ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ยินดีต้อนรับอาคันตุกะทุกท่าน
ขอขอบคุณที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่ท่านประสงค์
ผลงานเหล่านี้ ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่
( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด
ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า โดยไม่คิดมูลค่า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆท่านเทอญ

*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ


วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

คงหมดวิธีแก้วิกฤติ : กลอนสิ่งแวดล้อม



คงหมดวิธีแก้วิกฤติ : กลอนสิ่งแวดล้อม

๏   ร้อนจน คนตาย.....................ข่าวร้ายใน ฤดูฝน
ที่ต้อง อดทน...............................ที่คน บ่นลำ เค็ญใคร่
ร้อน ขนาดนี้................................ไม่มี มาแต่ ครั้งใด
ฝนหนอ ก็ไร้................................ไม่ตก ต้องตาม ฤดู

    แทนที่ สิคิด.............................วิกฤติ การณ์หา สาเหตุ
แก้ภัย ร้ายเภท.............................ร่วมเจตนา อุตส่าห์สู้
กลับมุ่ง เริงรมย์............................นิยม สำราญ พันตู
อย่างไม่ รับรู้................................โลกสู่ วิกฤติ ผิดการณ์

    กระตุ้น (จิต)สำนึก.....................รู้สึกว่า จะไร้ผล
ค่านิยม ของคน.............................สนใจ ใคร่สุข สนุกสนาน
กิน-ใช้-ทำลายล้าง.........................อย่างโง่เขลา เมาสันดาน
โลกจึง แหลกลาญ.........................เพียงผ่าน ไม่กี่ พันปี(ของอารยธรรมมนุษย์)

    แล(ภาย)ใน พันปี......................โลกนี้ (คน)จิอยู่ ไม่ได้
นักวิทยา ศาสตร์ใหญ่.....................ทำนาย ให้คำ นำชี้
เมื่อคน ส่วนใหญ่...........................ไม่ใส่ใจ มิใยดี
คงหมด วิธี...................................หลีกลี้ วิกฤติ พิษกรม

    (บาง)ศาสนา งมงาย...................ความเชื่อ ฉิบหาย ไสยศาสตร์
อุระ ประมาท.................................ความขาด สัตธรรม ส่ำสม
จิตใจ เลโล...................................จึงเติบโต แต่โง่งม
ฝันสู่ (ความ)อุดม...........................แต่กลับ ทับถม ทำลาย ฯ

๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘

'สตีเฟน ฮอว์คิง'ย้ำมนุษย์ต้องย้ายไปอยู่บนอวกาศภายใน1,000ปีนี้.... อ่านต่อได้ที่ : http://goo.gl/rkHxIV

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ขอถามความจริง : กลอนเจ็ด(กลอนคติชีวิต)



ขอถามความจริง : กลอนเจ็ด(กลอนคติชีวิต)

๏   บ่อยครั้ง ยังคง งงชีวิต......................วิกฤติ วิกล วนปัญหา
สารพัด ขัดสน จนปัญญา..........................เข้ามา ถาโถม โหมหทัย

    โดยเฉพาะ เคราะห์กล้า (ระดับ)มหภาค.....เกิดจาก หลากชน คนส่วนใหญ่
กระทบ กลบท้น ทุกคนไป.........................ทั้งคน ใดๆ ไม่ได้ทำ(กรรมเวร)

    (เช่น)ไม่เคย ตัดไม้ ทำลายป่า................(ยัง)รณรงค์ รักษา ชวนอุปถัมภ์
มลพิษ ผลิตน้อย คอยชี้นำ.........................(กลับ)ระกำ โลกร้อน ย้อนผลมี

    ไม่เคย โกงกิน แผ่นดินด้าว.....................โฉดฉาว ชั่วช้า สละหนี
แทบไม่ ได้รับ กับผลดี...............................ที่รัฐ (ฐะ)บาล ผลาญงบดุล

    (กลับต้อง)ร่วมรับ ภาระ หนี้ภาครัฐ............สารพัด เงินกู้ สู่เวียนหมุน
ถูกรีด รายได้ ไถพิบุล.................................(เพื่อ)อุดหนุน ทุจริต ราช(การ)กิจกรรม

    อบายมุข ทุกอย่าง มิย่างกราย..................พฤติกาม ทรามร้าย มิกรายกล้ำ
(กลับต้อง)ร่วมรับ สรรพสม สังคมระยำ...........เหล้า-ยาฯลฯ อธรรม ระกำทาง

    อุตส่าห์ ประหยัด มัธยัสถ์จ่าย...................เก็บออม รอมหลาย ไม่เหินห่าง
แต่คน ส่วนใหญ่ ใคร่สำอาง..........................แส่ต่าง สร้างหนี้ มีล้นตัว

    เกิดสรรค์ ปัญหา เศรษฐกิจ......................(ต้อง)พลอยติด ร่างแห แลปวดหัว
ข้าวยาก หมากแพง แข่งพันพัว.....................รายได้ หายทั่ว ทั้งธานี

    ไม่เบียด เบียนใคร ให้ลำบาก....................บั่นบาก รักษา ธรรมาศีล์
แต่ชน โฉดช้า ประดามี................................ชีวี พีภัย รายรอบตน

    ขอถาม ความจริง สิ่งศักดิ์สิทธิ์...................วิกฤติ ติดพัน อันเหลือล้น
อัปรีย์ ที่ข้า ต้องประจญ...............................เป็นผล กรรมา ปางคราใด ?

๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ผู้ชมจากประเทศจีนที่หายไป


ผู้ชมจากประเทศจีนที่หายไป


        นานพอสมควร ที่รัฐบาลจีน บล็อค-ปิดกั้นการเข้าถึง ทุกๆผลิตภัณฑ์ของ Google
        ทำให้ผู้ชมจากประเทศจีน ไม่สามารถเข้าชม blogger.com ได้
        ยอดผู้ชม avijjapikkhu.blogspot.com นี้ จึงหายไป หลายหมื่น/ปี
        โลกนี้ยังมีอะไรๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้-การพัฒนา-ความสำเร็จอยู่อีกมาก

         ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ขอ...อย่ากลับมาเกิด : กาพย์ฉบัง๑๖



ขอ...อย่ากลับมาเกิด : กาพย์ฉบัง๑๖

๏   ไม่เคยคิดว่าฟ้าฝน..................จะวิกฤติจน
อลหม่านปานปีนี้เลย

    (วัน)พืชมงคลพ้นผ่านนานเฉย..................ธาราระเหย
เผยให้เห็นท้องนที

    ตะกอนแตกระแหงแห้งเหือดมี................ซากไร้ชีวี
อุจาดบัดสีมิน่าชม

    ไอผ่าวเร่าร้อนระบม..................อุษณะสะสม(อุษณ-=ความร้อน)
ไร้ความรื่นรมย์นิยมยวน

     เปรียบปริชีวีชี้ชวน..................กว้าง-ไกลใคร่ครวญ
ไม่อยากหวนมาประสบเห็น

    ภพแห่งกองกรรมทำเวร..................ทุกข์กระสานซ่านเซ็น
สุขเย็นเป็นอยู่ยากหนักหนา

    ดิ้นรนทนมีชีวา.................เหงื่อตรำน้ำตา
นานาปัญหาสารพัด

    ระทมขมขื่นยืนหยัด................รู้สึกอึดอัด
ความเป็นสัตว์ร้ายในคน

    สันดานชาญชัฏฉ้อฉล..................หน้าเนื้อเสือมน
เสียจนยากเหลือเชื่อใจ

    ตั้งจิตพิษฐานการใด................ปุญญาข้าไซร้
ได้ทำสำเร็จเสร็จสม

    หากแม้นมากพอขอพนม.................สิ้นลาญปราณลม
อย่ากรมมาเกิดอีกเลย ฯ

๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน : กลอนเจ็ด



ซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน : กลอนเจ็ด

๏    ซื่อสัตย์ สุจริต ชีวิตง่าย........................สบาย สบาย ในสุขศานติ์
ไม่หลอก ลวงใคร ให้สามานย์......................สำราญ รมย์รื่น ชื่นฤดี

    ความคิด จิตใจ ใสบริสุทธิ์.......................เพราะหยุด โฉดฉล พ้นบัดสี
ยึดถือ ซื่อสัตย์ ปฏิบัติปรีดิ์...........................ชีวี สะอาด โชติชัดเจน

    ประกอบ สัมมา อาชีวะ...........................วิริยะ กล้าแกร่ง แข็งขันเข็น
ไม่คด ข้องโกง ตรงกฎเกณฑ์......................ไม่ก่อ บาปเวร เป็นหนี้กรรม

    คบใคร ไม่คิด จิตไม่ซื่อ..........................บันลือ ซื่อตรง ส่งเสริมล้ำ
ไม่หัก หลังใคร จิตใจดำ.............................ไม่ทำ ทรยศ โป้ปดปอง

    ไม่ก่อ กรรมชั่ว (ย่อม)ไม่มัวหม่น...............กุศล ผลดื่น คืนสนอง
มีกิน มีใช้ ได้เงินทอง.................................ทำมา ค้าคล่อง ตามต้องการ

    ซื่อกิน ไม่หมด คดแคลนขาด...................ธรรมชาติ สัจจา ปาฏิหาริย์
ทรัพย์สิน ที่โกง คงไม่นาน...........................บาปกรรม จำราญ ตามบัญชา(จำราญ=ทำลาย)

