ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ยินดีต้อนรับอาคันตุกะทุกท่าน
ขอขอบคุณที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่ท่านประสงค์
ผลงานเหล่านี้ ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่
( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด
ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า โดยไม่คิดมูลค่า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆท่านเทอญ

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ริมทางรางที : กลอนหก



ริมทางรางที : กลอนหก

    เอนกาย ได้หลัก พักพิง..................กระดิ่ง สายลม พรมเสียง
ศาลา ริมทาง ดั่งเพียง........................เพื่อนเคียง คลายเหงา เข้าใจ

    เดินทาง กลางแดด แผดเผา............แค่เรา เท่านั้น ขันไขว่
รถรา ผ่านมา ผ่านไป..........................ยังไร้ เงารถ ประจำทาง

    รถเรา จอดไว้ ในบ้าน.....................ต้องการ ประหยัด ทุกอย่าง
โลกร้อน ย้อนร้าย วายวาง...................ต้องสร้าง สำนึก ตรึกตน

    เศรษฐกิจ ติดๆ ขัดๆ.......................ผลชัด ของความ ฉ้อฉล
ปัญหา ไม่เปลี่ยน เวียนวน....................เพราะคน มนมาร พาลมี

    ทั้งๆ พรั่งดา ประกาศ.......................ธรรมชาติ วิกฤติ ทิศถี่
ผู้คน รณรงค์ บ่งชี้...............................ชาติมี ปัญหา อันตราย

    แต่มอง ทางใด ในโลก....................ล้วนบ้า บริโภค มิหาย
ทรัพยา(กร)ธรรมชาติ วอดวาย..............ละลาย เยี่ยงไร้ ราคา

    ราชการ พ่อค้า ประชาชน.................ยังฉ้อ ห้อฉล หนหา
โกงชาติ กาจกิน ชินชา........................ภายหน้า พากัน บรรลัย

    เหมือนบ่น คนเดียว เปลี่ยวเปล่า.........ต้องเอา ตัวรอด ให้ได้
สติ ปัญญา ประไพ...............................ศีลธรรม นำให้ สุขใจเอยฯ

๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

อิสราอารมณ์ : กาพย์ฉบัง๑๖



อิสราอารมณ์ : กาพย์ฉบัง๑๖

    ลมหนาวเป่าพัดปัฏพี..................ปลุกปั่นธุลี
เกิดกรีฑาฟุ้งคลุ้งเวหน

    พฤกษาแทบจะทั้งต้น.................โยกย้ายส่ายยล
สะบัดใบไหลหล่นอลหม่าน

    ยอดหญ้าระบำสำราญ...............คลื่นลิ่วพลิ้วพาน
สะท้อนพระจันทร์ผันแสง

    เฉกเช่นเป็นการแสดง.................ราตรีตกแต่ง
ฤดูแห้งแบ่งปันหรรษา

    เผื่อแผ่แด่คนธรรมดา.................อาศัยชายป่า
เป็นที่ปรีดาพิสมัย

    สันติสุขปลุกขวัญจรรโลงใจ..............ปริบทสดใส
ยากหาสิ่งใดวิไลเสมือน

    มโหรีเรไรไล่เอื้อน...............คลอ ดาวเคล้าเดือน
กลบเกลื่อน อราดี วิกาล(อราดี=ความไม่ยินดี)

    บังเกิดพิเศษสถาน................เลอล่วงดวงมาน
อภิบาลอิสราอารมณ์

    เพิ่มพูนสุนทรีย์นิยม................ธรรมชาติชื่นชม
ประโคมโลกาคุณากร

    วิถีเรียบง่ายถ่ายถอน.................บรรเทาทุกข์ร้อน
บวรชีวาตม์สะอาดเอย ฯ

๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ความขัดแย้ง : กาพย์สุรางคนางค์๒๘



ความขัดแย้ง : กาพย์สุรางคนางค์๒๘

    .....................................ผิวดิน ผืนว่าง
พฤกษ์สัณฑ์ พันธุ์สร้าง............หยั่งราก ปักฐาน
ผลิยอด สอดใบ.....................ไปหา คคนานต์
แก่งแย่ง แสงปาน..................รณราญ ชาญชัย

    ......................................สารพัด สัตว์ป่า
ธำรง ชีวา.............................พนา อาศัย
หวงแหน แดนดิน...................ถิ่นจอง คล้องใจ
ขัดแย้ง-ขับไล่.......................ไปมา ราวี

    ......................................ประวัติ ศาสตร์คน
ดำเนิน อยู่บน.........................หนทาง ดั่งนี้
แยกเขา แยกเรา.....................ถือเอา วิธี
เข่นฆ่า-อารี............................ปกติ มีเป็น

    .......................................ยังเห็น แก่ตัว
ยังเขลา เมามัว........................(ให้คน)หยุดชั่ว ยากเห็น
กิเลส ตัณหา...........................อัตตา ประเด็น
ขัดแย้ง-แย่ง-เข็ญ.....................เจนชัด ปัถพี

