.............เสาวคุณ
ผลิตผลแผ่การุญ.....................โลกเลี้ยง
กลับถูกหมางเมินหนุน..............บุญปราศ
ราวกับขาดค่าเพี้ยง..................ดอกหญ้าเดนเสมอ ฯ

. ดรุณีมีรูปล้ำ.........................เลอโฉม
ชนต่างแห่แหนโหม..................แซ่ซ้อง
จัดประกวดประโลม..................ชูเกียรติ
เบียดเสียดใคร่ไขว่คล้อง...........คู่จ้องจองชีวี ฯ

. นารีมีความรู้........................(ความ)สามารถ
สังคมประเทศชาติ....................ผงาดสร้าง
คุณประโยชน์อุโฆษกาจ.............ปรากฏ
(กลับ)หมดคนสนใจอ้าง.............หากแม้นรูปทราม ฯ

. (แต่)ความดีมีคนรู้..................สรรเสริญ
เห็นค่าปัญญาประเมิน.................เลิศล้ำ
ความสามารถสูงเกิน...................กายค่า
บูชาสาธุค้ำ...............................คุณเพี้ยงพีรชน ฯ

. คนงามที่โลกพื้น.....................พสุธา
ยกย่องปานเทพธิดา...................เทิดแล้ว
มักปราศสติปัญญา.....................โง่เง่า
เอาแต่ใจตนแกล้ว......................ด่างพร้อยพฤติกรรม ฯ

. สำคัญคนควรให้.....................สำคัญ
จึงเปี่ยมจรรยาบรรณ...................รอบรู้
ถือวิถีชีวัน.................................ประเสริฐ
เกิดคุณประโยชน์กู้.....................เกียรติก้องกำบน ฯ

๒๐ มีนาคม ๒๕๕๘