    โกงคน คนเดียว กรรมเกรี้ยวกราด..............โกงชาติ บ้านเมือง เรื่องหนักหนา
เท่ากับ โกงชน ท้นพารา..............................บาปเกิน พรรณนา ว่าเพียงไร

    มีใคร ยากจน (เพราะ)เป็นคนซื่อ ?.............ยึดถือ ธรรมา หายากไร้
โฉดฉล ค้นคิด คือพิษภัย.............................อย่าหมาย ได้ดี นิรันดร ฯ   
   
๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘

วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ความหวังความสุข : กลอนหก



ความหวังความสุข : กลอนหก

๏    เมฆน้อย ลอยลิ่ว ปลิวลม.....................มิสม เหมือนฟ้า หน้าฝน
แดดร้อน อ่อนล้า ระรน.................................มิบ่น ทนพอ ทรมาน

    หญ้าไร้ ใบเรียว เขียวสด..........................แห้งหด หมดงาม ยามผ่าน
ตระหนก ตกวาร กันดาร ?.............................ข้าวปลา อาหาร บรรลัย ?

    ท้องนา หาน้ำ ลำบาก..............................ถ้าหาก (ฝน)ยากมา ทำไฉน ?
ฝนที่ ทิ้งช่วง ล่วงไป....................................ทำให้ หมดหวัง หมางมน

    (หาก)ความสุข ผูกกับ ความหวัง................คงหวัง สุขยาก มากหน
หวังใด ในชี วีชน.........................................สมดัง กมล ถกลมี(ถกล=ตั้งขึ้น)

    ผิดหวัง สร้างทุกข์ ซุกเข็ญ........................เพราะเป็น โลกีย์ วิถี
(ส่วน)โลกุต ตรธรรม กรรมธีร์.........................ไม่มี ความหวัง บังควร

    แม้แต่ ความสุข ผูกพัน.............................ยังหัน ตัณหา มนาหวน
ไม่ผูก สุขพัน กรรม์กระบวน............................ถี่ถ้วน ธรรมา อรชุน(อรชุน=ขาว,ใส)

    วิถี ที่ไม่ คาดหวัง.....................................กลับบัง เกิดจิต อุกฤษฏ์สุนทร์
กุศล กลกรรม ทำบุญ....................................เพิ่มคุณ พูนพัฒน์ สัตพาน

    วิถี ที่ไม่ คาดสุข.......................................กลับปลุก วิเวก เสกศานติ์
เปิดโล กทัศน์ สัจการ....................................อนิจจัง สังขาร บัญชร ฯ

๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ทวนกระแส : กลอนคติชีวิต



ทวนกระแส : กลอนคติชีวิต

๏    สระโบก ขรณี...................ไม่เพียง แค่มี บัวบาน(โบกขรณี=สระบัว)
ภุมริน บินผ่าน...........................ปักษา แมลงลาน หลากหลาย
ในน้ำ มีปลา..............................บรรดา สัตว์น้ำ มากมาย
โคลนขุ่น วุ่นวาย........................ซากพืช-สัตว์ตาย สลายตม

    ปลาต่าง บางตัว.....................เกิดหัว คิดกล้า พิษฐาน
หมายปอง ต้องการ.....................ลำธาร ศานติ์ใส พิไลสม
จึง(ว่าย)ทวน กระแส...................ไม่แล เหลียวเปลี่ยว ระทม
ทวนน้ำ ท่ามระบม.......................สู่อุดม บรมคีรี

    ไพรสณฑ์ ต้นน้ำ.....................ดื่มด่ำ ความใส บริสุทธิ์
ตาน้ำ ดำผุด...............................ประดุจ สวรรค์ พิมานศรี
ปราศจาก ซากสัตว์......................ซากพืช อึดอัด อุจาดมี
ดำรง ชีวี....................................สุขี พิพัฒน์ อัชฌา

    สังคม สมสั่ง...........................ทุกอย่าง ทั้งหลาย ให้หลง
ดี-ทราม ดำรง.............................ยืนยง คงอยู่ คู่ปัญหา
โลกีย์ วิสัย.................................ทำให้-ทำลาย ทัศนา
วิถี ชีวา......................................โฉดช้า จลาจล วนวาย

    บรรดา บัณฑิต.........................แจ้งจิต พิชยา ปรารภ
ทวนกระ แสสบ.............................อบรม ข่มคิด ขวนขวาย
ศีลธรรม์ จรรยา.............................นำพา ชีวิต กรีดกราย
สะอาด สบาย...............................คลี่คลาย ปัญหา อภิรมย์

    วางบาป วาบวาว.......................ชีวิต พิศพราว บริสุทธิ์
วิถี วิมุติ.......................................ผ่องผุด ชุติมา อาศรม
ปกเกล้า เบาใจ.............................โศกไร้ ไสทุกข์ ระทม
อบอุ่น อารมณ์..............................อุดม อุกฤษฏ์ อิสรา ฯ

๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