    ........................................ซ้ำบาง ศาสนา
อ้างคำ ศาสดา.........................อาฆาต บัดสี
" ฆ่าเพื่อ พระเจ้า....................เราจะ ได้ดี "
ทั่วโลก (ทุก)วันนี้.....................(จึง)ไม่มี สันติธรรม

    ........................................หากอยาก อยู่รอด
จงอย่า ทิ้งทอด........................" ป้องกัน ตัว "ค้ำ
โลกมาก หลากคน....................กมล ระยำ
คอยจ้อง จะทำ........................ส่ำร้าย ใส่เรา

    ........................................มนุษ (สะ)ยธรรม
ประเสริฐ เลิศล้ำ.......................ทำไป ให้เขา
สิ่งที่ คืนกลับ...........................อาภัพ อับเศร้า
จึงอย่า มัวเมา..........................เอาแต่ ฝันเอย ฯ

๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เงิน : กลอนคติเตือนใจ



เงิน : กลอนคติเตือนใจ

    ฤดูหนาว คราวก่อน ย้อนหนึ่งปี..............ความหนาวมี มาประจำ สม่ำเสมอ
แต่ความหนาว คราวนี้ มิค่อยเจอ................ร้อนคละฝน ปรนเปรอ เล่อปลายปี

    ลมหนาว(จากจีน)พัด ไปหา ตะวันออก....นานๆดอก ไหลลง ตรงไทยนี้
ทางสหรัฐฯ-แคนาดา หิมะมี........................(เร็ว-มาก)กว่าปกติ ชี้ว่า โลกา รวน

    ทรัพย์หมั่นหา มาเก็บไว้ ให้มากๆ............แต่ความอยาก-โลภลด จดขวายขวน
การทำมา หาเงิน เพลิดเพลินควร................แต่การจ่าย ให้ทวน หวนหลายที

    ใช้เงินตรา ไปหาเงิน จำเริญจิต...............ใช้ความคิด หาทาง สร้างวิถี
ใช้เงินตน จนสิ้น หนี้สินพี...........................(เท่ากับ)ใช้ชีวี ริยำ ช่างลำเค็ญ

    ความร่ำรวย ช่วยชง มั่นคงชีพ.................แต่ความรีบ อยากรวย ยากช่วยเห็น
เพียรเก็บหา ทีละน้อย คอยบำเพ็ญ..............ถึงไม่เป็น เศรษฐี (ก็)มั่งมีพอ

    ยามหนุ่มสาว เอาใจใส่ ในการกิจ.............อย่าหลงผิด ชั่วช้า อาชญาก่อ
อบายมุข ไม่ยุ่ง ไม่มุ่งรอ.............................วาสนาขอ ปาฏิหาริย์ บันดาลชัย

    บ่คบคน ชั่วช้า บูชามิตร.........................บ่ทุจริต คดโกง หลงเหลวไหล
ถือความดี ศีลธรรม ประจำใจ.......................ชีวิตไม่ มีวัน กันดารเงิน

    มีทรัพย์สิน มากโข อย่าโอ้อวด................มีทรัพย์น้อย อย่ารวด ร้าว-เก้อเขิน
มีเท่าไร ตายแล้ว ไม่แคล้ว(เป็นส่วน)เกิน.......วิญญาณเพลิน เผชิญกรรม ตามบาปบุญ ฯ

๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

มุ่งสู่ยอดภูศรี : กาพย์ยานี ๑๑



มุ่งสู่ยอดภูศรี : กาพย์ยานี ๑๑

    ยืนยล บนเนินไพร...................มองลงไป ในทางผ่าน
ที่เรา ทอดเท้าลาน......................ปีนป่ายปาน ฟันฝ่าเป็น

    บางแห่ง แหล่งพักผ่อน............บางจุดย้อน วนซ่อนเร้น
บางช่วง ล่วงลำเค็ญ....................บางส่วนเช่น เดินเล่นสบาย

    บางครั้ง เคยพลั้งพลาด............หกล้มฟาด บาดเจ็บหลาย
บางครั้ง แทบวางวาย...................รอดมาได้ คล้ายบุญมี

    เหตุผล ที่ทนสู้........................เพื่อมุ่งสู่ ยอดภูศรี
เพราะอยาก จักได้ดี......................เชิดชีวี ศิวิไลส์

    ปัญหา ปวงอุปสรรค..................ปรากฏหนัก ปักหลักไข
ทุ่มเท ทั้งกายใจ...........................ไม่ออกนอก ลู่นอกทาง

    บ่คร้าม ความเหน็ดเหนื่อย..........แม้ปวดเมื่อย มิอาจขวาง
บ่พรั่น มารหนทาง.........................ยากเย็นบ้าง ตั้งพากเพียร

    ที่สุด ของอุตส่าห์......................คือสุธา ประพรมเศียร(สุธา=น้ำอมฤต)
รางวัล การวิเชียร...........................วิชยะ วเนจร(วเนจร=เที่ยวไปในป่า)

    อย่าหลง ทาง-หลงผิด................ย่อมประสิทธิ์ อดิศร
นภา นคราทร................................บวรเลิศ ประเสริฐเอย ฯ(นคราทร=นคร+อาทร)

๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ขาดเธอฉันคงขาดใจ : กลอนเจ็ด



ขาดเธอฉันคงขาดใจ : กลอนเจ็ด

    รูปสวย รวยศรี บริสุทธิ์...................ประดุจ อวตาร์ จากสวรรค์
ลักษณ์ล้ำ จำเริญ เกินจำนรรจ์..............รัญจวน ชวนฝัน ทุกวันคืน

    กลิ่นหอม กล่อมให้ ใคร่โหยหา.........ปรารถนา ประพัทธ์ ไม่อาจฝืน(ประพัทธ์=ผูกพัน)
อบอวล ยวนแย้ม ช่างแช่มชื่น...............ยั่งยืน วิญญาณ์ เสาวคนธ์

    เสียงใส ไพเราะ เพาะเสน่ห์..............มิเร รวนรัก สมัครล้น
ติดตรึง จิตติ นิรมล.............................เลอล้น รัตนา มโหรี(รัตนะ=ของทีมีค่ามาก)

    สัมผัส สรรพางค์ สะอางอุ่น...............ละมุน ละไม ไร้บัดสี
ซาบซึ้ง ซ่านทรวง ดวงฤดี....................ไม่มี ใดเทียบ เปรมเปรียบทาน

    ขอร่วม ทัศนีย์ ถึงที่สุด.....................จวบหยุด ชีวา อวสาน
รักเดียว ใจเดียว เด็ดเดี่ยวปาน...............ชั่วกัป ชั่วกาล ฉันรักเธอ

    ขาดเธอ ฉันคง ต้องขาดใจ................สุขได้ ด้วยใกล้ ชิดเสมอ
คณานับ สรรพล้น สิ่งปรนเปรอ................ล้วนมา จากเธอ มิเผลอใจ

    เธอคือ ธรรมชาติ พิลาสรส.................ศรีส่ง อลงกต แสนสดใส
บ่อเกิด ชีวิต ประกฤติวัย........................ตลอดไป ตลอดกาล (ละ)นานมี(ประกฤติ=ความเป็นไปตามธรรมดา)

    ขออยู่ ดูแล และรักษา.......................บูชา ค่าคุณ พิบุลศรี(พิบุล=กว้างขวาง,มาก)
เพื่อความ สมัต สวัสดี............................แด่ทุก ชีวี นิรันดร ฯ(สมัต=บริบูรณ์)

๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

แก่นแท้กำลังใจ : โคลงสี่สุภาพ



แก่นแท้กำลังใจ : โคลงสี่สุภาพ

. การเล่นกีฬาสร้าง...................กำลัง
ร่างกายแข็งแกร่งดัง...................นักสู้
ทรวดทรงองค์เอวยัง...................สวยเด่น
ไม่เป็นโรคภัยผู้..........................อยู่ยั้งยืนชนม์ ฯ

. คนใดคอยเกียจคร้าน...............กีฬา
ร่างกายอ่อนแอพา......................โรคแพ้
รูปร่าง บ่ งามตา.........................สมส่วน
ไม่ชวนมองหมายแล้...................ง่ายม้วยมรณา ฯ

. จิตใจก็ต้องการ.......................กำลัง
หาใช่คอยใครหวัง.......................เอื้อเฟื้อ
ฝึกตนเป็นหนขลัง........................แข็งแกร่ง
แรงใจจากตนเรื้อ.........................แก่นแท้สถาพร ฯ

. ความอดอยากผลักให้................คิดหา
ของกินกันชีวา.............................มอดม้วย
ความอิ่มอุทรพา...........................กายเกียจ
เดียดการออกแรงด้วย....................อ่อนล้าอยากสบาย ฯ

. ความลำบากกอบกู้.....................กำลัง
ความขาดแคลนเสมือนดัง...............เครื่องสร้าง
แรงฮึกเหิมเพิ่มยัง..........................ดวงจิต
ความคิดพลอยเปิดกว้าง..................ทางค้นทนเข็ญ ฯ

. ความสุขสบายทำร้าย...................ความเพียร
ความร่ำรวยเบียดเบียน.....................ใจสู้(ความยากลำบาก)
ความสมบูรณ์สูญเตียน.....................(ความคิดสร้าง)สรรค์ใหม่(ๆ)
ใครต่อใครควรรู้..............................สัจแท้แลสกล ฯ

. ความสำเร็จเสร็จด้วย....................ง่ายดาย
ความภาคภูมิใจคลาย.......................เคลื่อนคล้อย
หากพยายามแทบตาย......................จึงเผด็จ
วิเศษสิทธิ์จิต ร้อย............................สุขสล้างสบาย ฯ

๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